로그인เจ็ดวันที่ทั้งสองใช้ชีวิตอยู่บ้านหลังเดียวกัน อชิระช่วยงานหญิงสาวทุกอย่าง ความสัมพันธ์ทั้งสองดีขึ้นความลำดับ แพรพิศชาเหมือนว่าจะยอมเปิดใจมากขึ้น ทุกครั้งที่กลับมาจากขายของดึกๆ เขาอยากออกไปตามกลัวว่าเธอจะเป็นอะไรไป
แกร็ก
“อุ้ย พี่ฌอนทำอะไรคะพรีนตกใจหมด”
“กลับดึกจังพี่เป็นห่วง”
เขาเข้ามาสวมกอดเธอไว้แน่น ทั้งเป็นห่วงกลัวว่าจะเกิดอันตรายขึ้น กลัวว่าจะมีคนมาจีบเธอไหมระหว่างที่เขามาอยู่ด้วย
“วันนี้ลูกค้าเยอะค่ะเลยกลับช้า แผลของพี่ก็หายดีแล้ว”
“น้องพรีนอยากไล่พี่ไปแล้วเหรอ” อชิระยังคงกอดหญิงสาวไว้แน่น ที่เขามาอยู่ด้วยยอมทำทุกอย่างแพรพิศชามองไม่ออกเลยว่าเขาคิดยังไง
“เปล่าค่ะชายหญิงอยู่ด้วยกันมันไม่ดี”
“นั้นเราก็เลิกทำตัวหลบๆ ซ่อนๆ ดีมั้ย”
“พี่ฌอนหมายถึงอะไรคะ” แพรพิศชาหัวใจเต้นแรงเขาคงไม่ได้คิดจะจีบเธอใช่ไหม หัวใจของเธอมันแปลกๆ ไปเวลาอยู่ใกล้กับเขา
“พี่จีบน้องพรีนอยู่”
“จ จีบอะไรคะ!”
ที่หมายถึงชายหญิงเขาจีบกันใช่ไหม อชิระกำลังบอกว่าเขาจีบเธออยู่ ตาเขาไม่ดีหรือเปล่าถึงมาจีบเธอ แพรพิศชาหันหน้ามาเผชิญกับเขา
“พี่จีบน้องพรีนจริงๆ” เขาโน้มตัวลงมาริมฝีปากทั้งสองแตะกันเบาๆ ราวกับสัมผัสของกลีบดอกไม้ ก่อนจะค่อยๆ กดน้ำหนักลงอย่างหนักหน่วง ลิ้นหนาพยายามซอกแซกเข้าไปชิมน้ำหวาน สองลิ้นหยอกเย้าเกี่ยวรัดกันไปมา
“เอ่อ พรีนไปอาบน้ำก่อนนะคะ”
หญิงสาววิ่งเข้าห้องน้ำโดยลืมหยิบผ้าเช็ดตัวเข้าไปด้วย ทำให้อชิระหัวเราะท่าทางไม่ประสีประสานั้น ทำให้เขาพอใจเป็นอย่างมาก
เขานั่งรอไม่นานเธอค่อยๆ เปิดประตู เขารู้อยู่แล้วว่าต้องการอะไร จึงเดินเข้าไปใกล้และยื่นผ้าเช็ดตัวให้ “ไม่ต้องเขินครับ หึ”
ปัง
แพรพิศชาดิ้นไปมาเธอนอนไม่หลับ ข้างนอกตอนนี้ฝนเทกระหน่ำลงมา ห่วงคนตัวโตเขาจะนอนได้หรือไม่กลัวว่าจะมีกิ้งกือตะขาบเข้ามา
“ทำไมยังไม่นอน”
“เอ่อ เข้าไปนอนข้างในดีกว่าไหมคะ” เกิดว่าเป็นอะไรขึ้นมาจะเดือดร้อนเธออีก
“ชวนพี่เข้าไปนอนด้วย?”
“ไม่ใช่แบบนั้นค่ะ กลัวว่าจะมีสัตว์มีพิษเข้ามา” พูดเสร็จต้องหลบสายตาอันแสนคมกริบของเขา เขาเดินเข้ามาใกล้และจูงมือแพรพิศชาเข้าไปในห้องนอน
“ให้พี่นอนตรงไหน”
“อยากนอนตรงไหนก็นอนไปเถอะค่ะ” หญิงสาวทิ้งตัวลงนอนและหันหลังให้เขาทันที ไม่นานบนเตียงก็ความเคลื่นไหว อชิระค่อยทิ้งตัวลงข้างกายคนตัวเล็ก
“อุ้ย กอดทำไมคะ”
“พี่อยากกอด” จากนั้นทั้งสองถึงไม่พูดอะไรอีกเลย เสียงฝนกระหน่ำเทลงมาไม่หยุด แพรพิศชานอนไม่หลับเพราะมีคนมานอนด้วย
“นอนไม่หลับเหรอครับ” บรรยากาศดีมากจนเขาไม่อยากนอนแล้ว ตอนนี้ลูกชายของเขาอยากออกรบแล้วแต่จะให้บังคับขู่เข็ญคนตรงหน้าก็ไม่ได้
“อื้ออออ” หญิงสาวกำสาบเสื้อเอาไว้แน่นเมื่อปากหนาทาบทับลงมาที่ริมฝีปากเธออีกครั้ง ครั้งนี้เธอปล่อยใจไปกับเขา ไม่ขัดขืนหรืออะไรเขาให้ทำแบบไหนเธอก็ทำตามนั้น
“จูบตอบพี่รู้ไหมว่าคืนนี้จะไม่ได้นอน”
“แล้วถ้าเราเป็นของกันและกันพี่ฌอนจะทำยังไงต่อไป”
“ทำไมถามแบบนั้น พี่เป็นรูปผู้ชายพอ” เขาโตพอที่จะรู้ว่าอะไรควรหรือไม่ควร หากเป็นผู้หญิงที่เขาหมายตาไว้ เขาไม่ปล่อยไปไหนแน่
“เป็นของพี่นะครับพี่รักน้องพรีน”
“อะ อื้ออ” คำว่ารักที่ออกมาจากปากของเขาทำให้เธอรู้สึกดี ไม่เคยมีใครมาจีบเธอแบบนี้ ตั้งแต่วันแรกที่เจอกันเธอกลับให้เขาอยู่ที่บ้านเธอโดยไม่ลังเล
ใบหน้าหล่อเหลาเริ่มซุกไซ้ซอกคอที่สั่นเทาของแพรพิศชา มือหนาล้วงเข้าไปในชุดนอน ดีที่หญิงสาวไม่ได้ใส่ชุดชั้นใน เห็นตัวเล็กๆ แต่ซ่อนรูปมาก มือหนาสะกิดเม็ดบังเบาๆ
“พี่จะอ่อนโยนกับเราเชื่อใจพี่นะ”
“พี่ฌอนไม่ได้หลอกพรีนใช่ไหมคะ”
“พี่ไม่ได้มาหลอก” เขาลุกขึ้นถอดเสื้อทางศีรษะและทาบทับลงมาอีกครั้ง เขาดูดเลียเต้าคู่งามที่ใหญ่ล้นของเขา ถูกใจที่สุดเลย
อชิระลากไล้ลิ้นลงมาเรื่อยๆ จนมาหยุดที่ใจกลางสาว เขาอยากทำให้เธอมีความสุขที่สุด
“พี่ฌอนไม่เอานะคะ”
“พี่อยากทำให้ครับ” เขาจัดการถอดกางเกงชั้นในของเธอออก และจับเรียวอ้าออกกว้างก่อนจะเพ่งมองกลีบดอกไม้สีหวาน ปากหนาค่อยๆ แตะเบาๆ
“อื้อ อึก” แพรพิศชาดิ้นไปมาเมื่อเขาแตะริมฝีปากลงไปที่กลีบดอกไม้ของเธอ สัมผัสแปลกใหม่ที่เธอไม่เคยรังเกียจเขาเลยสักครั้ง
เขายังคงดูดเลียกลีบดอกไม้ มือหนาเคล้นคลึงเม็ดเสียวจนแดงเถือก สลับกับปากไปมา ก่อนจะดันลิ้นเข้าไปในรูร่องที่ปิดที่ไม่เคยมีใครผ่านเข้าไป จากปากจึงเปลี่ยนเป็นนิ้วหนา จนคนใต้ร่างสะดุ้งเพราะความเจ็บที่มีสิ่งร่วงล้ำเข้ามา
“อ๊ะ เจ็บค่ะ”
“เดี๋ยวมันจะดีขึ้น” รูร่องบีบรีดนิ้วของเขาแน่น หากเป็นท่อนเอ็นจะรัดแน่นขนาดไหน เมื่อส่งแพรพิศชาถึงสวรรค์แล้วเขาจึงดึงออกมา และเลียง่ามนิ้วตัวเองที่มีน้ำหวานไหลเยิ้มติดนิ้วออกมา
“อื้อ พรีนเจ็บอ๊ะ”
“พี่จะค่อยๆ เข้าไป” เขาชักรูดท่อนเอ็นหลายครั้งและนำมาจ่อที่ทางเข้าถูไถเบาๆ เพื่อกระตุ้นให้เธอปล่อยน้ำหล่อลื่นออกมา ตอนเขาเข้าไปจะได้ไม่เจ็บ
“กรี๊ดดดดด พรีนเจ็บ”
“อ่าส์ แน่นมาก”
แพรพิศชาดิ้นไปมาเมื่อเขาดันท่อนเอ็นเข้ามา เยื่อพรหมจรรย์ถูกเขาทำลายลงแล้ว เธอเป็นของเขาอย่างสมบูรณ์แบบ มือบางจิกลงไปที่แผ่นหลังของเขาเพื่อระบายความเจ็บปวด
“อ่าส์ น้องพรีนอีกนิดเดียว”
“อื้อ ฮึกคนใจร้าย”
“ดีขึ้นมั้ยครับ ชอบไหมบอกพี่ให้ชื่นใจหน่อย” เขาดันท่อนเอ็นเข้ามาจนสุดและค่อยๆ ขยับสะโพกเข้าออกอย่างเชื่องช้า เมื่อเห็นว่าคนใต้ร่างปรับตัวได้แล้วเขาจึงกระหน่ำตอกสะโพกเข้าออก
“ช ชอบค่ะ”
เสียงครางของสองหนุ่มสาวดังแข่งกับเสียงฝนถึงแม้อากาศจะเย็นเพราะสายฝน แต่ภายในห้องอุณหภูมิกลับร้อนระอุเพราะพิษเสน่หา
อชิระขยับสะโพกเข้าออกเมื่อส่งเธอเสร็จสมอีกครั้ง เขาจึงอยากเสร็จบ้าง แต่ลืมคิดไปว่าคืนนี้เขาไม่มีเครื่องป้องกันจึงหลั่งนอกใส่หน้าท้องแบนราบ
กว่าจะจบศึกในคืนนี้รอบเดียวไม่พอสำหรับเขาจริงๆ เขารังแกแพรพิศชาทั้งคืน จนบางครั้งหลงลืมปล่อยในเข้าไปเต็มๆ แต่เขาไม่ได้คิดอะไรเพราะสุดท้ายเขาก็รับผิดชอบแพรพิศชาอยู่แล้ว
“ตื่นได้แล้วครับเด็กขี้เซา”
“อื้อ อย่ามารังแกพรีนนะ”
“ตอนเช้าๆ ต้องออกกำลังกายอีกรอบ” เขาไม่ได้พูดเล่นแต่จะทำจริงๆ ทำที่ปากพูดไว้ เขาขึ้นคร่อมตัวหญิงสาวและลูบไล้ไปมา ก่อนพายุสวาทจะเกิดขึ้นอีกครั้ง
“อื้อ พอแล้วพรีนเหนื่อยแล้ว”
“เมื่อคืนพี่ก็ทำคนเดียวอย่าขี้โกงสิครับ” เมื่อคืนเขาใช้แรงอยู่คนเดียว หญิงสาวนอนครางใต้ร่างเขาเฉยๆ คนที่เหนื่อยควรจะเป็นเขามากกว่า สองร่างกอดรัดฟัดเหวี่ยงไม่ดูเวลาว่าตอนนี้สายแค่ไหนแล้ว
อชิระยืนเกาะกระจกที่ใสมองเห็นข้างในได้เขายืมมองลูกชายที่เพิ่งคลอดวันนี้ หลังจากที่เขากับแพรพิศชาตกลงจะกลับมาสร้างครอบครัวด้วยกันอีกครั้ง เขาจึงจัดงานแต่งขึ้นทันที หลังจากนั้นแพรพิศชาได้ตั้งท้อง เวลาผ่านมากว่าสามปีแล้วที่เขากับหญิงสาวกลับมาสร้างครอบครัวด้วยกัน อชิระพิสูจน์ตัวเองทุกอย่างเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับแพรพิศชา อชิรวิชญ์ หรือน้องเตชิน เป็นครั้งแรกที่เขาเห็นเด็กแรกเกิดและเด็กคนนั้นคือลูกชายของเขาเอง ตอนที่น้องเลิฟเกิดยังเสียดายที่ไม่มีโอกาสได้เห็นการเติบโตของลูก “หลานแม่นี่เหมือนพ่อลูกตอนสมัยเด็กๆ มาก” “คุณแม่เคยเห็นตอนคุณพ่อเด็กๆ เหรอครับ” “ก็รูปถ่ายไง” คุณหญิงอรนลินมองดูหลานคนที่สองตอนนี้เธอปล่อยวางและยอมให้ลูกชายมีชีวิตเป็นของตัวเอง ชีวิตกลับมีความสุขมากขึ้นกว่าเดิม “น้องของน้องเลิฟใช่มั้ยคะคุณพ่อ” “ใช่ค่ะน้องเตชิน” “แล้วน้องจะออกมาหาพวกเราตอนไหนคะ” “รอน้องแข็งแรงกว่านี้ก่อนนะครับ” เตชินคลอดก่อนกำหนดหมอจึงให้อยู่ในตู้อบไปก่อน อีกไม่กี่วันคงจะได้ออกมา “น้องเลิฟอยากไปหาคุณแม่แล้วค่ะ” “ไปหาคุณแม่กั
“พี่ฌอนมาทำอะไรคะลูกออกไปกับพี่อาโปแล้วค่ะ” วันนี้วันเสาร์เธอเข้ามาทำงาน และให้อาโปพาน้องเลิฟออกไปเที่ยวแทน “มารับน้องพรีนไปเดท” “แค่นั้นเองเหรอคะ?” ไม่รู้ว่าทำไมพอหมดหน้าที่สามีภรรยาเธอถึงได้สบายใจเวลาคุยกับอชิระ รู้สึกเป็นตัวของตัวเองมากขึ้นหลังจากที่ทำหน้าที่พ่อกับแม่ “ไปกินข้าวเป็นเพื่อนพี่หน่อยนะ” “ได้ค่ะ” วันนี้น้องเลิฟจะต้องไปนอนกับอชิระเพราะตกลงกันว่าจะให้ลูกมาอยู่กับอชิระ วันศุกร์เสาร์อาทิตย์ วันไปรับลูกจากโรงเรียกใครว่างก็ไปรับแทน จนเกิดความสบายใจมากขึ้น อชิระทำหน้าที่พ่อได้เป็นอย่างดีจนตอนนี้น้องเลิฟเริ่มติดเขาแจ บางครั้งเธอเองก็น้อยใจ “พี่สั่งแต่ของชอบน้องพรีนเลยครับ” “ของชอบตัวเองทำไมไม่สั่งคะ” “อยากบอกน้องพรีนว่าพี่จำได้ทุกอย่าง” เขาจำได้ทุกอย่างที่เป็นแพรพิศชา จำได้ไม่เคยลืม “...” อชิระคนเดิมกลับมาแล้วคนเดิมเหมือนกับวันแรกที่เรารู้จักกัน เขาทั้งปากหวานและอ้อนเก่งส่วนอชิระคนนั้นได้ตายไปแล้ว “พรุ่งนี้วันเกิดน้องเลิฟเราไปเลือกของขวัญให้ลูกกันนะ” “ไม่ต้องเอาใจลูกมากนะคะ” เธอกลัวว่าลูกสาวจะเสียคนทั้
อชิระตัดสินใจจรดปลายปากกาลงบนใบหย่า แม้ภายในใจจะเศร้า แต่ดีกว่ารั้งกันไว้สู้ไปเริ่มต้นใหม่ทำความรู้จักกันใหม่ดีกว่า “ต่อจากนี้พวกคุณได้หย่าขาดกันแล้วครับ” “ขอบคุณค่ะ / ขอบคุณครับ” แพรพิศชาหยิบกระดาษขึ้นมาถือไว้หนึ่งแผ่น และมองกระดาษที่เป็นเครื่องเตือนใจว่าเราทั้งสองหย่าขาดจากกันแล้ว “มองแบบนี้จดใหม่ก็ได้นะ” “พรีนเพิ่งอายุแค่นี้เองค่ะ ยังไปได้อีกไกล” “ยิ้มอะไรครับ” ครั้งแรกก็ว่าได้ที่เขาเห็นรอยยิ้มของแพรพิศชา เป็นรอยยิ้มที่ไม่ต้องฝืนใจ ทั้งสองมองหน้ากันต่างคนต่างตกอยู่ในภวังค์ของตัวเอง “สวัสดีครับ ผมอชิระครับขอราบชื่อคุณได้มั้ย” “เล่นอะไรของพี่คะ” แพรพิศชาไม่เข้าใจว่าเขาต้องการจะเล่นอะไร “ผมอยากจีบคุณครับให้ผมได้ทำความรู้จักกับคุณได้มั้ย” “ไปขออนุญาตน้องเลิฟก่อนนะคะ” แพรพิศชาเดินผ่านหน้าเขาไป เธอเป็นหม้ายตอนอายุ 25 ปี คิดแล้วก็ตลกพอจะหย่าก็หย่ากันง่ายๆ “น้องพรีนจะไปบึงกาฬเหรอ” “ใช่ค่ะจะพาน้องเลิฟไปไหว้แม่” “งานของคุณแม่น้องพรีนทำไมถึงไม่มาครับ” เขาไปร่วมงานแต่ไม่เห็นแพรพิศชามาร่วมงานเลย จนมันทำให้เขาถอด
ทั้งห้องตกอยู่ในบรรยากาศที่เงียบสงบ จนเย็นยะเยือก แพรพิศชานั่งจ้องมองว่าอชิระจะพูดอะไร ทั้งสองนั่งมองหน้ากันมาเกือบสิบนาทีแล้ว “คุณจะพูดได้หรือยัง” “ตอนนี้ความรู้สึกของน้องพรีนรู้สึกกับพี่ยังไง แค่พูดความจริงออกมาพี่จะยอมรับ” หากหญิงสาวยังโกรธยังไม่ให้อภัยเขายอมรับ “คุณเตฌอนฉันผ่านความเจ็บปวดนั้นมาแล้ว และใช้เวลาหลายปีกว่าจะเข้มแข็ง” เมื่อคิดถึงเรื่องอดีตที่ผ่านมาแพรพิศชาพาลน้ำตาจะไหลออกมาทุกที มันเลยคำว่าเจ็บปวดมาแล้วเวลาผ่านไปอย่างเชื่องช้า เธอทั้งเลี้ยงลูกและต้องอยู่คนเดียวที่จากบ้านมาไกลแสนไกล “พี่ไม่ต่างกัน จนคนอื่นเขาหาว่าพี่บ้า” เพราะความรู้สึกผิดและความสงสัยที่ติดอยู่ในใจ แถมยังโดนกดดันจากคนเป็นแม่ จนทำให้เขาต้องหนีไปบวชและหนีไปอยู่กับพ่อที่ต่างประเทศชั่วคราว “เราต่างผ่านความเจ็บปวดนั้นมา และมันผ่านไปแล้ว” “ที่เข้าใจดีว่าความเจ็บปวดสูญเสียมันเป็นยังไง” “ถ้าไม่มีลูกพรีนคงไม่รู้ว่าจะผ่านมันไปยังไง” เพราะมีลูกเพราะความเป็นแม่ความอ่อนแอที่มี กลายเป็นแรงผลักดันให้ลุกขึ้นมาสู้เพื่อลูก “พี่มันโง่ที่ไม่ยอมเชื่อน้องพร
“คุณพ่อขาหนูเอาอันนี้ด้วยค่ะ” น้องเลิฟชี้ไปที่ตุ๊กตาตัวใหญ่ที่อยากได้ วันนี้คุณลุงมารับบอกว่าเป็นพ่อของน้องเลิฟคุณแม่ก็ให้มากับคุณลุง “อันนั้นใหญ่ไปครับ” “น้องเลิฟอยากนอนกับคุณพ่อคุณแม่ค่ะ” “อยากให้นอนด้วยกันน้องเลิฟต้องช่วยคุณพ่อง้อคุณแม่นะครับ” เข้าทางอชิระเลยการมีลูกอาจจะช่วยทำให้เขาง้อแพรพิศชาได้สำเร็จ มีลูกเข้ามาเกี่ยวข้องคงจะได้พูดคุยกันมากขึ้น “คุณแม่บอกว่าคุณพ่ออยู่บนนั้นลงมาหาพวกเราไม่ได้” “พ่อลงมาแล้วครับจะไม่ไหนอีกแล้ว” เจ็บตรงที่เห็นแววตาเศร้าของลูกสาว ที่ผ่านมาคงจะถามหาพ่อทุกวันจนแพรพิศชาบอกว่าพ่อตายแล้ว “คุณพ่อไม่รักพวกเราเหรอคะ ทำไมเพิ่งกลับมาคุณแม่แอบร้องไห้ทุกวันเลย” น้องเลิฟพูดไปด้วยความไร้เดียงสา “รักสิครับรักที่สุดเลย” “อย่าหายไปไหนอีกนะคะน้องเลิฟอยากมีพ่อ” “พ่อสัญญาครับ” เขาจะไม่หายไปไหนอีกแล้ว รอบนี้จะแก้ตัวให้ดี หากสุดท้ายแพรพิศชาไม่ให้โอกาสก็ถือว่าได้ทำหน้าที่พ่อของลูก บ้านพงษ์พัฒนโยธิน อาโปนั่งหน้าเครียดกับเรื่องราวที่เกิดขึ้น เขาเพิ่งมารู้ว่าปรียาวดีคือคนรักเก่าของอชิระ และดูเหมือนญาต
“เข้าไม่ได้นะคะ พี่ห้ามเขาแล้วค่ะ” “ไม่เป็นไรค่ะ” แพรพิศชามองคนที่เข้ามาใหม่ด้วยสายตาที่ว่างเปล่า คุณหญิงอรนลินมาหาเธอทำไมหรือจะมาเรื่องของอชิระ แต่เธอก็ไม่ได้เข้าไปวุ่นวายกับเขาแล้ว “มีอะไรคะ” “ฉัน...เตฌอนเขารักเธอมากนะและฉันก็ไม่อยากให้หลานของฉันต้องขาดความอบอุ่น” “หลาน? คุณหญิงมีหลานตั้งแต่เมื่อไร” “ก็ลูกสาวของเธอไง” “ตอนนั้นบอกท้องกับใครก็ไม่รู้” มาตอนนี้บอกเป็นห่วงหลาน หากเป็นห่วงจริงพวกเขาคงไม่ทำร้ายจิตใจเธอแบบนั้น “แพรพิศชาฉันยอมลดศักดิ์ศรีตามมาง้อหล่อนแล้วนะ” เพราะสงสารลูกชายเลยต้องมาคุยกับหญิงสาวให้รู้เรื่อง และอยากเจอหน้าหลานสาว “ไสหัวกลับไป” “หล่อนไม่สงสารลูกหรือไงที่ต้องขาดพ่อ” “ที่ผ่านมาเราก็อยู่กันได้ ไม่ต้องการผู้ชายห่วยๆ แบบลูกชายของคุณ” แค่ทำหน้าที่สามีที่ดียังทำไม่ได้เลย จะเอาปัญญาที่ไหนมาดูแลลูกของเธอ “แค่ทำหน้าที่หัวหน้าครอบครัวเขายังทำไม่ได้เลย จะไปหวังเพิ่งอะไรได้” “เธอโกรธฉันใช่มั้ยเรื่องที่ผ่านมา” “คุณตำรวจคะมีคนเขามาอาละวาดที่บริษัทของฉันค่ะ มาพาตัวออกไปด้วยค่ะ” แพ
บ้านพงษ์พัฒนโยธินคฤหาสน์หลังเก่าแก่ ที่สร้างมาเนิ่นนาน ไม่มีใครไม่รู้จักตระกูลนี้ แต่น่าเสียดายที่ลูกสาวคนเล็กต้องจากไปก่อนวัยอันควรข่าวฉาวโฉ่เมื่อ 20 ปีก่อน ยังคงฝังใจประมุขของบ้าน“คุณตาคะกินยาก่อนนะคะ”“อันนาตามหาน้องเจอยังลูก” ธำรงค์มองหน้าหลานสาว หากตอนนั้นเขาไม่บังคับลูกสาวคนเล็กเรื่องคงไ
11.00 น. บังอรที่ไม่เห็นลูกออกมาจากบ้านจึงมาเคาะประตู แปลกปกติแพรพิศชาไม่ใช่คนตื่นสายอะไรตาคนที่เดินมาเปิดประตูไม่ใช่ลูกสาวของบังอร“สวัสดีครับคุณแม่ผมเตฌอน” อชิระแนะนำตัวกับแม่ของหญิงสาว เขาจะคุยเรื่องนี้กับแพรพิศชาพอดีแต่แม่ของเธอมาเสียก่อน“…”“แม่! พี่ฌอน”“พรีนมีผัวตั้งแต่ตอนไหนวะ”บังอรตกใจที
แพรพิศชาคิดบ้าอะไรอยู่ถึงมาเดินเลือกซื้อเสื้อผ้าผู้ชาย ลำพังก็ลำบากอยู่แล้วยังจะมาเป็นห่วงเขาอีก ก็ถือว่าทำบุญให้เขาไป จะได้ไม่ต้องเดินโชว์ตัวไปมาๆ เห็นแล้วรำคาญลูกตามาก “ทำไมวันนี้แปลกมาซื้อเสื้อผ้าตัวใหญ่ๆ” “เอาไปฝากพ่อเลี้ยงจ้ะป้า” เธอรีบจ่ายเงินและรีบออกไปทันทีตอนนี้เป็นเวลาสอ
บึงกาฬ“ขนมไทยไหมจ๊ะ” แม่ค้าสุดสวยกำลังยืนขายขนมไทยอยู่ในตลาด ตอนนี้ใกล้จะหมดแล้ววันนี้ขายหมดเร็วกว่าทุกวัน ที่สำคัญลูกค้าของหญิงสาวส่วนมากจะเป็นผู้ชายมากกว่าเพราะแม่ค้านั้นสวยราวกับนางฟ้า“ขนมไหมจ๊ะ”“…” สวย แค่รอยยิ้มก็สะกดเข้าไว้ได้แล้ว อชิระส่งยิ้มให้เล็กน้อยตอนนี้เหมือนว่าเขาไม่ได้ยินเสียงคนรอ







