Se connecter1 ปีผ่านไป....
“ไล่ออก!”
“อะไรนะคะ ถึงกับจะไล่ออกเชียวหรือคะ”
“เธอไปรับเงินเดือนล่วงหน้าที่แผนกการเงิน และออกไปจากที่นี่ได้แล้ว”
หญิงสาวหน้าซีดเผือด จู่ๆ ก็ต้องตกงาน ไร่ส้มพนาไพรจ่ายโบนัสปีละสามเดือนนับว่าสูงแล้วสำหรับธุรกิจการเกษตร ปทุมมาลย์ลุกขึ้นยกมือไหว้พ่อเลี้ยงอย่างไม่ยินยอมแต่ก็ทำอะไรไม่ได้ เธอรู้ดีอยู่แก่ใจว่าแอบทุจริตในหน้าที่ รับสินบนของบริษัทบรรจุภัณฑ์แห่งหนึ่งทำให้สินค้ามีสเปกต่ำลง วันนี้พ่อเลี้ยงพนากางหลักฐานต่อหน้า ทำให้ปทุมมาลย์พูดไม่ออก เธอไม่อยากถูกไล่ออกจากที่นี่ นอกจากงานดี เงินดี พ่อเลี้ยงพนายังเป็นผู้ชายที่เป็นตัวเลือกอันดับ 1 ในชีวิต เธอก็พยามอ่อยเพราะได้ยินว่าสวยๆ พ่อเลี้ยงฟาดไม่เลือก แต่น่าแปลกไม่ยอมฟาดพนักงานสวยๆ ในไร่สักคน ทั้งที่มีคนรอให้ฟาดอยู่เพียบ อย่างน้อยก็เธอคนหนึ่งที่อ่อยมาตลอด แต่ช้างไม่ยอมกินอ้อยที่พยายามอ่อยสักที
ปทุมมาลย์ยืนขึ้นอย่างจำใจ แล้วยกมือไหว้ “ปทุมลาก่อนนะคะพ่อเลี้ยง”
อย่างน้อยพ่อเลี้ยงก็ยังใจดีไม่จับเธอส่งตำรวจ นี่คงเพราะเห็นแก่ความสวยของเธอละมั้ง ปทุมมาลย์คิดเข้าข้างตัวเอง ถ้าความผิดที่ทุจริตในหน้าที่รับสินบนใต้โต๊ะ จะปรับโดยการให้พ่อเลี้ยงพนาลงโทษด้วยตัวเอง แหม...เธอจะยินดีรับโทษทันที ทรมานบนเตียงสักกี่คืนก็ยอม
“ไปรับซองเสร็จแล้ว ก็ไปโรงพักต่อนะ ตำรวจขับรถมารอรับเธอนานแล้ว”
ใบหน้าหล่อกระตุกยิ้มอย่างเหี้ยมเกรียม หญิงสาวคิดว่าตนเองคงรอดแล้วพ่อเลี้ยงคงเห็นที่เธอทำงานหลายปีด้วยความซื่อสัตย์ แต่ที่ไหนได้
ปทุมมาลย์หน้าเหวอ ยืนแข็งค้างทำอะไรไม่ถูก
“ที่จริงเธอทุจริตในหน้าที่ ฉันไม่ต้องให้ค่าแรงล่วงหน้าก็ได้ แต่ได้ยินข่าวว่าแม่เธอป่วยอยู่ที่โรงพยาบาล เอาเงินเดือนสามเดือนสุดท้ายให้ญาติเตรียมไปจ่ายค่ารักษาพยาบาลแม่ซะ แล้วเธอจะได้เข้าคุกอย่างสบายใจ”
“พ่อเลี้ยงคะ! ปทุมผิดไปแล้วค่ะ พ่อเลี้ยงอย่าเอาปทุมเข้าคุกเลยนะคะ”
พ่อเลี้ยงพนายกมือเสยผมด้วยท่าทางอารมณ์ไม่ดีนัก เขาไม่เสียเวลาอีกเพราะสั่งให้เข้มลูกน้องในไร่ คอยคุมปทุมมาลย์ไปรับเงินเดือนครั้งสุดท้ายและส่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ
“ถ้ายังไม่ยอมไปดีๆ ฉันจะให้คนงานมาจับเธอโยนออกไป จะเดินไปเองดีๆหรือจะให้โยนออกไป เลือกเอา” พนาบอกเสียงแข็ง ดวงตาดุดัน
ปทุมมาลย์ไม่กล้าคิดเข้าข้างตัวเองอีกแล้ว เห็นท่าทางเอาจริงของพ่อเลี้ยงก็รีบลนลานวิ่งออกไป เธอเคยเห็นพ่อเลี้ยงลงโทษคนงานชายในไร่ที่ทุจริตแอบเก็บส้มไปขายมาแล้ว ก่อนคนงานพวกนั้นถูกจับส่งตำรวจจะโดนอัดซะน่วมเลย เพราะไม่ยอมรับสารภาพดีๆ
หลังจากเดินไปที่ห้องถ่ายเอกสาร เสียงโทรศัพท์มือถือดังขึ้น อะไรอีก คราวนี้เจ้าหน้าที่ติดตามหนี้สินของบัตรเครดิตเจ้าไหน กรุงศรี กรุงไทย หรือศรีสวัสดิ์เงินติดล้อ เขมขิมเดาไม่ถูกเพราะทุกบัตรกว่าหกใบเต็มหมด ใช่ว่าหญิงสาวจะเป็นคนใช้จ่ายฟุ่มเฟือย แต่การทำบอลลูนขยายหลอดเลือดหัวใจของบิดา ทำให้บัตรเครดิตของเธอเต็ม
ดวงตาคู่สวยหม่นหมอง ไม่กล้ากดรับแต่เมื่อมองชื่อที่บันทึก และเบอร์ที่โทร.มาชัดๆ อีกครั้ง จึงเห็นว่าเป็นเบอร์ที่รออยู่นานแล้ว เขมขิมรีบกดรับเพราะกลัวอีกฝ่ายจะวางสาย ยิ้มกว้างอย่างพอใจหลังได้คุยจบ เธอรอสายจากฝ่ายบุคคลของบริษัทฯ ที่เธอไปสมัครงาน งานที่หวังอย่างมากเพราะค่าตอบแทนที่นั่นสูงกว่าเงินเดือนประจำเท่าตัว
“ให้ฉันไปเริ่มงานอาทิตย์หน้าได้เลยใช่ไหมคะ”
“ใช่ค่ะ ถ้าคุณไม่มีรถยนต์ส่วนตัว พอถึงสนามบินเชียงใหม่ ฉันจะให้คนขับรถไปรับคุณเข้ามาที่ไร่ของเราค่ะ”
“ขอบคุณมากค่ะ ฉันดีใจที่สุดเลยค่ะ แล้วพบกันนะคะ”
เมื่อสองสัปดาห์ก่อน เขมขิมเห็นประกาศรับสมัครงาน เป็นไร่ส้มชื่อดังที่เธอเคยไปมาแล้วครั้งหนึ่ง เขมขิมจำบรรยากาศความสวยงามสุดแสนรื่นรมย์ในวันพักผ่อนสามวันสองคืนได้ไม่ลืม เธอมีความสุขท่ามกลางบรรยากาศ มีความฟินในการทำงานพิเศษตรวจพิสูจน์อักษรให้นักเขียน มีไอเดียในการทำปกนิยายออกมาขาย บรรยากาศดี อารมณ์ดี งานก็ดีตามไปด้วย
แต่แล้วภาพของอุรังอุตังที่พกกระบอกข้าวหลามติดตัวภาพนั้นก็ทำให้เธอเบ้หน้า ดวงตาคู่งามเปล่งประกายความหวังเลือนหายไปในพริบตา
“ยี้...นั่นคงเป็นความทรงจำเลวร้ายที่สุดในทริป แต่ไม่เป็นไร แค่แขกที่มาพักคงกำลังทำเรื่องบัดสี กำลังกินกันแต่เธอเข้าไปขวางเส้นทางความสุขของพวกเขา เสียดาย หน้าตาดีซะเปล่า ที่แท้ก็พวก...”
มนุษย์ไส้เดือน
เขมขิมที่โมโหจนกลายเป็นความเครียด จากความเครียดกลายเป็นความสติแตกจนไม่สนใจอะไรแล้วใบหน้าสวยจัดที่ปกติจะสีแก้มระเรื่อด้วยเลือดฝาด ยามนี้แดงก่ำทั้งใบหน้าจากแอลกอฮอล์รสร้อนแรง“จะมีอะไรแย่ไปกว่านี้อีกไหม แต่ช่างมันเถอะ ดื่มให้เมาไปเลย”พอเหล้าเข้าปาก ลงกระเพาะโล่งๆ แอลกอฮอล์ก็ซึมซับไวทันใจ สูบฉีดเลือดขึ้นหน้าจนร้อนผ่าวไปทั้งร่าง“ทำไมต้องมาเจอคนแบบนี้ด้วย วันซวยของฉันอะไรเนี่ย!! กินหมดแล้วจะไปส่งฉันที่ไร่จริงๆ ใช่ไหม”จากนั้นมือบางก็คว้าตากีล่าได้ก่อนเจ้าถิ่นคอทองแดงแล้วซัดลงคอพรวดเดียว ก่อนกระแทกแก้วลงกับเคาน์เตอร์ดัง ปัง!“พอแล้วมั้ง” พนาขมวดคิ้วถาม เป็นห่วงคนตัวเล็กว่าจะเมาปลิ้นเสียก่อนจะกลับไร่“มะ มา อาวมา...อีก...กะ”เขมขิมพูดได้แค่นั้นก็หงายตึงลงไปและไม่รับรู้อะไรอีกเลย เล่นเอาโจรป่าพนาไพรอ้าปากค้างอย่างตกตะลึง พอตั้งสติได้ก็ปราดเข้าไปช้อนร่างบางที่กำลังจะหงายหลังไว้“เฮ้ย นี่เธอเป็นอะไรไป อย่ามาตายคาร้านเขานะ เ
“ก่อนที่จะเป็นห่วงเรื่องอื่น ฉันว่านะ ฝ่ายจัดซื้อคงรับพนักงานไม่ได้มาตรฐานมา ย้ำคิด ย้ำทำ พูดตั้งหลายครั้งก็ย้ำอยู่นั่น รู้แล้วว่าอยากไปไร่ แต่เราจะไม่ไปไหนทั้งนั้น จนกว่าฉันจะมีอารมณ์ขับรถ”เขมขิมอยากจะกรีดร้อง ตะเบ็งถามเขากลับไป “ขับรถต้องมีอารมณ์ด้วยเหรอ”เขาตอบสั้นๆ “อือ” มือสากจับหมับที่ข้าศอกเรียวแล้วออกคำสั่ง “ไม่กินเหล้า ไม่ง้อก็ได้ งั้นนั่งเฝ้าพี่ยันเช้าละกันน้องสาว”น้ำเสียงเขามีความร้ายกาจปนความยียวนอยู่ในตัว เขมขิมอยากจะตะกุยหน้าหมีให้พังแต่ก็ยับยั้งไว้ได้ เธอถอนใจอย่างสุดทนเวรกรรมที่แท้ทรู“เอ้า ชนแก้ว” หมีขี้เมาชวนอย่างอารมณ์ดีรอยหยันผุดขึ้นบนใบหน้าสวยที่อารมณ์กำลังเดือดปุดๆ “ใครจะนั่งเฝ้าคุณไม่ทราบ ถ้าไม่ไปส่งก็เอากระเป๋าสตางค์ฉันคืนมา ฉันตัดสินใจแล้ว จะหาทางไปเอง” เขมขิมใช้ความว่องไวเอื้อมไปหยิบกระเป๋าสตางค์ที่วางอยู่ตรงหน้าเขา แต่พนาไวกว่า“กินเหล้าไปแล้ว จะให้ฉันชักดาบไม่จ่ายเขาหรือไง ถึงไร่ ฉันจ่ายดอกเบี้ยให้”&ldqu
“สั่งใคร” เขาถามกลับเสียงห้วนเขมขิมข่มความโมโหไว้เต็มเปี่ยม ถ้าไม่ติดว่าต้องพึ่งพา เธอด่ากลับไปแล้ว“คุณไง คนขับรถ”ปากแบบนี้อาจได้ผัวเป็นคนขับรถคืนนี้ก็ได้พนาไม่ได้พูด แต่แววตาอันคมกริบพันธนาการเธอไว้อย่างเหนียวแน่นเขมขิมไม่ใช่คนไร้เดียงสา เห็นแววตามองโลมเลียของคนตรงหน้าก็รู้สึกร้อนผ่าวไปทั้งตัว สัญชาติญาณระวังภัยเริ่มทำงาน “มองหน้าฉันแบบนี้ มีอะไร”“กำลังคิดว่าเธอคงมีแฟนแล้วก็ถูกแฟนทิ้งมาแน่”เขมขิมอ้าปากค้าง ตกใจที่เขาเดาถูกแต่เธอไม่ยอมรับให้เสียหน้าหรอก ผู้ชายที่เห็นแก่ตัวอย่างอัตมันไม่มีค่าให้เธอเสียใจ“ตกใจเลยเหรอ รู้ไหมทำไมฉันเดาถูก เพราะเธอนี่ท่าทางจะเป็นพวกชอบสั่งนะ แต่อย่ามาสั่งคนอย่างฉัน เข้าใจไหม” น้ำเสียงกร้าวขึ้นอย่างชัดเจน เขาไม่ชอบให้ใครมาสั่ง มาบงการ โดยเฉพาะผู้หญิง“คุณเดาผิดต่างหากล่ะ ผู้ชายส่วนมากนี่ชอบมโนคิดว่าตัวเองเป็นคนสำคัญเนอะ แต่นั่นมันเรื่องส่วนตัวของฉัน ไม่จำเป็นต้องเสียเวลาอธิบายให้คนอย่างคุณเข้าใจ เพราะสิ่งที่สำคัญคือทำไม
ภายในร้านเหล้าที่พนามาเข้ามาเปิดเพลงคลอเบาๆ บรรยากาศชวนเมา พนักงานทุกคนในร้านเหมือนจะคุ้นเคยกับเขาเป็นอย่างดี ร่างเล็กของเขมขิมวิ่งตามเขาเข้ามาในร้าน ส่วนผู้ชายวายร้ายคนนั้นกำลังวางกระเป๋าสตางค์ของเธอที่หน้าบาร์“น้องวิสกี้ออนเดอะร็อกสองแก้ว”“ได้ครับป้อ...” เสียงนั้นเลือนหายเมื่อเห็นสายตาคมดุที่สื่อให้รู้ว่าไม่ต้องการให้คนที่มาด้วยกันรู้ว่าเขาคือพ่อเลี้ยงคนดังก่อนจะหันมากวักมือเรียกคนยืนงงๆ“มานี่สิ ยืนเอ๋อทำไม”เขมขิมเม้มปากแน่นกับคำพูดไม่เข้าหูของหมีอุรังอุตัง ใบหน้าสวยหันซ้าย หันขวา ราวกับไม่รู้ว่าจะทำอะไรต่อไปดี ในชีวิตของเขมขิมเคยหลงเข้าร้านแบบนี้แค่สองครั้ง คือวันเกิดเพื่อนสาวคนสนิท ส่วนอีกวันคือเมื่อเดือนก่อน ตอนถูกคนรักบอกเลิกตอนเธอคบหากับอัตมันจุดนัดพบของเธอกับเขาคือร้านนมปั่น ไม่ใช่ร้านเหล้าปั่น คงเพราะภาพลักษณ์ที่ดูเป็นเด็กอนามัยละมั้ง ในที่สุดอัตมันก็บอกเลิกเธอและไปคบหากับลูกเจ้านายเก่าที่ดูแซ่บกว่าเยอะ“มานั่งตรงนี้สิ คนเลี้ยงเหล้า” เขายกมือกอดอก มองด้วยส
“เธอหมายความว่ายังไง”“ฝ่ายจัดซื้อ กับ คนขับรถคงไม่ต้องมีหน้าที่มาเจอกันบ่อยๆ”พูดจบเขมขิมก็หมุนกลับสะบัดบ๊อบเดินไปข้างหน้าอย่างไม่สนใจ ชายหนุ่มร่างสูงก้มมองเสื้อผ้า รองเท้า บวกเข้าด้วยกันก็หลายหมื่น แล้วยังรถยนต์ราคาสิบกว่าล้าน“เราดูแย่ขนาดนี้เลยเหรอวะ คนขับรถนี่นะ....”พ่อเลี้ยงพนายกมือลูบคางสาก นึกเวทนาตัวเอง สงสัยว่างๆ เขาควรจะแวะไปร้านตัดผมที่ดีที่สุดในจังหวัด แต่ที่ไม่ไปอีกเพราะเขาเคยมีซัมติงกับเจ้าของร้านสาวสวย ตอนนั้นก่อนถอดเสื้อผ้าเธอบอกว่าได้หมด พอถึงสวรรค์ เจอทางแยก ทางใครทางมันได้เลย แต่พอหลังจากนั้น รุ่งเช้ามาก็ร้องไห้โวยวายให้เขารับผิดชอบ นับแต่นั้น เขาเลยไม่ได้ไปตัดผมอีก จะไปร้านอื่นก็ตัดไม่ถูกใจ“ไม่เป็นไร ไปตัดแถวเชียงราย แม่ฮ่องสอนก็ได้วะ” เขาก้มดูกางเกงยีนส์ตัวละสองหมื่นเศษๆ แล้วเจ็บใจแม่ตัวดีคอยดูเถอะ“ปากแบบนี้ คิดว่าเธอจะผ่านโปร.ทดลองงานไหม ยัยตัวแสบ ได้ร้องไห้ขี้มูกโป่งมาอ้อนวอนฉันแน่” พนาเก็บอารมณ์กรุ่นนั้นไว้ ครั้งแรกก็ว่าเขาหน้าแก่เกินวัย
หากรู้ว่าการนั่งรถมากับเขาคือหายนะที่กำลังจะเกิด เธอจะทำทุกอย่างแม้ว่าเปิดประตูรถแล้วกระโดดลงไปข้างทาง ดวงตาคู่สวยข่มกลั้นความหวาดกลัวต่อชายแปลกหน้าแต่สังเกตจากรถที่เขาขับ ราคาของมันแพงหูฉี่ ไม่ใช่รถคนงานในไร่อย่างแน่นอน ไร่ส้มใหญ่ขนาดนั้นอาจจะมีคนขับรถหลายคนก็ได้ เป็นไปได้ไหมเขาเป็นคนขับรถให้เจ้าของไร่ ลุงชมอาจไม่สบาย เขาผ่านมาพอดีเลยฝากมารับเธอต้องเป็นแบบนี้แน่เขมขิมพยายามนั่งไปเงียบๆ ไม่มองเขาแต่ก็อดลอบสังเกตไม่ได้ นิสัยเอาแต่ใจ เลือดร้อนไม่ยอมคน ทำให้พ่อเลี้ยงพนาเหยียบตามรถคันหนึ่งที่ปาดหน้าเขาไป“ปาดมา ปาดกลับ ไม่โกงเว้ยยย ฮ่าๆ” แถมยังหัวเราะร่าสะใจ ยิ้มเยาะใส่กระจกมองหลังอีก“เฮ้ย คุณใจเย็นสิ ฉันยังไม่อยากตาย”“แค่นี้ไม่ตายหรอก ดูมันสิขับรถปาดหน้าชาวบ้านเดี๋ยวก็ได้ลงเหวข้างทางหรอก ไม่รู้หรือไง แถวนี้ตกไปก็ตายเท่านั้นแหละ” ใครจะชินภูมิประเทศแถบนี้ดีกว่าเขา ที่สำคัญ เขาคุ้นๆ รถคันนั้นเหมือนเป็นรถที่วิ่งส่งบรรจุภัณฑ์ไปส่งที่ไร่เขมขิมแอบภาวนาขอให้พระคุ้มครอง ทั้งที่เธอคาดเข็ม







