Share

4

last update publish date: 2026-06-13 19:09:49

“ฮูหยินน้อย!” ร่างบางเซถอย ก่อนล้มลงกับพื้น ชุนเหมยหน้าซีด

“ขะ…ข้าไม่ได้ตั้งใจ!” แต่ไม่มีใครเห็นว่าเปลือกตาของกู้ฉิงอวิ๋นเปิดขึ้นเพียงนิดเดียว นางแอบมองซ้าย มองขวา ทุกคนกำลังตกใจดี  

ติดกับแล้ว …

เมื่อคืนที่นางไม่ตอบโต้ ไม่ใช่เพราะสู้ไม่ได้ แต่เพราะถ้าเอะอะตั้งแต่เมื่อคืน จะมีเรื่องวุ่นวาย ทำให้นางไม่มีเวลาไปหาบัญชี

วันนี้ต่างหาก คือเวลาลงมือล้างแค้น ตั้งแต่นางเข้ามาในจวนแห่ง อีกฝ่ายก็รังแกนางมาโดยตลอด เพียงแค่ไม่กี่วันก็มีเรื่องเกิดขึ้นมากมาย แต่นั่นทำให้นางรู้ว่าคนในจวนแต่ละคน ใครเป็นเช่นไร

วันนี้คือวันสะสาง

วินาทีต่อมา กู้ฉิงอวิ๋นลืมตาพรวดขึ้น ดวงตาเหม่อลอย น้ำเสียงเปลี่ยนไปจนทุกคนขนลุก

“ชุนเหมย เจ้าฆ่าข้า”

ชุนเหมยหน้าซีด

“ใคร! เจ้าเป็นใคร” กู้ฉิงอวิ๋นยิ้มเย็น

“เจ้าจำข้าไม่ได้หรือ เงินสามร้อยตำลึง ใต้พื้นห้องเจ้า ยังอยู่หรือไม่ เจ้าฆ่าข้าเพื่อปิดปาก เจ้ายักยอกเงินจวน”

ชุนเหมยทรุดลงทันที

“ไม่! ไม่จริง เจ้าตายไปแล้ว”

กู้ฉิงอวิ๋นยิ้มเย็นอีกครั้ง

“ไม่เชื่อ ก็ไปขุดดูสิ…”

พูดจบ นางก็ล้มพับลงอีกครั้ง ก่อนหลับตา นางแอบเปิดตาดูเล็กน้อย เซียวเฉิงเฟิงอมยิ้ม ก่อนก้าวเข้าไปหาภรรยาในทันที

“ฮูหยินของข้า!” เขาประคองนางขึ้นอุ้มอย่างรวดเร็ว ท่ามกลางเสียงตกใจของคนทั้งลาน

นางเล่นละครได้ไม่เลวนี่นา เปลือกตาของกู้ฉิงอวิ๋นกระตุกเล็กน้อย ทำไมจู่ ๆ เขาก็มาอุ้มนางล่ะนี่ แต่นางก็ยังแกล้งสลบต่อ

เซียวเฉิงเฟิงเกือบหลุดหัวเราะ นางเจ้าเล่ห์จริง ๆ แต่เขาชอบดูคนฉลาดเล่นเกม ดังนั้น เขาจะไม่เปิดโปงนางตอนนี้ แต่จะร่วมมือกับนางต่อ

ครึ่งชั่วยามต่อมา ห้องของชุนเหมยถูกค้น ใต้พื้นไม้ เจอเงิน เครื่องประดับ และสมุดบัญชีที่ถูกพบว่าโดนทุจริตยอดไม่ตรงกัน ทุกอย่างถูกขุดขึ้นมาทีละอย่าง สีหน้าของ เซียวฮูหยินมืดครึ้มทันที

“ชุนเหมย!”

สาวใช้ทรุดลงร้องไห้

“ฮูหยินใหญ่ บ่าวผิดไปแล้ว!” แต่ไม่มีใครฟัง เซียวฮูหยินกัดฟันแน่น ก่อนสั่งเสียงเย็น

“ลากมันออกไป ขายให้พ่อค้าทาสชั้นต่ำ!” เสียงกรีดร้องดังลั่นทั่วจวน

ชุนเหมยถูกลากออกไปต่อหน้าทุกคน ไม่มีแม้แต่คนเดียวกล้าช่วยในเรือนเล็ก

กู้ฉิงอวิ๋นค่อย ๆ ลืมตาขึ้น ลมเย็นพัดผ่านหน้าต่าง เสียงหัวเราะเบา ๆ ของเสี่ยวชุ่ยดังขึ้นข้างหู

“ฮูหยินน้อย แค้นของข้า ชำระแล้ว”

กู้ฉิงอวิ๋นยกมุมปากขึ้น

“ข้าบอกแล้ว ข้าจะทวงแค้นให้เจ้าเอง”

ตรงประตู เซียวเฉิงเฟิงยืนพิงกรอบไม้ มองภรรยาของตนอย่างเงียบงัน ดวงตาลึกซึ้งขึ้นเรื่อย ๆ

หญิงผู้นี้ไม่ได้อ่อนแอ ไม่ได้โง่ และไม่ได้ยอมให้ใครรังแก นางเพียงซ่อนเขี้ยวเล็บเอาไว้เท่านั้น

เซียวเฉิงเฟิงมองสมุดบัญชีในมือของกู้ฉิงอวิ๋น ก่อนถามเสียงต่ำ

“เจ้าจะจัดการคนในจวนนี้อย่างไร”

กู้ฉิงอวิ๋นยิ้มหวาน ก่อนตอบเพียงประโยคเดียว

“คอยดูกันต่อไป” นางเงยหน้าสบตาเขา รอยยิ้มงดงาม แต่ดวงตากลับเย็นเฉียบ

“นี่ เพิ่งเริ่มต้น ไม่ชอบหรือ นี่ข้าเอาคืนให้ท่านอยู่นะ”

“เจ้าไม่ได้โง่เหรอ”

นางไม่ตอบ ก่อนจะเดินจากไป หลังจากสาวใช้ตัวร้ายโดนลากออกไปพ้นเรือน กู้ฉิงอวิ๋นก็ตามออกไปเงียบ ๆ

“เดี๋ยวก่อน” นางเอ่ยขึ้น ทำให้พ่อค้าทาสชะงักมือที่ลากร่างของชุนเหมยชะงัก

“มีอะไร”

“ข้าขอคุยกับทาสผู้นี้หน่อย” นางหยิบเงินออกมาให้พวกเขา พ่อค้าทาสจึงเปิดโอกาสให้พวกนางคุยกัน

“เมื่อคืนเจ้าตบข้า ก่อนหน้านี้รังแกข้า ต่อจากนี้ไปเจ้าก็จะโดนตบ โดนซ้อมทุกวัน ไม่ต้องทำหน้าหวาดกลัวขนาดนั้นก็ได้ แต่ข้าแค่มาเอาคืน”

กู้ฉิงอวิ๋นตบอีกฝ่ายเพียะใหญ่ ก่อนจะทำหน้ายียวนกวนประสาท ใครกล้ารังแกนาง ไปพบยมบาลกันหมดแล้ว

ชุนเหมยทรุดลงด้วยความเจ็บ ก่อนจะร้องไห้ออกมาอย่างหมดอาลัยตายอยาก ชีวิตหลังจากนี้คือนรกดี ๆ นี่เอง

“บ่าวเพิ่งตบฮูหยินน้อยไปเมื่อคืนเอง ก่อนหน้านั้นบ่าวตบ ฮูหยินน้อยก็หลบ บ่าวไม่ได้รังแกท่านขนาดนั้น” ก่อนหน้านั้นแม้จะหาเรื่องยังไง ดูจากภายนอกเหมือนกู้ฉิงอวิ๋นเหมือนโดนหาเรื่อง แต่จริงๆ สาวใช้โดนแกล้งกลับ ไม่ตบกันเองก็โดนขัดขาจนตกบ่อบ้าง โดนไม้กวาดไล่ตีบ้าง เพราะอาศัยว่าสติไม่สมประกอบตอบโต้คนอื่นได้อย่างดุเดือด ไม่มีใครเอาเรื่องได้

กู้ฉิงอวิ๋นยิ้มอำมหิต ก่อนหน้านี้คนในจวนหาเรื่องนางจริง และนางก็โต้ตอบกลับไปเป็นสิบเท่าจริงๆ แต่เรื่องอะไรนางจะยอมรับ

“ข้าโดนพวกเจ้าหาทั้งจวนหาเรื่อง ข้าโดนรังแก ข้าไม่เคยตอบโต้เลย สักนิดเดียว ข้าเป็นหญิงโง่ที่น่าสงสาร” กู้ฉิงอวิ๋นก้มหน้าลงไปใกล้ๆ ก่อนจะยิ้มหวานหยด แล้วเดินจากไป

“นางไม่ได้เป็นหญิงโง่อย่างนั้นเหรอ ไม่น่าเลย ข้าไม่น่าไปแกล้งนางเลย” ชุนเหมยทรุดลงอย่างหมดเรี่ยวแรง ชาตินี้นงคงต้องเป็นทาสที่โดนทรมานจนตาย

หลังคืนแห่งความทรงจำผ่านไป ความสัมพันธ์ของทั้งคู่เริ่มเปลี่ยนไปอย่างเงียบ ๆ

ค่ำคืนในเรือนหลังเล็กกลับมาเงียบงันอีกครั้ง หลังเสียงกรีดร้องของชุนเหมย ค่อย ๆ หายไปจากลานจวน ทุกอย่างก็กลับคืนสู่ความสงบราวกับไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้น

แสงจันทร์สีเงินทอดผ่านช่องหน้าต่างไม้ สาดลงบนพื้นห้องเป็นแนวยาว

เซียวเฉิงเฟิง นอนอยู่บนเตียง หลับตานิ่ง ลมหายใจสม่ำเสมอ นางเหลือบมองเขาเพียงครู่เดียว ก่อนยกมุมปากบาง ๆ แล้วเดินไปนั่งริมหน้าต่าง

สายลมเย็นพัดผ่านเรือนผมยาวสีดำ ภาพในอดีตค่อย ๆ ผุดขึ้นในความทรงจำ

ตอนนั้นนางอายุเพียงแปดขวบ หลังการตายของซูอวี้เหนียงผู้เป็นมารดา กู้เทียนหลงผู้เป็นบิดา ซึ่งเป็นหมอหลวง ได้รับภรรยาใหม่เข้าจวน นางคือหลี่ซูหรง สตรีผู้มีรอยยิ้มอ่อนโยนและใจดี แต่แท้ที่จริงกลับไม่ใช่เลย

นับตั้งแต่นางเข้ามาในจวน กู้ฉิงอวิ๋นก็ต้องดื่มยาบำรุงทุกวัน

วันแล้ววันเล่า เดือนแล้วเดือนเล่า จนทุกคนเริ่มพูดว่า…

“คุณหนูกู้ดูเชื่องช้าลง นางไม่ค่อยฉลาดเหมือนเมื่อก่อน เสียดาย หน้าตางดงามแท้ ๆ”

จนกระทั่งวันนั้น วันที่นางถูกผลักตกสระ น้ำเย็นเฉียบไหลเข้าจมูก เข้าปาก เข้าปอด ร่างเล็กดิ้นรนสุดชีวิต แต่ไม่มีใครช่วย

ไม่มีใคร นอกจาก เสียงของผู้หญิงคนหนึ่ง

“อย่าหลับ ถ้าหลับเจ้าจะไม่ได้กลับไปอีก”

เมื่อกู้ฉิงอวิ๋นลืมตาขึ้นอีกครั้ง นางเห็นคนมากมายยืนล้อมเตียง และเห็นเงาโปร่งใสของหญิงชราคนหนึ่งยืนอยู่มุมห้อง ยิ้มให้นาง

วันนั้น นางรู้ว่าตัวเองตายไปแล้วครั้งหนึ่ง

หลังจากฟื้นขึ้นมา นางก็เริ่มเห็นคนตาย เห็นวิญญาณ และคนพวกนั้นมาขอความช่วยเหลือจากนาง

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • คดีปริศนา กุนซือเหนือบัลลังก์   67

    “อุแว้!” ทั้งจวนเงียบไปชั่วขณะ ก่อนเสียงดีใจจะดังขึ้นพร้อมกัน เซียวซิงเฉินตาโตทันที“น้อง น้องคลอดแล้ว เย่!”ประตูห้องเปิดออก ชิงเอ๋อร์ยิ้มกว้าง“ฮูหยินคลอดปลอดภัยเจ้าค่ะ เป็นคุณหนูน้อย!”“น้องสาว!” เซียวซิงเฉินกระโดดตัวลอย ก่อนรีบวิ่งเข้าไปในห้องทันทีบนเตียง กู้ฉิงอวิ๋นอุ้มทารกตัวเล็กไว้ในอ้อมแขน ใบหน้าของเด็กน้อยแดงระเรื่อ น่ารักราวกับหยกแกะสลักเซียวเฉิงเฟิงนั่งอยู่ข้างเตียง ดวงตาอ่อนโยนอย่างที่สุด เซียวซิงเฉินค่อย ๆ เดินเข้าไปใกล้ ก่อนมองน้องสาวตาไม่กะพริบ“น้องตัวเล็กมาก”กู้ฉิงอวิ๋นหัวเราะเบา ๆ“เจ้าชอบน้องหรือไม่”เด็กน้อยพยักหน้าแรง ๆ ทันที“ชอบ ข้าจะปกป้องน้องเอง ข้ารักน้อง”เซียวเฉิงเฟิงยกมือขึ้นลูบศีรษะลูกชาย ก่อนหันมองภรรยาและลูกสาวในอ้อมแขน สายตานั้นเต็มไปด้วยความอบอุ่นที่ไม่อาจซ่อนหลังผ่านพายุเลือดมาทั้งชีวิต ในที่สุดสิ่งที่เขาปรารถนาที่สุด ก็ไม่ใช่อำนาจ ไม่ใช่ชื่อเสียง แต่คือการได้เฝ้ามองคนที่รัก หัวเราะอยู่ตรงหน้าเช่นนี้ตลอดไปยามบ่าย… แสงแดดอ่อน ๆ ส่องผ่านม่านไม้ไผ่เข้ามาภายในเรือนใหญ่ กลิ่นหอมของขนมถั่วแดงลอยอบอวลไปทั่วห้องบนเตียงนุ่มกลางห้อง เด็กน้อยตัวจิ๋วกำลังน

  • คดีปริศนา กุนซือเหนือบัลลังก์   66

    “ล้ม” กู้ฉิงอวิ๋นที่นั่งอยู่ด้านข้างอดหัวเราะไม่ได้“ลูกเหมือนท่านไม่มีผิด”เซียวเฉิงเฟิงหันไปมองภรรยา ก่อนยกมุมปาก“เจ้าแน่ใจ?” กู้ฉิงอวิ๋นถลึงตาใส่เขา“แน่นอน ซุ่มซ่ามเหมือนท่าน จำได้ไหมเมื่อหลายปีก่อน ตอนเจอนักฆ่า ท่านทำหน้าตาเหลอหลาได้ตลกมาก” เซียวเฉิงเฟิงหัวเราะเบา ๆ เมื่อโดนภรรยาล้อ ก่อนลูบศีรษะลูกชาย จากนั้นน้ำเสียงก็อ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด“ซิงเฉิน”เด็กน้อยเงยหน้าขึ้นมอง“ขอรับท่านพ่อ”เซียวเฉิงเฟิงมองลูกชายด้วยแววตาอ่อนโยน ก่อนถามช้า ๆ“เจ้าอยากมีน้องหรือไม่” ดวงตาของเซียวซิงเฉินพลันเบิกกว้างทันที“น้อง อยากมีขอรับ อยากมีมาก ถ้ามีน้อง ข้าจะสอนน้องอ่านหนังสือ จะสอนน้องคิดบัญชี จะสอนน้องทำขนมด้วย สอนทำของกินอร่อย ๆ และข้าซึ่งเป็นพี่ชายคนโต จะปกป้องน้องเอง” ยิ่งพูด เด็กน้อยยิ่งตื่นเต้นจนแก้มแดงเซียวเฉิงเฟิงหัวเราะเบา ๆ ก่อนหันไปมองภรรยา สายตานั้นชัดเจนยิ่งนักกู้ฉิงอวิ๋นมองเขา ก่อนหรี่ตาลง แล้วทำหน้าหมั่นไส้อย่างชัดเจน“ใต้เท้าเซียว ท่านนี่นะ” เซียวเฉิงเฟิงยกมุมปาก“แล้วคำตอบเล่า” กู้ฉิงอวิ๋นมองพ่อลูกตรงหน้า ก่อนมุมปากจะค่อย ๆ ยกขึ้นอย่างอ่อนโยน“ได้สิ ตอนนี้ก็มีแล้ว ดีใจไหม” เซ

  • คดีปริศนา กุนซือเหนือบัลลังก์   65

    “นายอำเภอเซียว หน้าท่านซีดยิ่งกว่าข้าอีก” แม้ในเวลานั้น เซียวเฉิงเฟิงก็ยังหัวเราะออกมาไม่ได้ เขาก้มลงจูบหน้าผากนางเบา ๆ“ข้ายอมถูกแทงสิบครั้ง ยังง่ายกว่าดูเจ้าเจ็บหนึ่งครั้ง” ดวงตาของกู้ฉิงอวิ๋นสั่นไหวทันที มือเขาซับเหงื่อให้นางอย่างอ่อนโยน ส่งสายตาเป็นกำลังใจให้ตลอดเวลาแทบไม่กะพริบตากู้ฉิงอวิ๋นกัดผ้าที่ม่อหลันส่งให้เบาๆ ตอนเบ่งคลอดจะได้ไม่กัดปากตัวเองเวลาผ่านไปอีกกว่าหนึ่งชั่วยาม ทันใดนั้น เสียงร้องเล็ก ๆ ก็ดังขึ้น“อุแว้!”ทั่วทั้งจวนเงียบลงชั่วขณะ ก่อนเสียงร้องยินดีจะดังขึ้นพร้อมกัน“คลอดแล้ว!”“คลอดแล้ว!”น้ำตาของกู้ฉิงอวิ๋นไหลริน เซียวเฉิงเฟิงเองก็น้ำตาไหลด้วยความดีใจเขามองทารกตัวเล็กในอ้อมแขนของม่อหลันด้วยรอยยิ้มกว้าง ก่อนเสียงของม่อหลันจะดังขึ้น“ใต้เท้า นายหญิงให้กำเนิดบุตรชายเจ้าค่ะ”เซียวเฉิงเฟิงนิ่งงันไป จากนั้นก็หัวเราะออกมาเบา ๆ ทั้งน้ำตา“ลูกชาย ข้ามีลูกชายแล้ว ขอบใจเจ้ามากฉิงอวิ๋น เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง” เขาเอ่ยถามภรรยาอย่างห่วงใย และรีบรับลูกชายมาอุ้มทันทีท่าทางเก้ ๆ กัง ๆ นั้น ทำให้หลายคนอมยิ้ม เป็นท่าทีที่ไม่มีใครเคยเห็นมาก่อน เด็กน้อยตัวเล็กแดงเถือก แก้มแดง ดวงตายั

  • คดีปริศนา กุนซือเหนือบัลลังก์   64

    ภายในท้องพระโรง ขุนนางนับร้อยเรียงแถวสองฝั่ง บรรยากาศเงียบกริบด้านหน้าสุด… ฮ่องเต้องค์ปัจจุบันยืนอยู่ในชุดสีดำทองอย่างสง่างามส่วนด้านหน้าคือ เซียวเฉิงเฟิง กู้ฉิงอวิ๋นวันนี้กู้ฉิงอวิ๋นสวมชุดสีแดงเข้มปักดิ้นทองอย่างเรียบง่าย ใบหน้างดงามสงบนิ่ง แต่ทันทีที่นางก้าวออกมา สายตาของขุนนางทั้งท้องพระโรงกลับเปลี่ยนไป ไม่มีใครกล้ามองนางเป็นหญิงโง่อีกแล้วหญิงผู้นี้ คือคนที่ช่วยองค์ชายสามลากฮองเฮาลงจากบัลลังก์ คือคนที่ช่วยสามีเปิดโปงคดีสะเทือนแผ่นดิน และคือคนที่ช่วยชีวิตอดีตฮ่องเต้เอาไว้“กู้ฉิงอวิ๋น”นางก้าวออกมา ก่อนคุกเข่าลง“หม่อมฉันอยู่นี่เพคะ”ฮ่องเต้มองนางอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนเอ่ยช้า ๆ“ที่ผ่านมา คนทั้งเมืองหลวงเรียกเจ้าว่าหญิงโง่ แม้แต่ราชสำนักเอง ก็เคยดูแคลนเจ้า”ทั่วทั้งท้องพระโรงเงียบกริบ“แต่ครั้งนี้ เจ้ากลับช่วยชีวิตเสด็จพ่อเอาไว้ ช่วยประชาชน เปิดโปงคนชั่ว และรักษาแผ่นดินเอาไว้”น้ำเสียงของฮ่องเต้หนักแน่นขึ้น“ความดีความชอบเช่นนี้ สมควรได้รับรางวัล”ขันทีหลวงรีบคลี่ราชโองการสีทองออก“รับพระราชโองการ กู้ฉิงอวิ๋น มีสติปัญญา กล้าหาญ มีเมตตาต่อประชาชน ช่วยเหลือราชสำนัก เปิดโปงกบฏ มีคุณูป

  • คดีปริศนา กุนซือเหนือบัลลังก์   63

    “ขอบพระทัยฝ่าบาท” ดวงตาขององค์ชายสามสั่นไหวอย่างเห็นได้ชัด เขารีบก้าวลงจากแท่น ก่อนดึงเซียวเฉิงเฟิงให้ลุกขึ้นด้วยตัวเอง“น้องร่วมสาบานของข้า ข้าจะทำหน้าที่รัชทายาทให้ดีที่สุด” เซียวเฉิงเฟิงยิ้มอย่างจริงใจ“เช่นนั้น อย่าทำให้ประชาชนผิดหวัง กระหม่อมจะเอาใจช่วยเสด็จพี่” องค์ชายสามหัวเราะเบา ๆด้านหลังกู้ฉิงอวิ๋น มองภาพนั้นด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน มือหนึ่งลูบหน้าท้องของตนเองเบา ๆในขณะนั้นเอง สายลมอ่อนพัดผ่านท้องพระโรง ปอยผมของนางพลิ้วไหว และในเสี้ยววินาที นางเหมือนได้ยินเสียงบางอย่างนางรู้ว่าแผ่นดินนี้ กำลังเข้าสู่ยุคใหม่แล้วเสียงระฆังไว้ทุกข์ดังสะเทือนไปทั่วเมืองหลวง หลังจากแต่งตั้งรัชทายาทหนึ่งครั้ง สองครั้ง สามครั้งทั่วทั้งวังหลวงตกอยู่ในความเงียบงัน ข่าวที่ไม่มีผู้ใดคาดคิด แพร่กระจายไปทั่วใต้หล้าในเวลาเพียงครึ่งวันฮ่องเต้สวรรคตกะทันหัน ภายในท้องพระโรง เหล่าขุนนางนับร้อยคุกเข่าแน่นขนัด เสียงสะอื้นดังแว่วไปทั่วตำหนักด้านหน้าสุดคือองค์ชายสาม ใบหน้าของเขาซีดเผือด ดวงตาแดงก่ำ ราวกับผ่านการร้องไห้มาทั้งคืน ด้านข้างคือเซียวเฉิงเฟิง กู้ฉิงอวิ๋น ทั้งสองเองก็มีสีหน้าเคร่งขรึม ขันทีหลวงคุกเข่า

  • คดีปริศนา กุนซือเหนือบัลลังก์   62

    เพราะเหตุการณ์เดินไปในทิศทางอีกแบบ จึงใช้แผนนี้ไม่ได้กู้ฉิงอวิ๋นนั่งพิงอกเซียวเฉิงเฟิง มือหนึ่งลูบหน้าท้องที่ยังแบนราบ“ท่านว่าเขาจะเป็นเด็กเช่นไร” เซียวเฉิงเฟิงก้มลงจูบหน้าผากนางเบา ๆ“เป็นลูกของเจ้า ย่อมต้องซน” นางถลึงตาใส่เขา“เป็นลูกของท่านต่างหาก และคงเจ้าเล่ห์เหมือนท่าน” เขาหัวเราะเบา ๆ กอดนางแน่นขึ้น“ซนก็ได้ เจ้าเล่ห์ก็ได้ ขอเพียงเขาปลอดภัยก็พอ”กู้ฉิงอวิ๋นหลับตาลงช้า ๆ นอกหน้าต่าง พระจันทร์ส่องสว่างเหนืออำเภอชิงเหอ หลังผ่านเลือด น้ำตา และความตายมานับไม่ถ้วน ในที่สุด ชีวิตใหม่ของพวกเขาก็กำลังเริ่มต้นขึ้นคืนนั้น ทั่วทั้งชิงเหอเงียบสงัด แสงจันทร์สีเงินสาดผ่านหน้าต่างไม้เข้ามาภายในห้องนอน กลิ่นดอกเหมยลอยอ่อน ๆ ตามสายลมยามดึกบนเตียงไม้แกะสลัก เซียวเฉิงเฟิงนอนกอดภรรยาไว้ในอ้อมแขนอย่างทะนุถนอม มือใหญ่ของเขาวางอยู่บนหน้าท้องของกู้ฉิงอวิ๋นแม้หน้าท้องของกู้ฉิงอวิ๋นยังไม่นูนชัด แต่สำหรับเขา ตรงนั้นคือสิ่งล้ำค่าที่สุดในชีวิตกู้ฉิงอวิ๋นซุกตัวแนบอกสามี ฟังเสียงหัวใจของเขาเต้นช้า ๆ สม่ำเสมอ ไม่นาน ทั้งสองก็ค่อย ๆ หลับไปพร้อมกัน แต่ในวินาทีที่สติเลือนหาย ทั้งสองกลับรู้สึกเหมือนร่างกายเบ

  • คดีปริศนา กุนซือเหนือบัลลังก์   5

    กู้ฉิงอวิ๋นหลับตาลงช้า ๆ ปลายนิ้วลูบรอยแผลจาง ๆ ที่ข้อมือ ตลอดแปดปีที่ผ่านมา นางแสร้งโง่ แสร้งพูดช้า แสร้งเชื่อฟัง เพื่อรอวัน หลุดออกจากจวนกู้ หลังจากบิดาสิ้นก็ไม่มีใครให้อาลัยอีก นางไม่สนิทกับมารดาเลี้ยงเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว จึงเกิดความอึดอัดขึ้นมา แม้จะไม่ได้โดนทุบตีทำร้ายหรือทารุณกรรม แต่ก็ไร้ซึ่ง

  • คดีปริศนา กุนซือเหนือบัลลังก์   2

    “เฉิงเฟิง ในที่สุดเจ้าก็ฟื้นแล้ว แม่เป็นห่วงแทบแย่”คำว่า “แม่” ทำให้หลี่หมิงรู้สึกขนลุกเขาไม่ได้ตอบ เพียงมองนางนิ่ง ๆเซียวฮูหยินชะงักเล็กน้อย คล้ายไม่คุ้นกับสายตาเช่นนี้ของเขา ปกติคุณชายโง่ผู้นี้เมื่อเห็นนางมักตัวสั่น ก้มหน้า ไม่กล้าสบตา แต่ตอนนี้ดวงตาคู่นั้นกลับนิ่งลึก เย็นเยียบ ราวกับสามารถมอง

  • คดีปริศนา กุนซือเหนือบัลลังก์   1

    เสียงแจ้งเตือนอีเมลดังขึ้นเป็นครั้งที่สิบเจ็ดของคืน หลี่หมิงไม่ได้เงยหน้าขึ้นจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ แม้ดวงตาจะพร่าเลือนจนตัวอักษรตรงหน้าคล้ายจะซ้อนทับกันเป็นเงาดำ เขายกกาแฟเย็นชืดขึ้นดื่มอึกหนึ่ง ปลายนิ้วข้างขวายังคงเคาะแป้นพิมพ์อย่างรวดเร็วสามวันแล้วที่เขานอนรวมกันไม่ถึงห้าชั่วโมง ในฐานะประธานบริษั

  • คดีปริศนา กุนซือเหนือบัลลังก์   3

    กู้ฉิงอวิ๋นหลุบตามองมือของเขาที่จับมือของนางเอาไว้ แววตาไหววูบเพียงเสี้ยวเดียว ก่อนกลับมานิ่งสงบดังเดิม“ขอบคุณท่านมาก” เสียงของนางเบามาก สุภาพมาก และไร้พิษภัยอย่างยิ่ง แต่เซียวเฉิงเฟิงไม่เชื่อ เขาเคยเจรจากับนักธุรกิจที่ซ่อนมีดไว้ใต้รอยยิ้มมานับไม่ถ้วน สตรีตรงหน้าแม้ดูบอบบาง ทว่าสายตากลับนิ่งสงบเกิ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status