คดีปริศนา กุนซือเหนือบัลลังก์

คดีปริศนา กุนซือเหนือบัลลังก์

last updateLast Updated : 2026-06-13
Language: Thai
goodnovel4goodnovel
Not enough ratings
5Chapters
31views
Read
Add to library

Share:  

Report
Overview
Catalog
SCAN CODE TO READ ON APP

นางถูกตราหน้าว่าไร้ค่า เขาถูกมองว่าเย็นชาไร้หัวใจ คนหนึ่งแสร้งอ่อนแอเพื่อมีชีวิตรอด คนหนึ่งซ่อนตัวตนเพื่อรอเวลาบางอย่าง เมื่อสองคนที่เต็มไปด้วยความลับต้องมาผูกพันกัน เกมลวง จึงเริ่มต้นขึ้น ใครกำลังล่า ใครกำลังถูกล่าและใครกันแน่ที่กำลังหลอกทุกคนอยู่

View More

Chapter 1

1

เสียงแจ้งเตือนอีเมลดังขึ้นเป็นครั้งที่สิบเจ็ดของคืน หลี่หมิงไม่ได้เงยหน้าขึ้นจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ แม้ดวงตาจะพร่าเลือนจนตัวอักษรตรงหน้าคล้ายจะซ้อนทับกันเป็นเงาดำ เขายกกาแฟเย็นชืดขึ้นดื่มอึกหนึ่ง ปลายนิ้วข้างขวายังคงเคาะแป้นพิมพ์อย่างรวดเร็ว

สามวันแล้วที่เขานอนรวมกันไม่ถึงห้าชั่วโมง ในฐานะประธานบริษัทเทคโนโลยีที่กำลังจะเข้าตลาดหลักทรัพย์ หลี่หมิงไม่มีสิทธิ์ป่วย ไม่มีสิทธิ์พัก และไม่มีสิทธิ์พลาด

บนโต๊ะเต็มไปด้วยเอกสารสัญญา รายงานการเงิน แผนควบรวมกิจการ และหน้าจอที่เปิดกราฟมูลค่าหุ้นเรียงกันสามจอ แสงเย็นจากหน้าจอกระทบใบหน้าซีดขาวของชายหนุ่มวัยสามสิบสอง ทำให้เขาดูคล้ายคนไร้ชีวิตมากกว่าคนที่กำลังนั่งทำงานอยู่

โทรศัพท์มือถือสั่นขึ้นอีกครั้ง ชื่อที่ปรากฏบนหน้าจอคือเลขาฯ ส่วนตัว

หลี่หมิงกดรับสาย เสียงปลายสายรีบร้อนดังขึ้นทันที

“ประธานหลี่ คณะกรรมการฝั่งอเมริกาต้องการแก้ตัวเลขประมาณการกำไรไตรมาสหน้า อีกอย่าง ฝ่ายกฎหมายบอกว่าเอกสารฉบับสุดท้ายต้องส่งภายในเจ็ดโมงเช้าค่ะ”

เขาหลับตาลงชั่วขณะ ก่อนตอบเสียงเรียบ

“ส่งไฟล์ทั้งหมดมาให้ผม”

“แต่ประธานหลี่ คุณยังไม่ได้นอนเลยนะคะ”

“ส่งมา”

ปลายสายเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนรับคำเบา ๆ

เมื่อสายถูกตัด หลี่หมิงก้มหน้าทำงานต่อ นิ้วมือยังเคลื่อนไหว แต่หน้าอกกลับเริ่มแน่นขึ้นทีละน้อย เขาขมวดคิ้ว กดมือลงบนอกซ้าย หายใจเข้าลึก ๆ ทว่าความเจ็บกลับทวีขึ้นราวกับมีใครใช้มือบีบหัวใจไว้แน่น

เอกสารตรงหน้าพร่ามัว เสียงแจ้งเตือนยังดังไม่หยุด

หลี่หมิงพยายามเอื้อมมือไปหยิบยาในลิ้นชัก แต่ปลายนิ้วกลับหมดแรง แก้วกาแฟตกลงพื้นแตกกระจาย เสียงแก้วแตกเป็นเสียงสุดท้ายที่เขาได้ยินก่อนร่างทั้งร่างจะฟุบลงบนโต๊ะ

ในวินาทีที่สติสุดท้ายกำลังเลือนหาย เขาคิดเพียงอย่างเดียว

น่าเสียดาย…

ยังมีงานอีกหลายฉบับที่ยังไม่ได้เซ็น

แล้วทุกอย่างก็ดับวูบ

เสียงร้องไห้ดังอยู่ข้างหู

ไม่ใช่เสียงของเลขาฯ ไม่ใช่เสียงของพนักงาน ไม่ใช่เสียงเครื่องมือแพทย์ในโรงพยาบาล แต่เป็นเสียงร้องไห้แหลม ๆ ของสตรีหลายคน

“คุณชาย! คุณชายเจ้าคะ!”

“แย่แล้ว คุณชายใหญ่ไม่หายใจแล้ว!”

“รีบไปตามฮูหยินมาเร็ว!”

หลี่หมิงรู้สึกเหมือนศีรษะหนักอึ้ง ร่างกายปวดร้าวราวกับถูกใครทุบตีมาทั้งคืน กลิ่นสมุนไพรฉุนจัดลอยเข้าจมูก ผสมกับกลิ่นไม้เก่าและกลิ่นควันธูปบางเบา

เขาพยายามลืมตา เปลือกตาหนักราวกับมีหินทับอยู่ เสียงรอบตัวดังขึ้นอีก

“ตายแล้วจริง ๆ หรือเจ้าคะ”

“อย่าพูดเหลวไหล! ถึงเขาจะโง่ แต่ก็ยังเป็นคุณชายใหญ่ของจวนเซียว!”

“โง่แล้วอย่างไรเล่า ตายไปจวนคงเบาขึ้นตั้งเยอะ…”

คำพูดสุดท้ายเบามาก แต่หลี่หมิงได้ยินชัดเจน

โง่?

ใครโง่?

เขาฝืนลืมตาขึ้นในที่สุด

สิ่งแรกที่เห็นไม่ใช่เพดานห้องทำงาน ไม่ใช่โคมไฟสีขาว ไม่ใช่กำแพงกระจกสูงเสียดฟ้าของบริษัท แต่เป็นม่านเตียงสีเทาหม่น ปักลายเมฆด้วยด้ายเงินเก่าซีด เพดานไม้แกะสลักลวดลายโบราณ และคนรับใช้แต่งกายด้วยชุดจีนโบราณกำลังยืนล้อมเตียงด้วยสีหน้าตกใจสุดขีด

ทันทีที่เขาขยับนิ้ว สาวใช้คนหนึ่งก็ร้องเสียงหลง

“คุณชายฟื้นแล้ว!”

เสียงนั้นดังจนหลี่หมิงปวดหัว เขาขมวดคิ้ว ยกมือขึ้นกุมขมับ แต่เมื่อเห็นมือของตัวเอง เขาก็ชะงัก

มือนี้ไม่ใช่มือของเขา นิ้วเรียวยาวก็จริง แต่ผิวขาวซีด บอบบางเกินไป ไม่มีรอยกดจากปากกา ไม่มีเส้นเลือดเด่นชัดแบบคนอดนอนเรื้อรัง และที่สำคัญ ข้อมือสวมกำไลหยกเก่า ๆ ที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน

หลี่หมิงพยายามลุกขึ้น แต่ร่างกายอ่อนแรงจนเกือบล้มกลับลงไป

สาวใช้คนหนึ่งรีบเข้ามาประคอง ทว่าแววตาของนางไม่มีความห่วงใย มีเพียงความรังเกียจที่ซ่อนไว้ไม่มิด

“คุณชาย ค่อย ๆ ลุกเจ้าค่ะ ท่านตกสระจนเกือบตาย หากเป็นอะไรไปอีก บ่าวอย่างพวกข้าคงถูกฮูหยินลงโทษ” น้ำเสียงเหมือนเคารพ แต่คำพูดกลับเหมือนกล่าวโทษ

หลี่หมิงมองนางนิ่ง ๆ

ตกสระ?

คุณชาย?

ฮูหยิน?

นี่คือที่ไหน

ความทรงจำบางอย่างพลันพุ่งเข้ามาในศีรษะอย่างรุนแรง

ภาพเด็กชายคนหนึ่งถูกคนใช้หัวเราะเยาะ ภาพหญิงวัยกลางคนแต่งกายงดงามแต่แววตาเย็นชา ภาพงานแต่งงานที่เจ้าบ่าวเจ้าสาวถูกแขกล้อว่า “คู่โง่” ภาพชายหนุ่มถูกผลักตกน้ำ ท่ามกลางเสียงหัวเราะของคนในจวน

เซียวเฉิงเฟิง คุณชายใหญ่แห่งตระกูลเซียว บิดาเสียชีวิตไปหลายปี มารดาแท้ ๆ ตายตั้งแต่เขายังเล็ก ปัจจุบันอยู่ใต้อำนาจแม่เลี้ยงที่ทุกคนเรียกว่า เซียวฮูหยิน เพราะป่วยไข้ตั้งแต่วัยเยาว์ สติจึงไม่สมบูรณ์ ถูกทั้งจวนเรียกว่าคุณชายโง่

หนึ่งปีก่อน เขาถูกจับแต่งงานกับบุตรีตระกูลกู้ที่ถูกเรียกว่าหญิงโง่เช่นกัน นางคือกู้ฉิงอวิ๋น ภรรยาของเขา

หลี่หมิงหลับตาลงช้า ๆ

ทะลุมิติ?

ตายแล้วมาอยู่ในร่างคนอื่น?

เรื่องเหลวไหลเช่นนี้ หากเป็นเมื่อวาน เขาคงหัวเราะใส่คนเล่า แต่ตอนนี้ร่างกาย ความทรงจำ และทุกอย่างตรงหน้าล้วนบังคับให้เขายอมรับความจริง

เขาไม่ได้อยู่ในโลกเดิมอีกแล้ว และเจ้าของร่างเดิมก็ตายไปแล้วจริง ๆ

เสียงฝีเท้าดังมาจากนอกห้อง ก่อนม่านประตูจะถูกเปิดออกอย่างแรง

สตรีวัยกลางคนแต่งกายหรูหราเดินเข้ามา ใบหน้าขาวผ่อง ริมฝีปากแต้มชาด ดวงตายกสูงเต็มไปด้วยความเย็นชา นางคือเซียวฮูหยิน มารดาเลี้ยงของเจ้าของร่างนี้

ด้านหลังนางมีสาวใช้สองคนตามมา หนึ่งในนั้นถือผ้าเช็ดหน้า อีกคนถือถ้วยยา

เซียวฮูหยินเห็นเขาฟื้น สีหน้าก็เปลี่ยนไปเพียงชั่วแวบ ก่อนปรับเป็นท่าทีเป็นห่วงจอมปลอม

Expand
Next Chapter
Download

Latest chapter

More Chapters
No Comments
5 Chapters
1
เสียงแจ้งเตือนอีเมลดังขึ้นเป็นครั้งที่สิบเจ็ดของคืน หลี่หมิงไม่ได้เงยหน้าขึ้นจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ แม้ดวงตาจะพร่าเลือนจนตัวอักษรตรงหน้าคล้ายจะซ้อนทับกันเป็นเงาดำ เขายกกาแฟเย็นชืดขึ้นดื่มอึกหนึ่ง ปลายนิ้วข้างขวายังคงเคาะแป้นพิมพ์อย่างรวดเร็วสามวันแล้วที่เขานอนรวมกันไม่ถึงห้าชั่วโมง ในฐานะประธานบริษัทเทคโนโลยีที่กำลังจะเข้าตลาดหลักทรัพย์ หลี่หมิงไม่มีสิทธิ์ป่วย ไม่มีสิทธิ์พัก และไม่มีสิทธิ์พลาดบนโต๊ะเต็มไปด้วยเอกสารสัญญา รายงานการเงิน แผนควบรวมกิจการ และหน้าจอที่เปิดกราฟมูลค่าหุ้นเรียงกันสามจอ แสงเย็นจากหน้าจอกระทบใบหน้าซีดขาวของชายหนุ่มวัยสามสิบสอง ทำให้เขาดูคล้ายคนไร้ชีวิตมากกว่าคนที่กำลังนั่งทำงานอยู่โทรศัพท์มือถือสั่นขึ้นอีกครั้ง ชื่อที่ปรากฏบนหน้าจอคือเลขาฯ ส่วนตัวหลี่หมิงกดรับสาย เสียงปลายสายรีบร้อนดังขึ้นทันที“ประธานหลี่ คณะกรรมการฝั่งอเมริกาต้องการแก้ตัวเลขประมาณการกำไรไตรมาสหน้า อีกอย่าง ฝ่ายกฎหมายบอกว่าเอกสารฉบับสุดท้ายต้องส่งภายในเจ็ดโมงเช้าค่ะ”เขาหลับตาลงชั่วขณะ ก่อนตอบเสียงเรียบ“ส่งไฟล์ทั้งหมดมาให้ผม”“แต่ประธานหลี่ คุณยังไม่ได้นอนเลยนะคะ”“ส่งมา”ปลายสายเงียบไปครู่หน
Read more
2
“เฉิงเฟิง ในที่สุดเจ้าก็ฟื้นแล้ว แม่เป็นห่วงแทบแย่”คำว่า “แม่” ทำให้หลี่หมิงรู้สึกขนลุกเขาไม่ได้ตอบ เพียงมองนางนิ่ง ๆเซียวฮูหยินชะงักเล็กน้อย คล้ายไม่คุ้นกับสายตาเช่นนี้ของเขา ปกติคุณชายโง่ผู้นี้เมื่อเห็นนางมักตัวสั่น ก้มหน้า ไม่กล้าสบตา แต่ตอนนี้ดวงตาคู่นั้นกลับนิ่งลึก เย็นเยียบ ราวกับสามารถมองทะลุความคิดคนได้นางฝืนยิ้ม “เจ้าตกน้ำจนสลบไปทั้งคืน หมอบอกว่าโชคดีมากที่รอดมาได้ ต่อไปอย่าวิ่งเล่นซนอีก เข้าใจหรือไม่”วิ่งเล่นซน?ความทรงจำในหัวบอกชัดว่าเขาไม่ได้วิ่งเล่น แต่ถูกคนผลักตกสระหลี่หมิงหรือในตอนนี้คือเซียวเฉิงเฟิง กวาดตามองคนรับใช้ในห้อง ทุกคนหลบตา ไม่มีใครกล้าสบตาเขาเขาเข้าใจทันที เรื่องนี้ทั้งจวนรู้ แต่ไม่มีใครคิดทวงความยุติธรรมให้คนโง่คนหนึ่งเซียวเฉิงเฟิงยิ้มบาง ๆ“ข้าจำได้ว่าไม่ได้วิ่งเล่นซน”ทั้งห้องเงียบกริบ เซียวฮูหยินมองเขาอย่างตกใจ“เจ้าพูดว่าอะไรนะ”เซียวเฉิงเฟิงยกมือกุมขมับ แสร้งทำสีหน้าอ่อนแรง“ปวดหัว จำได้ไม่ชัด บางทีอาจเป็นข้าคิดไปเอง”เซียวฮูหยินถอนหายใจ แต่แววตากลับวาบขึ้น“เจ้าพักผ่อนเถอะ อย่าคิดฟุ้งซ่าน คนอย่างเจ้า คิดมากไปก็ปวดหัวเปล่า ๆ” คำพูดนี้หากฟังผ่าน
Read more
3
กู้ฉิงอวิ๋นหลุบตามองมือของเขาที่จับมือของนางเอาไว้ แววตาไหววูบเพียงเสี้ยวเดียว ก่อนกลับมานิ่งสงบดังเดิม“ขอบคุณท่านมาก” เสียงของนางเบามาก สุภาพมาก และไร้พิษภัยอย่างยิ่ง แต่เซียวเฉิงเฟิงไม่เชื่อ เขาเคยเจรจากับนักธุรกิจที่ซ่อนมีดไว้ใต้รอยยิ้มมานับไม่ถ้วน สตรีตรงหน้าแม้ดูบอบบาง ทว่าสายตากลับนิ่งสงบเกินไป นิ่งเหมือนคนที่เคยเห็นความตายมาแล้วหลายครั้งเขาถามเสียงต่ำ“เมื่อครู่เจ้าพูดกับใคร”กู้ฉิงอวิ๋นเงยหน้าขึ้นช้า ๆ ดวงตาดำขลับของนางสะท้อนแสงโคมวูบไหว คล้ายบ่อน้ำลึกที่มองไม่เห็นก้นนางไม่ตอบทันที กลับถามเขากลับเสียงเบา“ท่านเป็นอย่างไรบ้าง เห็นว่าตกน้ำ”ลมหยุดพัดไปชั่วขณะ เซียวเฉิงเฟิงนิ่งงันสาวใช้ที่คุกเข่าอยู่นึกสงสัยว่าหญิงโง่ทำไมถึงรู้เรื่องราวดีขนาดนี้ แต่นางกลับไม่กล้าเงยหน้า“ข้าไม่เป็นอะไรแล้ว คืนนี้ดึกแล้ว เจ้าเจ็บอยู่ กลับไปพักก่อน”ในลานหลังเรือนอันเย็นเยียบแห่งนี้ นางก็หมุนตัวเดินเข้าห้องอย่างช้า ๆชายกระโปรงสีขาวเก่าลากผ่านพื้นหิน เห็นชัดว่านางยังเจ็บ แต่แผ่นหลังกลับยืดตรง ไม่สั่นไหวแม้แต่น้อยเซียวเฉิงเฟิงมองตามนางไป ก่อนที่ประตูห้องจะปิดสนิท เขาได้ยินเสียงนางเอ่ยเบามาก ราว
Read more
4
“ฮูหยินน้อย!” ร่างบางเซถอย ก่อนล้มลงกับพื้น ชุนเหมยหน้าซีด“ขะ…ข้าไม่ได้ตั้งใจ!” แต่ไม่มีใครเห็นว่าเปลือกตาของกู้ฉิงอวิ๋นเปิดขึ้นเพียงนิดเดียว นางแอบมองซ้าย มองขวา ทุกคนกำลังตกใจดี ติดกับแล้ว …เมื่อคืนที่นางไม่ตอบโต้ ไม่ใช่เพราะสู้ไม่ได้ แต่เพราะถ้าเอะอะตั้งแต่เมื่อคืน จะมีเรื่องวุ่นวาย ทำให้นางไม่มีเวลาไปหาบัญชีวันนี้ต่างหาก คือเวลาลงมือล้างแค้น ตั้งแต่นางเข้ามาในจวนแห่ง อีกฝ่ายก็รังแกนางมาโดยตลอด เพียงแค่ไม่กี่วันก็มีเรื่องเกิดขึ้นมากมาย แต่นั่นทำให้นางรู้ว่าคนในจวนแต่ละคน ใครเป็นเช่นไรวันนี้คือวันสะสางวินาทีต่อมา กู้ฉิงอวิ๋นลืมตาพรวดขึ้น ดวงตาเหม่อลอย น้ำเสียงเปลี่ยนไปจนทุกคนขนลุก“ชุนเหมย เจ้าฆ่าข้า”ชุนเหมยหน้าซีด“ใคร! เจ้าเป็นใคร” กู้ฉิงอวิ๋นยิ้มเย็น“เจ้าจำข้าไม่ได้หรือ เงินสามร้อยตำลึง ใต้พื้นห้องเจ้า ยังอยู่หรือไม่ เจ้าฆ่าข้าเพื่อปิดปาก เจ้ายักยอกเงินจวน”ชุนเหมยทรุดลงทันที“ไม่! ไม่จริง เจ้าตายไปแล้ว”กู้ฉิงอวิ๋นยิ้มเย็นอีกครั้ง“ไม่เชื่อ ก็ไปขุดดูสิ…”พูดจบ นางก็ล้มพับลงอีกครั้ง ก่อนหลับตา นางแอบเปิดตาดูเล็กน้อย เซียวเฉิงเฟิงอมยิ้ม ก่อนก้าวเข้าไปหาภรรยาในทันที“ฮูหยิ
Read more
5
กู้ฉิงอวิ๋นหลับตาลงช้า ๆ ปลายนิ้วลูบรอยแผลจาง ๆ ที่ข้อมือ ตลอดแปดปีที่ผ่านมา นางแสร้งโง่ แสร้งพูดช้า แสร้งเชื่อฟัง เพื่อรอวัน หลุดออกจากจวนกู้ หลังจากบิดาสิ้นก็ไม่มีใครให้อาลัยอีก นางไม่สนิทกับมารดาเลี้ยงเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว จึงเกิดความอึดอัดขึ้นมา แม้จะไม่ได้โดนทุบตีทำร้ายหรือทารุณกรรม แต่ก็ไร้ซึ่งความรักความผูกพันใด ๆ ให้ต้องคะนึงหา และวันที่รอคอยก็มาถึง วันที่หลี่ซูหรงผู้เป็นมารดาเลี้ยงบอกว่า“ตระกูลเซียวกำลังหาเจ้าสาวให้คุณชาย เจ้าควรดีใจ ที่จะได้แต่งออกไปอยู่ที่นั่น”กู้ฉิงอวิ๋นยังจำได้ ตอนนั้นมารดาเลี้ยงพูดอย่างเย็นชา แต่นางไม่ได้ปฏิเสธ เพราะนั่นไม่ใช่การถูกผลักลงเหว แต่มันคือประตูบานแรกของอิสรภาพ แต่สิ่งที่ทำให้นางตัดสินใจเร็วขึ้น ไม่ใช่การหนีออกจากจวนหากเป็นอาเหลียน สาวใช้คนสนิทที่เติบโตมาด้วยกัน นางเป็นคนเดียว ที่รู้ว่าเจ้านายสาวไม่ได้โง่ คนเดียว ที่รักนางด้วยความจริงใจสามวันก่อนงานแต่ง อาเหลียนกลับมาหานาง ในสภาพวิญญาณเร่ร่อน ทั้งตัวเปื้อนเลือด ใบหน้าซีดขาว มือทั้งสองกุมท้องแน่นอาเหลียนคือสาวใช้ที่นางรัก อีกฝ่ายมีชายที่ดีมาติดพัน นางเห็นว่าชายผู้นั้นเป็นคนดี จึงมอบสัญญาทาส
Read more
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status