ログインผู้คนในเขตการต่อสู้ต่างก็ชะงักและสั่นสะท้าน เพราะสัมผัสได้ถึงจิตสังหารที่รุนแรงและดุดันจนพวกเขาหา
คราแรกที่ได้พบเจอไป๋เสวี่ยเขานั้นระแวงยิ่งนักว่าไป๋เสวี่ยจะมาร้าย และไม่ประสงค์ดีต่อเกาะสายลมแต่มาถึงตอนนี้นอกจากไป๋เสวี่ยจะช่วยชีวิตภรรยาและลูก ๆ ของเขาแล้ว นางก็ยังไม่ทำสิ่งใดไม่ดี แม้ว่าจะมีโอกาสได้เห็นถ้ำที่เต็มไปด้วยผลึกวิญญาณมากมาย แต่หูเจียนก็บอกว่าไป๋เสวี่ยไม่ได้แสดงออกถึงความโลภ และอยากได้มันเลยแม้แต่น้อยหากเป็นหลายวันก่อนหูลี่ซงคงคิดหวาดระแวงว่าไป๋เสวี่ยอาจจะแสดงออกเพื่อตบตาผู้คน แต่ในตอนนี้หูลี่ซงรู้สึกวางใจในตัวของไป๋เสวี่ยยิ่งนัก เขาเชื่อมั่นในตัวของนาง จึงได้กล่าววาจาใจกว้างเช่นนี้ออกมาได้“สิ่งที่ข้าต้องการ คือเหตุผลที่ข้ามาที่นี่ ข้าต้องการหาองครักษ์เพิ่ม หากพวกท่านคิดจะตอบแทนข้า เช่นนั้นก็ช่วยประกาศออกไปให้ข้าได้หรือไม่ ว่าหากมีผู้ใดสนใจจะมาเป็นองครักษ์ก็ให้มาแสดงตัว ไม่ว่าจะพิการ ไม่ว่าจะไร้พลัง หากมีความซื่อสัตย์และภักดี ก็มีสิทธิ์ที่จะได้เป็นคนของข้าทั้งสิ้น ขอเพียงแค่ไม่มีจิตคิดคดทรยศนาย ต่อให้อ่อนแอเพียงใดข้าก็จะรับไว้พิจารณา”ไป๋เสวี่ยกล่าวอย่างตรงไปตรงมาถึงความต้องการ เพราะอย่างไรนางก็มาหาคนอยู่แล้ว ดังนั้นจึงประกาศออกไปให้สิ้นเร
หูเจียอิงชะงักและทำจมูกฟุดฟิดสูดดมกลิ่นคล้ายลูกหมูและทันทีที่นางได้กลิ่นหอมหวานของขนมลอยออกมาจากภายในจวนตระกูลหู ดวงตาของเด็กน้อยก็เปล่งประกายสดใสทันทีทันใด“ไปเสียสิ ต่อจากนี้ไปเจ้าสามารถวิ่งเล่นได้เท่าที่ตัวเจ้าต้องการ” ไป๋เสวี่ยกล่าวต่อและเมื่อสิ้นคำของนาง หูเจียอิงก็เริ่มวิ่งตรงไปหาบิดามารดาที่รอคอยอยู่ เริ่มแรกนางก็ออกวิ่งช้า ๆ ด้วยกลัวว่าจะหลับใหลไปอีก แต่พอแน่ใจว่าตนไม่หลับไปจริง ๆ อย่างที่พี่สาวคนสวยพูด หูเจียอิงก็รีบวิ่งให้เร็วมากยิ่งขึ้นอืม วิ่งเร็วดุจดั่งหมูป่าร่างเล็กที่ยามนี้ยังคงผอมบางแต่ตะกละยิ่งนัก วิ่งเข้าสู่อ้อมกอดของมารดาตนเองด้วยรอยยิ้มที่เต็มใบหน้า นางวิ่งได้แล้วจริง ๆ อีกทั้งนางยังได้กินขนมอีกด้วย หูเจียอิงคิดอย่างยินดี“อิงเอ๋อร์!” คนตระกูลหูเมื่อเห็นว่าหูเจียอิงสามารถวิ่งได้โดยที่อาการป่วยของนางไม่กำเริบจริง ๆ ก็กอดกันทั้งน้ำตาฮูหยินหูร้องไห้หนักที่สุด รองลงมาคือหูอี้เทียน หูเจียนน้ำตาซึมเล็กน้อย แต่ยังคงรักษากิริยาเอาไว้ได้ เช่นเดียวกับหูลี่ซงที่ดวงตาแดงก่ำแต่ไม่ยอมร่ำไห้ออกมาให้ผู
“อิงเอ๋อร์...”“หยุดก่อน” ไป๋เสวี่ยร้องห้ามเมื่อเห็นว่าทั้งพ่อและแม่ของเด็กในอ้อมแขนของนางกำลังจะวิ่งมารับบุตรสาว เพราะคิดได้ว่านี่น่าจะเป็นโอกาสที่ดีที่จะได้ทดสอบอาการของหูเจียอิง จึงเผลอเสียงดัง“ท่านไป๋เสวี่ยมีอันใดหรือ?”หูลี่ซงไม่ได้โกรธเคือง ด้วยกลัวว่าจะส่งผลกระทบต่ออาการป่วยของลูกสาว อีกทั้งยามนี้ไป๋เสวี่ยก็มีน้ำหนักในใจของหูลี่ซงมากเกินกว่าที่จะโกรธเคืองเรื่องไร้สาระอย่าลืมว่าทั้งภรรยาและบุตรสาวบุตรชายของเขา ต่างก็ถูกไป๋เสวี่ยช่วยชีวิตเอาไว้ทั้งสิ้น หากไป๋เสวี่ยไม่ผ่านเข้าไปภายในป่าสายลม หูอี้เทียนอาจจะถูกสัตว์วิญญาณในป่าสายลมสังหารจนตาย และหากไป๋เสวี่ยไม่มาที่เกาะสายลม จนถึงตอนนี้พวกเขาก็คงจะยังไม่รู้ว่าหูเจียอิงป่วยเป็นโรคใดและฮูหยินของตนที่ร่างกายทรุดโทรมถึงเพียงนั้น แต่หูลี่ซงก็ไม่เคยรับรู้ จนไป๋เสวี่ยมอบโอสถฟื้นฟูมาให้จนภรรยาของเขาหายดีทั้งหมดเป็นเพราะไป๋เสวี่ย หูลี่ซงซาบซึ้งใจเป็นอย่างมากจะให้เขากล้าโกรธเคืองนางด้วยเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ได้อย่างไร และความรู้สึกเช่นนี้ก็ไม่ใช่เพียงแค่หูลี่ซงเท่านั้นที่รู้สึก เพราะฮูหยินห
แม้ปกติแล้วคนที่ไร้พลังยุทธ์และไร้ซึ่งพลังธาตุ จะไม่อาจกินผลไม้วิญญาณได้ แต่หูเจียอิงนั้นต่างออกไป เพราะร่างกายของนางมีต่อมพิษอยู่ นี่เป็นสิ่งที่ช่วยทดแทนร่างกายที่ไม่มีพลังของนาง ไป๋เสวี่ยจะให้หูเจียอิงกินผลเมฆหวานแทนขนมก็คงจะไม่เป็นอันใดอีกประการผลเมฆหวานก็เป็นผลไม้วิญญาณระดับต่ำ นอกจากมันจะไม่ส่งผลกระทบต่อร่างกายของหูเจียอิงแล้ว ไป๋เสวี่ยยังประหยัดมากกว่าปล่อยให้คุณหนูหูผู้นี้ได้กินขนมดอกกุ้ยของนางจนหมดสิ้นหูเจียอิงเมื่อเห็นผลเมฆหวานในมือของไป๋เสวี่ยก็มองตาไม่กะพริบ ร่างบางยกยิ้มที่มุมปากและยื่นผลเมฆหวานในมือให้กับหูเจียอิงไป ผลไม้วิญญาณจะช่วยให้หูเจียอิงอิ่มได้โดยง่าย อีกทั้งยังมีประโยชน์มากเพราะมันจะช่วยเปลี่ยนให้เด็กคนนี้สนใจผลเมฆหวานแทนที่จะเป็นนางอย่างไรเล่า“หือ ขนม?”“ผลไม้ แต่อร่อยเหมือนขนม กินเสียสิ”“กิน ๆ”พอได้ยินว่าเป็นผลไม้ที่เหมือนขนมหูเจียอิงก็รีบนำผลเมฆหวานเข้าปากไปโดยเร็ว เหมือนขนมก็คือขนมไยต้องเรียกผลไม้ หูเจียอิงไม่เข้าใจ แต่นางกินอย่างเอร็ดอร่อย และเลิกสนใจไป๋เสวี่ยอย่างที่ไป๋เสวี่ยต้องการ
“หูเจียน น้องสาวของเจ้าฟื้นแล้ว” ไป๋เสวี่ยหันไปบอกหูเจียนที่ยืนรอคอยอยู่ไม่ไกลนักหูเจียนเองเพราะคอยเฝ้ามองน้องสาวของตนอยู่ตลอดเวลา ยามที่นางขยับตัวและส่งเสียงร้อง เขาเองก็รับรู้ได้ แต่ที่ไม่เดินเข้าไปหา เป็นเพราะว่าอยากจะรอให้ไป๋เสวี่ยตรวจดูอาการของหูเจียอิงให้แน่ใจก่อนว่านางปลอดภัยดีแล้วจริง ๆ“น้องข้าหายดีแล้วใช่หรือไม่ขอรับ”“ใช่ นางหายดีแล้ว” ไป๋เสวี่ยพยักหน้าก่อนจะหันไปสบตากับเด็กตัวเล็กที่กำลังมองนางด้วยสายตาที่สับสนงุนงง“หลังจากนี้ก็ให้นางลองวิ่งเล่นดู หากนางไม่สลบไปอีก ก็ถือว่าไม่เป็นอันใดแล้ว” ไป๋เสวี่ยพูดต่อ ก่อนจะถอยหลังกลับไปยืนอยู่ที่เดิมและปล่อยให้พี่น้องทั้งสองคนได้ปลอบประโลมกันเมื่อหูเจียอิงฟื้นแล้วก็ได้เวลากลับไปยังจวนตระกูลหู รถม้าได้ตระเตรียมไว้เรียบร้อย ยามนี้ไป๋เสวี่ยนั่งอยู่ภายในรถม้ากับหูเจียอิง โดยที่มีหูเจียนขี่ม้าสายลมตามประกบอยู่ด้านนอกความจริงแล้วไป๋เสวี่ยอยากจะออกไปขี่ม้าแทนหูเจียนมาก เป็นเพราะว่าเด็กน้อยหูเจียอิงคอยจ้องมองนางไม่เลิก หากไม่ใช่เด็ก ไป๋เสวี่ยก็คิดว่าคุณหนูหูผู้นี้ต้องเป็นโรคจิตแน่
ผ่านมาแล้วสองวันที่เฝ้าดูอาการของหูเจียอิง ยามนี้ร่างเล็กของเด็กน้อยดูดีขึ้นมาก เพราะนางได้รับทั้งพลังวิญญาณและโอสถฟื้นฟูจากไป๋เสวี่ยอีกทั้งไป๋เสวี่ยยังป้อนน้ำวารีพิสุทธิ์ให้หูเจียอิงอยู่ตลอดสองวันนี้ ทำให้ร่างกายที่เคยซูบผอมจนเห็นกระดูก กลับมามีเนื้อมีหนังมากยิ่งขึ้น ไม่ได้ดูอมโรคดังเช่นวันแรกที่ไป๋เสวี่ยได้พบกับหูเจียอิงส่วนอาการของฮูหยินหู ร่างกายของนางมิได้ต้องพิษอย่างเช่นที่ไป๋เสวี่ยคาดการณ์เอาไว้ เพียงแต่ความอ่อนล้าและจิตใจที่ปั่นป่วนเพราะความกังวลใจ ทำให้นางอ่อนแรงลงโชคยังดีที่ได้โอสถฟื้นฟูของไป๋เสวี่ยเข้าไปช่วยรักษาร่างกายที่ทรุดโทรม ทำให้ตอนนี้ฮูหยินหูร่างกายดีขึ้นและฟื้นขึ้นมาแล้วต่อจากนี้ก็เหลือแค่รอเวลาให้หูเจียอิงฟื้นคืนกลับมาก็พอ ซึ่งไป๋เสวี่ยคาดว่าคงอีกไม่นานนักระหว่างสองวันนี้ แม้ไป๋เสวี่ยจะต้องเฝ้าอยู่ข้างกายของหูเจียอิงไม่ห่าง แต่นางก็ได้ส่งให้เสี่ยวฮวนออกไปสืบความเกี่ยวกับเรื่องราวต่าง ๆ ภายนอกถ้ำแห่งนี้มาให้แล้วด้วยตอนนี้เสี่ยวฮวนเป็นถึงสัตว์วิญญาณระดับเทวะการจะรับรู้ถึงตัวตนของเสี่ยวฮวนนั้นคงจะเ







