แชร์

2

last update วันที่เผยแพร่: 2026-06-13 19:08:46

“เฉิงเฟิง ในที่สุดเจ้าก็ฟื้นแล้ว แม่เป็นห่วงแทบแย่”

คำว่า “แม่” ทำให้หลี่หมิงรู้สึกขนลุก

เขาไม่ได้ตอบ เพียงมองนางนิ่ง ๆ

เซียวฮูหยินชะงักเล็กน้อย คล้ายไม่คุ้นกับสายตาเช่นนี้ของเขา ปกติคุณชายโง่ผู้นี้เมื่อเห็นนางมักตัวสั่น ก้มหน้า ไม่กล้าสบตา แต่ตอนนี้ดวงตาคู่นั้นกลับนิ่งลึก เย็นเยียบ ราวกับสามารถมองทะลุความคิดคนได้

นางฝืนยิ้ม “เจ้าตกน้ำจนสลบไปทั้งคืน หมอบอกว่าโชคดีมากที่รอดมาได้ ต่อไปอย่าวิ่งเล่นซนอีก เข้าใจหรือไม่”

วิ่งเล่นซน?

ความทรงจำในหัวบอกชัดว่าเขาไม่ได้วิ่งเล่น แต่ถูกคนผลักตกสระ

หลี่หมิงหรือในตอนนี้คือเซียวเฉิงเฟิง กวาดตามองคนรับใช้ในห้อง ทุกคนหลบตา ไม่มีใครกล้าสบตาเขา

เขาเข้าใจทันที เรื่องนี้ทั้งจวนรู้ แต่ไม่มีใครคิดทวงความยุติธรรมให้คนโง่คนหนึ่ง

เซียวเฉิงเฟิงยิ้มบาง ๆ

“ข้าจำได้ว่าไม่ได้วิ่งเล่นซน”

ทั้งห้องเงียบกริบ เซียวฮูหยินมองเขาอย่างตกใจ

“เจ้าพูดว่าอะไรนะ”

เซียวเฉิงเฟิงยกมือกุมขมับ แสร้งทำสีหน้าอ่อนแรง

“ปวดหัว จำได้ไม่ชัด บางทีอาจเป็นข้าคิดไปเอง”

เซียวฮูหยินถอนหายใจ แต่แววตากลับวาบขึ้น

“เจ้าพักผ่อนเถอะ อย่าคิดฟุ้งซ่าน คนอย่างเจ้า คิดมากไปก็ปวดหัวเปล่า ๆ” คำพูดนี้หากฟังผ่าน ๆ เหมือนห่วงใย แต่แท้จริงคือการเหยียดหยามอย่างชัดเจน

เซียวเฉิงเฟิงไม่โต้ตอบ เขารู้ดีว่าตอนนี้ตนยังไม่รู้สถานการณ์ทั้งหมด การเปิดศึกทันทีไม่ใช่ทางเลือกที่ฉลาดนัก

เซียวฮูหยินหันไปสั่งสาวใช้

“ให้เขาดื่มยา แล้วคืนนี้ส่งข้าวต้มจืดมา อย่าให้ของมัน ของหนัก เดี๋ยวสมองจะยิ่งเสีย”

สาวใช้รับคำ ก่อนออกไป เซียวฮูหยินหันกลับมามองเขาอีกครั้ง แววตาคล้ายกำลังประเมินบางอย่าง

“อีกอย่าง ภรรยาเจ้าทำแจกันหยกในห้องโถงแตก ข้าสั่งให้นางคุกเข่าสำนึกผิดอยู่ที่ลานหลังเรือน หากเจ้าหายดีแล้วก็ไปดูนางเสียหน่อย สองสามีภรรยาสองคนอยู่ด้วยกัน อย่างน้อยก็คงปลอบใจกันได้”

พูดจบ นางก็หัวเราะเบา ๆ แล้วเดินจากไป

เมื่อคนทั้งหมดออกจากห้อง เซียวเฉิงเฟิงค่อย ๆ หลับตา

กู้ฉิงอวิ๋น ภรรยาของเขาเช่นนั้นหรือ

หญิงสาวในความทรงจำมีใบหน้างดงามแต่ดวงตาว่างเปล่า มักก้มหน้า ไม่พูดไม่จา ถูกคนในจวนรังแกเป็นประจำ เจ้าของร่างเดิมเองก็ปกป้องนางไม่ได้ เพราะเขาก็ถูกเรียกว่าโง่ไม่ต่างกัน

เซียวเฉิงเฟิงยกมือแตะขมับ สถานการณ์เลวร้ายกว่าที่คิด ไม่มีอำนาจ ไม่มีเงิน ไม่มีคนของตัวเอง ยังถูกแม่เลี้ยงควบคุม ส่วนภรรยาก็ถูกทั้งจวนรังแก หากเขายังทำตัวเป็นคนโง่ต่อไป ชีวิตนี้คงจบลงในสระน้ำอีกครั้งไม่ช้าก็เร็ว แต่ถ้าเปลี่ยนเร็วเกินไป ก็จะถูกสงสัย เขาคงต้องค่อย ๆ เดินหมาก

ก่อนอื่นต้องรู้ว่าในจวนนี้ ใครเป็นคนผลักเจ้าของร่างเดิมตกน้ำ และใครอยากให้เขาตาย

ตกดึก ลมเย็นพัดผ่านหน้าต่างไม้ที่ปิดไม่สนิท เซียวเฉิงเฟิงสวมเสื้อคลุมสีหม่น เดินออกจากห้องอย่างเงียบเชียบ ร่างกายยังอ่อนแรง แต่จิตใจกลับตื่นตัวอย่างยิ่ง

จวนตระกูลเซียวกว้างใหญ่ แต่เงียบเหงา โคมไฟใต้ชายคาสั่นไหวตามแรงลม เงาต้นไผ่ทอดยาวบนพื้นหินราวกับกรงเล็บปีศาจ

เขาเดินตามความทรงจำของร่างเดิมไปยังลานหลังเรือน ยังไม่ทันถึง ก็ได้ยินเสียงสาวใช้ดังขึ้น

“ฮูหยินน้อย ท่านยังคิดว่าตัวเองเป็นคุณหนูตระกูลกู้อยู่อีกหรือ แจกันใบนั้นราคาแพงกว่าชีวิตท่านเสียอีก!”

เสียงฝ่ามือกระทบเนื้อดังเพียะ!

เซียวเฉิงเฟิงหยุดฝีเท้า ดวงตาเย็นเยียบ ใต้แสงโคมสลัว สตรีร่างบางคนหนึ่งล้มอยู่บนพื้น นางสวมชุดสีขาวเก่าซีด ผมดำยาวหลุดลุ่ยเกลี่ยอยู่ข้างแก้ม ใบหน้างดงามซีดเผือด แต่มิได้ร้องไห้ สาวใช้ร่างท้วมยืนเท้าสะเอวมองนางด้วยสีหน้าดูถูก

“พูดสิ! ทำไมไม่พูด เป็นใบ้หรือโง่จนไม่รู้ว่าต้องขอโทษ”

สตรีบนพื้นคือกู้ฉิงอวิ๋น นางคือภรรยาของเขา

นางค่อย ๆ ยันตัวลุกขึ้น ฝ่ามือขาวมีรอยถลอก แต่ใบหน้ากลับสงบนิ่งเกินกว่าคนโง่คนหนึ่งควรจะเป็น

สาวใช้เห็นนางนิ่ง ก็โมโหกว่าเดิม ก้าวเข้าไปผลักไหล่นางเต็มแรง

“ยังทำหน้าเซ่อเช่นนี้อยู่อีก!”

กู้ฉิงอวิ๋นเซถอยไปสองก้าว ชนเสาหินด้านหลังจนเกือบล้ม ทว่านางไม่ร้อง ไม่โวยวาย ไม่แม้แต่จะเงยหน้ามองสาวใช้ผู้นั้น กลับกัน นางค่อย ๆ หันไปมองมุมมืดว่างเปล่าข้างกำแพง

ตรงนั้นไม่มีใคร อย่างน้อย ในสายตาของเซียวเฉิงเฟิง ไม่มีใครอยู่ตรงนั้น แต่กู้ฉิงอวิ๋นกลับมองราวกับเห็นบางสิ่ง ริมฝีปากสีซีดของนางขยับเบา ๆ

ซึ่งเขารู้ว่าตรงนั้นมีบางอย่างที่เขาเองก็เห็นเช่นกัน

กู้ฉิงอวิ๋นมองมุมมืดข้างกำแพง ก่อนพึมพำเบา ๆ

“ข้าสัญญาว่าจะช่วยเจ้า” เสียงของนางเบามาก แต่ในค่ำคืนอันเงียบสงัด เซียวเฉิงเฟิงได้ยินชัดทุกคำ

เขาหรี่ตาลงทันที สาวใช้ยังไม่รู้ตัว นางยกมือขึ้นหมายจะตบกู้ฉิงอวิ๋นอีกครั้ง

ก่อนฝ่ามือนั้นจะตกลงมา เสียงเย็นชาของบุรุษก็ดังขึ้นจากด้านหลัง

“เจ้าลองตบนางอีกครั้งสิ”

สาวใช้สะดุ้ง หันกลับมาเห็นเซียวเฉิงเฟิงยืนอยู่ใต้เงาโคม สีหน้าจึงซีดลงเล็กน้อย แต่เมื่อนึกได้ว่าคนตรงหน้าเป็นเพียงคุณชายโง่ นางก็ฝืนยิ้ม

“คุณชาย ท่านออกมาทำไมเจ้าคะ ฮูหยินน้อยทำผิด บ่าวเพียงสั่งสอนแทนฮูหยินใหญ่เท่านั้นเอง”

เซียวเฉิงเฟิงเดินเข้าไปช้า ๆ

“ตั้งแต่เมื่อใดที่บ่าวมีสิทธิ์สั่งสอนนาย”

สาวใช้ชะงัก กู้ฉิงอวิ๋นเองก็เงยหน้าขึ้นมองเขาเป็นครั้งแรก ดวงตาคู่นั้นไม่ว่างเปล่าเลย ลุ่มลึก สงบนิ่ง และคมกริบ ไม่เหมือนคนโง่เลยแม้แต่น้อย

เซียวเฉิงเฟิงมองนาง นางก็มองเขา เพียงชั่วอึดใจเดียว ทั้งสองต่างรู้พร้อมกันว่า อีกฝ่ายกำลังซ่อนบางอย่าง

สาวใช้เริ่มรู้สึกว่าบรรยากาศผิดปกติ จึงรีบก้มหน้า

“บ่าวผิดไปแล้วเจ้าค่ะ บ่าวจะไปรายงานฮูหยินใหญ่”

“หยุด”

สาวใช้แข็งค้าง

เซียวเฉิงเฟิงเอ่ยเสียงเรียบ

“คุกเข่า”

“คุณชาย?”

“ข้าไม่ชอบพูดซ้ำ” น้ำเสียงนั้นไม่ดัง แต่กลับกดดันจนสาวใช้เข่าอ่อน นางคุกเข่าลงกับพื้นดังตุบ ใบหน้าเต็มไปด้วยความหวาดกลัวอย่างไม่เข้าใจ

เหตุใดคุณชายโง่จึงน่ากลัวเช่นนี้

เซียวเฉิงเฟิงไม่มองนางอีก เขาหันไปหากู้ฉิงอวิ๋น แล้วยื่นมือให้นาง

“ลุกขึ้นได้หรือไม่”

กู้ฉิงอวิ๋นมองมือนั้นอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนวางมือลงบนฝ่ามือเขา มือของนางเย็นมาก เย็นจนไม่เหมือนคนเป็น

เซียวเฉิงเฟิงประคองนางลุกขึ้น แต่ทันทีที่ปลายนิ้วแตะกัน เขากลับรู้สึกถึงความเย็นประหลาดที่แล่นผ่านปลายนิ้วเข้าสู่กระดูก ไม่ใช่เพียงอากาศหนาว แต่เป็นความเย็นแบบเดียวกับห้องดับจิตในโรงพยาบาล

เขาหันไปมองรอบ ๆ โดยไม่รู้ตัว ลานหลังเรือนยังเงียบสงัด มีเพียงโคมไฟไหวตามลม เงาต้นไผ่ทอดยาวบนกำแพง ไม่มีใครอื่นนอกจากเขา กู้ฉิงอวิ๋นและสาวใช้ที่ยังคุกเข่าตัวสั่นอยู่ แต่ความรู้สึกเมื่อครู่ทำให้เขาแน่ใจว่า มีบางสิ่งอยู่ตรงนี้

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • คดีปริศนา กุนซือเหนือบัลลังก์   67

    “อุแว้!” ทั้งจวนเงียบไปชั่วขณะ ก่อนเสียงดีใจจะดังขึ้นพร้อมกัน เซียวซิงเฉินตาโตทันที“น้อง น้องคลอดแล้ว เย่!”ประตูห้องเปิดออก ชิงเอ๋อร์ยิ้มกว้าง“ฮูหยินคลอดปลอดภัยเจ้าค่ะ เป็นคุณหนูน้อย!”“น้องสาว!” เซียวซิงเฉินกระโดดตัวลอย ก่อนรีบวิ่งเข้าไปในห้องทันทีบนเตียง กู้ฉิงอวิ๋นอุ้มทารกตัวเล็กไว้ในอ้อมแขน ใบหน้าของเด็กน้อยแดงระเรื่อ น่ารักราวกับหยกแกะสลักเซียวเฉิงเฟิงนั่งอยู่ข้างเตียง ดวงตาอ่อนโยนอย่างที่สุด เซียวซิงเฉินค่อย ๆ เดินเข้าไปใกล้ ก่อนมองน้องสาวตาไม่กะพริบ“น้องตัวเล็กมาก”กู้ฉิงอวิ๋นหัวเราะเบา ๆ“เจ้าชอบน้องหรือไม่”เด็กน้อยพยักหน้าแรง ๆ ทันที“ชอบ ข้าจะปกป้องน้องเอง ข้ารักน้อง”เซียวเฉิงเฟิงยกมือขึ้นลูบศีรษะลูกชาย ก่อนหันมองภรรยาและลูกสาวในอ้อมแขน สายตานั้นเต็มไปด้วยความอบอุ่นที่ไม่อาจซ่อนหลังผ่านพายุเลือดมาทั้งชีวิต ในที่สุดสิ่งที่เขาปรารถนาที่สุด ก็ไม่ใช่อำนาจ ไม่ใช่ชื่อเสียง แต่คือการได้เฝ้ามองคนที่รัก หัวเราะอยู่ตรงหน้าเช่นนี้ตลอดไปยามบ่าย… แสงแดดอ่อน ๆ ส่องผ่านม่านไม้ไผ่เข้ามาภายในเรือนใหญ่ กลิ่นหอมของขนมถั่วแดงลอยอบอวลไปทั่วห้องบนเตียงนุ่มกลางห้อง เด็กน้อยตัวจิ๋วกำลังน

  • คดีปริศนา กุนซือเหนือบัลลังก์   66

    “ล้ม” กู้ฉิงอวิ๋นที่นั่งอยู่ด้านข้างอดหัวเราะไม่ได้“ลูกเหมือนท่านไม่มีผิด”เซียวเฉิงเฟิงหันไปมองภรรยา ก่อนยกมุมปาก“เจ้าแน่ใจ?” กู้ฉิงอวิ๋นถลึงตาใส่เขา“แน่นอน ซุ่มซ่ามเหมือนท่าน จำได้ไหมเมื่อหลายปีก่อน ตอนเจอนักฆ่า ท่านทำหน้าตาเหลอหลาได้ตลกมาก” เซียวเฉิงเฟิงหัวเราะเบา ๆ เมื่อโดนภรรยาล้อ ก่อนลูบศีรษะลูกชาย จากนั้นน้ำเสียงก็อ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด“ซิงเฉิน”เด็กน้อยเงยหน้าขึ้นมอง“ขอรับท่านพ่อ”เซียวเฉิงเฟิงมองลูกชายด้วยแววตาอ่อนโยน ก่อนถามช้า ๆ“เจ้าอยากมีน้องหรือไม่” ดวงตาของเซียวซิงเฉินพลันเบิกกว้างทันที“น้อง อยากมีขอรับ อยากมีมาก ถ้ามีน้อง ข้าจะสอนน้องอ่านหนังสือ จะสอนน้องคิดบัญชี จะสอนน้องทำขนมด้วย สอนทำของกินอร่อย ๆ และข้าซึ่งเป็นพี่ชายคนโต จะปกป้องน้องเอง” ยิ่งพูด เด็กน้อยยิ่งตื่นเต้นจนแก้มแดงเซียวเฉิงเฟิงหัวเราะเบา ๆ ก่อนหันไปมองภรรยา สายตานั้นชัดเจนยิ่งนักกู้ฉิงอวิ๋นมองเขา ก่อนหรี่ตาลง แล้วทำหน้าหมั่นไส้อย่างชัดเจน“ใต้เท้าเซียว ท่านนี่นะ” เซียวเฉิงเฟิงยกมุมปาก“แล้วคำตอบเล่า” กู้ฉิงอวิ๋นมองพ่อลูกตรงหน้า ก่อนมุมปากจะค่อย ๆ ยกขึ้นอย่างอ่อนโยน“ได้สิ ตอนนี้ก็มีแล้ว ดีใจไหม” เซ

  • คดีปริศนา กุนซือเหนือบัลลังก์   65

    “นายอำเภอเซียว หน้าท่านซีดยิ่งกว่าข้าอีก” แม้ในเวลานั้น เซียวเฉิงเฟิงก็ยังหัวเราะออกมาไม่ได้ เขาก้มลงจูบหน้าผากนางเบา ๆ“ข้ายอมถูกแทงสิบครั้ง ยังง่ายกว่าดูเจ้าเจ็บหนึ่งครั้ง” ดวงตาของกู้ฉิงอวิ๋นสั่นไหวทันที มือเขาซับเหงื่อให้นางอย่างอ่อนโยน ส่งสายตาเป็นกำลังใจให้ตลอดเวลาแทบไม่กะพริบตากู้ฉิงอวิ๋นกัดผ้าที่ม่อหลันส่งให้เบาๆ ตอนเบ่งคลอดจะได้ไม่กัดปากตัวเองเวลาผ่านไปอีกกว่าหนึ่งชั่วยาม ทันใดนั้น เสียงร้องเล็ก ๆ ก็ดังขึ้น“อุแว้!”ทั่วทั้งจวนเงียบลงชั่วขณะ ก่อนเสียงร้องยินดีจะดังขึ้นพร้อมกัน“คลอดแล้ว!”“คลอดแล้ว!”น้ำตาของกู้ฉิงอวิ๋นไหลริน เซียวเฉิงเฟิงเองก็น้ำตาไหลด้วยความดีใจเขามองทารกตัวเล็กในอ้อมแขนของม่อหลันด้วยรอยยิ้มกว้าง ก่อนเสียงของม่อหลันจะดังขึ้น“ใต้เท้า นายหญิงให้กำเนิดบุตรชายเจ้าค่ะ”เซียวเฉิงเฟิงนิ่งงันไป จากนั้นก็หัวเราะออกมาเบา ๆ ทั้งน้ำตา“ลูกชาย ข้ามีลูกชายแล้ว ขอบใจเจ้ามากฉิงอวิ๋น เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง” เขาเอ่ยถามภรรยาอย่างห่วงใย และรีบรับลูกชายมาอุ้มทันทีท่าทางเก้ ๆ กัง ๆ นั้น ทำให้หลายคนอมยิ้ม เป็นท่าทีที่ไม่มีใครเคยเห็นมาก่อน เด็กน้อยตัวเล็กแดงเถือก แก้มแดง ดวงตายั

  • คดีปริศนา กุนซือเหนือบัลลังก์   64

    ภายในท้องพระโรง ขุนนางนับร้อยเรียงแถวสองฝั่ง บรรยากาศเงียบกริบด้านหน้าสุด… ฮ่องเต้องค์ปัจจุบันยืนอยู่ในชุดสีดำทองอย่างสง่างามส่วนด้านหน้าคือ เซียวเฉิงเฟิง กู้ฉิงอวิ๋นวันนี้กู้ฉิงอวิ๋นสวมชุดสีแดงเข้มปักดิ้นทองอย่างเรียบง่าย ใบหน้างดงามสงบนิ่ง แต่ทันทีที่นางก้าวออกมา สายตาของขุนนางทั้งท้องพระโรงกลับเปลี่ยนไป ไม่มีใครกล้ามองนางเป็นหญิงโง่อีกแล้วหญิงผู้นี้ คือคนที่ช่วยองค์ชายสามลากฮองเฮาลงจากบัลลังก์ คือคนที่ช่วยสามีเปิดโปงคดีสะเทือนแผ่นดิน และคือคนที่ช่วยชีวิตอดีตฮ่องเต้เอาไว้“กู้ฉิงอวิ๋น”นางก้าวออกมา ก่อนคุกเข่าลง“หม่อมฉันอยู่นี่เพคะ”ฮ่องเต้มองนางอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนเอ่ยช้า ๆ“ที่ผ่านมา คนทั้งเมืองหลวงเรียกเจ้าว่าหญิงโง่ แม้แต่ราชสำนักเอง ก็เคยดูแคลนเจ้า”ทั่วทั้งท้องพระโรงเงียบกริบ“แต่ครั้งนี้ เจ้ากลับช่วยชีวิตเสด็จพ่อเอาไว้ ช่วยประชาชน เปิดโปงคนชั่ว และรักษาแผ่นดินเอาไว้”น้ำเสียงของฮ่องเต้หนักแน่นขึ้น“ความดีความชอบเช่นนี้ สมควรได้รับรางวัล”ขันทีหลวงรีบคลี่ราชโองการสีทองออก“รับพระราชโองการ กู้ฉิงอวิ๋น มีสติปัญญา กล้าหาญ มีเมตตาต่อประชาชน ช่วยเหลือราชสำนัก เปิดโปงกบฏ มีคุณูป

  • คดีปริศนา กุนซือเหนือบัลลังก์   63

    “ขอบพระทัยฝ่าบาท” ดวงตาขององค์ชายสามสั่นไหวอย่างเห็นได้ชัด เขารีบก้าวลงจากแท่น ก่อนดึงเซียวเฉิงเฟิงให้ลุกขึ้นด้วยตัวเอง“น้องร่วมสาบานของข้า ข้าจะทำหน้าที่รัชทายาทให้ดีที่สุด” เซียวเฉิงเฟิงยิ้มอย่างจริงใจ“เช่นนั้น อย่าทำให้ประชาชนผิดหวัง กระหม่อมจะเอาใจช่วยเสด็จพี่” องค์ชายสามหัวเราะเบา ๆด้านหลังกู้ฉิงอวิ๋น มองภาพนั้นด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน มือหนึ่งลูบหน้าท้องของตนเองเบา ๆในขณะนั้นเอง สายลมอ่อนพัดผ่านท้องพระโรง ปอยผมของนางพลิ้วไหว และในเสี้ยววินาที นางเหมือนได้ยินเสียงบางอย่างนางรู้ว่าแผ่นดินนี้ กำลังเข้าสู่ยุคใหม่แล้วเสียงระฆังไว้ทุกข์ดังสะเทือนไปทั่วเมืองหลวง หลังจากแต่งตั้งรัชทายาทหนึ่งครั้ง สองครั้ง สามครั้งทั่วทั้งวังหลวงตกอยู่ในความเงียบงัน ข่าวที่ไม่มีผู้ใดคาดคิด แพร่กระจายไปทั่วใต้หล้าในเวลาเพียงครึ่งวันฮ่องเต้สวรรคตกะทันหัน ภายในท้องพระโรง เหล่าขุนนางนับร้อยคุกเข่าแน่นขนัด เสียงสะอื้นดังแว่วไปทั่วตำหนักด้านหน้าสุดคือองค์ชายสาม ใบหน้าของเขาซีดเผือด ดวงตาแดงก่ำ ราวกับผ่านการร้องไห้มาทั้งคืน ด้านข้างคือเซียวเฉิงเฟิง กู้ฉิงอวิ๋น ทั้งสองเองก็มีสีหน้าเคร่งขรึม ขันทีหลวงคุกเข่า

  • คดีปริศนา กุนซือเหนือบัลลังก์   62

    เพราะเหตุการณ์เดินไปในทิศทางอีกแบบ จึงใช้แผนนี้ไม่ได้กู้ฉิงอวิ๋นนั่งพิงอกเซียวเฉิงเฟิง มือหนึ่งลูบหน้าท้องที่ยังแบนราบ“ท่านว่าเขาจะเป็นเด็กเช่นไร” เซียวเฉิงเฟิงก้มลงจูบหน้าผากนางเบา ๆ“เป็นลูกของเจ้า ย่อมต้องซน” นางถลึงตาใส่เขา“เป็นลูกของท่านต่างหาก และคงเจ้าเล่ห์เหมือนท่าน” เขาหัวเราะเบา ๆ กอดนางแน่นขึ้น“ซนก็ได้ เจ้าเล่ห์ก็ได้ ขอเพียงเขาปลอดภัยก็พอ”กู้ฉิงอวิ๋นหลับตาลงช้า ๆ นอกหน้าต่าง พระจันทร์ส่องสว่างเหนืออำเภอชิงเหอ หลังผ่านเลือด น้ำตา และความตายมานับไม่ถ้วน ในที่สุด ชีวิตใหม่ของพวกเขาก็กำลังเริ่มต้นขึ้นคืนนั้น ทั่วทั้งชิงเหอเงียบสงัด แสงจันทร์สีเงินสาดผ่านหน้าต่างไม้เข้ามาภายในห้องนอน กลิ่นดอกเหมยลอยอ่อน ๆ ตามสายลมยามดึกบนเตียงไม้แกะสลัก เซียวเฉิงเฟิงนอนกอดภรรยาไว้ในอ้อมแขนอย่างทะนุถนอม มือใหญ่ของเขาวางอยู่บนหน้าท้องของกู้ฉิงอวิ๋นแม้หน้าท้องของกู้ฉิงอวิ๋นยังไม่นูนชัด แต่สำหรับเขา ตรงนั้นคือสิ่งล้ำค่าที่สุดในชีวิตกู้ฉิงอวิ๋นซุกตัวแนบอกสามี ฟังเสียงหัวใจของเขาเต้นช้า ๆ สม่ำเสมอ ไม่นาน ทั้งสองก็ค่อย ๆ หลับไปพร้อมกัน แต่ในวินาทีที่สติเลือนหาย ทั้งสองกลับรู้สึกเหมือนร่างกายเบ

  • คดีปริศนา กุนซือเหนือบัลลังก์   5

    กู้ฉิงอวิ๋นหลับตาลงช้า ๆ ปลายนิ้วลูบรอยแผลจาง ๆ ที่ข้อมือ ตลอดแปดปีที่ผ่านมา นางแสร้งโง่ แสร้งพูดช้า แสร้งเชื่อฟัง เพื่อรอวัน หลุดออกจากจวนกู้ หลังจากบิดาสิ้นก็ไม่มีใครให้อาลัยอีก นางไม่สนิทกับมารดาเลี้ยงเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว จึงเกิดความอึดอัดขึ้นมา แม้จะไม่ได้โดนทุบตีทำร้ายหรือทารุณกรรม แต่ก็ไร้ซึ่ง

  • คดีปริศนา กุนซือเหนือบัลลังก์   4

    “ฮูหยินน้อย!” ร่างบางเซถอย ก่อนล้มลงกับพื้น ชุนเหมยหน้าซีด“ขะ…ข้าไม่ได้ตั้งใจ!” แต่ไม่มีใครเห็นว่าเปลือกตาของกู้ฉิงอวิ๋นเปิดขึ้นเพียงนิดเดียว นางแอบมองซ้าย มองขวา ทุกคนกำลังตกใจดี ติดกับแล้ว …เมื่อคืนที่นางไม่ตอบโต้ ไม่ใช่เพราะสู้ไม่ได้ แต่เพราะถ้าเอะอะตั้งแต่เมื่อคืน จะมีเรื่องวุ่นวาย ทำให้นาง

  • คดีปริศนา กุนซือเหนือบัลลังก์   3

    กู้ฉิงอวิ๋นหลุบตามองมือของเขาที่จับมือของนางเอาไว้ แววตาไหววูบเพียงเสี้ยวเดียว ก่อนกลับมานิ่งสงบดังเดิม“ขอบคุณท่านมาก” เสียงของนางเบามาก สุภาพมาก และไร้พิษภัยอย่างยิ่ง แต่เซียวเฉิงเฟิงไม่เชื่อ เขาเคยเจรจากับนักธุรกิจที่ซ่อนมีดไว้ใต้รอยยิ้มมานับไม่ถ้วน สตรีตรงหน้าแม้ดูบอบบาง ทว่าสายตากลับนิ่งสงบเกิ

  • คดีปริศนา กุนซือเหนือบัลลังก์   1

    เสียงแจ้งเตือนอีเมลดังขึ้นเป็นครั้งที่สิบเจ็ดของคืน หลี่หมิงไม่ได้เงยหน้าขึ้นจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ แม้ดวงตาจะพร่าเลือนจนตัวอักษรตรงหน้าคล้ายจะซ้อนทับกันเป็นเงาดำ เขายกกาแฟเย็นชืดขึ้นดื่มอึกหนึ่ง ปลายนิ้วข้างขวายังคงเคาะแป้นพิมพ์อย่างรวดเร็วสามวันแล้วที่เขานอนรวมกันไม่ถึงห้าชั่วโมง ในฐานะประธานบริษั

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status