แชร์

หลานข้าเป็นอัจฉริยะ (1)

ผู้เขียน: ดาราดา
last update วันที่เผยแพร่: 2026-07-02 08:41:57

หนึ่งเดือนผ่านไป นับจากวันที่ไป๋เสวี่ยได้มาเกิดใหม่

หญิงสาวในร่างเด็กยามนี้เคยชินกับการใช้ชีวิตบนโลกใบนี้แล้ว ซึ่งความจริงแล้วไป๋เสวี่ยก็ไม่จำเป็นต้องปรับตัวอันใดมาก เพราะนางเคยใช้ชีวิตอยู่ในป่าเขามาก่อน เรียกได้ว่าลำบากกว่านี้ก็เคยผ่านมาแล้ว

และเนื่องจากร่างกายของไป๋เสวี่ยเพิ่งฟื้นตัว ทำให้นางไม่แข็งแรงมากพอที่จะฝึกฝนวรยุทธ์อย่างเช่นที่คนที่นี่ฝึกฝนกัน ทำให้หนึ่งเดือนมานี้ไป๋เสวี่ยไม่ได้ออกไปที่ใด นางใช้เวลาทั้งหมดในการท่องจำสมุนไพรทุกเล่มที่มีอยู่และฝึกฝนการปรุงยาโดยที่มีไป๋หลิงเป็นผู้สอนสั่ง

ทำให้ตอนนี้ไป๋เสวี่ยได้กลายเป็น ‘ผู้ใช้โอสถระดับกลาง’ แล้ว

ไป๋เสวี่ยก้าวหน้าเร็วมาก มากเสียจนไป๋หลิงต้องหัวเราะแทบเสียสติอีกครั้งและพูดซ้ำไปซ้ำมาว่ามีหลานสาวเป็นอัจฉริยะ ส่วนไป๋เสวี่ยนั้นก็ได้แต่นั่งมองท่านปู่ของตนอย่างโง่งม เพราะสรุปแล้วอาการเช่นนี้ของไป๋หลิงไม่ได้เป็นอาการป่วยไข้ เขาเพียงแค่ดีใจมากเกินไปก็เท่านั้น

แต่เอาเถิดหากว่าไป๋หลิงมีความสุข ไป๋เสวี่ยเองก็มีความสุขเช่นกัน

“พี่สะใภ้เจ้าได้สิ่งใดมาหรือ”

ในระหว่างที่กำลังนั่งอ่านตำรา ดวงตากลมก็มองเห็นจิวอิงที่กำลังเดินผ่านมาพร้อมกับของบางอย่างที่นางไม่รู้จัก นี่จึงทำให้ไป๋เสวี่ยเอ่ยถามขึ้นอย่างนึกสนใจ

“นี่คือแก่นชีวิตสัตว์อสูร”

จิวอิงตอบพลางหยิบแก่นชีวิตสัตว์อสูรที่มีลักษณะคล้ายแท่งแก้วใสและดูมันวาวออกมาให้ไป๋เสวี่ยได้ดูก่อนจะอธิบายเพิ่มเติม “แก่นชีวิตสัตว์อสูรระดับต่ำ ขายได้สิบเหรียญทองแดง”

“เจ้ากำลังจะเอาไปขายหรือ” ไป๋เสวี่ยถามต่อ

“ใช่แล้ว ข้าจะเอาไปขายที่เมืองเวหา” จิวอิงตอบกลับและเก็บแก่นชีวิตของสัตว์อสูรทั้งหมดกลับมาไว้ในตะกร้าตามเดิม

“ข้าไปด้วย”

“หืม เจ้าจะไปด้วยหรือ?” จิวอิงทวนคำพูดของสหายอย่างแปลกใจ เพราะตั้งแต่ไป๋เสวี่ยฟื้นคืน นางก็เอาแต่หมกมุ่นอยู่กับเรื่องสมุนไพรและการปรุงยากับไป๋หลิงเท่านั้น ไม่ได้ทำสิ่งอื่นใดเลย จนทำให้ไป๋ซานนึกเป็นกังวลอยู่ไม่น้อย

“ใช่ ข้าไปได้หรือไม่” ร่างเล็กตอบรับและถามกลับเมื่อเห็นสีหน้าแปลกใจของจิวอิง

“ไปได้ แต่เจ้าไม่ฝึกฝนปรุงยาหรือ”

“วันนี้ข้าจะพัก”

“...”

“ข้ากลัวว่าถ้าปล่อยให้พี่สะใภ้เข้าเมืองไปเพียงลำพังแล้ว อาจจะมีบุรุษเข้ามาเกี้ยวพาเจ้าได้”

เมื่อเห็นว่าจิวอิงเงียบลงและไม่ตอบคำใดกลับมา ไป๋เสวี่ยจึงเอ่ยพูดเรื่องไร้สาระ และนั่นก็ทำให้จิวอิงใบหน้าเปลี่ยนสีเป็นแดงก่ำทันที พร้อมทั้งตวัดสายตามองไป๋เสวี่ยด้วยความขุ่นเคืองใจ

“ไป๋เสวี่ย นี่เจ้า!” จิวอิงถลึงตาใส่สหายตัวน้อย นางแต่งงานมีลูกสองคนแล้วจะมีบุรุษมาเกี้ยวพาได้อย่างไรกัน ไป๋เสวี่ยช่างพูดจาไร้สาระยิ่งนัก

“ข้าหาได้ไปเพียงผู้เดียว พี่ชายของเจ้าก็ไปด้วย” ผู้เป็นพี่สะใภ้รีบเอ่ยคำอธิบายเพิ่มเติม ด้วยกลัวว่าไป๋เสวี่ยจะพูดจาเหลวไหลอีก

“ที่แท้พี่ชายข้าก็หวงเจ้ามาก” คนตัวเล็กพยักหน้ารับคล้ายกับว่านางเข้าใจในเรื่องนี้อย่างถ่องแท้ และนั่นก็ยิ่งทำให้จิวอิงมีใบหน้าที่ขึ้นสีแดงระเรื่อมากกว่าเดิม

“เอ๊ะ! ไป๋เสวี่ย ข้าจะโกรธเจ้าแล้วนะ!”

“ข้าเป็นเพียงแค่เด็ก เจ้าจะโกรธเคืองข้าไปไย”

ไป๋เสวี่ยยิ้มเล็กน้อย การได้หยอกล้อให้พี่สะใภ้เขินอายถือเป็นความสุขอย่างหนึ่งของนางกระมัง และก่อนที่จิวอิงจะได้ตอบโต้กลับคืน ไป๋เทียนก็วิ่งมาขัดจังหวะพอดี

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ข้าไม่ใช่ตัวประหลาด   อาการป่วยของหูเจียอิง (3)

    ในที่สุดหูลี่ซงก็ยอมอนุญาตให้ไป๋เสวี่ยเข้าไปภายในเรือนนอนของเรือนหวงหลาน เพื่อตรวจดูอาการป่วยของหูเจียอิง บุตรีคนเล็กของตระกูลหูไป๋เสวี่ยผงกศีรษะให้กับผู้เป็นใหญ่แห่งตระกูลหู และไม่แน่ว่าคนผู้นี้อาจจะเป็นผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดในเกาะสายลมด้วยก็เป็นได้ เพราะหูลี่ซงมีพลังอยู่ในระดับเซียนขั้นสูง อีกเพียงไม่กี่ก้าวเขาก็จะข้ามผ่านไปสู่ระดับเทพแล้วระดับเทพดินแดนศักดิ์สิทธิ์มีน้อยพอ ๆ กับผู้ใช้มิติเลยด้วยซ้ำ แม้แต่ขุมอำนาจที่ร่ำรวยบางกลุ่ม ก็ยังไม่มีผู้ที่มีพลังยุทธ์ระดับเทพอยู่ในตระกูลของตนเองเลยเกาะสายลมในความคิดของไป๋เสวี่ยตอนนี้ไม่อาจดูถูกได้เลยจริง ๆไป๋เสวี่ยเดินตามหูลี่ซงเข้ามาในเรือนนอน ข้าง ๆ เตียงขนาดใหญ่มีชายชราผมสีขาวยืนรออยู่อย่างสงบ คนผู้นี้แม้จะยังไม่ได้เข้าใกล้ แต่ก็สัมผัสได้ถึงกลิ่นของสมุนไพรชัดเจน หากเขาไม่ใช่ผู้ใช้โอสถ แสดงว่าจะต้องเป็นผู้ที่สนใจในสมุนไพรเป็นอย่างมาก“นายท่านหู” ชายชรามองหน้าไป๋เสวี่ยก่อนจะหันไปมองหูลี่ซงอย่างตั้งคำถาม“ท่านหมอซ่ง นี่ท่านไป๋เสวี่ย เป็นผู้ใช้โอสถ”“อ๊ะ! ข้าน้อยขอคารวะท่านไป๋เ

  • ข้าไม่ใช่ตัวประหลาด   อาการป่วยของหูเจียอิง (2)

    ทันทีที่หูเจียนทักเรื่องพลัง เขาก็รีบส่งพลังของตนไปตรวจสอบพลังของไป๋เสวี่ยโดยพลัน แต่ก็ไม่อาจตรวจสอบอะไรได้และการส่งพลังของตนไปตรวจสอบพลังของผู้ที่แข็งแกร่งกว่า แน่นอนว่าอีกฝ่ายย่อมต้องรู้สึกตัวเป็นแน่ แต่ไป๋เสวี่ยกลับทำราวกับว่าตนไม่รู้ตัวและยังพูดคุยกับหูอี้เทียนอย่างปกติเรื่องนี้ทำให้หูลี่ซงสับสนอย่างหนัก คนผู้นี้แท้จริงแล้วมีพลังอยู่ในระดับใด‘เจ้ารู้หรือไม่ว่านางเดินทางมาที่เกาะสายลมเพราะเหตุใด’หูลี่ซงถามหูเจียนอีกครั้ง คนที่มีที่มาลึกลับทั้งยังทำตัวลึกลับ จะมาที่เกาะสายลมเพราะเหตุใดกัน‘นางกล่าวว่า...ต้องการองครักษ์เพิ่ม จึงเดินทางมาที่นี่ขอรับท่านพ่อ’‘แปลกนัก ที่นี่มีเพียงคนอ่อนแอ หากนางต้องการยอดฝีมือมาเป็นองครักษ์ ที่นี่ย่อมมิใช่ตัวเลือกที่ดีนัก’‘เรื่องนี้นางได้อธิบายแล้ว’‘ว่าอย่างไร?’‘นางกล่าวว่านางไม่ได้ต้องการคนที่แข็งแกร่ง สูงหรือต่ำไม่ได้วัดกันที่ระดับพลัง นางต้องการเพียงคนที่ซื่อสัตย์และจงรักภักดีขอรับ’คำตอบเช่นนี้ทำให้หูลี่ซงไร้ซึ่งคำพูดขัดแย้งอย่างแท้จริง นานเพียงใดที่เขาไม่ได้ยินประโยคเช่นน

  • ข้าไม่ใช่ตัวประหลาด   อาการป่วยของหูเจียอิง (1)

    ฟืด“ขอรับท่านไป๋เสวี่ย ข้า ข้าไม่ร้องแล้วขอรับ!” หูอี้เทียนสูดน้ำมูกปาดน้ำหูน้ำตาและรีบหยุดร้องไห้โดยเร็วอย่างเชื่อฟังโดยปกติแล้วคุณชายรองตระกูลหูมีนิสัยที่ดื้อรั้นทั้งยังเอาแต่ใจมาก ไม่คิดว่าจะเชื่อฟังคำพูดของไป๋เสวี่ยได้ง่ายดายเช่นนี้ แน่นอนว่าผู้เป็นบิดาและพี่ชายของเขาย่อมต้องแปลกใจ แต่เวลานี้เรื่องนี้ไม่สำคัญเท่าเรื่องการรักษาหูเจียอิง‘อาเจียนคนผู้นี้...’หูลี่ซงมองหน้าบุตรชายคนโตและเอ่ยพูดคุยผ่านทางพลังจิต‘นางเป็นผู้ใช้โอสถไม่ผิดแน่ขอรับท่านพ่อ’หูเจียนตอบกลับ เมื่อรู้ว่าบิดาต้องการถามเรื่องใด เพราะความกังวลเรื่องอาการป่วยของหูเจียอิง เขาย่อมรู้ดี‘แล้วระดับพลังของนางเล่า’‘เป็นระดับเทพขอรับ’‘ระดับเทพ! เจ้าแน่ใจรึ!’หูลี่ซงรีบหันไปมองหน้าบุตรชายคนโตอย่างไม่อยากจะเชื่อนักผู้ใช้โอสถระดับเทพ ไม่ใช่ตัวตนที่สามารถพบเจอได้โดยง่าย นี่ย่อมไม่ใช่เรื่องล้อเล่นและไป๋เสวี่ยก็ยังเป็นเพียงเด็กเท่านั้น หรือนางจะกินโอสถที่ทำให้ตนยังดูเยาว์วัยเข้าไปกันแต่ว่า...มันจะมีโอสถเช่นนั้นด้วยหรือ‘ไม่ผิดแน่ขอรับ

  • ข้าไม่ใช่ตัวประหลาด   มาถึงจวนตระกูลหู (3)

    ไม่เว้นแม้แต่ไป๋เสวี่ยที่เดินหายเข้าไปในเรือนหวงหลาน แม้ว่านางจะไม่ได้ดูอ่อนหวานเช่นจื่อถิง และไม่ได้ดูเย้ายวนใจเช่นเฟิ่งจิ่ว แต่พวกเขาก็ไม่อาจลืมใบหน้าและรอยยิ้มที่แสนจะบริสุทธิ์เช่นนั้นได้แม้จะยังไม่รู้ว่าผู้ใดเป็นผู้ใช้โอสถ แต่ตอนนี้ความสนใจทั้งหมด ก็ได้ตกไปอยู่ที่คนทั้งสี่แล้ว...เพราะว่าคนดีเหล่านี้ พวกเขาอยากรู้จัก!ไป๋เสวี่ยไม่ได้ล่วงรู้ถึงความคิดของผู้อื่น นางเดินตามหูเจียนเข้ามาในเรือนหวงหลาน โดยที่ไม่ได้ให้คนของนางติดตามเข้ามาด้วย เพราะอย่างไรนี่ก็เป็นเรือนนอนของสตรีแม้ว่าคุณหนูตระกูลหูที่ป่วยจะยังเป็นเด็กอยู่ แต่ไป๋เสวี่ยก็ต้องรักษามารยาทขั้นพื้นฐาน และไม่ปล่อยให้เกิดคำครหาใดขึ้นได้ ถึงอย่างไรมีนางเพียงคนเดียวก็พอแล้วในเรือนหวงหลานนั้นเงียบสงบ เมื่อเดินลึกเข้ามาเรื่อย ๆ ไป๋เสวี่ยจึงได้พบกับบุรุษสองคนที่กำลังยืนรออยู่คนแรกนางรู้จักเพราะเขาคือหูอี้เทียนส่วนอีกคนเป็นชายวัยกลางคนที่ดูแข็งแกร่ง มีใบหน้าคล้ายคลึงกับหูอี้เทียนและหูเจียนมากถึงหกเจ็ดส่วน ความเหมือนที่ถอดแบบกันมาถึงเพียงนี้ ไม่ต้องเดาให้ยากก

  • ข้าไม่ใช่ตัวประหลาด   มาถึงจวนตระกูลหู (2)

    คนคนนี้พวกเขาไม่ได้สังเกตเห็นตั้งแต่แรก เนื่องจากจื่อซู่นั้นไม่ได้นั่งมาด้วยในรถม้า เพราะเขานั่งอยู่กับคนขับรถม้าด้านนอกมาตั้งแต่ต้นเพียงแต่ว่าจื่อซู่ได้แอบสลักอักขระพรางตาเอาไว้ทำให้หากไม่จ้องมองดี ๆ ก็ไม่อาจมองเห็นเขาได้โดยง่าย“เจ้ามาทำอันใดตรงนี้?”ระหว่างที่กำลังละล้าละลังทำตัวไม่ถูก ในที่สุดคุณชายใหญ่หูเจียนก็ปรากฏตัว นั่นจึงทำให้ข้ารับใช้ของตระกูลหูวางใจลงมาได้บางส่วน ก่อนจะรีบหันไปตอบคุณชายของตนด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความกังวลว่า“คุณหนูอาการทรุดอีกแล้วขอรับ นายท่านจึงสั่งให้ข้ามารอรับผู้ใช้โอสถ เพื่อนำทางไปยังเรือนหวงหลานให้เร็วที่สุด”“เช่นนั้นก็รีบไป!” หูเจียนเมื่อได้ยินคำพูดนั้น ก็รีบร้อนเดินนำเข้าไปภายในจวน ลืมสิ้นแล้วมารยาทที่ควรจะมีส่วนไป๋เสวี่ยเองก็หาได้เคร่งครัด นางเดินตามบุรุษต่างวัยทั้งสองไปเงียบ ๆ โดยที่มีคนของนางเดินตามมาเงียบ ๆ เช่นกันเรือนหวงหลานยามนี้ด้านหน้าเรือนมีบ่าวไพร่จำนวนหนึ่งกำลังรอคอยและแอบมองไปยังทางเดิน เช่นเดียวกับเหล่าเวรยามที่กำลังทำหน้าที่ของตน แต่ก็ส่งสายตามองไปในทิศทา

  • ข้าไม่ใช่ตัวประหลาด   มาถึงจวนตระกูลหู (1)

    ผู้คนในเกาะสายลมอยู่อย่างพึ่งพาอาศัยกัน บ้านเรือนของชาวบ้านไม่เล็กไม่ใหญ่แต่ดูแล้วช่างให้ความอบอุ่นยิ่งนัก จวนที่ใหญ่ที่สุดในเกาะสายลม เป็นจวนตระกูลหูที่เป็นผู้ปกครองดูแลเกาะแห่งนี้อีกทั้งบรรพบุรุษของตระกูลหูก็เป็นคนตั้งรกรากที่เกาะสายลมเมื่อหลายร้อยปีก่อนเป็นคนแรกกล่าวว่าบรรพบุรุษตระกูลหูเป็นผู้ใช้โอสถที่มีจิตใจดีงาม เขาสร้างที่แห่งนี้ขึ้นเพื่อให้คนชนชั้นต่ำและเหล่าผู้ยากไร้ได้มีที่พึ่งพิงในยามทุกข์ยากนี่จึงเป็นเหตุผลที่ผู้คนภายนอกต่างก็เรียกขานเกาะสายลมว่าเกาะของคนชนชั้นต่ำแต่ความเป็นจริงแล้ว ภายในเกาะสายลมหาได้เป็นอย่างที่คนภายนอกคิด เพราะพวกเขาต่างก็มีฝีมือที่ไม่เป็นสองรองใคร บุรุษและสตรีหลายคนเป็นยอดฝีมือ ที่รักเกาะสายลมยิ่งชีพแต่อย่างไรก็ตามจำนวนคนในเกาะสายลมส่วนมาก ก็มักจะเป็นคนที่ไร้พลังธาตุ ถูกทำลายเส้นปราณจนไม่อาจฝึกฝนพลังได้ คนที่บาดเจ็บและคนที่ต้องพิษ พวกเขาทั้งหมดจึงจำเป็นต้องปรับตัวและใช้ชีวิตอย่างธรรมดาสามัญออกล่าสัตว์ป่า ทำการเกษตรและการประมงชีวิตเช่นนี้ไป๋เสวี่ยก็คิดว่ามันไม่ได้ต่างอันใดกับผู้คนในชาติก่อนของนาง แ

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status