“น้ำอบสวดมนต์ก่อนนะคะย่า” น้ำอบหยิบหนังสือสวดมนต์มาจากบ้านด้วย เธอใช้เล่มนี้สวดทุกคืนอยู่แล้ว หญิงสาวตั้งใจและมีสมาธิมาก
“ย่าขา น้ำอบกรวดน้ำพรุ่งนี้ได้ไหมคะ คืนนี้จะไม่นั่งสมาธิค่ะ อบง่วงแล้ว”
“ไม่เป็นไรหรอกลูก รีบนอนเถอะ เหนื่อยมาทั้งวันแล้ว ย่าก็จะนอนเหมือนกัน”
หญิงสาวล้มตัวลงนอนข้างๆ ย่ากาญ อบอุ่นเหลือเกิน “น้ำอบขอกอดย่านะคะ” ไม่นานหญิงสาวก็หลับลึกและสนิทมาก
"ย่าขา เราจะไปไหนกันเหรอคะ ทำไมนานจัง แล้วทางที่เราเดินมา ทำไมมันนุ่มจังเลยค่ะย่า เหมือนเดินบนสำลีเลย เย็นมากด้วย แล้วย่าหายเจ็บขาแล้วเหรอคะ ยิ่งเดินเหมือนยิ่งลอยได้"
แปลกจัง ทำไมย่าไม่คุยกับเธอเลย หน้าย่านิ่งมาก แปลกจัง ย่าใส่ชุดขาว ผ้าสไบที่ย่าใช้ เธอจำได้ว่าเธอเป็นคนถักให้ย่าเอง หรือว่าย่าจะพาไปถือศีลที่วัด น้ำอบก้มลงมองชุดตัวเอง เธอก็ใส่ชุดข่าวเหมือนกัน เป็นชุดที่เธอเคยใส่ไปถือศีลที่วัด ผ้าถุงขาว เสื้อแขนห้าส่วนสีขาว ห่มสไบที่ถักเองสีขาว นี่ย่าจะรีบไปไหนกันแน่นะ ทำไมยิ่งเดินยิ่งเหมือนลอยไป
แสงอะไรเหมือนรุ้งกินน้ำเลย เหมือนวัด คล้ายวัดร่องขุ่น แต่มีแสงระยิบระยับเต็มไปหมด สวยจัง ย่าคงรีบมาถือศีลแน่ๆ เลย ดีจัง พอเข้าไปใกล้ๆ วัด แสงที่สว่างออกมา ยิ่งสวย แต่แปลกมาก แสงที่ว่าไม่ทำให้แสบตาเลย กลับรู้สึกว่า เย็นตาด้วยซ้ำไป
ย่าเดินนำหน้า พาน้ำอบเข้าไปในโบสถ์ ทำไมเหมือนย่าลอยได้ ช่วงที่ก้าวขาข้ามธรณีประตู น้ำอบคิดว่าตัวเองลอยข้ามไป ไม่รู้สึกว่า ตัวเองยกขาเลย เหมือนกับว่าลอยข้ามไปเฉยๆ ภายในโบสถ์มีองค์พระใหญ่และงามมาก เหลืองอร่าม คล้ายที่วัดพนัญเชิง ที่พระนครศรีอยุธยา อากาศข้างนอกที่ว่าเย็นแล้วเข้ามาภายในยิ่งเย็นกว่า
ย่าคลานเข่าเข้าไปกราบองค์พระใหญ่ น้ำอบตามเข้าไปกราบใกล้ๆ ย่าปราง หญิงสาวก้มกราบพระประธาน 3 ครั้ง แปลกมาก เป็นไปได้ยังไง ตอนที่เธอกับย่าเข้ามา เธอมองไม่เห็นหลวงพ่อ แต่ตอนนี้หลวงพ่อท่านมานั่งอยู่ที่หน้าพระประธานตอนไหนกันนะ แล้วท่านมาทางไหน แค่ช่วงที่เธอก้มลงกราบครั้งที่สาม เงยหน้าขึ้นมาก็เห็นหลวงพ่อนั่งอยู่ต่อหน้าแล้ว น้ำอบได้แต่เก็บความสงสัยไว้ในใจ ก่อนที่จะก้มลงกราบ หญิงสาวขยับตัวลงมานั่งเยื้องๆ กับย่า หลวงพ่อท่านอิ่มบุญมาก น้ำอบตาไม่ฝาด มีแสงเหมือนรุ้งสว่างวาบออกมาจากร่างของหลวงพ่อ ท่านหันมายิ้มให้อย่างเมตตา น้ำอบยกมือขึ้นไหว้ท่านอีกครั้ง
แปลกจัง ไม่มีคำพูดและเสียงออกมาจากปากหลวงพ่อและย่าเลย แต่ทำไมเธอถึงรู้สึกว่า หลวงพ่อ กับย่า กำลังสนทนากันเพียงสองคน หญิงสาวรู้สึกอิ่มเอมใจ มีความสุขอย่างประหลาด เธอคิดไม่ผิดแน่นอน เหมือนกับว่า ท่านทั้งสองกำลังคุยกันถึงเรื่องของเธอ เห็นได้ว่า หลวงพ่อชำเลืองมามองเธอบ่อยๆ สลับกับย่า แปลกจัง คุยอะไรกันนะ แต่ทำไมไม่มีเสียงพูดคุยกันเลย
ไม่เกิน 10 นาที ย่าปรางก็หันมาหาเธอ น้ำอบยกมือข้างขวา และแบมือ หลวงพ่อท่านโยนอะไรสักอย่างมาที่มือของเธอ มีความรู้สึกว่าเป็นวัตถุเป็นก้อน ค่อนข้างหนัก จนมือที่ยกขึ้นขยับลงต่ำ เพระารู้สึกว่าหนัก แต่เธอก็มองไม่เห็นอะไรเลยในอุ้งมือของตัวเองเลย แต่มีความรู้สึกว่าเป็นก้อนกลมๆ น้ำอบกำมือ รู้ว่ามีบางสิ่งอยู่ในอุ้งมือ แต่มองไม่เห็น หญิงสาวเงยหน้ามองหลวงพ่อด้วยความงุนงง
ย่าขยับตัว เธอรู้เองว่าย่ากำลังจะกลับ ทั้งย่าและหลานก้มลงกราบหลวงพ่อ กราบครั้งสุดท้าย เงยหน้าขึ้นมา ท่านก็ไม่อยู่แล้ว นี่ท่านลุกไปตั้งแต่เมื่อไหร่กัน ตอนท่านมาน้ำอบก็ไม่เห็น ทุกสิ่งอย่างล้วนอยู่ในความเงียบ แต่น้ำอบรู้ว่าจะต้องทำอะไรบ้าง แปลกอีกแล้ว ทำโดยไม่มีคนบอก น้ำอบรู้เอง ย่าก้มกราบองค์พระประธาน และก็เหมือนเดิม ขากลับออกมา น้ำอบรู้สึกเหมือนเดิม แสงสว่างจากองค์พระด้านหลัง สว่างวาบ ย่าและเธอเหมือนลอย ออกมาจากโบสถ์อีกครั้ง เหมือนตอนที่เข้ามา สองย่าหลานเดินแป๊ปเดียว
ภาพตัดมาที่หน้าบ้านของปู่กับย่า น้ำอบรู้สึกอิ่มเอม มีความสุขอย่างประหลาด และที่แปลก น้ำอมยังกำสิ่งที่หลวงพ่อให้มาไว้ในมือตลอดเวลา แต่เธอก็ยังมองไม่เห็นอยู่ดีว่าตัวเองกำอะไรไว้ ช่างเถอะ ตอนนี้เธอง่วงนอนเหลือเกิน หิวน้ำมากด้วย อยากนอนมาก หิวน้ำก็หิว อีกแล้วอยู่ๆ ประตูบ้านย่าก็เปิดเองได้ บริเวณซ้ายมือของบ้านที่เป็นศาลพระภูมิเจ้าที่ มีแสงเหมือนในโบสถ์เมื่อกี้เลย มีเสียงดนตรีไทยด้วย สงสัยปู่เปลวคงเล่นระนาดแน่ๆ เลย ได้ฟังแล้วก็อยากเล่นเหมือนกัน น้ำอบชอบดนตรีไทย เล่นได้หลายอย่าง ระนาดนี่ชอบที่สุด พรุ่งนี้ต้องขออนุญาตปู่เล่นสักหน่อย หาน้ำกินดีกว่า ย่ากาญคงเหนื่อยมาก ไม่อาบน้ำเลย ไม่เปลี่ยนเสื้อผ้าด้วย มาถึงก็ขึ้นเตียงนอนเลย แปลกจัง
“น้ำอบๆๆ ลุกขึ้นมากินน้ำก่อนซิลูก หิวน้ำไม่ใช่เหรอ” เสียงปู่นี่นา หญิงสาวลืมตา เอ๊ะ...นี่อะไรกัน ฝันไปหรอกเหรอ น้ำอบนอนกอดแขนย่าไว้ หญิงสาวมองนาฬิกาที่ผนัง ตีสอง หญิงสาวหันไปหาปู่ สงสัยจะฝันจริงๆ แปลกเหมือนจริงมาก น้ำอบลุกขึ้น พอดีกับย่ากาญตื่น
“เป็นไงลูกน้ำอบ กินน้ำก่อนลูก หิวน้ำไม่ใช่เหรอ” ปู่เปลวเดินเปิดประตูออกมาจากห้องนอน ที่อยู่ใกล้ๆ กัน ชายชราเดินยิ้มออกมาจากในห้อง เข้ามานั่งที่โซฟาไม้ข้างเตียงที่ย่ากาญกับน้ำอบนอนอยู่
“ย่า เป็นยังไงบ้าง ดีขึ้นไหม สบายใจได้แล้วนะ ไม่มีอะไรร้ายแรงหรอก “ปู่เอื้อมมือมาจับที่มือย่าและพูดเบาๆ
น้ำอบลุกไปดื่มน้ำ แปลกอีกแล้ว ทำไมในฝันเหมือนจริงจังเลย และปู่ก็เรียกให้น้ำอบลุกขึ้นดื่มน้ำ ปู่รู้ได้ยังไงว่าน้ำอบหิวน้ำ งงเข้าไปใหญ่ แต่ความง่วงมีมากกว่า
“ปู่ขา ย่าขา น้ำอบขอนอนก่อนนะคะ ง่วงมากเลยค่ะ “พูดจบก็ล้มตัวลงนอน และหลับสนิทอีกครั้ง
ย่าลุกขึ้นนั่ง หันไปมองหน้าหลานสาวที่นอนหลับสนิทอยู่ใกล้ๆ หญิงชราน้ำตาซึม จับมือของสามีไว้
“ดีใจเหลือเกินค่ะ ไม่มีอะไรน่าห่วงแล้ว สบายใจแล้ว เดี๋ยววันมะรืนวันพระ หลวงพ่อท่านคงจะจัดการให้นะคะ ท่านสั่งไว้ว่าให้น้ำอบไปคนเดียว และไม่ต้องห่วงค่ะ “หญิงชราบอกกับสามีด้วยน้ำเสียงที่ยังตื่นเต้นอยู่
“ดีใจเหมือนกัน ไม่มีอะไรน่าห่วงแล้ว นอนเถอะ “ชายชราลุกขึ้นเดินเข้าไปในห้องนอน
หญิงชราหลับตาลง และหลับสนิทไปด้วยความสุข และสบายใจ
การันต์ พาน้ำอบ และพุดกรอง ออกจากคอนโดแต่เช้า เขามุ่งหน้าไปร้านเพชร ที่เขาอยากซื้อให้น้ำอบและพุดกรอง “น้ำอบ กับพุดกรอง ชอบแบบไหนเลือกเลยครับ “พ่อบุญทุ่ม น้ำอบพูดเบาๆ หันไปยิ้มหวานให้เขา แค่นั้นก็ทำให้เขาใจแทบละลาย กว่าน้ำอบจะยอมมา เขาก็เหนื่อยเหมือนกัน อ้างว่าไม่อยากได้ ไม่ชอบเพชร ไม่รู้จะใส่ไปไหน ต้องให้พุดกรองช่วยพูด ถึงยอมสองสาวเลือกแหวนคนละวง ไม่ใหญ่มาก“เรียบร้อยนะครับ พุดกรองถูกใจไหม เอาอะไรอีกไหม พี่ใจปั้มนะ”“พอแล้วค่ะพี่การันต์ น้องไม่อยากได้แล้ว กลับกันเถอะค่ะ เดี๋ยวไม่ทันขึ้นเครื่อง” ทั้งสามคนตัดสินใจกลับบ้านวันนี้ เพราะปู่กับย่าไม่อยู่ ปล่อยบ้านไว้ไม่มีคนอยู่ ส่วนบ้านของเขา ยังมีแม่บ้าน พ่อบ้าน คนเก่าแก่อยู่หลายคน ไม่น่าห่วงมากนัก กรุงเทพฯ – นครศรีธรรมราช นี่มันใกล้กันจริงๆ แป๊ปเดียวก็ถึงบ้าน“เดี๋ยวแวะบ้านพี่ก่อนนะครับ พี่กับพุดกรองยังไม่ได้เตรียมเสื้อผ้าเลย อยากให้น้ำอบช่วยเก็บเสื้อผ้าให้พี่ด้วย พี่เก็บไม่ถูก” กินข้าวก่อนแล้วค่อยไปบ้านน้ำอบ นะ“ได้ค่ะได้ น้ำอบได้ยินแ
พุด วันนี้ขอได้ไหม ช่วยออกไปดูงานให้พี่หน่อย อยากอยู่กับน้ำอบทั้งวันได้ไหม ส่งบัญชีมา พรุ่งนี้พี่จะไปซื้อแหวนหมั้น ให้น้องเลือกแหวนได้หนึ่งวง ราคาเท่าของหมั้นพี่เลย ส่งบัญชีมา พี่โอนค่าข้าวให้ ไม่ทำอะไรเสียหายหรอก แค่อยากอยู่ตามลำพัง พี่ 36 แล้วนะ พุดกรอง ต้องมีครอบครัวได้แล้ว ตามนี้นะ พี่ส่งรายละเอียดของงานให้แล้ว ตรวจเช็คเสร็จแล้วก็แจ้งรายละเอียดราคามา เดี๋ยวพี่โอนให้ ขอบใจมากตลอดเลยพี่การันต์ พุดกรองเปิดไลน์อ่าน โชคดีที่เธอตื่นก่อนน้ำอบ พุดกรองรีบอาบน้ำแต่งตัว ไม่ลืมที่จะเรียกบอกเพื่อน“น้ำอบ พุดออกไปธุระก่อนนะ จะไปดูงานของร้าน แล้วเดี๋ยวพุดกรองรีบกลับ ไม่ต้องรอกินข้าวนะ” พุดกรองไม่ลืมที่จะล็อคประตูให้น้ำอบ ถึงเป็นพี่ก็เถอะ เธอก็ไม่ไว้ใจสักเท่าไหร่หรอก ยิ่งคลั่งรักขนาดนั้นน้ำอบออกจากห้องน้ำ แปลกเมื่อวานอยู่ด้วยกันทั้งวันไม่เห็นพุดกรองบอก ว่าจะไปดูงาน แล้วพี่การันต์ล่ะ ไปด้วยกันหรือเปล่า หญิงสาวรีบแต่งตัว คณะที่เดินทางไปอินเดีย คงเริ่มออกเดินทางกันแล้ว ปู่กับย่าของเธอ มีความสุขมาก ย่ากับปู่ดูแลรักษาสุขภาพของตัวเอง เพื่อการเดินทางไกลครั้งนี้ อีกหน
............หลังอาหารเย็นของบ้านสุนทรธรรม พ่อเฒ่าแม่เฒ่าเจ้าของบ้าน พักผ่อนแล้ว แต่การันต์ พุดกรอง และน้ำอบ ยังคงนั่งคุยกันต่อที่ห้องรับแขก คุยเรื่องความฝันของน้ำอบต่อทุกคนรู้ไหมคะว่า ขุนศึกคือผู้ชายคนนั้นที่น้ำอบพบเขาในโบสถ์ ส่วนสร้อยสนก็คือพุดกรอง เป็นพุดกรองจริงๆ นะคะ แต่ในฝันสร้อยสนรูปร่างเล็กบางกว่านี้มาก ชอบทำอาหาร สวยแต่เศร้า ส่วนกุสุมาทำไมกลายเป็นน้ำอบไปได้ ซึ่งนิสัยแตกต่างกันมากเลย ที่สงสัยที่สุดคือ ทำไมหลวงพ่ออยู่ทั้งในความฝันและความจริง หาคำตอบไม่ได้เลยค่ะ บางช่วงบางตอน เหมือนท่านไม่อยากให้น้ำอบรู้มากนัก เลยได้เห็นเท่าที่เล่าให้ฟัง”“ทำไมผู้ชายที่ชื่อขุนศึกมีกริชจิ๋ว ซึ่งตรงกับที่การันต์มี ทำให้น้ำอบคิดว่าเขาคือพี่การันต์ แต่เขาดูอ่อนโยนมากกว่า เสียแต่ว่าเขาไม่ยอมพูดกับน้ำอบเลยตอนพบกันในโบสถ์ แปลกนะ ในฝันกุสุมาไม่ได้ชอบขุนศึก อยากแต่จะรบอย่างเดียว แต่ขุนศึกรักกุสุมา เขาไม่รักตอบก็ไม่เป็นไร ขอให้ได้รัก เหมือนกับสร้อยสนที่รักขุนศึกมาก แต่เขากลับไม่รักตอบ แต่สร้อยสนก็พอใจ ขอแค่ได้อยู่ใกล้ๆ ไม่ได้ครอบครองก็ไม่เป็นไร แค่นั้นก็มีความสุขแล้ว น้ำอบว่าคน
เรื่องราวทั้งหมด ที่น้ำอบได้ไปพบเจอมาก็เป็นแบบนี้แหละค่ะ เหมือนดูหนัง กรรณญาวีร์พิมพ์เรื่องราวทุกสิ่งอย่างที่เธอฝัน บันทึกไว้ในคอมพิวเตอร์ เธออยากเก็บไว้อ่าน เชื่อว่ามีใครบางคน ที่อยากให้เธอรู้เรื่องราวของพวกเขา“พ่อเฒ่ากับแม่เฒ่ามองหน้ากันแล้วคืนนี้ล่ะ จะทำยังไง เราต้องไปถือศีลที่วัดแล้วนะ หลานยังจะไปอีกไหม ““ไปค่ะย่า น้ำอบอยากรู้ว่ามันจะเป็นยังไงต่อไป แล้วมาเกี่ยวอะไรกับน้ำอบ แสดงว่าพวกเขาอยากให้น้ำอบรู้ เคยพยายามไม่ไปแล้วนะคะ ย่าขา แต่ก็ยังฝันว้าได้ไป น้ำอบคิดว่าอย่างน้อยอยู่ใกล้หลวงพ่อ ท่านต้องช่วยน้ำอบได้ค่ะ ไม่ต้องห่วงนะคะย่า”“แล้วนี่พี่การันต์กับพุดกรองมา ลุงกับป้าไม่ตกใจเหรอ น้ำอบขอโทษทุกคนด้วยนะคะ จริงๆ น้ำอบน่าจะรู้สึกตัวเองได้ หลวงพ่อคอยเตือนตลอด ให้รีบกลับ ไม่ต้องเป็นห่วงนะคะ กลัวแค่เวลาที่รู้สึกตัวแค่นั้น เพราะมันหนาวมาก และเหนื่อยมาก”“ไม่เป็นไรครับตอนที่พ่อเฒ่าโทรไป พี่กับพุดกรองตื่นแล้ว” ถึงน้ำอบจะตื่นแล้วลุกขึ้นมาเล่าเรื่องราวเป็นตุเป็นตะให้ทุกคนฟัง แต่การันต์ก็ยังเป็นห่วงหญิงสาวมาก เขาห่ว
คืนนี้แสงจันทร์ส่องสว่างมาก ทำให้มองเห็นหลังคาบ้านเรือนที่ไกลลิบออกไป แต่ถึงไกลขนาดไหน ก็ยังคงมองเห็น เพราะแสงจันทร์สว่างมากจริงๆ สองข้างทางที่เต็มไปด้วยต้นกล้วยเริ่มที่แก่แล้ว บางต้นออกลูก เครือใหญ่ เห็นได้ว่าพื้นดินแถวนี้คงอุดมสมบูรณ์มาก เหมือนกล้วยในสวนของปู่ ลำต้นสมบูรณ์งาม เครือใหญ่ ทำให้หวีกล้วยใหญ่ ลูกกล้วยก็สวย หอมหวานอร่อย เธอชอบกล้วยน้ำว้า แปลกขณะที่เดินผ่าน ที่ผ่าน ทุกครั้งที่มาเธอจะรู้สึกว่าเดินปกติ แต่ตอนนี้เหมือนว่าไม่ต้องก้าวขาเลย ร่างเธอก็ลอยผ่านเหล่ากอกลัวยนั้นไปจนกระทั่งถึงประูทางเข้าวัด จนก้าวข้ามเขาไปในบริเวณโบสถ์ อย่างง่ายดายหญิงสาวก้มลงกราบพระประธานองค์ใหญ่ วันนี้เธอเตรียมดอกไม้ ธูป เทียน มาไหว้พระด้วย ยังไม่เห็นว่ามีใครมา เพราะกระถางธุปตรงหน้า ยังไม่เห็นว่ามีร่องรอยของการจุดธูป เธอเข้าไปจุดธูป เทียน วางดอกไม้ ก้มลงกราบองค์ประธานอีกครั้ง แล้วถอยหลังไปนั่งชิดกำแพงโบสถ์น้ำอบเปลี่ยนท่านั่งเป็นขัดสมาธิ เมื่อรู้สึกว่าคืนนี้คงจะไม่พบหลวงพ่อแน่ ผู้ชายกับผู้หญิงสองคนนั้นจะมาไหมนะ มาเถอะ น้ำอบเหนื่อย น้ำอบจะไม่มาที่นี่แล้ว ถ้าจิตเราถึงกันจริง ขอให้มาด้วย
กลับจากกรุงเทพฯ ครั้งนี้ทุกคนไม่เหนื่อยมาก เพราะมีคนขับรถสองคน ถึงบ้านไม่ค่ำมากนัก เพราะมีนพดลช่วยเปลี่ยน ผู้ชายสองคนเปลี่ยนกันขับ เหยียบเต็มที่ บ้านของนพดลถึงก่อน แวะส่งน้ำอบ คนบางคนก็ไม่อยากห่างเลย สองพี่น้องแวะคุยกับพ่อเฒ่าแม่เฒ่าสักพักก็ขอตัวกลับบ้าน ซึ่งต้องย้อนกลับไปอีกหลายกิโลเมตร“ถึงบ้านแล้ว เดี๋ยวพี่ไลน์หานะครับ “บอกแล้วเขาก็เดินไปขึ้นรถแบบไม่ต้องให้ตอบ“ไปนะน้ำอบ พรุ่งนี้เจอกัน สายๆ พุดกรองจะมา”“ได้เลย ปลอดภัยๆ นะ จริงๆ ยังไม่ต้องมาก็ได้พุดกรองพักผ่อนเถอะ น้ำอบยังไม่เริ่มงาน จะพักเหมือนกัน”“โอเคงั้นได้เลย ไปแล้วนะ หลับฝันดี”น้ำอบออกมาส่งสองพี่น้องที่รถ มองตามหลังรถคันใหญ่ที่วิ่งออกไปจนลับสายตา กลิ่นดอกการเวกลอยมาปะทะจมูก หอมจังเลย บรรยากาศหลังฝนตก สดชื่นที่สุด เธอไม่ลืมที่จะยกมือไหว้ศาลพระภูมิเจ้าที่ก่อนที่จะเข้าบ้าน เหมือนเดิม เหมือนมีคนคอยมองอยู่ตลอดเวลา ชินแล้ว ดีซะอีกถ้าวันไหนไม่รู้สึกว่ามีใครสักคนมอง เหมือนจะไม่ปลอดภัยสองพี่น้องการันต์กับพุดกรองกลับไปแล้ว ถึงไม่ได้ขับเอง คนนั่งก็รู้สึกเพลียๆ เหมือนกัน“ปู่ขา ย่าขา