Home / รักโบราณ / ข้าไม่ใช่ตัวประหลาด / นามของข้าคือไป๋เสวี่ย (3)

Share

นามของข้าคือไป๋เสวี่ย (3)

last update Petsa ng paglalathala: 2026-07-02 08:39:50

“จริงสิ ตำราพวกนี้ข้าอ่านหมดแล้วเจ้าค่ะ” ร่างเล็กส่ายหน้าไปมา ก่อนที่นางจะวางตำราเล่มหนาสิบเล่มลงตรงหน้าของท่านปู่

“อ่านหมดแล้วรึ?” ผู้ชราชะงักไป

เขามองไป๋เสวี่ยด้วยความแปลกใจ เพราะตำราสมุนไพรสิบเล่มนี้ ตนเป็นผู้มอบให้นางได้ท่องจำเอง

ไป๋หลิงนำตำรามาให้ไป๋เสวี่ยอ่านในระหว่างที่นางกำลังพักฟื้นร่างกาย เพราะเด็กหญิงไม่อาจจะทำสิ่งใดได้มากนัก ไม่คาดว่าเพียงไม่กี่วันตำราสมุนไพรทั้งสิบเล่ม ไป๋เสวี่ยจะสามารถท่องจำมันจนครบทุกเล่มได้เช่นนี้

“ใช่เจ้าค่ะ ข้าอ่านจนครบและจำสมุนไพรทั้งหมดได้แล้ว” ไป๋เสวี่ยผงกศีรษะรับ

“เสวี่ยเอ๋อร์เจ้าอย่าโกหกผู้เฒ่าเช่นข้า แค่ไม่กี่วันเจ้าจะจดจำสมุนไพรทั้งหมดได้อย่างไรกัน”  ไป๋หลิงพึมพำอย่างไม่อยากจะเชื่อนัก

“หากท่านปู่ไม่เชื่อ จะทดสอบข้าก็ย่อมได้”

“ใช่ ๆ ข้าต้องทดสอบเจ้า เสวี่ยเอ๋อร์เจ้าตามปู่มา”

หลังจากนั้นไป๋หลิงก็รีบเดินนำไป๋เสวี่ยมาที่ห้องเก็บสมุนไพรของตนก่อนจะเลือกสมุนไพรในนั้นออกมา และเริ่มทดสอบว่าสิ่งที่ไป๋เสวี่ยพูดมาเป็นเรื่องจริงหรือไม่

“ท่านปู่อยากทดสอบสิ่งใดหรือเจ้าคะ” ไป๋เสวี่ยเอ่ยถาม แม้จะพอคาดเดาได้แล้วก็ตามที

“บอกชื่อสมุนไพรและสรรพคุณที่ข้ากำลังจะนำออกมาให้เจ้าดู” ไป๋หลิงบอกวิธีการที่เขาจะใช้ทดสอบ ในมือมีตะกร้าทึบที่มองไม่เห็นภายในอยู่ ซึ่งในนั้นมีสมุนไพรที่ถูกเลือกมาทดสอบอยู่หลายชนิด

“ได้เจ้าค่ะ ข้าทราบแล้ว” ไป๋เสวี่ยพยักหน้าเมื่อเข้าใจคำสั่งของไป๋หลิง

จากนั้นท่านปู่ของนางก็เริ่มหยิบสมุนไพรที่คัดเลือกมาแล้วออกมาให้นางได้ทดสอบ ซึ่งไป๋เสวี่ยก็สามารถเอ่ยตอบได้อย่างง่ายดายและฉะฉาน

“หญ้าน้ำค้าง ระดับกลาง ช่วยเพิ่มกำลังให้ร่างกาย

ใบอนันต์ ระดับกลาง ช่วยฟื้นฟูบาดแผล

เม็ดหยกขาว ระดับต่ำ ช่วยขับไอเย็น

ใบวารีสามแฉก ระดับต่ำ ลดอาการตัวร้อน

เถาวัลย์สีแดง ระดับกลาง ช่วยห้ามเลือด

หญ้านิทรา ระดับต่ำ ช่วยให้หลับสบาย...”

 ไป๋เสวี่ยนั่งอธิบายถึงสมุนไพรในตะกร้าไปทีละชนิดจนครบถ้วนอย่างไม่มีติดขัด ราวกับว่าทุกสิ่งอย่างถูกบันทึกเอาไว้ในหัวของนางหมดแล้วจริง ๆ 

ในขณะที่ไป๋หลิงเองก็กำลังมองหลานสาวตัวน้อยของตนด้วยความตกตะลึงระคนยินดี

เพียงแค่ไม่กี่วัน ไป๋เสวี่ยก็สามารถจดจำสมุนไพรได้มากมายถึงเพียงนี้ และถ้าหากว่าเป็นจริงตามที่ไป๋เสวี่ยได้บอกมาก่อนหน้า เช่นนั้นก็แสดงว่าตอนนี้หลานสาวของเขาสามารถจดจำสมุนไพรเป็นพันชนิดในตำราทั้งสิบเล่มได้ทั้งหมดแล้ว เรื่องเช่นนี้แม้แต่ตัวของเขาเองก็ยังต้องใช้เวลาหลายสิบปีเลยทีเดียวในการจดจำสมุนไพรทั้งหมด

“อัจฉริยะ! หลานของข้าเป็นอัจฉริยะ ฮ่า ๆ”

ไป๋เสวี่ยกะพริบตา มองท่านปู่ของตนที่กำลังหัวเราะจนหนวดกระดิกอย่างไม่เข้าใจ หรือท่านปู่ของนางจะแก่จนเลอะเลือนไปเสียแล้ว จู่ ๆ ถึงได้หัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่งเช่นนี้

ไม่ได้การแล้ว ข้าเพิ่งจะมีท่านปู่ จะปล่อยให้ท่านปู่ป่วยไม่ได้เป็นอันขาด เห็นทีคงจะต้องรีบศึกษาวิธีการปรุงยาและการรักษาแล้ว...เพื่อที่ตัวข้าจะได้รักษาท่านปู่ได้

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • ข้าไม่ใช่ตัวประหลาด   มุ่งสู่สำนักเฟิ่งเยี่ยน (3)

    สุดท้ายก็เป็นไป๋หลิงที่เอ่ยอธิบายแม้ว่าไป๋เสวี่ยจะไม่ได้หมายความเช่นนั้นก็ตาม นางเพียงกลัวว่าหมีในป่าร้อยอสูรจะสูญพันธุ์ไปจริง ๆแต่เพราะว่าไป๋หลิงเป็นผู้อธิบาย ไป๋เสวี่ยจึงไม่ได้คัดค้านคำพูดของท่านปู่ของตน“สายมากแล้ว เจ้าไปเถิดเสวี่ยเอ๋อร์ ไม่ต้องเป็นห่วงที่นี่ เพียงดูแลตนเองให้ดีก็พอ” เมื่อทุกคนเงียบลง ชายชราก็หันมาพูดกับหลานสาวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน“เจ้าค่ะ” ไป๋เสวี่ยพยักหน้าและยิ้มออกมา“ส่วนเรื่องนั้น...อย่าได้รีบร้อน มีสติให้มาก”คำกล่าวเตือนเช่นนี้คงหมายถึงเรื่องของซุนฉือเฉิน ไป๋เสวี่ยเข้าใจ แน่นอนว่าไป๋ซานย่อมต้องเข้าใจเช่นกัน จึงหันมามองนางอย่างเห็นด้วยส่วนโอวหยางฉีที่ไม่เข้าใจและไม่ได้สนใจก็เอ่ยออกมาบ้าง พร้อมกับมอบของสิ่งหนึ่งให้ไป๋เสวี่ย“ที่สำนักเฟิ่งเยี่ยน สหายของอาจารย์อาศัยอยู่ที่นั่น หากมีเรื่องเดือดร้อนอันใด ก็ให้นำป้ายไม้ของอาจารย์ออกมาแสดง แล้วจะไม่มีผู้ใดกล้าสร้างปัญหาต่อเจ้าอย่างแน่นอน”ไป๋เสวี่ยไม่ได้ถามต่อ นางเพียงแค่รับป้ายไม้มาและเก็บเข้าไปในแหวนมิติพร้อมกับเอ่ยขอบคุณโอวหยางฉี ก่อนจะหันไปสบตากับคนอื่น

  • ข้าไม่ใช่ตัวประหลาด   มุ่งสู่สำนักเฟิ่งเยี่ยน (2)

    แม้จะรู้ว่าเป็นเช่นนี้ แต่อย่างไรเขาก็ยังแทนตนว่าอาจารย์กับไป๋เสวี่ยอยู่ดี และมีเพียงแค่ไป๋เสวี่ยเท่านั้นที่ได้รับสิทธิ์นี้โอวหยางฉีไม่จำเป็นต้องสั่งสอนทุกคน คนจำนวนห้าพันคน มีองครักษ์รุ่นแรกที่ผลัดกันมาฝึกฝนให้อยู่แล้ว เขาเพียงแค่ช่วยแนะนำในบางครั้งเท่านั้น ไม่ได้ให้ความสำคัญกับผู้ใดมากเป็นพิเศษ แต่ก็ไม่ได้ละเลยมีสิ่งหนึ่งที่โอวหยางฉีชอบมากที่สุดในตระกูลไป๋ นั่นก็คือนิสัยของคนที่นี่ คนตระกูลไป๋ไม่อิจฉาริษยากัน มีความมุ่งมั่น ตั้งใจ และไม่โลภโมโทสัน ที่สำคัญที่สุดคือจงรักภักดีมาก ทุกคนที่นี่ล้วนเทิดทูนนายของตนด้วยใจบริสุทธิ์ ไม่มีความคิดที่จะทรยศและเพราะความเป็นหนึ่งเดียวกันนี้ จึงยิ่งทำให้พลังวิญญาณของสถานที่แห่งนี้เข้มข้นมากยิ่งขึ้นด้วยความสามารถของตรานิลกาฬ ทุกคนที่นี่ย่อมรู้เรื่องตรานิลกาฬ และความสามารถของมันดีแม้ความสามารถในการเพิ่มพลังวิญญาณให้หนาแน่นมากยิ่งขึ้นจะเป็นที่ประจักษ์แต่ความสามารถในเรื่องการจัดการคนที่คิดร้ายนั้นยังไม่เคยเห็นมาก่อน เพราะคนที่นี่ต่างก็ไม่มีจิตคิดเป็นอื่นสำหรับโอวหยางฉีที่มีอายุมาแล้วหลายร้อย

  • ข้าไม่ใช่ตัวประหลาด   มุ่งสู่สำนักเฟิ่งเยี่ยน (1)

    ไป๋เสวี่ยรู้ว่าไป๋หลิงในตอนนี้ไม่อยากให้นางและพี่ชายเข้าไปข้องเกี่ยวกับความแค้นในอดีต และตัวนางเองก็เข้าใจความรู้สึกของท่านปู่ดี เพียงแต่ว่าไป๋เสวี่ยคิดว่าไป๋หลิงคงจะลืมบางสิ่งบางอย่างที่สำคัญไปบิดามารดาของนางอย่างไรเล่าเมื่อไป๋เสวี่ยเอ่ยถึงบิดาและมารดาของตน ไป๋หลิงก็พูดคำใดไม่ออกยามนี้ไป๋หลงและหวังฟางจะเป็นเช่นไรเขาเองก็ไม่อาจรู้ได้ รู้ดีว่าไป๋เสวี่ยให้คนตามสืบหาเบาะแสเกี่ยวกับทั้งสองคนนั้นแล้ว แต่เรื่องทุกอย่างก็ไปจบลงที่ซุนฉือเฉินตามเดิมไป๋หลิงไม่รู้ว่าลูกชายและลูกสะใภ้ยังมีชีวิตอยู่หรือไม่ และหากมีชีวิตอยู่จริง ๆ ไม่ใช่ว่าตอนนี้กำลังถูกซุนฉือเฉินทรมานอยู่หรือ เช่นนั้นก็ยิ่งสมควรจะตามหาให้พบให้เร็วที่สุด แต่ถ้าหากไม่มีชีวิตอยู่แล้ว เขาก็อยากจะรู้ว่าลูกชายเพียงคนเดียวของตนตายอย่างไร และศพถูกทิ้งไว้ที่ใดไป๋หลิงตั้งใจว่าอย่างไรก็ต้องตามหาให้เจอพอคิดมาถึงตอนนี้ เรื่องราวที่ตนอยากจะรู้ทั้งหมด สุดท้ายก็หมุนวนกลับไปข้องเกี่ยวกับซุนฉือเฉินอยู่ดีสองคนปู่หลานมองหน้ากัน ไป๋เสวี่ยก็สำคัญแต่ไป๋หลงเองก็สำคัญเช่นกัน หัวใจของชายชราหน

  • ข้าไม่ใช่ตัวประหลาด   เทียบเชิญวันเกิด (3)

    เนื่องจากตระกูลไป๋นั้นลึกลับมาก มีไม่กี่คนที่จะรู้จักที่ตั้งของจวนตระกูลไป๋ แต่พู่ตงก็เป็นหนึ่งในไม่กี่คนที่ได้รับสิทธิ์ให้มาเยือนที่นี่ได้แม้จะเข้ามาได้เฉพาะบริเวณที่กำหนดเท่านั้น แต่เพียงแค่นั่งรอที่ศาลาพร้อมของรับรองที่เต็มไปด้วยพลังวิญญาณ เพียงเท่านี้ก็คุ้มค่าที่จะเดินทางมาที่แห่งนี้แล้วพู่ตงรอไม่นานนักจื่อถิงก็เดินออกมาแจ้งความประสงค์ของไป๋เสวี่ยหลังจากนั้นแล้วเขาก็เดินทางกลับตระกูลเมิ่งทันทีเพราะมีคนจากสำนักเฟิ่งเยี่ยนรออยู่เช่นกันแน่นอนว่าพู่ตงก็ไม่ได้กลับไปมือเปล่าเช่นทุกครั้ง เพราะเขาจะได้รับของฝากติดมือกลับไปด้วย และของฝากจากตระกูลไป๋ก็ล้วนแล้วแต่ล้ำค่าทั้งสิ้น“สำนักเฟิ่งเยี่ยน อยู่ทางทิศเหนือของเมืองพิรุณ แม้จะไม่ใช่ส่วนหนึ่งของเมืองพิรุณ แต่เดินทางครั้งนี้เราจำเป็นต้องผ่านที่เมืองแห่งนั้น เจ้าว่าเราจะได้พบเจอกับคนตระกูลซุนหรือไม่”ไป๋เสวี่ยเอ่ยเสียงเบา ข้างกายนางตอนนี้มีองครักษ์ประจำกายทั้งสามที่ยืนอยู่ไม่ห่าง“คุณหนูใหญ่” จื่อซู่ถือเป็นคนที่สนิทกับไป๋เสวี่ยมากที่สุด ย่อมต้องเข้าใจคำถามของผู้เป็นนาย

  • ข้าไม่ใช่ตัวประหลาด   เทียบเชิญวันเกิด (2)

    เรื่องนี้ทำให้หูลี่ซงแทบสิ้นสติ และจิตตกไปเกือบเดือน ด้วยกลัวว่าจะมีผู้ทราบข่าวแล้วบุกมาทำลายเกาะสายลมเพื่อแย่งชิงผลึกวิญญาณไป สุดท้ายกว่าจะตั้งสติได้เขาจึงเสียเวลาไปเป็นเดือนเลยทีเดียวเรื่องของเกาะสายลมจัดการแล้ว เติ้งเชาและคนของนางทำหน้าที่อยู่เบื้องหลัง แต่ไม่ได้เข้าไปก้าวก่ายสิ่งใด ยังคงปล่อยให้ทุกอย่างเป็นไปตามเดิม เมื่อทุกอย่างเข้าที่เข้าทาง จื่อซู่กับเสี่ยวฮวนก็ถูกเรียกตัวกลับมาที่ตระกูลไป๋และยามนี้องครักษ์ประจำกายของไป๋เสวี่ยก็มีเพิ่มมาอีกหนึ่งคน นั่นก็คือฝูจิ้น กลายเป็นว่ายามนี้ไป๋เสวี่ยมีองครักษ์ประจำกายสามคนแล้วก็คือจื่อซู่ที่เป็นผู้ใช้อักขระระดับเทพ มีพลังยุทธ์อยู่ในระดับจิตวิญญาณเฟิ่งจิ่วถือครองธาตุลมมีพลังยุทธ์ระดับเซียนและฝูจิ้นถือครองธาตุดินมีพลังอยู่ในระดับเซียนเช่นเดียวกับเฟิ่งจิ่ว ส่วนสาวรับใช้ข้างกายยังคงเป็นจื่อถิงผู้ถือครองธาตุน้ำ และมีพลังยุทธ์ระดับศักดิ์สิทธิ์ตามเดิมจื่อซู่แม้จะมีพลังในกายน้อยที่สุดแต่ความสามารถด้านอักขระของเขานั้นก้าวกระโดดมาก คงไม่ใช่เรื่องง่ายหากคิดจะมีเรื่องกับจื่อซู่ด้านฝูจิ้นนั้นไป

  • ข้าไม่ใช่ตัวประหลาด   เทียบเชิญวันเกิด (1)

    ไม่ใช่เพียงด้านความแข็งแกร่งเท่านั้นที่พัฒนาไปอย่างก้าวกระโดด แต่ในด้านความร่ำรวย ยามนี้ตระกูลไป๋ก็ร่ำรวยเป็นอย่างมากเช่นกัน ตอนนี้ทั่วทั้งดินแดนศักดิ์สิทธิ์มีร้านสมุนไพรตระกูลไป๋อยู่ทุกหนแห่ง ส่วนสมุนไพรหายากจะถูกส่งเข้าไปประมูลที่โรงประมูลพยัคฆ์ดำเช่นเดิมเรื่องราวของตระกูลไป๋ ภายนอกล้วนแล้วแต่รู้เพียงแค่ว่าเป็นตระกูลเดิมของฮูหยินผู้เฒ่าสกุลเมิ่งมีคนไม่มากที่จะได้พบเห็นคนตระกูลไป๋แต่ก็มีข่าวลือว่าตระกูลไป๋นอกจากจะเป็นญาติกับตระกูลเมิ่งแล้ว คุณหนูและคุณชายตระกูลไป๋ยังเป็นสหายสนิทกับคุณชายหย่งคังเล่อและคุณชายหวังลู่เจ๋ออีกด้วยยิ่งลึกลับผู้คนยิ่งให้ความสนใจ แต่กลับไม่เคยมีผู้ใดหาข่าวเกี่ยวกับตระกูลไป๋ได้เลย เพราะหอขายข่าวเพลิงทมิฬไม่ยอมรับงานเกี่ยวกับตระกูลไป๋ทุกกรณี แม้คนอื่นจะไม่รู้เหตุผล แต่ไป๋เสวี่ยรู้ดีซึ่งเหตุผลก็ง่ายมากเป็นเพราะเหวินหรงตลอดสองปี ไป๋เสวี่ยไม่ได้เจอเหวินหรงอีกเลย และมีความเป็นไปได้ที่เขาจะไม่ได้อยู่ในดินแดนศักดิ์สิทธิ์ แม้ไป๋เสวี่ยจะยังไม่รู้แน่ชัดว่าเพราะเหตุใด แต่ยามนี้เหวินหรงคงกำลังไล่ล่าปีศาจร้ายอยู่เป็นแน่

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status