LOGINตอนนี้ผมไม่มีสมาธิในการดื่มกับเพื่อนเหมือนก่อนหน้านี้ ตอนที่ก่อนที่ร่างบางของน้ำอิงจะก้าวเข้ามาในร้าน ตอนนี้ผมได้แต่มองไปทางโต๊ะมุมตรงระเบียงที่น้ำอิงนั่งดื่มอยู่ เธอดูแตกต่างจากตอนที่ผมเคยเจอเธอ เธอดูสดใส รอยยิ้มกว้างยิ้มให้เพื่อนเธอจนตาหยี ไหนจะเสียงหัวเราะที่ดูมีความสุขนั่นอีก ซึ่งสิ่งเหล่านี้ผมไม่เคยได้สัมผัสตอนอยู่กับเธอ แค่มองหน้าผมเธอยังไม่กล้ามอง ไม่รู้ว่าเธอเขินหรือกลัวผมกันแน่ เจอกันทีไรเธอก็เอาแต่นิ่งเกร็ง ผมไม่รู้ตัวเองด้วยซ้ำว่าผมนั่งมองเธอนานเท่าไร จนได้ยินเสียงของเพื่อนทักดังขึ้นมา ผมถึงได้สติว่าผมนั่งใจลอยมองเธออยู่นาน
“ถ้ามึงจะมองน้องเขาขนาดนี้ มึงไปนั่งโต๊ะน้องเค้ามั้ย”
“เปล่า….ไม่ได้มอง กูมองไปเรื่อยเปื่อย”
“มึงยังจะเถียงอีกนะ ก็เห็นๆ กันอยู่ว่ามึงมองน้องเค้า ใช่มั้ยไอ้คิม”
“อืม”
“อืมอะไรของมึง มึงก็อีกคน พวกมึง2คนไปนั่งกับน้องเค้าเถอะ กูนั่งคนเดียวได้”
พอไอ้คชามันพูดจบมันก็ถอนหายใจอย่างเบื่อหน่ายผม 2 คนที่เอาแต่มองไปยังโต๊ะของน้ำอิง แล้วยกแก้วเหล้าขึ้นดื่มอึกใหญ่ แล้วปรายสายตามองไปยังเวทีด้านล่าง ผมนั่งดื่มไปมองไปทางโต๊ะน้ำอิงเป็นระยะจนเวลาผ่านไปสักพักใหญ่
อีกมุมหนึ่งของบาร์โต๊ะริมระเบียง
หลังจากที่พนักงานนำเครื่องดื่มและอาหารที่สั่งมาเสิร์ฟฉันกับน้ำฟ้าก็ยกเครื่องดื่มขึ้นดื่มทันที ฉันสั่งที่แอลกอฮอล์ไม่แรงมากแต่ถ้าดื่มไปเยอะก็เมาได้เหมือนกันแล้วฉันนานๆ จะออกมากับเพื่อน จึงดื่มได้ไม่ค่อยเยอะเพราะฉันไม่ค่อยได้ดื่มเดี๋ยวจะเมา แล้วต้องคอยห้ามน้ำฟ้าด้วยเพราะเราขับรถมาเองจะเรียกรถก็กลัวอีก ฉันนั่งพูดคุยเรื่องต่างๆ กับน้ำฟ้าไปเรื่อย การมีเพื่อนให้คอยปรึกษาคอยเล่าสู่การฟังมันก็รู้สึกดีอย่างน้อยเราก็ไม่ต้องเก็บเรื่องราวต่างๆ ไว้ในใจคนเดียว คุยไปดื่มไปจนฉันเห็นน้ำฟ้ากระดกถี่เกินไปแล้วฉันจึงเอ่ยกับน้ำฟ้า
“ฟ้าดื่มเยอะไปแล้ว เดี๋ยวก็เมาหรอก เมาไม่ขับนะฟ้า”
“ยัยน้ำอิงนี่ใคร น้ำฟ้าคอทองแดงจ่ะ”
“คอทองแดงอะไร หน้าเริ่มแดงตาหวานเยิ้มแล้วนะ”
“เราไหว ยังไม่เมาหรอกน่า แค่กรึ่มๆฮ่าๆๆ”
“ฟ้าเราว่าฟ้าน่าจะขับไม่ไหวแล้วนะ คืนนี้คงต้องกลับแท็กซี่”
“ไม่เอาหรอกอิง น่ากลัวเริ่มดึกแล้วด้วย”
“งั้นรอฟ้าสร่างเมาสักหน่อยเราค่อยกลับกันก็ได้ ไปห้องน้ำหน่อยมั้ย”
“ไม่เป็นไรหรอก อิงจะไปมั้ยเดี๋ยวเราไปเป็นเพื่อน”
“ไม่ไปจ้ะ เรายังไม่รู้สึกปวดฉี่เลย”
น้ำฟ้าพยักหน้าตอบรับคำตอบของฉันแล้วก็หันไปสนใจอาหารที่อยู่บนโต๊ะต่อ นั่งฟังเพลงจิบเครื่องดื่มไปพลางๆ อยู่ๆ ก็มีเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น ฉันกับน้ำฟ้าต่างคนต่างจับที่กระเป๋าของตัวเองว่าเป็นของใคร
‘ครืด ครืด ครืด’
“ของเราเองอิง”
ฟ้าพูดพร้อมโชว์โทรศัพท์ที่ดังและสั่นอยู่ในมือให้ฉันดู ฉันจึงหยุดควานหาโทรศัพท์ของตัวเองในกระเป๋าเพราะคิดว่าป้าโทรหา เพราะส่วนมากก็มีแค่ป้ากับฟ้าเท่านั้นที่โทรหาฉันบ่อยสุด เห็นดังนั้นฉันก็มองไปทางฟ้าที่กดรับโทรศัพท์อยู่
"ฮัลโหลค่ะ”
“…………”
“ฮัลโหลค่ะ ได้ยินมั้ยคะ”
เนื่องจากบริเวณนี้เสียงเพลงค่อนข้างที่จะเสียงดังทำให้น้ำฟ้าไม่ได้ยินเสียงปลายสายจึงหันมามองทางฉันแล้วพูดบอกกับฉันก่อนจะลุกเดินออกไปอีกทางหนึ่งเพื่อไปหาที่คุยโทรศัพท์
“อิงเดี๋ยวเราไปคุยโทรศัพท์ทางนู้นก่อนนะ”
“พอเรียนจบเธอก็จะไปจากที่นี่อย่างงั้นเหรอ น้ำอิง แล้วฉันล่ะ สิ่งที่ฉันบอกที่ฉันพูดกับเธอไปไม่มีความหมายเลยงั้นสิ” “เรื่องของเราไม่มีทางเป็นไปได้หรอกค่ะไม่มีอะไรที่อิงเหมาะสมกับคุณเลยสักอย่าง ตอนนี้คุณก็แค่นึกชอบนึกสนุกแต่ถ้าคุณเจอคนที่เพียบพร้อมและเหมาะสมกับคุณทั้งหน้าตา ฐานะ ชาติตระกูล คุณก็จะไม่สนใจคนไม่มีค่าเด็กกำพร้าแบบอิงหรอกค่ะ” “ฉันบอกเธอแล้วไงว่าฉันไม่เคยสนใจเรื่องพวกนั้น ฉันสนใจแค่เธอ” “เราหยุดพูดเรื่องนี้เถอะนะคะ เดี๋ยวคุณก็เจอคนที่เขาคู่ควรกับคุณทุกด้าน ช่วยจอดรถให้อิงลงด้านหน้าด้วยค่ะ” ผมไม่พูดตอบโต้อะไรเธอออกไปแล้วตบไฟเลี้ยวหมุนพวงมาลัยให้รถจอดข้างฟุตบาทแล้วเหยียบเบรกด้วยความแรงจนเกิดเสียงดัง เอี๊ยด แล้วนั่งนิ่งๆจนเธอหันมาเอ่ยพูดกับผม “ขอบคุณนะคะ ที่ทำตามที่อิงขอ” ฉันยกมือขึ้นไหว้เขาแล้วเอ่ยขอบคุณที่เขาทำตามที่ฉันขอ แต่หน้าเขาไม่แม้แต่จะหันมามองฉันด้วยซ้ำ ความรู้สึกของฉันตอนนี้คือเหมือนมีอะไรมาบีบที่ทรวงอกข้างซ้าย การที่เขาเมินขนาดหน้าเขายังไม่หันมามอง ต่างจากก่อนหน้านี้ที่เขาเอาแต่มองฉันด
“คุณแพกซ์ อิงทำแบบนั้นไม่ได้หรอกค่ะ” “เร็วๆน้ำอิง จะกลับมั้ยบ้านอะ” “แต่ว่า......” “งั้นก็นั่งกันอยู่แบบนี้นี่แหละ” ฉันได้แต่คิดว่าทำไมเขาถึงเป็นคนแบบนี้เอาแต่ใจตัวเองได้ถึงขนาดนี้ ดูท่าทีแล้วถ้าขืนฉันไม่ทำตามที่เขาบอกเขาคงไม่พาฉันกลับบ้านจริงๆ ฉันจึงตัดสินใจยื่นหน้ากดจมูกเข้าที่แก้มสากของเขาเสี้ยววิแล้วผละออกมา “อิงไปอาบน้ำได้หรือยังคะ” “ยัง หอมใหม่แล้วทำให้มันดีๆหน่อยน้ำอิง” ฉันหน้ามุ่ยด้วยความไม่ชอบใจหอมก็หอมแล้วเขายังจะเอายังไงอีก ฉันเลยยื่นหน้าเพื่อที่จะหอมเขาอีกครั้งจะได้จบๆสักที จะได้ไปอาบน้ำกลับบ้านแต่ก็เกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดเกิดขึ้น เมื่อเขาหันหน้ามาในจังหวะที่ฉันจะหอมแก้มเขาทำให้ตอนนี้ฉันดันไปจุ๊บปากเขาแทน “จุ๊บ” “โอเค ครั้งนี้ผ่านไปอาบน้ำได้แล้วแล้วออกไปเอาเสื้อผ้าที่ห้องรับแขกด้วย” หลังจากที่พูดจบผมก็ลุกลงจากเตียงแล้วก้าวเท้ายาวๆเปิดประตูออกจากห้องเธอไป จนตอนนี้เขาออกจากนอกไปแล้วฉันยังนั่งเหม่อกับเหตุการณ์ก่อนหน้านี้อยู่เลย แล้วเขา
ฉันนอนมองจ้องเขาอยู่นานจนได้สติว่าวันนี้เขาต้องไปทำงานส่วนฉันสอบเสร็จหมดแล้ว ก็เหลือแค่เพียงหาที่ฝึกงานคิดได้ดังนั้นฉันจึงค่อยๆจับแขนของเขายกออกจากการโอบกอดของฉัน แล้วค่อยๆขยับตัวออกห่างจากเขาเพื่อที่จะลุกไปอาบน้ำรอเขาตื่นจะได้กลับบ้าน แต่ยังไม่ทันที่ฉันจะได้ออกห่างจากเขา มือหนาก็รั้งเอวคอดกิ่วของฉันเข้าไปอยู่ที่เดิมและโอบกอดฉันไว้ “จะไปไหน” ผมตื่นมามองเธอนอนหลับก่อนหน้านี้แล้ว แต่พอเห็นเธอตื่นผมก็เลยแกล้งทำเป็นนอนหลับต่อจึงรู้ว่าเธอตื่นมามองผมนอนอยู่และพยายามจะหลุดออกจากอ้อมกอดของผม “อิง จะไปอาบน้ำค่ะจะได้กลับบ้าน” “จะรีบทำไมยังเช้าอยู่” “ไปอาบน้ำเถอะค่ะ คุณต้องไปทำงานนะคะ” “ยังไม่อยากลุกเลย” “คุณแพกซ์คะ” ฉันหันไปมองเขาหน้านิ่งจ้องหน้าเขาไม่ละสายตาไปไหน เป็นการใช้สายตาในการกดดันเขา ซึ่งการกระทะเหล่านี้ฉันไม่ควรที่จะกระทำกับเขาด้วยซ้ำ แต่ฉันก็ลืมตัวเผลอแสดงกิริยาเช่นนี้ออกมา กว่าจะรู้ตัวก็ไม่ทันแล้ว “ก็ได้ๆลุกแล้วๆ” ผมยอมจำนนให้แก่เธอยอมปล่อยเธอออกจากอ้อม
“พึ่งจะตี 5 น้ำอิงจะกลับยังไง” “เดี๋ยวอิงเรียกรถกลับค่ะ” “ไม่ต้องเดี๋ยวฉันไปส่งเธอเอง” “แล้วถ้าคนอื่นเห็นว่าอิงกลับมาพร้อมกับคุณมันจะดูไม่ดีนะคะอิงกลับเองดีกว่าค่ะ” “ไม่ มานอนได้แล้วกลับพร้อมกัน” “อิงไม่นอนแล้วค่ะ คุณนอนต่อเลยค่ะอิงจะไปอาบน้ำเตรียมตัวรอคุณค่ะ” “มานอน อย่าให้ต้องพูดอีกรอบ ไม่อย่างนั้นจะไม่จบด้วยการนอนเฉยๆนะ” ผมเอื้อมมือดึงเธอเข้ามาหาตัวเองเธอก็โน้มตัวมาตามแรงดึงของผมจนตอนนี้เราอยู่ใกล้กันจนหน้าอกนิ่มๆของเธอเบียดชิดกับตัวของผม จนอยากจะสัมผัสก้อนนุ่มนิ่มนั้นเหลือเกินแต่ก็ต้องห้ามใจไว้ เดี๋ยวเด็กน้อยจะตกใจกลัว “นอนค่ะนอน” ฉันรีบตอบกลับเขาทันทีเพราะกลัวเขาจะทำอะไรแบบที่พูดออกมาจริงๆเพราะคิดว่าถ้าฉันยังดื้อดึงเขาคงทำมากกว่านี้แน่ๆเลยต้องจำยอมนอนกับเขาต่อ จากนั้นผมก็จับเธอล้มลงนอนโดยหันหน้าออกไปทางเดียวกันแล้วซ้อนตัวด้านหลังของเธอแนบชิดลำตัวเข้าหาเธอแบบแนบแน่นแล้วรั้งตัวเธอข้าหาจนแผ่นหลังติดกับแผงอกกว้างของผมแล้วโอบกอดเธอไว้แน่น มือผมลูบที่ท้องน้อยเธอเบาๆอ
ผมมองเธอที่เอาแต่หลบสายตาผมของผมคงจะเขินอายที่ผมรู้ว่าเธอแอบชอบผมเหมือนกัน แล้วก็ดูการกระทำของเธอสิจะไม่ให้ผมชอบเธอได้ยังไง ขนาดตอนที่เธอเขินอายยังหน้ารักเลย “ว่ายังไงชอบฉันหรือเปล่า” “ค่ะ อิงชอบคุณจริงๆ แต่เรื่องของเรามันเป็นไปไม่ได้ คุณเลิกพูดเรื่องนี้เถอะนะคะ ต่อไปอิงจะไม่เข้าใกล้คุณอีกค่ะ” “ไม่ ทำไมจะเป็นไปไม่ได้ เราต่างคนก็ต่างชอบพอกัน” “อิงไม่มีอะไรที่เหมาะสมคู่ควรกับคุณเลยค่ะ” “ฉันไม่ได้สนใจเรื่องพวกนั้น เธอไม่ต้องคิดมากกับเรื่องพวกนั้น” “ไม่ได้หรอกค่ะ คุณท่านทั้งสองมีพระคุณกับอิงมาก อิงทำให้พวกท่านเสื่อมเสียเพราะอิงไม่ได้หรอกค่ะ” “พ่อแม่ฉันไม่ใช่คนแบบนั้นพวกท่านมีเหตุผลฉันรักใครชอบใครพวกท่านก็รักด้วยนั่นแหละ” “แต่ท่านก็ต้องอยากได้คนที่เหมาะสมกับชาติตระกูลของพวกท่านอยู่ดีนะคะ คนที่สามารถเชิดหน้าชูตาวงตระกูล ไม่ใช่คนใช้จนๆในบ้านแถมยังเป็นเด็กกำพร้าอีก ไม่มีอะไรให้น่าภูมิใจมีแต่กับอายคนค่ะ” ฉันพูดกับเขาด้วยสัจจริงทุกอย่างที่พูดออกมานั้นคือเรื่องจริงที่ไม่อาจหลีก
ผมค่อยๆเลื่อนหน้าเข้าหาใบหน้าเธอหวังจะสัมผัสปากจิ้มลิ้มตรงหน้าแต่ก็ต้องหยุดชะงักเมื่อน้ำอิงเอ่ยพูดขึ้นมาพร้อมกับมือน้อยๆที่ดันหน้าอกผมไว้ “คุณแพกซ์อย่าค่ะ คุณเข้ามานอนในห้องอิงได้ยังไงคะ” “เดินเข้ามา” แล้วดูคำตอบที่ฉันได้จากเขา และตอบแบบหน้านิ่งๆด้วยนะ แล้วดูสิ่งที่เขาทำอยู่ตอนนี้ เขาคิดจะทำอะไรกับฉันกันแน่ “แล้วคุณจะเข้ามาห้องอิงทำไมคะ แล้วยังจะ…..” ฉันไม่พูดประโยคสุดท้ายออกมาแต่ปลายสายตามองที่มือของเขาที่ตอนนี้เขายังวางพาดไว้ที่เอวฉันอยู่เลย “แล้วยังจะอะไร หืมมม” ผมไม่แค่พูดยังเอาจมูกของตัวเองไปปัดป่ายเข้าจมูกของเธอเป็นการหยอกล้อกับเธอเบาๆ “คุณแพกซ์ อย่าทำแบบนี้ค่ะ” “ทำไม” “แล้วคุณจะทำแบบนี้กับอิงทำไมคะ” “แล้วทำไมจะทำไม่ได้ล่ะ หืมม” “ก็เราไม่ได้เป็นอะไรกัน แล้วคุณก็ไม่ได้ชอบอิงคุณจะมาทำแบบนี้กับอิงทำไมคะ หรือว่าเห็นอิงเป็นคนใช้ที่บ้านคุณ หรือเพราะว่าบ้านคุณมีพระคุณกับอิงคุณจะทำอะไรกับอิงก็ได้เหรอคะ” ฉันพูดออกมาด้วยน้







