Masukซีอั่นไม่เคยคิดว่าตนเองจะต้องมาใช้ชีวิตกลายเป็นพวกแอบมอง คนที่เขาแอบมองอยู่นั้นจะเป็นใครได้เล่า นอกจากเฟยห่วงและซีห่าว
ทว่าภาพตรงหน้ากลับไม่ได้น่าห่วงอย่างที่คิดเอาไว้ อย่างไรนะหรือ ก็เพราะ....บุตรชายของสกุลซีนั้น กำลังหัวเราะหัวใคร่กับผู้เป็นมารดาอย่างถูกอกถูกใจ ภาพตรงหน้าทำให้หัวใจอันแข็งกร้าวของบุรุษอย่างซีอั่นหวั่นไหว นี่คงเป็นสิ่งที่เจ้าตัวน้อยปรารถนามาตลอดสินะ แต่ไหนแต่ไรเจ้าซีอั่นโหยหาความรักจากมารดาเสียเหลือเกิน ครั้นในอดีตนางมักจะไล่บุตรชายและไม่ต้องการพบหน้า น้ำนมสักหยดนางก็ไม่ปรารถนาให้ลูกน้อยได้ดื่มกิน เขาแค้นเคืองในตัวของเฟยห่วงไม่น้อย มายามนี้นางทำราวกับอดีตไม่มีเรื่องอันใดเกิดขึ้น อีกทั้งเจ้าซีห่าวก็ไม่เคยถือโทษโกรธมารดา อย่างไรได้เล่า เด็กน้อยอย่างไรแล้วก็คือเด็ก..... เขานึกโกรธบุตรชายหรือน้อยใจบุตรก็นับว่าเป็นบิดาที่ไม่เอาไหนเสียเลย เขาได้แต่สั่งให้พ่อบ้านหมิงซู่คอยจับตาดูสองแม่ลูกอยู่ไม่ห่าง เขามิอาจไว้วางใจได้เลยสักนิดว่าเฟยห่วง นางมารจะมาแสร้งทำดีกับบุตรชายเพื่อจุดประสงค์ใดกันแน่เข้าสู่ยามค่ำปลายของยามโหย่ว (17.00-19.00น.) เฟยห่วงก็เห็นว่าเจ้าอ้วนที่กำลังขะมักเขม้นกับการหยดเมล็ดพันธุ์ ด้วยความพยายามที่ไม่ลดละเลยสักนิด
เด็กคนนี้ช่างเป็นเด็กที่มีความมานะตั้งแต่ยังเยาว์เสียเหลือเกิน.... เฟยห่วงมองลูกชายก็ยื่นมือไปเช็ดเหงื่อบนหน้าผากของเจ้าก้อนแป้ง “หิวข้าวหรือยัง” เฟยห่วงเอ่ยถาม ซีห่าวถูกสั่งสอนจากบิดาเกิดเป็นบุรุษนั้นต้องอดทน แม้ท้องน้อยจะหิว....แต่กลับส่ายหน้า ก๊อก..... “หิวแล้ว ยังจะส่ายหน้าอีก ปะ เราไปกินข้าวกัน” เฟยห่วงยิ้มก่อนจูงมือป้อม ๆ ของเด็กน้อยไปที่ห้อง ก่อนจะสั่งให้บ่าวนำอาหารมาให้เจ้าตัวน้อย มาถึงเฟยห่วงก็จับเจ้าตัวอ้วนอาบน้ำเสร็จ ก่อนจะแต่งตัวด้วยอาภรณ์ใหม่.... กลิ่นกำยานหอมกรุ่นไปทั่วห้อง เด็กน้อยมองผู้เป็นมารดาตาใส ทว่ากลับมีสิ่งผิดปกติหน้าแดงก่ำ “เป็นอะไรไป หือ...” เฟยห่วงเอ่ยปากถามเด็กน้อย “เปล่าขอรับ” ซีห่าวส่ายหน้า เฟยห่วงรับรู้สึกสิ่งปกติที่เกิดขึ้น ไยนางจะไม่รู้ว่าเด็กน้อยกำลังปิดบังบางอย่าง ซีห่าวคงเป็นเด็กที่ถูกเลี้ยงด้วยความเข้มงวดของบิดาสินะ แถมยังต้องมาเจอมารดาผู้ใจร้ายอย่างเช่นนางอีก บ่าวรับใช้ก็รีบยกอาหารเป็นของโปรดเจ้าตัวอ้วน เป็นไปอย่างที่คาดเมื่อเห็นอาหารเป็นซาลาเปา กับปลานึ่ง ซีห่าวก็ตาวาว น้ำลายไหลออกมา “ท่านแม่ขอรับ” “อะไร เจ้าจะอ้อนข้าอยากได้อะไรอีก” เฟยห่วงหัวเราะหึ ๆ ในลำคอ กับแววตาออดอ้อนของเด็กน้อย ตัวน้อยถึงเพียงนี้ แต่กลับอ้อนมารดาเก่งเสียเหลือเกิน “ข้าอยากนอนกับท่านแม่” “ได้อยู่แล้ว งั้นกินเถอะ ดูพุงเจ้าสิคงหิวมากสิท่า” เฟยห่วงหยิบซาลาเปามายื่นให้บุตรชายที่มองนางตาใส เจ้าหนูก็อ้าปากงับทันที “กินเยอะ ๆ นะ เจ้าจะได้โตเร็ว ๆ” “ขอรับ” ซีห่าวขานรับพร้อมกับกัดซาลาเปาไส้เผือก ก่อนมือน้อย ๆ หยิบซาลาเปาอีกลูกยื่นมาให้แม่ “เสี่ยวห่าวของแม่ เจ้าน่ารักเสมอ” สองแม่ลูกช่างดูมีความสุขเสียเหลือเกิน ต่างจากบางคนที่นั่งไม่ติดพื้น บุตรชายของเขาอยู่เรือนนอนฝั่งซ้าย ส่วนเขานั้นอยู่เรือนนอนฝั่งขวา กับนางแยกกันอยู่ตั้งแต่แยกเฟยห่วงตั้งครรภ์เจ้าซีห่าว เขาไม่อาจสงบใจของตนเองได้เลยสักนิดเต็มไปด้วยความกังวลใจเสียเหลือ สุดท้ายแล้วซีอั่นก็ทนอาการคิดถึงลูกน้อยไม่ไหว ต้องเดินออกมาจากเรือนนอนฝั่งซ้ายที่เขาไม่อยากจะย้ำกรายเข้ามาสักเท่าไหร่นัก ถ้าไม่ใช่เพราะบุตรชายอันเป็นที่รักติดแม่ เพราะตั้งแต่วันนั้นซีห่าวก็เอาแต่ติดมารดามาบอกเขาว่า ท่านแม่เปลี่ยนไปแล้ว ท่านแม่รักซีห่าวแล้วขอรับ“ท่านคิดว่านางจะคิดได้หรือเปล่า ว่าตัวนางเองนั้นสร้างความเดือดร้อนให้คนอื่นมากขนาดไหน ข้าไม่คิดเลยว่านางจะถึงขั้นวางแผน สั่งการให้หยางฮัวเข้ามาในจวนของเรา หวังสร้างความวุ่นวาย สุดท้ายนางก็แพ้ภัยตัวเอง” เฟยห่วงเอ่ยถามซีอั่นที่นั่งนิ่งยกยิ้มมองนางไม่วางตาอยู่เช่นนั้น แววตาของเขามักทำให้นางสั่นไหวอยู่เสมอ “คนอย่างนางก็คงรู้ตัว หลี่อี้หมิงคงหาทางจัดการกับนางเอง เจ้าไม่ต้องกังวลสิ่งใดเลยฮูหยินข้า ว่าแต่เจ้าเถอะ เจ้านึกเป็นห่วงน้องสาวเจ้าถึงเพียงนี้ ขณะเดียวกันนางนั้นกลับคิดทำร้ายเจ้าอย่างนั้นหรือหึ” เขาถามเสียงแผ่วเบา ก่อนเอื้อมมือมาสัมผัสแก้มนุ่ม ๆ ของภรรยา เฟยห่วงส่ายหน้า “ความสัมพันธ์พี่น้องระหว่างข้ากับนางได้จบสิ้นแล้วเจ้าค่ะ ตั้งแต่นางคิดทำร้ายบุตรชายของเรา ข้าไม่อยากให้อภัยนางนัก แต่เพราะคิดว่าสาเหตุที่นางร้ายกาจ ล้วนเป็นเหตุผลมาจากการกระทำของข้าในอดีต ข้าคิดว่าสิ่งนั้นกำลังสนองข้าอยู่ พอใคร่ครวญอย่างถี่ถ้วนทั้งหมดล้วนเป็นการกระทำของนางเองทั้งสิ้น” “เช่นนั้นก็ดีแล้ว ข้าดีใจนะที่เจ้าคิดเช่นนั้น มามะ” จู่ ๆ เขาก็
ทันทีที่ได้ยินชื่อของหยางฮัว เฟยหลงมีใบหน้าซีดเผือด หันมองหน้าไปมองยังสามีของตนที่มองนางด้วยแววตาหวาดหวั่น และสงสัยในตัวนางอย่างยิ่ง เฟยหลงเลียริมฝีปากของตนเอง ก่อนหันไปมองยังผู้มาเยือนคนใหม่ที่เดินเข้ามาพร้อมกับชายชราที่ร่างกายไม่สู้ดีนัก นางรู้ทันทีว่าทั้งหมดเป็นแผนการของพี่สาวนาง “คารวะฮูหยินสกุลหลี่ หวังว่าท่านคงจำคำที่ท่านกล่าวกับข้าและท่านพ่อของข้าได้นะเจ้าค่ะ” หยางฮัวกล่าวทักทายเฟยหลงที่กำลังมองนางด้วยใบหน้าตะลึก ดวงตาแทบถลนออกมา “มันเรื่องอันใดกัน เฟยหลง เจ้าไปก่อเรื่องอันใด” หลี่อี้หมิงที่นั่งเงียบมานาน ถึงคราได้เอ่ยปากถาม “น้องสาวข้ามิสะดวกที่กล่าวเล่าความในอดีตที่ผ่านมาได้ ข้าขอเป็นฝ่ายเล่าเรื่องทุกอย่างแทนเอง” เฟยห่วงยกยิ้มมุมปาก ปรายตามองน้องสาวนอกไส้ เฟยหลงเสียดายที่ข้าเคยเอ็นดู ครานี้ถึงเวลารับกรรมของนางแล้ว นางคิดว่าชีวิตของตนนั้นไม่เป็นธรรมมาตลอด แต่การกระทำของนางก็ไม่เคยเป็นธรรมต่อคนอื่นเช่นกัน เฟยห่วงเล่าเริ่มต้นเล่าเรื่องราวทั้งหมดตั้งแต่งานเทศกาลดอกเบญจมาศเมื่อครั้งก่อน ส่วนเร
เรื่องราวเริ่มต้นเมื่อบิดาของหยางฮัวป่วยหนักจนต้องไปยืมเงินของสกุลหลี่ เฟยหลงเคยมาดื่มชาที่โรงเตี๊ยมของเถ้าแก่หยาง ครานั้นซีอั่นกับบุตรชายไปแวะดื่มชาดับกระหาย สายตาและการกระทำของหยางฮัวเด่นชัดเหลือเกินว่าสนใจในตัวของคุณชายแห่งสกุลซี เฟยห่วงนิ่งฟังด้วยความใจเย็น เฟยหลงนางช่างร้ายกาจถึงเพียงนี้ นางถึงขั้นหลอกใช้หยางฮัวผู้หลงรักซีอั่น คิดแล้วก็น่าสงสารผู้หญิงที่กำลังนั่งกอดขาของนางเอาไว้ ‘เจ้าไม่ต้องร้อง เจ้าเข้าไปดูแลพ่อของเจ้าเถอะ เรื่องค่ายาของพ่อเจ้า ข้าจะดูแลเอง เรื่องนี้ข้าคงต้องนำความไปหารือกับสามีของข้าเสียแล้ว’ ‘ขอบคุณฮูหยินที่เมตตาข้าเจ้าค่ะ’ หลังจากนั้นเฟยห่วงก็นำความมาแจ้งผู้เป็นสามี ซีอั่นดูไม่ตื่นตกใจเลยสักนิด ราวกับว่าทุกอย่างอยู่ในการคาดการณ์ของเขา แล้วการที่ไล่หยางฮัวออกจากจวนสกุลซีก็นับว่าเป็นส่วนหนึ่งของแผนการของสามีของนาง เฟยห่วงได้ยินสามีของตนพูดเช่นนั้น เขาดูฉลาดไปทุกเรื่องจริง ๆ เขาเองก็อยากเอาคืนเฟยหลงเช่นกัน ครั้งนั้นกล้ามาทำร้ายซีห่าว ยามนี้กำลังนอนหลับบนตักแกร่งของผู้เป็นบิดา ท้
จวนสกุลหลี่ จวนสกุลหลี่เต็มไปด้วยเสียงเอะอะโวยวายตั้งแต่เช้า เพราะมีแขกไม่ได้รับเชิญมาแต่เช้าตรู่ เฟยหลงกับหลี่อี้หมิงตกใจไม่น้อย ไม่คิดว่าเฟยห่วงและซีอั่นจะมาหาพวกนางถึงจวนสกุลหลี่ ทั้ง ๆ ที่เฟยห่วงไล่นางออกจากจวนสกุลซีในวันนั้น เฟยหลงก็ติดต่อผู้เป็นพี่สาวอีกเลย.... มาคราวนี้อยากเฟยหลงก็อยากถามนางเหมือนกันว่ามีเรื่องร้อนใจอันในถึงขั้นมาหานางถึงที่เช่นนี้ เดือดร้อนนางและสามีต้องตื่นขึ้นมาในยามเช้า เฟยหลงและหลี่อี้หมิงใช้เวลาไม่ถึงหนึ่งก้านธูปก็มารอแขกที่มิได้รับเชิญที่ห้องรับรอง แขกที่นั่งรออยู่ก่อนแล้ว เฟยห่วงนางดูไม่ทุกข์ร้อนใด ๆ สมกับเป็นนางเสียจริง “ท่านพี่และคุณชายซีอั่นมาหาข้าและสามีถึงจวน คงมีเรื่องอันใดร้อนอกร้อนใจอย่างนั้นหรือ” เฟยหลงเอ่ยปากยกยิ้มมุมปากอย่างเหลือร้าย เฟยห่วงส่ายหน้า นับวันเฟยหลงนางก็ยิ่งกู่ไม่กลับ เฟยห่วงและซีอั่นมาที่ก็เพื่อจัดการคนที่ไม่รู้ถูกผิด อย่างไรวันนี้สามีของนางต้องรู้พฤติกรรมของภรรยา “ข้าและซีอั่นไม่มีธุระอันใดต้องมาที่จวนของคุณชายหลี่อี้หมิง แต่ข้ามาทวงความยุติธรรมให้
สวนผักหลังบ้านเริ่มโล้นเตียนเหลือแต่พื้นดินเปล่า ๆ ช่วงที่ผ่านเพราะมัวแต่เก็บผักไปขายที่ตลาด สนุกสนานกับการขายผัก จนลืมหว่านเมล็ดพันธุ์ในแปลงผัก วันนี้ได้โอกาสนั้นที่หว่านเมล็ดพันธุ์ สองแม่ลูกจูงมือกันมายังสวนท้ายจวน ซีอั่นสั่งให้บ่าวหลายคนมาช่วยนางและบุตรชาย ซีอั่นมองภาพสองแม่ลูกที่กำลังหว่านเมล็ดพันธุ์ลงดิน ส่วนมือก็จับกำลังวาดภาพสองคนลงบนกระดาษช่างเป็นภาพที่สวยงามยิ่งนัก หลายปีที่ผ่านมาภาพวาดของซีอั่นไร้ชีวิตชีวา และจิตวิญญาณ วันนี้เขาได้ค้นพบมันแล้ว ความสุข....และคำว่าครอบครัว เพียะ! เสียงของฝ่ามือฟาดลงบนแก้มของหยางฮัวอย่างแรง โดยไม่ทันตั้งตัว หญิงสาวได้แต่ข่มความไม่พอใจเอาไว้ ยามนี้หยางฮัวไร้กำลังต่อสู้ บิดาอ่อนแอเกินกว่าจะทำให้นางเหิมเกริมกับสตรีตรงหน้าได้ สาเหตุที่หยางฮัวไร้ยางอายนั่งคุกเข่า เป็นหนึ่งแผนการของเฟยหลง ต้องการให้ครอบครัวของผู้เป็นพี่สาวนั้นแตกแยก หยางฮัวรับข้อเสนอของฮูหยินสกุลหลี่ บิดาของหยางฮัวป่วยหนัก จนต้องการใช้เงินมากมายกับซื้อยามารักษาผู้เป็นบิดา หยางฮัวแม้จะไม่พอใจนักที่
รุ่งสางของวันใหม่ ซีห่าวที่ลืมตามาในห้องอันเปล่าเปลี่ยว ช่างไม่คุ้นเคยเสียเลยสำหรับเด็กน้อย....ปรกติเขามักนอนเคียงคู่กับบิดามารดา ไยวันนี้ลืมตาตื่นขึ้นมาโดดเดี่ยวเช่นนี้ เมื่อเด็กน้อยตื่นบ่าวรับใช้ก็รีบเข้ามาในห้องของคุณชายโดยที่ซีห่าวยังไม่ทันได้เอ่ยปากร้องหาด้วยซ้ำ “ท่านพ่อท่านแม่ข้าล่ะ” ซีห่าวขยี้ตาถามบ่าวรับใช้ที่ก้มหน้า เอาผ้ามาเช็ดหน้าเช็ดตาใบหน้าจิ้มลิ้มของคุณชายซีห่าวแสนน่ารัก เจ้าก้อนป้อนยิงฟันให้บ่าวเอาขัดฟันมาถู ช่างสบายไม่มีผู้ใดเกินหน้าเกินตา คุณชายน้อย พลันบ่าวช่วยผลัดเปลี่ยนอาภรณ์ให้เจ้าก้อนแป้ง ขาสั้น ๆ ก็รีบวิ่งไปทางเรือนนอนฝั่งซ้ายโดยที่บ่าวรับใช้ส่งเสียงร้องห้ามแทบไม่ทัน ต้องพากันวิ่งวุ่นตามคุณชายน้อย เสียงฝีเท้าดังของฝีเท้าน้อย ๆ กำลังวิ่งมาทางเรือนนอนฝั่งซ้าย ขาสั้นป้อมของซีห่าววิ่งแรงจนได้ยินเสียงตึกตักของฝีเท้า ปลุกสองสามีภรรยาที่กำลังกกกอดกันอย่างมีความสุขลืมตาขึ้นมาทันควัน “ท่านพ่อ ท่านแม่....” เสียงคางยานดังมาแต่ใกล้ ซีอั่นรีบลุกขึ้นแล้วผลัดผ้าทันที เฟยห่วงก็เช่นกัน เฟยห่วงไม่
เฟยห่วง เจ้าไม่ควรคิดเรื่องความรัก ความตั้งใจของเจ้าอยากเป็นมารดาที่ดีให้ซีห่าว แค่นั้นก็พอแล้ว.... เฟยห่วงส่ายหน้าและคิดกับตนเอง นางไม่อยากคิดเรื่องอื่นใด ทว่าแววตาของหยางฮัวช่างมีเลศนัยจนนางหวั่นกลัวว่าจะเกิดความยุ่งยากในภายหน้าอันใกล้อย่างแน่นอน “เฟยห่วง เจ้าว่าอย่างไ
“ข้าอยากอยู่กับท่านแม่” เจ้าก้อนแป้งยังขี้อ้อนไม่หยุดกอดขาของเฟยห่วงเอาไว้ สายตาจ้องมองป้ากวงอย่างเอาเรื่อง ราวกับกลัวว่าป้ากวงจะแย่งแม่ของเขาไป “อย่าดื้อนักสิเจ้าก้อนแป้ง ทุกคนเขาเป็นห่วงลูกรู้ไหม ป้ากวงเองก็เช่นกัน เป็นห่วงคุณชายน้อยสกุลซีมากแค่ไหนรู้ไหม เจ้ารออยู่
ซีห่าวกำลังกินผลส้มจนท้องเริ่มตึง แล้วอึดอัด สายตาทอดมองมารดาที่กำลังพรวนดิน เจ้าหนูน้อยถูกห้ามไม่ให้ออกไปตากแดด ต้องรอให้หายขาดเสียก่อน มารดาผู้งดงามจึงอาสาไปดูแลต้นไม้ต้นน้อยของซีห่าวแทน “ท่านแม่เหนื่อยไหมขอรับ.......” เสียงร้องตะโกนจากร่มต้นไม้ใหญ่ที่ม
“เจ้ามาก็ดี ข้าอยากเสวนากับเจ้าอยู่พอดี” น้ำเสียงที่ถูกเปล่งวาจาออกมานั้นเต็มไปด้วยความหงุดหงิดจนหยางฮัวจับสังเกตได้ “มีเรื่องอะไรหรือเจ้าคะ ท่านสามารถเล่าให้ข้าฟังได้นะเจ้าคะ” หยางฮัวหวั่นเกรงเล็กน้อยที่เอ่ยปากถาม แต่ถ้าคิดถึงภายภาคหน้านางก็ต้องกลายเป็







