LOGINครั้งนั้น พนักงานต้อนรับสาวสวยขอโทษขอโพยต่อเธอยกใหญ่ ที่ทำให้สายตาไปเห็นอะไรที่ไม่ควรเห็นเข้า พนักงานคนนั้นบอกว่าแจ้งเบอร์บ้านพักผิด เนื่องจากวันนั้นมีแขกเข้ามาเช็กอินเยอะเลยหยิบคีย์การ์ดสลับ แต่เพื่อชดเชยความผิดจึงมอบบัตรกำนัลซื้อส้มสายน้ำผึ้งยกลังในราคาลดห้าสิบเปอร์เซ็นต์ให้เธอ แม้คูปองนั้นจะช่วยลบภาพติดตาไม่ได้ แต่ส้มของไร่พนาไพรอร่อยมาก
เขมขิมคิดว่าการทำงานก็ย่อมมีผิดพลาดกันได้จึงไม่ติดใจ ดังนั้น เมื่อรู้ข่าวการรับสมัครงานจึงรีบส่งใบสมัครออนไลน์ไป ด้วยประวัติส่วนตัวของเธอมีความน่าสนใจ ทางหัวหน้าจัดซื้อจึงขอนัดสัมภาษณ์ และจัดแจงเรื่องตั๋วเครื่องบินส่งมาให้ เขมขิมจึงเดินทางไปสัมภาษณ์งานแล้วก็สำเร็จ...
“เย้...ดีใจที่สุดเลย” เขมขิมดีใจจนกระโดดตัวลอย เธออยากจะลาออกจากงานที่นี่ทุกนาที คงไม่มีใครอยากเห็นแฟนเก่าในที่ทำงานเดียวกัน ควงกับแฟนใหม่เย้ยไปเย้ยมา
“คราวนี้ก็ไม่ต้องทนเห็น...” เขมขิมถอนหายใจยาวพรืด แต่แล้วคนที่คิดว่าไม่อยากเจอก็มาปรากฏตรงหน้า
เขมขิมเห็นอีกฝ่ายแล้วอยากจะหมุนตัวเดินหนีแต่ก็ไม่ทัน
“ไม่ต้องทนเห็นอะไรคะคุณเขม ไม่ต้องทนเห็นภาพบาดตา บาดใจหรือเปล่า..”
‘อลิน ’ นักบัญชีสาวสวยของบริษัท และยังเป็นลูกสาวเจ้านายสายตรงของเขมขิมอีกด้วย ทำให้สองปีมานี้คะแนนประเมินผลงานของเขมขิมถึงต่ำเตี้ยเรี่ยดิน ไม่ได้ผุดได้เกิด ขึ้นไม่ถึงเกรดบี
“เรื่องของฉันไม่เกี่ยวกับคุณ”
อลินไหวไหล่ ยิ้มอย่างสะใจ ขณะที่แขนเรียวยังคล้องต้นแขนล่ำของ ‘อัตมัน’ แฟนหนุ่ม ที่เป็นเจ้าหน้าที่ไอทีประจำบริษัท
อัตมันคบหากับเขมขิมมาเกือบสองปีก่อนที่ทั้งคู่จะเลิกลากันเมื่ออลินเข้ามารับตำแหน่งฝ่ายบัญชีต้นทุนของบริษัท
“ไปเถอะอลิน ไหนบอกว่าหิวข้าวไง เที่ยงแล้วเดี๋ยวคนจะเยอะ” อัตมันตัดบท
“อลินไม่ต้องกินข้าวหรอกค่ะ พักกลางวัน แค่นั่งมองหน้าอัต อลินก็อิ่มแล้ว”
อัตมันแอบเสียดายเขมขิม แต่ที่เขาต้องตัดสัมพันธ์หันมาควงอลิน นั่นเพราะเขมขิมฐานะการเงินไม่ได้แตกต่างกับเขา เธอคงช่วยหนี้พนันหลายแสนของเขาไม่ได้ อีกอย่าง เขาก็เบื่อเหลือเกิน เป็นแฟนกันเกือบสองปี จะให้ชื่นใจสักทีสองทีก็ไม่ได้ ส่วนอลินน่ะเหรอ เขาจำไม่ได้แล้วว่ากี่ทีเพราะนับไม่ถ้วน
เขมขิมเบ้ปาก มือเรียวคว้าเอกสารที่ถาดออกมาแล้วกำลังเดินหนี แต่ถูกอลินที่ไม่ยอมให้เธอไป รีบกระชากแขนเอาไว้
“รีบไปไหนคะ ไปกินข้าวด้วยกันไหม แคนทีนในบริษัทไม่เห็นมีอะไรน่ากิน เดี๋ยวเราสองคนจะไปหาร้านอร่อยๆ บรรยากาศดีๆ กินกลางวันกัน แล้วค่อยกลับเข้าบริษัท...”
เขมขิมสะบัดมืออีกฝ่ายออก “ไม่หรอกค่ะ เชิญน้องอลินเถอะ พี่เห็นเมื่อเช้าที่แคนทีนมีกับข้าวน่ากิน ขอตัวนะคะ”
“ยี้ แคนทีน มีอะไรน่ากิน กับข้าวซ้ำๆ”
เขมขิมที่เดินผ่านมาได้สามก้าวถอนใจแล้วกลอกตามองบน ก่อนจะหันกลับไปยิ้มหวานให้อลิน
“แกงกะหรี่ ผัดสะตอ วันนี้น่ากิน กินไหมคะ เดี๋ยวพี่ซื้อมาฝาก”
อลินหน้าแดงด้วยความโกรธ ทำไมจะไม่รู้ว่าถูกเขมขิมจิกกัด
“มากไปแล้วนะ คอยดูเถอะ” อลินชี้นิ้วไปที่เขมขิม คิดว่าอีกฝ่ายจะต้องเสียใจร้องไห้ที่เห็นเธอควงอัตมัน แต่ทำไมเขมขิมดูชิลล์จนเธอเองเสียอีกที่ร้อนใจ
“ตกลงจะกินไหมคะ แกงกะหรี่กับผัดสะตอจะได้ซื้อใส่กล่องมาให้”
“ฉันจะฟ้องพ่อ คอยดูเถอะ ระวังคะแนนประเมินปลายปีให้ดีแล้วกัน”
อลินวางแผนร้ายในใจ หมั่นไส้เขมขิมที่สวยน่ารักกว่าตัวเอง แต่ถึงกระนั้น ตนเองก็ทำให้แฟนหนุ่มของเขมขินเปลี่ยนใจมาเป็นของตนได้แล้ว
คอยดูนะกลับบ้านไปจะยุให้บิดากดคะแนนประเมินปลายปีของเขมขิมให้มากๆ ตำแหน่งไม่ได้เลื่อน เงินเดือนไม่ขึ้น คอยดูบ้างซิ จะชูหน้าอยู่ในบริษัทได้อีกไหม
เขมขิมยิ้มกว้าง ดวงตาสุกใสเหมือนแก้วเจียระไน เขยิบเข้าไปใกล้ชายหนุ่มหญิงสาวคู่นั้น
“เสียใจด้วยนะคะ พี่คงไม่รออยู่จนรอประเมินผลปลายปีแล้วค่ะ บังเอิญมีที่ที่เขาเห็นความสามารถเรียกตัวไปสัมภาษณ์ และบังเอิญว่าได้งานแล้วด้วย และบังเอิ๊ญ บังเอิญ เงินเดือนมากกว่าที่นี่สองเท่า” เขมขิมพูดจบก็ยิ้มสวยๆ แล้วเดินสะบัดบ๊อบจากไปอย่างอารมณ์ดี
อลินอ้าปากค้าง มองเขมขิมอย่างโกรธจัด อัตมันได้ยินว่าเขมขิมจะไปทำงานที่อื่น ความรู้สึกแรกของเขาคือ เสียดายและเสียใจ เขมขิมเป็นผู้หญิงที่อ่อนโยน ใจดี เป็นผู้หญิงที่ถูกใจเขาที่สุด เขาเพิ่งรู้ตอนนี้เองว่าเขมขิม
อ่อนโยน แต่ไม่อ่อนแอ
ไม่เหมือนกับคนข้างๆ ที่ตอนนี้ความน่ารักลดน้อยถอยลงไปมาก ไม่รู้อะไรที่ทำให้เขาตาบอดโยนเพชรทิ้งเพราะคิดว่าเจอเม็ดที่ใหญ่กว่า ราคาแพงกว่า แต่พอได้หยิบจับอย่างถนัดมือ ยิ่งส่องเข้าไปลึกๆ ก็พบว่าเขาอาจคว้ากรวดเม็ดใหญ่ไม่ใช่เพชรเม็ดงาม เขาชักเสียดายและหวงก้างขึ้นมาแล้ว
เขมขิมที่โมโหจนกลายเป็นความเครียด จากความเครียดกลายเป็นความสติแตกจนไม่สนใจอะไรแล้วใบหน้าสวยจัดที่ปกติจะสีแก้มระเรื่อด้วยเลือดฝาด ยามนี้แดงก่ำทั้งใบหน้าจากแอลกอฮอล์รสร้อนแรง“จะมีอะไรแย่ไปกว่านี้อีกไหม แต่ช่างมันเถอะ ดื่มให้เมาไปเลย”พอเหล้าเข้าปาก ลงกระเพาะโล่งๆ แอลกอฮอล์ก็ซึมซับไวทันใจ สูบฉีดเลือดขึ้นหน้าจนร้อนผ่าวไปทั้งร่าง“ทำไมต้องมาเจอคนแบบนี้ด้วย วันซวยของฉันอะไรเนี่ย!! กินหมดแล้วจะไปส่งฉันที่ไร่จริงๆ ใช่ไหม”จากนั้นมือบางก็คว้าตากีล่าได้ก่อนเจ้าถิ่นคอทองแดงแล้วซัดลงคอพรวดเดียว ก่อนกระแทกแก้วลงกับเคาน์เตอร์ดัง ปัง!“พอแล้วมั้ง” พนาขมวดคิ้วถาม เป็นห่วงคนตัวเล็กว่าจะเมาปลิ้นเสียก่อนจะกลับไร่“มะ มา อาวมา...อีก...กะ”เขมขิมพูดได้แค่นั้นก็หงายตึงลงไปและไม่รับรู้อะไรอีกเลย เล่นเอาโจรป่าพนาไพรอ้าปากค้างอย่างตกตะลึง พอตั้งสติได้ก็ปราดเข้าไปช้อนร่างบางที่กำลังจะหงายหลังไว้“เฮ้ย นี่เธอเป็นอะไรไป อย่ามาตายคาร้านเขานะ เ
“ก่อนที่จะเป็นห่วงเรื่องอื่น ฉันว่านะ ฝ่ายจัดซื้อคงรับพนักงานไม่ได้มาตรฐานมา ย้ำคิด ย้ำทำ พูดตั้งหลายครั้งก็ย้ำอยู่นั่น รู้แล้วว่าอยากไปไร่ แต่เราจะไม่ไปไหนทั้งนั้น จนกว่าฉันจะมีอารมณ์ขับรถ”เขมขิมอยากจะกรีดร้อง ตะเบ็งถามเขากลับไป “ขับรถต้องมีอารมณ์ด้วยเหรอ”เขาตอบสั้นๆ “อือ” มือสากจับหมับที่ข้าศอกเรียวแล้วออกคำสั่ง “ไม่กินเหล้า ไม่ง้อก็ได้ งั้นนั่งเฝ้าพี่ยันเช้าละกันน้องสาว”น้ำเสียงเขามีความร้ายกาจปนความยียวนอยู่ในตัว เขมขิมอยากจะตะกุยหน้าหมีให้พังแต่ก็ยับยั้งไว้ได้ เธอถอนใจอย่างสุดทนเวรกรรมที่แท้ทรู“เอ้า ชนแก้ว” หมีขี้เมาชวนอย่างอารมณ์ดีรอยหยันผุดขึ้นบนใบหน้าสวยที่อารมณ์กำลังเดือดปุดๆ “ใครจะนั่งเฝ้าคุณไม่ทราบ ถ้าไม่ไปส่งก็เอากระเป๋าสตางค์ฉันคืนมา ฉันตัดสินใจแล้ว จะหาทางไปเอง” เขมขิมใช้ความว่องไวเอื้อมไปหยิบกระเป๋าสตางค์ที่วางอยู่ตรงหน้าเขา แต่พนาไวกว่า“กินเหล้าไปแล้ว จะให้ฉันชักดาบไม่จ่ายเขาหรือไง ถึงไร่ ฉันจ่ายดอกเบี้ยให้”&ldqu
“สั่งใคร” เขาถามกลับเสียงห้วนเขมขิมข่มความโมโหไว้เต็มเปี่ยม ถ้าไม่ติดว่าต้องพึ่งพา เธอด่ากลับไปแล้ว“คุณไง คนขับรถ”ปากแบบนี้อาจได้ผัวเป็นคนขับรถคืนนี้ก็ได้พนาไม่ได้พูด แต่แววตาอันคมกริบพันธนาการเธอไว้อย่างเหนียวแน่นเขมขิมไม่ใช่คนไร้เดียงสา เห็นแววตามองโลมเลียของคนตรงหน้าก็รู้สึกร้อนผ่าวไปทั้งตัว สัญชาติญาณระวังภัยเริ่มทำงาน “มองหน้าฉันแบบนี้ มีอะไร”“กำลังคิดว่าเธอคงมีแฟนแล้วก็ถูกแฟนทิ้งมาแน่”เขมขิมอ้าปากค้าง ตกใจที่เขาเดาถูกแต่เธอไม่ยอมรับให้เสียหน้าหรอก ผู้ชายที่เห็นแก่ตัวอย่างอัตมันไม่มีค่าให้เธอเสียใจ“ตกใจเลยเหรอ รู้ไหมทำไมฉันเดาถูก เพราะเธอนี่ท่าทางจะเป็นพวกชอบสั่งนะ แต่อย่ามาสั่งคนอย่างฉัน เข้าใจไหม” น้ำเสียงกร้าวขึ้นอย่างชัดเจน เขาไม่ชอบให้ใครมาสั่ง มาบงการ โดยเฉพาะผู้หญิง“คุณเดาผิดต่างหากล่ะ ผู้ชายส่วนมากนี่ชอบมโนคิดว่าตัวเองเป็นคนสำคัญเนอะ แต่นั่นมันเรื่องส่วนตัวของฉัน ไม่จำเป็นต้องเสียเวลาอธิบายให้คนอย่างคุณเข้าใจ เพราะสิ่งที่สำคัญคือทำไม
ภายในร้านเหล้าที่พนามาเข้ามาเปิดเพลงคลอเบาๆ บรรยากาศชวนเมา พนักงานทุกคนในร้านเหมือนจะคุ้นเคยกับเขาเป็นอย่างดี ร่างเล็กของเขมขิมวิ่งตามเขาเข้ามาในร้าน ส่วนผู้ชายวายร้ายคนนั้นกำลังวางกระเป๋าสตางค์ของเธอที่หน้าบาร์“น้องวิสกี้ออนเดอะร็อกสองแก้ว”“ได้ครับป้อ...” เสียงนั้นเลือนหายเมื่อเห็นสายตาคมดุที่สื่อให้รู้ว่าไม่ต้องการให้คนที่มาด้วยกันรู้ว่าเขาคือพ่อเลี้ยงคนดังก่อนจะหันมากวักมือเรียกคนยืนงงๆ“มานี่สิ ยืนเอ๋อทำไม”เขมขิมเม้มปากแน่นกับคำพูดไม่เข้าหูของหมีอุรังอุตัง ใบหน้าสวยหันซ้าย หันขวา ราวกับไม่รู้ว่าจะทำอะไรต่อไปดี ในชีวิตของเขมขิมเคยหลงเข้าร้านแบบนี้แค่สองครั้ง คือวันเกิดเพื่อนสาวคนสนิท ส่วนอีกวันคือเมื่อเดือนก่อน ตอนถูกคนรักบอกเลิกตอนเธอคบหากับอัตมันจุดนัดพบของเธอกับเขาคือร้านนมปั่น ไม่ใช่ร้านเหล้าปั่น คงเพราะภาพลักษณ์ที่ดูเป็นเด็กอนามัยละมั้ง ในที่สุดอัตมันก็บอกเลิกเธอและไปคบหากับลูกเจ้านายเก่าที่ดูแซ่บกว่าเยอะ“มานั่งตรงนี้สิ คนเลี้ยงเหล้า” เขายกมือกอดอก มองด้วยส
“เธอหมายความว่ายังไง”“ฝ่ายจัดซื้อ กับ คนขับรถคงไม่ต้องมีหน้าที่มาเจอกันบ่อยๆ”พูดจบเขมขิมก็หมุนกลับสะบัดบ๊อบเดินไปข้างหน้าอย่างไม่สนใจ ชายหนุ่มร่างสูงก้มมองเสื้อผ้า รองเท้า บวกเข้าด้วยกันก็หลายหมื่น แล้วยังรถยนต์ราคาสิบกว่าล้าน“เราดูแย่ขนาดนี้เลยเหรอวะ คนขับรถนี่นะ....”พ่อเลี้ยงพนายกมือลูบคางสาก นึกเวทนาตัวเอง สงสัยว่างๆ เขาควรจะแวะไปร้านตัดผมที่ดีที่สุดในจังหวัด แต่ที่ไม่ไปอีกเพราะเขาเคยมีซัมติงกับเจ้าของร้านสาวสวย ตอนนั้นก่อนถอดเสื้อผ้าเธอบอกว่าได้หมด พอถึงสวรรค์ เจอทางแยก ทางใครทางมันได้เลย แต่พอหลังจากนั้น รุ่งเช้ามาก็ร้องไห้โวยวายให้เขารับผิดชอบ นับแต่นั้น เขาเลยไม่ได้ไปตัดผมอีก จะไปร้านอื่นก็ตัดไม่ถูกใจ“ไม่เป็นไร ไปตัดแถวเชียงราย แม่ฮ่องสอนก็ได้วะ” เขาก้มดูกางเกงยีนส์ตัวละสองหมื่นเศษๆ แล้วเจ็บใจแม่ตัวดีคอยดูเถอะ“ปากแบบนี้ คิดว่าเธอจะผ่านโปร.ทดลองงานไหม ยัยตัวแสบ ได้ร้องไห้ขี้มูกโป่งมาอ้อนวอนฉันแน่” พนาเก็บอารมณ์กรุ่นนั้นไว้ ครั้งแรกก็ว่าเขาหน้าแก่เกินวัย
หากรู้ว่าการนั่งรถมากับเขาคือหายนะที่กำลังจะเกิด เธอจะทำทุกอย่างแม้ว่าเปิดประตูรถแล้วกระโดดลงไปข้างทาง ดวงตาคู่สวยข่มกลั้นความหวาดกลัวต่อชายแปลกหน้าแต่สังเกตจากรถที่เขาขับ ราคาของมันแพงหูฉี่ ไม่ใช่รถคนงานในไร่อย่างแน่นอน ไร่ส้มใหญ่ขนาดนั้นอาจจะมีคนขับรถหลายคนก็ได้ เป็นไปได้ไหมเขาเป็นคนขับรถให้เจ้าของไร่ ลุงชมอาจไม่สบาย เขาผ่านมาพอดีเลยฝากมารับเธอต้องเป็นแบบนี้แน่เขมขิมพยายามนั่งไปเงียบๆ ไม่มองเขาแต่ก็อดลอบสังเกตไม่ได้ นิสัยเอาแต่ใจ เลือดร้อนไม่ยอมคน ทำให้พ่อเลี้ยงพนาเหยียบตามรถคันหนึ่งที่ปาดหน้าเขาไป“ปาดมา ปาดกลับ ไม่โกงเว้ยยย ฮ่าๆ” แถมยังหัวเราะร่าสะใจ ยิ้มเยาะใส่กระจกมองหลังอีก“เฮ้ย คุณใจเย็นสิ ฉันยังไม่อยากตาย”“แค่นี้ไม่ตายหรอก ดูมันสิขับรถปาดหน้าชาวบ้านเดี๋ยวก็ได้ลงเหวข้างทางหรอก ไม่รู้หรือไง แถวนี้ตกไปก็ตายเท่านั้นแหละ” ใครจะชินภูมิประเทศแถบนี้ดีกว่าเขา ที่สำคัญ เขาคุ้นๆ รถคันนั้นเหมือนเป็นรถที่วิ่งส่งบรรจุภัณฑ์ไปส่งที่ไร่เขมขิมแอบภาวนาขอให้พระคุ้มครอง ทั้งที่เธอคาดเข็ม







