تسجيل الدخول"นี่เจ้ากล้าทำร้ายสามีเจ้ารึ"เหลียงเฟยกัดฟัน"ขืนเจ้ายังพูดจาเรื่อยเปื่อยข้าจะเชือดส่วนสำคัญของเจ้าเสีย"เสิ่นเล่ยชักกระบี่ออกจากฝักเกือบครึ่ง"เฮอะ เจ้าทำจริงๆเจ้าก็อดเปล่งเสียงครวญครางนะ ข้าจะเตือนเจ้าก่อน"เหลียงเฟยไม่ยอมแพ้ คราวนี้เขากระแทกตัวเข้ากับตัวของเสิ่นเล่ยจนหงายลงไปนอนบนตั่ง มือไม้ซอกซอนชอนไชไปทั่วเรือนร่างจนเสื้อผ้าหลุดลุ่ย เสิ่นเล่ยพยายามป้องกันแต่ดูเหมือนเขาเป็นเทพพันมือมิอาจหลบหลีกมือซุกซนนั้นได้"เหลียงเฟยปล่อยข้า เจ้ามิเห็นหรือว่าองค์ฮุ่ยเหอซุกซนยิ่งนัก หากเข้ามาเจอพวกเราจะทำอย่างไร"เสิ่นเล่ยตวาด"ไม่ต้องห่วงน่า เขามีคนดูแลอยู่แล้ว"เหลียงเฟยบอกชิดปาก แล้วส่งลิ้นเข้าไปตวัดลิ้นอีกฝ่ายจนเสิ่นเล่ยหลงลืมตนเองสนองตอบ สองแขนคล้องคอหนาเอาไว้ส่งเสียงครางเบาๆ"เจ้ามันตัวลามก"“หึเจ้าก็ชอบมิใช่หรือดูสิ น้องชายของเจ้ายืนตรงให้ข้าแล้ว"เสิ่นเล่ยหน้าแดงใช้กำปั้นทุบลงบนหลังเหลียงเฟยแรงๆ"ชอบทำร้ายข้านักนะแล้วเจ้าจะเสียใจจนต้องร้องขอชีวิตข้า"เหลียงเฟยใช้สองนิ้วสอดแทงเข้าไปในช่องรักอุ่นๆที่ยังแข็งตึงของเสิ่นเล่ยทันที เขาผวาเฮือกใช้เล็บจิกเข้าที่แผ่นหลังกว้างเหลียงเฟยทันที"อ่าาาห์ เบามื
ขุนเขากว้างใหญ่ คนสองคนแต่งกายด้วยชุดสีน้ำเงินเข้มแถบดำสวมหมวกงอบหลุบจนปิดบังหน้าตาเอาไว้ครึ่งใบหน้า ครั้นมองต่ำลงมา ยังมีเด็กน้อยหน้าตาสดใสงดงามราวกับเซียนน้อย อยู่ในชุดสีดำขลิบทองถือถังหูลู่สีแดงเข้มกัดกินอย่างเอร็ดอร่อย"นี่ถ้าไน่ยไน่ยรู้พวกเราไม่แย่เหรอ"เสิ่นเล่ยหน้าเหย"เจ้าจะให้รู้ทำไมเล่า อีกอย่างพระอาจารย์ท่าน ก็รักองค์ชายอย่างกับอะไรดี"เหลียงเฟยคาบก้านใบไม้เรียวรีสีเขียวเอาไว้ในปากเดินตามกันมา"เฮอะ!คนอย่างเจ้าน่ะจิตใจหยาบกระด้าง นิสัยชอบถังหูลู่นี้มาจากใครกันนะ พวกเราล้วนไม่มีใครชอบของหวานๆกันสักคน""เฮ่อ!เจ้ายังเดาไม่ออกอีกหรือ ว่ามาจากผู้ใดถ้ามิใช่ฮ่องเฮาชุนหวงน่ะ"เหลียงเฟยคายใบไม้ในปากออก แขนที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามคว้าหมับเขาที่เอวเสิ่นเล่ยทันที เสียงเพียะก็ตามมาติดๆเช่นกัน"หยุดมือเจ้าเดี๋ยวนี้"เสิ่นเล่ยตาเขียวปัด"แค่แตะเจ้าจะหวงไปทำไม เมื่อคืนยังมากกว่าแตะอีก"เหลียงเฟยหน้าตึง"เมื่อคืนพวกเจ้าทำอะไรกันเหรอ"เสียงเล็กๆถามสอดขึ้นมาทันที เสิ่นเล่ยอึกอักตอบไม่ได้ ผิดกับเหลียงเฟยที่ยิ้มร่า"ฮ่า ฮ่า ฮ่า องค์ชายอยากรู้รึพะย่ะค่ะ"เหลียงเฟยถาม"อื้ม ข้าอยากรู้""เอ่อ...พวกเราฝึกวิชา
"ก็เหมือนท่านนักพรตกล่าวไงเพคะ ว่านี่เป็นมติสวรรค์ใคจะขัดได้เล่า โชคดีแล้วเพคะ""นั่นสินะ"ทั้งสองเอ่ยยังไม่ขาดคำคนที่พรวดพราดเข้ามาหน้าตาตื่นหยุดยืนตรงหน้า"หวงเอ๋อร์ ลูกเราจะมีลูกใช่หรือไม่"ชุนหวงยิ้มกว้าง"ใช่แล้วเราจะมีลูก แต่ว่า"ชุนหวงนิ่วหน้านึกกังวลขึ้นมา"ข้าเป็นบุรุษจะมีเรื่องอันตรายหรือไม่ เจ้าอย่าได้เข้าใจผิดว่าข้าจะกลัวเกิดอะไรขึ้นกับข้า ข้าหมายถึงเจ้าตัวน้อยนี่ต่างหากเล่า"ชุนหวงลูบท้องที่ป่องนูนขึ้นมาเบาๆ จิ้นหยางอมยิ้มขยับเข้าใกล้ ไน่ยไน่ยพอเห็นเช่นนั้นก็ถอยออกมาจากห้องปล่อยให้ทั้งคู่อยู่ตามลำพัง นำองค์ชายน้อยออกไปเล่นกับไป๋อวี้ด้านนอก"ข้าดีใจ เจ้ามีครรภ์ได้ข้าจะได้แต่งตั้งเจ้าเป็นฮองเฮาเสียที ถึงตอนนั้นเจ้าพวกสภาขุนนางคงอ้าปากค้างขัดข้าไม่ได้อีกแล้ว"ชุนหวงส่ายหน้าไปมาเพราะเรื่องนี้ จิ้นหยางและสภาขุนนางถกเถียงกันครั้งแล้วครั้งเล่า"อย่าเพิ่งเลย รอให้คลอดก่อนเถอะ พูดถึงเรื่องนี้หมอยังไม่รู้ว่าอายุครรภ์กี่เดือนแล้ว จะคลอดอย่างไรข้ากลัวจริงๆ"ชุนหวงกังวล"อย่ากลัว เจ้าจำได้หรือไม่ นักพรตท่านนั้นบอกว่าหากมีเรื่องจนแต้มให้นึกถึงเขา ถ้าอย่างนั้น อ๊ะ!"ยังไม่ทันขาดคำ นักพรตชุดเทาก
นับวันอาการของชุนหวงยิ่งแย่ ทั้งอาเจียนทั้งเวียนหัว ได้แต่นอนซมอยู่ในตำหนักทั้งวัน จิ้นหยางตามหมอหลวงคนแล้วคนเล่ามารักษา แต่อาการกลับไม่ดีขึ้นแม้แต่น้อย น่าแปลกยิ่งนัก หากจิ้นหยางอยู่ด้วย อาการเเหล่านี้ก็กลับหายไปอย่างปลิดทิ้ง เหมือนมิเคยได้เจ็บไข้ ดังนั้น หากจิ้นหยางว่าราชการ ก็จะต้องหอบหิ้วแม่ลูกตามไปนั่งบนตั่งที่ต่ำลงไปอีกขั้นด้วยเสมอทุกครั้ง ฮุ่ยเอ๋อร์นั้นฉลาดยิ่ง เวลาพระบิดาอ่านฎีกาเขาก็มักจะเข้าไปนั่งตักแล้วอ่านตามด้วยทุกครั้ง พอถึงเวลาพระอาจารย์ก็นำตัวไปเล่าเรียน เขารอให้เด็กน้อยเติบใหญ่ขึ้นอีกหน่อย จึงจะส่งไปให้พระอาจารย์ของเขาดูแลโดยจะมีเหลียงเฟยและเสิ่นเล่ยติดตามไปด้วย คิดได้เช่นนั้น จิ้นหยางเหลือบมองใบหน้าที่อวบอิ่มแจ่มใสงดงามขึ้นทุกวันด้วยความเป็นห่วง น่าแปลก ทั้งที่มีอาการเจ็บป่วย กลับมิได้ทำให้ชุนหวงดูซีดเซียวลงเลยแม้แต่น้อย ว่าราชการเสร็จสิ้นเขาก็เข้าประคองชุนหวงเดินออกไปช้าๆ ไน่ยไน่ยจูงแขนฮุ่ยเอ๋อร์เดินตามมาเบื้องหลัง"เป็นเช่นไรบ้าง วันนี้เวียนหัวหรือไม่"จิ้นหยางก้มลงถามคนชุดขาว ชุนหวงส่ายหน้าช้าๆ"ไม่เลยข้าสบายดี""แปลกจริงๆ หมอหลวงทุกคนบอกว่าเจ้าสบายดี แต่ดูเจ้าสิ พ
"นับว่าเจ้ามีคุณความดีฮ่องเต้ ข้าถึงใจดีกับเจ้าเช่นนี้ เมื่อถึงเวลานั้นขอแค่เจ้านึกถึงใบหน้าขอข้า ข้าจะมาหาเจ้าเอง อ๊ะๆ!! ข้าเตือนเจ้าไว้ก่อน หวงกุ้ยเฟยของเจ้านั้นสุขภาพของเขาเกี่ยวเนื่องกับอารมณ์ของเจ้า หากเจ้ามุทะลุดุดัน หวงกุ้ยเฟยก็จะเจ็บปวดไม่หายนะ จำคำข้าไว้"จากนั้นร่างในชุดสีเทาก็หายไปอย่างรวดเร็ว"มันเรื่องอะไรกันแน่"จิ้นหยางทุบโต๊ะดังปัง ทั้งฮุ่ยเอ๋อร์และชุนหวงต่างสะดุ้งสุดตัว ชุนหวงรีบเอามือปิดปากกลั้นอาเจียนใบหน้าเดี๋ยวขาวเดี๋ยวเหลืองร้อนถึงจิ้นหยาง เขารับตะโกนเรียกคนให้ตามหมอหลวงมาทันที"จะ..เจ้านี่นะ ไม่ได้ยินหรือนักพรตท่านเตือนเจ้าว่าอย่างไร อย่าโกรธเกรี้ยวยังไงเล่าลืมแล้วหรือ"ชุนหวงพอกลืนความคลื่นไส้ได้ก็หันมาดุทันที"เจิ้นห่วงเจ้าจะให้ใจเย็นได้อย่างไร"จิ้นหยางหน้าตึง"ฮึก เสด็จแม่เสด็จพ่อโมโหพวกเราหรือพะย่ะค่ะ"ฮุ่ยเอ๋อร์น้ำตาปริ่มขอบตา"ไม่ๆ อย่าร้องนะเด็กดี เสด็จพ่อเจ้าแค่หงุดหงิดนิดหน่อยเท่านั้น เห็นหรือไม่ลูกเสียใจแล้ว"ชุนหวงทำตาเขียวดึงฮุ่ยเหยมากอดซุกอกเสียเอง เขาตบหลังเด็กน้อยเบาๆ"ไม่ร้องนะไม่ร้อง ไปกับแม่เถอะ อย่าอยู่ใกล้คนพาลเลย"ชุนหวงอุ้มฮุ่ยเหอลุกขึ้นแล้วต้องเซ
ฮุ่ยเหอ บัดนี้ องค์รัชทายาทน้อยได้ถือกำเนิดขึ้นมาเป็นเวลาสามชันษาแล้ว ชุนหวงนั้น ถูกแต่งตั้งให้เป็นพระมารดา ตั้งแต่องค์ฮุ่ยเหอถือกำเนิดมาเพียงไม่กี่ชั่วยาม จิ้นหยางฮ่องเต้ยามนั้นได้รับข่าวว่า อดีตกุ้ยเฟยนามเว่ยเหนียงใกล้คลอดเต็มทีก็ให้หมอหลวงไปเฝ้าดูแล จริงอยู่ว่า ทายาทมังกรนั้นได้ถือกำเนิดขึ้น สมควรจะให้โอรสสวรรค์อย่างเขาเฝ้าดูแลไม่ห่าง แต่อดีตกุ้ยเฟยได้ทำเรื่องร้ายแรงจนมิอาจให้อภัยได้ ดังนั้น จิ้นหยางฮ่องเต้จึงได้แต่เฝ้ารอองค์ชายน้อยอยู่ที่ตำหนักกลางพร้อมชุนหวง หวงกุ้ยเฟยแทน ทันทีที่พระนมอุ้มองค์ชายมาส่งให้กับจิ้นหยาง เขาระบายยิ้มบนใบหน้าทันที โดยประทานพระนามให้องค์ชายน้อยว่า 'ฮุ่ยเหอ惠河 ซึ่งแปลว่าสายธาราแห่งความการุณย์' เพราะเหตุใดน่ะหรือ มันเป็นเรื่องน่าแปลกยิ่งนัก องค์ชายน้อยนั้น กลับมีใบหน้าคล้ายกึ่งจิ้นหยางและกึ่งชุนหวงแทนน่ะสิ และก่อนที่อดีตกุ้ยเฟยจะทรงพระครรภ์ นางได้ทำเรื่องโหดเหี้ยมเอาไว้จนยากจะให้อภัย ดังนั้น จิ้นหยางจึงได้ประทานชื่อนี้ให้แก่โอรสของตนเอง เหล่าขุนนางและไพร่ฟ้าต่างแซ่ซ้องยินดีปรีดา ที่องค์ชายน้อยได้ถือกำเนิดมา จิ้นหยางได้มีราชโองการมีงานเฉลิมฉลองถึงเจ็ดวันเจ







