Se connecterหลังจากนี้เขาก็คงมีโอกาสตามใจตัวเขาบ้าง เขานั้นก็พึ่งปรารถนาในตัวของสตรีผู้หนึ่ง ปรารถนาอยากแต่งนางมาเป็นฮูหยินรอง แต่อีกใจก็หวาดกลัวฮูหยินคนแรกที่เขาแต่งมาก่อนอยู่แล้ว แม้กระทั่งกำเนิดบุตรชายของตระกูล สตรีผู้นั้นยังรังแกได้นับประสาอะไรกับสตรีบอบบางด้วยเล่า
ไม่ถึงครึ่งก้านธูป เสียงเจื้อยแจ้วแสนสดใส ดังไม่ขาดระยะ บางครั้งก็ได้ยินเป็นเพลง..... เฟยห่วงได้ยินก็หัวเราะออกมาอย่างไม่รู้ตัวกลับอาการไร้เดียงสาของเด็กน้อย
“ท่านแม่ขอรับ ข้าได้เมล็ดพันธุ์มาแล้วขอรับ...” เจ้าหนูน้อยในอาภรณ์สีเขียวหม่นวิ่งมาหาท่านแม่ที่เตรียมอุปกรณ์รออยู่ ในมือของเจ้าก้อนแป้งนั้นมีเมล็ดพันธุ์แตงโม เจ้าหนูน้อยผู้นี้ฉลาดเอาเรื่อง....อย่างไรเฟยห่วงจะไม่รู้ว่าเจ้าก้อนแป้งคงชอบกินแตงโมสิท่า ถึงให้บ่าวรับใช้หยิบเมล็ดพันธุ์นี้มาหนึ่งถุง “ก่อนไปเจ้าต้องแต่งตัวให้สมกับเป็นชาวไร่เสียก่อน” เฟยห่วงหาผ้าคลุมมาคลุมศีรษะให้ซีห่าว มองไปภายนอกแม้บรรยากาศไม่ได้มีแดดร้อนจัด แต่ก็กลัวว่าเจ้าอ้อนของนางจะเป็นไข้ไม่สบายมาเสียก่อน สองแม่ลูกเดินออกมาจากเรือนนอนฝั่งซ้าย จูงมือกันออกไปที่ท้ายจวนมีพื้นที่มากพอสำหรับปลูกผัก บ่าวรับใช้ต่างพากันสงสัย เดินตามด้วยความกังวลว่าฮูหยินจะพาคุณชายน้อยไปเล่นพิเรนทร์จนเกิดเรื่อง เดือดร้อนพ่อบ้านหมิงซู่ทำตัวคล้ายโจรย่องเบา เดินตามพวกสองแม่ลูก คล้อยหลังยังมีคุณชายซีอั่นเดินตาม “เจ้ามองอะไรรึ” สุรเสียงอันนุ่มลึกคุ้นหูทำให้พ่อบ้านหมิงซู่ ตื่นตระหนกสะดุ้งตัวโหยง “เออ มองฮูหยินกับคุณชายน้อยขอรับ” พ่อบ้านหมิงซู่รีบเอ่ยตอบ “จับตาดูนางเอาไว้ให้ดี อย่าให้คาดสายตา ถ้าลูกข้าเป็นอะไรไปเพราะนาง ข้าเอาพวกเจ้าตายแน่” แน่นอนว่าซีอั่นไม่ขู่ เขาเอาจริงต่างหาก “ขอรับ” พ่อบ้านหมิงซู่รีบรับคำ แล้วย่องตามสองแม่ลูก รวมถึงซีอั่นเองก็ไม่ไว้วางใจนางเช่นกัน ดังนั้นสองแม่ลูกจึงโดนสะกดรอยตามโดยพ่อบ้านและซีอั่นที่ตั้งข้อสงสัยในตัวของภรรยาผู้นี้เช่นกัน“ซู่วววว.....” มารดาของเจ้าก้อนแป้งช่างทำตัวประหลาดยิ่งนัก ปลายนิ้วเรียวสวยของมารดาแนบริมฝีปาก พร้อมทำเสียง ซีห่าวเห็นแบบนั้นก็ทำตามบ้าง
“พ่อของเจ้ากับพ่อบ้านกำลังตามพวกเรามา..” “อย่างนั้นหรือขอรับ” ซีห่าวตาโตด้วยอาการสนอกสนใจ เห็นทุกเรื่องราวเป็นเรื่องที่น่าสนุกไปเสียหมดทุกอย่าง เฟยห่วงพยักหน้ามือวางบนศีรษะของเจ้าก้อนแป้ง เจ้าหนูด้วยความอยากรู้อยากเห็นก็แอบหันไปดุเห็นพ่อบ้านกำลังเดินตาม พอรู้ว่าคุณชายน้อยสกุลซีกันไปเจอพอดี พ่อบ้านหมิงซู่ก็วิ่งหลังต้นไม้ ซีห่าวหัวเราะออกมาเอิ๊กอ๊ากอย่างถูกใจ “สงสัยพ่อของเจ้าให้คนมาตามข้า เอาเป็นว่า ข้าจะอุ้มเจ้าขึ้นมา เราสองคนก็ทำตัวเป็นปกติ เจ้าว่าดีไหม” เฟยห่วงเห็นเจ้าหนูก้อนแป้งพยักหน้าหงึกหงักก็อุ้มเจ้าตัวอ้วนขึ้นมาแนบอก ตัวไม่เบาเลยสักนิด ไม่แปลกหรอกก็บิดาของเด็กน้อยผู้นี้เลี้ยงดูอย่างดีขนาดไหน ดูแล้วลูกของเฟยห่วงผู้นี้จะกินทุกอย่างที่ขวางหน้า “มีท่านพ่อตามมาด้วยนะขอรับ” “อย่าเสียงดังไป ข้าก็อยากรู้เหมือนกันว่า พ่อของเจ้าจะทำเช่นไร ข้ากับเจ้าแค่มาปลูกผักเท่านั้นเอง เวลาผักพวกนี้เจ้าจะได้กินอย่างอร่อยอย่างไรล่ะ” “อือ” “เอาล่ะเสี่ยวห่าว เจ้าบอกข้ามาสิว่าไปทางไหน” เจ้าก้อนแป้งแสนรู้ความก็รีบชี้นิ้วบอกทิศทางไปสวนพักหลังบ้าน เฟยห่วงยิ้มกับความน่ารักของซีห่าว.... พอเดินมาได้สักพักก็เห็นบ่าวของสกุลซีกำลังพรวนดินสวนรออยู่ ทุกสายตาจับจ้องมองมาที่ฮูหยินและคุณชายน้อยที่ไม่เคยกล้ำกรายมายังสถานที่แห่งนี้ บ่าวในเรือนต่างก็พากันยืนมองฮูหยินที่จู่ ๆ ก็ลุกขึ้นมาจับจอบมาพรวนดิน “พวกเจ้าทำงานของพวกเจ้าไป ข้าแค่อยากมาปลูกผักกับเสี่ยวห่าวเพียงเท่านั้น” “ขอรับ” เจ้าก้อนแป้งรับคำยิ้มแฉ่งอวดฟันกระต่ายสองคู่ จนเฟยห่วงมันเขี้ยวในความน่ารักของซีห่าวจับแก้มนุ่ม ๆ เฟยห่วงถอนหายใจกับพื้นที่โล่งตรงหน้า ไม่นานบ่าวรับใช้ต่างก็มายืนรออยู่ตรงหน้าต้องการช่วยฮูหยิน “ไม่เป็นไร พวกเจ้าไปทำงานของพวกเจ้าเถอะ ข้ากับซีห่าวทำตรงนี้เอง” พวกบ่าวรับใช้ได้แต่ก้มหน้าก้มตาไปทำงานของตนเอง ก่อนจะถูกพ่อบ้านหมิงซู่เรียกไปถามไถ่ และคอยมองสองแม่ลูกที่กำลังเล่นพิเรนทร์มาปลูกผักในสวน เด็กน้อยถูกจับให้นั่งกอดเข่ามองมารดาที่กำลังพรวนดิน..... ซีห่าวเอียงคอตามประสาเด็กช่างสงสัย ก่อนลุกเดินไปหยิบเมล็ดพันธุ์หยอดเมล็ดตามหลังมารดาที่กำลังพรวนดิน เฟยห่วงหันมาเห็นเจ้าหนูน้อยกำลังเล่นอย่างสนุก ก็รีบร้องห้าม... “เสี่ยวห่าว....อย่าหว่านแบบนั้น” มือรีบคว้าห้ามมือนุ่มป้อมที่กำลังหว่านเมล็ดแตงโมสนุกสนานนั้นเอาไว้ ซีห่าวหน้าตาถอดสีเมื่อโดนห้าม ความหวาดกลัวว่าจะโดนมารดาต่อว่า ทำให้เจ้าหนูน้อยน้ำตาเออคลอ เฟยห่วงเห็นแบบนั้นตกใจเล็กน้อย ก่อนจะระบายยิ้มออกมา ยกนิ้วไปเช็ดน้ำตาของเจ้าตัวน้อย “อย่าทำแบบนั้น เสี่ยวห่าวดูข้านะ” “ขอรับท่านแม่” สุดท้ายแล้วเฟยห่วงต้องเป็นฝ่ายสาธิตให้เจ้าหนูน้อยแสนดื้อดูก่อนว่าจะหว่านเมล็ดอย่างไร สายตากลมแป๋วมองที่นางด้วยความอยากรู้อยากเห็น “ท่านแม่ของข้าเก่งที่สุดขอรับ” เฟยห่วงยิ้มกับการที่เจ้าหนูน้อยผู้นี้นั้นปากหวาน “ตาเจ้าแล้ว เจ้าก้อนแป้งอ้วน” เจ้าหนูรับถุงเมล็ดพันธุ์มาจากมือของมารดา แล้วหยิบทีละเมล็ดมาหยอดลงดิน “เก่งมาก” เฟยห่วงชมเจ้าหนู ซีห่าวที่โดนมารดาชมเปาะ ซีห่าวฉีกยิ้มกว้าง....... ก่อนกอดขามารดาด้วยความดีอกดีใจ.... “เจ้าจะขี้อ้อนเกินไปแล้วนะ ซีห่าว” “ข้ารักท่านแม่นะขอรับ” เสียงสะอึกสะอื้นของเจ้าซีห่าวทำให้เฟยห่วงประหลาดใจไม่น้อย หญิงสาวยกยิ้มด้วยความอบอุ่นหัวใจ ไม่อยากเชื่อเลยว่าตัวละครในนวนิยายที่ตนเองสร้างขึ้นจะมีความน่าเอ็นดูถึงเพียงนี้ ฉางเห่ยเอ๋ยฉางเห่ย คงทำผิดไปแล้วจริง ๆ“ท่านคิดว่านางจะคิดได้หรือเปล่า ว่าตัวนางเองนั้นสร้างความเดือดร้อนให้คนอื่นมากขนาดไหน ข้าไม่คิดเลยว่านางจะถึงขั้นวางแผน สั่งการให้หยางฮัวเข้ามาในจวนของเรา หวังสร้างความวุ่นวาย สุดท้ายนางก็แพ้ภัยตัวเอง” เฟยห่วงเอ่ยถามซีอั่นที่นั่งนิ่งยกยิ้มมองนางไม่วางตาอยู่เช่นนั้น แววตาของเขามักทำให้นางสั่นไหวอยู่เสมอ “คนอย่างนางก็คงรู้ตัว หลี่อี้หมิงคงหาทางจัดการกับนางเอง เจ้าไม่ต้องกังวลสิ่งใดเลยฮูหยินข้า ว่าแต่เจ้าเถอะ เจ้านึกเป็นห่วงน้องสาวเจ้าถึงเพียงนี้ ขณะเดียวกันนางนั้นกลับคิดทำร้ายเจ้าอย่างนั้นหรือหึ” เขาถามเสียงแผ่วเบา ก่อนเอื้อมมือมาสัมผัสแก้มนุ่ม ๆ ของภรรยา เฟยห่วงส่ายหน้า “ความสัมพันธ์พี่น้องระหว่างข้ากับนางได้จบสิ้นแล้วเจ้าค่ะ ตั้งแต่นางคิดทำร้ายบุตรชายของเรา ข้าไม่อยากให้อภัยนางนัก แต่เพราะคิดว่าสาเหตุที่นางร้ายกาจ ล้วนเป็นเหตุผลมาจากการกระทำของข้าในอดีต ข้าคิดว่าสิ่งนั้นกำลังสนองข้าอยู่ พอใคร่ครวญอย่างถี่ถ้วนทั้งหมดล้วนเป็นการกระทำของนางเองทั้งสิ้น” “เช่นนั้นก็ดีแล้ว ข้าดีใจนะที่เจ้าคิดเช่นนั้น มามะ” จู่ ๆ เขาก็
ทันทีที่ได้ยินชื่อของหยางฮัว เฟยหลงมีใบหน้าซีดเผือด หันมองหน้าไปมองยังสามีของตนที่มองนางด้วยแววตาหวาดหวั่น และสงสัยในตัวนางอย่างยิ่ง เฟยหลงเลียริมฝีปากของตนเอง ก่อนหันไปมองยังผู้มาเยือนคนใหม่ที่เดินเข้ามาพร้อมกับชายชราที่ร่างกายไม่สู้ดีนัก นางรู้ทันทีว่าทั้งหมดเป็นแผนการของพี่สาวนาง “คารวะฮูหยินสกุลหลี่ หวังว่าท่านคงจำคำที่ท่านกล่าวกับข้าและท่านพ่อของข้าได้นะเจ้าค่ะ” หยางฮัวกล่าวทักทายเฟยหลงที่กำลังมองนางด้วยใบหน้าตะลึก ดวงตาแทบถลนออกมา “มันเรื่องอันใดกัน เฟยหลง เจ้าไปก่อเรื่องอันใด” หลี่อี้หมิงที่นั่งเงียบมานาน ถึงคราได้เอ่ยปากถาม “น้องสาวข้ามิสะดวกที่กล่าวเล่าความในอดีตที่ผ่านมาได้ ข้าขอเป็นฝ่ายเล่าเรื่องทุกอย่างแทนเอง” เฟยห่วงยกยิ้มมุมปาก ปรายตามองน้องสาวนอกไส้ เฟยหลงเสียดายที่ข้าเคยเอ็นดู ครานี้ถึงเวลารับกรรมของนางแล้ว นางคิดว่าชีวิตของตนนั้นไม่เป็นธรรมมาตลอด แต่การกระทำของนางก็ไม่เคยเป็นธรรมต่อคนอื่นเช่นกัน เฟยห่วงเล่าเริ่มต้นเล่าเรื่องราวทั้งหมดตั้งแต่งานเทศกาลดอกเบญจมาศเมื่อครั้งก่อน ส่วนเร
เรื่องราวเริ่มต้นเมื่อบิดาของหยางฮัวป่วยหนักจนต้องไปยืมเงินของสกุลหลี่ เฟยหลงเคยมาดื่มชาที่โรงเตี๊ยมของเถ้าแก่หยาง ครานั้นซีอั่นกับบุตรชายไปแวะดื่มชาดับกระหาย สายตาและการกระทำของหยางฮัวเด่นชัดเหลือเกินว่าสนใจในตัวของคุณชายแห่งสกุลซี เฟยห่วงนิ่งฟังด้วยความใจเย็น เฟยหลงนางช่างร้ายกาจถึงเพียงนี้ นางถึงขั้นหลอกใช้หยางฮัวผู้หลงรักซีอั่น คิดแล้วก็น่าสงสารผู้หญิงที่กำลังนั่งกอดขาของนางเอาไว้ ‘เจ้าไม่ต้องร้อง เจ้าเข้าไปดูแลพ่อของเจ้าเถอะ เรื่องค่ายาของพ่อเจ้า ข้าจะดูแลเอง เรื่องนี้ข้าคงต้องนำความไปหารือกับสามีของข้าเสียแล้ว’ ‘ขอบคุณฮูหยินที่เมตตาข้าเจ้าค่ะ’ หลังจากนั้นเฟยห่วงก็นำความมาแจ้งผู้เป็นสามี ซีอั่นดูไม่ตื่นตกใจเลยสักนิด ราวกับว่าทุกอย่างอยู่ในการคาดการณ์ของเขา แล้วการที่ไล่หยางฮัวออกจากจวนสกุลซีก็นับว่าเป็นส่วนหนึ่งของแผนการของสามีของนาง เฟยห่วงได้ยินสามีของตนพูดเช่นนั้น เขาดูฉลาดไปทุกเรื่องจริง ๆ เขาเองก็อยากเอาคืนเฟยหลงเช่นกัน ครั้งนั้นกล้ามาทำร้ายซีห่าว ยามนี้กำลังนอนหลับบนตักแกร่งของผู้เป็นบิดา ท้
จวนสกุลหลี่ จวนสกุลหลี่เต็มไปด้วยเสียงเอะอะโวยวายตั้งแต่เช้า เพราะมีแขกไม่ได้รับเชิญมาแต่เช้าตรู่ เฟยหลงกับหลี่อี้หมิงตกใจไม่น้อย ไม่คิดว่าเฟยห่วงและซีอั่นจะมาหาพวกนางถึงจวนสกุลหลี่ ทั้ง ๆ ที่เฟยห่วงไล่นางออกจากจวนสกุลซีในวันนั้น เฟยหลงก็ติดต่อผู้เป็นพี่สาวอีกเลย.... มาคราวนี้อยากเฟยหลงก็อยากถามนางเหมือนกันว่ามีเรื่องร้อนใจอันในถึงขั้นมาหานางถึงที่เช่นนี้ เดือดร้อนนางและสามีต้องตื่นขึ้นมาในยามเช้า เฟยหลงและหลี่อี้หมิงใช้เวลาไม่ถึงหนึ่งก้านธูปก็มารอแขกที่มิได้รับเชิญที่ห้องรับรอง แขกที่นั่งรออยู่ก่อนแล้ว เฟยห่วงนางดูไม่ทุกข์ร้อนใด ๆ สมกับเป็นนางเสียจริง “ท่านพี่และคุณชายซีอั่นมาหาข้าและสามีถึงจวน คงมีเรื่องอันใดร้อนอกร้อนใจอย่างนั้นหรือ” เฟยหลงเอ่ยปากยกยิ้มมุมปากอย่างเหลือร้าย เฟยห่วงส่ายหน้า นับวันเฟยหลงนางก็ยิ่งกู่ไม่กลับ เฟยห่วงและซีอั่นมาที่ก็เพื่อจัดการคนที่ไม่รู้ถูกผิด อย่างไรวันนี้สามีของนางต้องรู้พฤติกรรมของภรรยา “ข้าและซีอั่นไม่มีธุระอันใดต้องมาที่จวนของคุณชายหลี่อี้หมิง แต่ข้ามาทวงความยุติธรรมให้
สวนผักหลังบ้านเริ่มโล้นเตียนเหลือแต่พื้นดินเปล่า ๆ ช่วงที่ผ่านเพราะมัวแต่เก็บผักไปขายที่ตลาด สนุกสนานกับการขายผัก จนลืมหว่านเมล็ดพันธุ์ในแปลงผัก วันนี้ได้โอกาสนั้นที่หว่านเมล็ดพันธุ์ สองแม่ลูกจูงมือกันมายังสวนท้ายจวน ซีอั่นสั่งให้บ่าวหลายคนมาช่วยนางและบุตรชาย ซีอั่นมองภาพสองแม่ลูกที่กำลังหว่านเมล็ดพันธุ์ลงดิน ส่วนมือก็จับกำลังวาดภาพสองคนลงบนกระดาษช่างเป็นภาพที่สวยงามยิ่งนัก หลายปีที่ผ่านมาภาพวาดของซีอั่นไร้ชีวิตชีวา และจิตวิญญาณ วันนี้เขาได้ค้นพบมันแล้ว ความสุข....และคำว่าครอบครัว เพียะ! เสียงของฝ่ามือฟาดลงบนแก้มของหยางฮัวอย่างแรง โดยไม่ทันตั้งตัว หญิงสาวได้แต่ข่มความไม่พอใจเอาไว้ ยามนี้หยางฮัวไร้กำลังต่อสู้ บิดาอ่อนแอเกินกว่าจะทำให้นางเหิมเกริมกับสตรีตรงหน้าได้ สาเหตุที่หยางฮัวไร้ยางอายนั่งคุกเข่า เป็นหนึ่งแผนการของเฟยหลง ต้องการให้ครอบครัวของผู้เป็นพี่สาวนั้นแตกแยก หยางฮัวรับข้อเสนอของฮูหยินสกุลหลี่ บิดาของหยางฮัวป่วยหนัก จนต้องการใช้เงินมากมายกับซื้อยามารักษาผู้เป็นบิดา หยางฮัวแม้จะไม่พอใจนักที่
รุ่งสางของวันใหม่ ซีห่าวที่ลืมตามาในห้องอันเปล่าเปลี่ยว ช่างไม่คุ้นเคยเสียเลยสำหรับเด็กน้อย....ปรกติเขามักนอนเคียงคู่กับบิดามารดา ไยวันนี้ลืมตาตื่นขึ้นมาโดดเดี่ยวเช่นนี้ เมื่อเด็กน้อยตื่นบ่าวรับใช้ก็รีบเข้ามาในห้องของคุณชายโดยที่ซีห่าวยังไม่ทันได้เอ่ยปากร้องหาด้วยซ้ำ “ท่านพ่อท่านแม่ข้าล่ะ” ซีห่าวขยี้ตาถามบ่าวรับใช้ที่ก้มหน้า เอาผ้ามาเช็ดหน้าเช็ดตาใบหน้าจิ้มลิ้มของคุณชายซีห่าวแสนน่ารัก เจ้าก้อนป้อนยิงฟันให้บ่าวเอาขัดฟันมาถู ช่างสบายไม่มีผู้ใดเกินหน้าเกินตา คุณชายน้อย พลันบ่าวช่วยผลัดเปลี่ยนอาภรณ์ให้เจ้าก้อนแป้ง ขาสั้น ๆ ก็รีบวิ่งไปทางเรือนนอนฝั่งซ้ายโดยที่บ่าวรับใช้ส่งเสียงร้องห้ามแทบไม่ทัน ต้องพากันวิ่งวุ่นตามคุณชายน้อย เสียงฝีเท้าดังของฝีเท้าน้อย ๆ กำลังวิ่งมาทางเรือนนอนฝั่งซ้าย ขาสั้นป้อมของซีห่าววิ่งแรงจนได้ยินเสียงตึกตักของฝีเท้า ปลุกสองสามีภรรยาที่กำลังกกกอดกันอย่างมีความสุขลืมตาขึ้นมาทันควัน “ท่านพ่อ ท่านแม่....” เสียงคางยานดังมาแต่ใกล้ ซีอั่นรีบลุกขึ้นแล้วผลัดผ้าทันที เฟยห่วงก็เช่นกัน เฟยห่วงไม่
เฟยห่วง เจ้าไม่ควรคิดเรื่องความรัก ความตั้งใจของเจ้าอยากเป็นมารดาที่ดีให้ซีห่าว แค่นั้นก็พอแล้ว.... เฟยห่วงส่ายหน้าและคิดกับตนเอง นางไม่อยากคิดเรื่องอื่นใด ทว่าแววตาของหยางฮัวช่างมีเลศนัยจนนางหวั่นกลัวว่าจะเกิดความยุ่งยากในภายหน้าอันใกล้อย่างแน่นอน “เฟยห่วง เจ้าว่าอย่างไ
“ข้าอยากอยู่กับท่านแม่” เจ้าก้อนแป้งยังขี้อ้อนไม่หยุดกอดขาของเฟยห่วงเอาไว้ สายตาจ้องมองป้ากวงอย่างเอาเรื่อง ราวกับกลัวว่าป้ากวงจะแย่งแม่ของเขาไป “อย่าดื้อนักสิเจ้าก้อนแป้ง ทุกคนเขาเป็นห่วงลูกรู้ไหม ป้ากวงเองก็เช่นกัน เป็นห่วงคุณชายน้อยสกุลซีมากแค่ไหนรู้ไหม เจ้ารออยู่
ซีห่าวกำลังกินผลส้มจนท้องเริ่มตึง แล้วอึดอัด สายตาทอดมองมารดาที่กำลังพรวนดิน เจ้าหนูน้อยถูกห้ามไม่ให้ออกไปตากแดด ต้องรอให้หายขาดเสียก่อน มารดาผู้งดงามจึงอาสาไปดูแลต้นไม้ต้นน้อยของซีห่าวแทน “ท่านแม่เหนื่อยไหมขอรับ.......” เสียงร้องตะโกนจากร่มต้นไม้ใหญ่ที่ม
“เจ้ามาก็ดี ข้าอยากเสวนากับเจ้าอยู่พอดี” น้ำเสียงที่ถูกเปล่งวาจาออกมานั้นเต็มไปด้วยความหงุดหงิดจนหยางฮัวจับสังเกตได้ “มีเรื่องอะไรหรือเจ้าคะ ท่านสามารถเล่าให้ข้าฟังได้นะเจ้าคะ” หยางฮัวหวั่นเกรงเล็กน้อยที่เอ่ยปากถาม แต่ถ้าคิดถึงภายภาคหน้านางก็ต้องกลายเป็







