LOGINพริมาเห็นสีหน้าหงอยๆ ของคนรักก็อดสงสารไม่ได้ ถึงอย่างไรวิธีการป้องกันก็ไม่ได้มีวิธีเดียว และวันนี้ก็ค่อนข้างปลอดภัยเพราะประจำเดือนเธอเพิ่งหมดไปเมื่อวานนี้
"ก็ได้ๆ แต่ต้องรีบเอาออกนะ" สุดท้ายเธอก็ต้องยอมให้เขาอีกจนได้ ด้านกรัณย์พอได้รับอนุญาตจากเธอ ความคึกคะนองก็กลับมาอีกครั้ง "อย่าเกร็งนะ" แก่นกายลำอวบเริ่มถูไถขึ้นลงช้าๆ ตรงบริเวณปากทางเข้าช่องเล็ก "อื้ม..." แค่ได้สัมผัสถึงแรงเสียดไปมาความเสียวก็เริ่มแล่นพล่านเข้ามา มือหนาจับสองสองขาเล็กกางออกตั้งฉากเป็นรูปตัวเอ็มก่อนจะจัดท่าทางให้พอดี ส่วนคนใต้ล่างทำได้แค่นอนปิดหน้าไม่กล้าสบตากับเขาในเวลานี้ "ถ้าพี่เจ็บผมจะหยุดนะ...ซี้ด" ความเป็นชายแข็งขืนแทรกซึมผ่านช่องทางคับแน่นช้าๆ อย่างยากลำบาก กรัณย์ก้มมองอีกคนที่แสดงสีหน้าเหยเก เขาจึงพยายามไม่ทำให้เธอเจ็บ "โอ๊ย...เจ็บ...อึก" "ทนก่อนนะ อีกนิดเดียว...อ๊าส์" คำว่าอีกนิดเดียวไม่มีจริง แก่นกายอวบเข้าไปได้ยังไม่ถึงครึ่งลำและทางเดียวที่จะทำให้เธอเจ็บน้อยลงคือเขาต้องดันเข้ารวดเดียวจนสุดทาง "เจ็บ...ฮึก...เอาออกก่อน" เธอทั้งเจ็บทั้งอึดอัด ความคับแน่นตรงบริเวณส่วนล่างเหมือนกับว่าจะฉีกขาด "อย่าเกร็ง...อ๊าส์" กรัณย์ตัดสินใจจังหวะที่อีกคนกำลังเผลอรีบอัดกระแทกเข้าทีเดียวมิดลำกาย "โอ๊ย!...เจ็บมาก...ฮึก...ไหนบอกว่าจะหยุดไง" คนตัวเล็กแว้ดเสียงใส่ทั้งน้ำตาคลอเบ้า "ขอโทษนะ...อ๊าส์...แต่ผมหยุดไม่ได้...ซี้ด" ผ่านวิกฤตแสนหนักหน่วงไปได้ชายหนุ่มก็หยุดนิ่งให้เธอได้ปรับตัว พอคนตัวเล็กหยุดร้องไห้เขาก็เริ่มขยับด้วยจังหวะเนิบนาบไม่แรงนัก ทว่าความเจ็บก่อนหน้าได้ถูกกลบด้วยความเสียวซ่านไปจนหมด เสียงครางระงมของทั้งคู่ดังสนั่นไปทั่วทั้งห้องสลับกับเสียงเนื้อจากกายหนากระทบกายเล็กอยู่เป็นเวลาหลายสิบนาที ช่องทางรักตอดรัดแก่นกายอวบแน่นจนแทบปริแตก "พี่พิม...อ๊าส์...ผมรักพี่นะ...ซี้ด" "อ๊า...กาย...อ๊า...ไม่ไหวแล้ว" สองขาเรียวเกี่ยวรัดเอวหนาไว้มั่นขณะที่สะโพกสอบเร่งขยับเข้าออกรัวๆ มือหนาก็เอื้อมกอบกุมออกแรงบีบเต้าอวบที่เด้งขยับไปมาตามแรงกระแทก "จะแตกแล้ว...อ๊าส์...พี่ปล่อยก่อน" กรัณย์พยายามจับขาเรียวออก แต่อีกฝ่ายรัดแน่นเสียเหลือเกินช่องทางรักก็ยังรัดแน่นไม่มีจังหวะให้ชักลำกายออกมาได้เลย "อ๊ะ...เร็วอีก" "พี่อย่ารัดแน่น...ฟัค!" ชายหนุ่มไม่อาจทนต่อได้ สะโพกสอบเร่งขยับเข้าออกรัวๆ จนถี่ยิบจนในที่สุดก็แช่ค้างอยู่ภายในช่องทางรักก่อนจะกระตุกเกร็งฉีดพ่นน้ำสีขาวขุ่นออกมาจนเต็มร่องสวาท "อ๊าย!" คนตัวเล็กก็ไม่น้อยหน้า หลังจากสัมผัสได้ถึงความอุ่นวาบในช่องกายเล็กสั่นกระตุกตัวโยนก่อนที่น้ำสีขาวในถูกปล่อยออกมาราวกับเขื่อนแตก "เสร็จพร้อมกันเลย แต่ดูเหมือนพี่จะเสร็จเยอะกว่าผมนะ" กรัณย์มองผ้าปูที่นอนเปียกชื้นแล้วแกล้งแซวคนที่นอนปิดหน้าเขินอายจนไม่กล้าสบตากับเขา "อย่าปิดสิครับ ผมอยากมองหน้าพี่นะ" "มันน่าอายนี่" "ไม่เห็นน่าอายเลย เรื่องธรรมชาติจะตายไป" กรัณย์ยังทำเหมือนทุกอย่างเป็นเรื่องปกติ แต่สำหรับพริมาเธออายจนอยากมุดหน้าหนี หลังจบกิจกรรมเข้าจังหวะแสนหนักหน่วงของทั้งคู่ ร่างหนาอาสาอุ้มคนไร้เรี่ยวแรงไปห้องน้ำแล้วชำระร่างกายให้เธอทุกซอกทุกมุม ไม่เว้นแม้แต่ช่วยเอาน้ำรักของตนที่คั่งค้างอยู่ในช่องทางเล็กออกให้หมดอีกด้วย "อ๊า...พอแล้ว" "ต้องเอาออกให้หมดสิครับ" นิ้วแกร่งสอดเข้าโพรงสวาทกวาดคว้านน้ำสีขาวขุ่นออกมาจนไม่เหลือ "เดี๋ยวฉันทำเอง" "อยู่นิ่งๆ เดี๋ยวล้ม" ทำเสียงเข้มเอ็ดคนดื้อให้อยู่นิ่งๆ แล้วจัดการต่อให้เสร็จสรรพโดยไม่ถามเธอเลยสักคำว่าอายขนาดไหน พอถึงช่วงค่ำทั้งคู่ออกจากโรงแรมเพื่อจะกลับบ้านไม่ให้พ่อแม่สงสัย เขาจอดรถไว้ในห้างที่อยู่ไม่ไกลแล้วเดินมาทำให้ทั้งคู่ต้องเดินกลับไปที่ลานจอดรถ ระหว่างทางที่ดูเหมือนไม่ไกล แต่พอเดินเข้าจริงก็เล่นเอาเหนื่อยได้เหมือนกัน "ยังเจ็บอยู่ไหม" กรัณย์เอ่ยถามคนตัวเล็กที่เดินจับมืออยู่ข้างๆ "ไม่ค่อยแล้ว" ถึงปากจะบอกไม่ค่อย แต่การก้าวเดินยังคงกะเผลกอย่างห้ามไม่ได้ "รอตรงนี้ก่อนนะครับ" ชายหนุ่มวิ่งหายเข้าไปในร้านขายยาแล้วกลับออกมาพร้อมกับแผงยาเม็ดเล็กและน้ำดื่มติดมือมาด้วย "รีบกินก่อน" พริมามองหน้าคนรักก่อนจะรับยามากลืนลงคอไม่มีการอิดออด เธอรู้ว่ามันคือยาคุมฉุกเฉินและเธอก็ยังไม่พร้อมจะมีลูกตอนที่ยังเรียนไม่จบ ที่บ้านคงไม่ยอมรับกรัณย์แน่ๆ "นายว่าถ้าที่บ้านรู้เรื่องของเราพวกเขาจะว่ายังไง" จู่ๆ คนที่ยืนเงียบอยู่นานก็เอ่ยถามขึ้นมา "ผมไม่รู้หรอก ถ้าเลือกได้ก็ไม่อยากบอกพวกเขาเลย" "ถ้ามันง่ายแบบนั้นก็ดีน่ะสิ" "เรียนจบแล้วเราไปอยู่ที่อื่นกันไหม แค่พี่กับผม เราสองคน หนีไปให้ไกลเลยดีไหม" "ไม่ได้หรอก นายเป็นลูกชายนะ ป๊ากับม๊านายคงฝากความหวังไว้ที่นาย" พริมาพูดตามความเป็นจริง มันไม่ง่ายขนาดนั้นที่ทั้งคู่จะคบกันได้อย่างเปิดเผย "แต่พวกเรารักกันนะ ทำไมพวกเขาถึงไม่เข้าใจล่ะ" "นายก็รู้ว่าบ้านเราไม่ถูกกันมาแต่ไหนแต่ไร" "ทำไมพวกเขาไม่ปล่อยวางบ้างนะ ไม่รู้จะทะเลาะกันไปถึงเมื่อไหร่" กรัณย์ทำหน้าไม่พอใจ เขาไม่เข้าใจจริงๆ ว่าบ้านเธอกับเขามีปัญหาเรื่องอะไรกันถึงได้บาดหมางมาจนถึงปัจจุบันนี้ แถมคนเป็นลูกอย่างเขาก็ต้องรับผลที่ตัวเองไม่ได้ก่อ "เรื่องบางเรื่องเราไม่รู้คงดีกว่าแหละมั้ง" "แต่ผมไม่อยากให้พี่คิดมาก" "ฉันก็ไม่ได้คิดมากสักหน่อย" พริมาเถียงกลับทันควัน "ไม่จริงอะ เวลาพี่คิดมากคิ้วพี่จะผูกเป็นโบว์แบบนี้ไง" มือหนายกขึ้นสัมผัสคิ้วสวยทั้งสองข้างของเธออย่างเบามือ "ทำเป็นรู้ดี" "ผมแอบมองพี่มาตั้งแต่แปดขวบเลยนะ จะไม่รู้ได้ไง" เวลาสิบปีที่เขาแอบมองพี่สาวข้างบ้านจนกลายเป็นความรักโดยไม่รู้ตัว "เด็กแก่แดด" "แก่แดดแต่ผมก็แซ่บใช่ไหมล่ะ" "โอ๊ย! ไม่คุยด้วยแล้ว ไอ้เด็กทะลึ่ง" พริมาเดินหนีแฟนหนุ่มรุ่นน้องก่อนที่กรัณย์จะรีบวิ่งตามแล้วจับมือเธอเดินไปพร้อมกัน ความรักของทั้งคู่ดูเหมือนจะจบลงอย่างสวยงาม แต่ทว่านั่นมันแค่จุดเริ่มต้นของเรื่องทั้งหมด พวกเขายังไม่รู้ว่าอนาคตต่อจากนี้ต้องเจอกับอะไรโดยเฉพาะครอบครัวของพริมาอาชีพนักเขียนบางคนอาจคิดว่าเป็นงานสบาย อยู่แต่บ้านไม่ต้องเหนื่อย ไม่ต้องใช้แรงก็ได้เงิน แต่หารู้ไม่ว่าแต่ละประโยคต้องผ่านการร้อยเรียงและกลั่นกรองออกมาอย่างถี่ถ้วน ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะเขียนออกมาได้ และที่ยากกว่าคือไม่มีทางรู้เลยว่างานของเราจะถูกใจคนอ่านหรือเปล่า นักเขียนคนเดิมแต่เปลี่ยนแนวเขียนแน่นอนว่าไม่ใช่ทุกคนที่ชอบในผลงานของเรา เธอจึงต้องพยายามรักษาฐานแฟนคลับของตัวเองเอาไว้ให้ได้มากที่สุด"โชคดีจังที่ร้านนี้ยังเปิดอยู่" พริมาโล่งใจหลังจากเดินหาร้านกาแฟหรือคาเฟ่ที่ยังเปิดในเวลานี้"รับอะไรดีคะ""ลาเต้เย็น แล้วก็พายข้าวโพดสองชิ้นค่ะ" คนตัวเล็กชี้นิ้วไปทางขนมหน้าตาน่ากินที่วางเรียงรายอยู่จนอดไม่ได้ แม้จะพยายามไม่กินช่วงดึก แต่วันนี้ขอหนึ่งวันแล้วกัน"ทั้งหมดสองร้อยสิบแปดบาทค่ะ"พริมาเดินเตร็ดเตร่เพื่อให้หัวสมองโล่งก่อนเริ่มทำงานอย่างจริงจังในคืนนี้ ปกติแล้วเธอชอบหมกตัวอยู่แต่ในห้องไม่ค่อยออกไปไหน ทว่าวันนี้ถ้าเธอไม่ออกมาข้างนอกหัวของเธอคงมีแต่เรื่องฟุ้งซ่านเต็มไปหมด"พอๆ เลิกคิดๆ" เธอต้องเลิกนึกถึงใบหน้าของกรัณย์เดี๋ยวนี้ ตลอดส
ปัจจุบัน...มือหนาหยิบภาพถ่ายที่มีรูปของตนกับหญิงสาวอีกคนที่เพิ่งหวนกลับมาเจอกันในรอบสี่ปีขึ้นมา การบอกลาในวันนั้นยังคงตราตรึงในจิตใจแม้จะพยายามลืมแค่ไหนก็ไม่สามารถทำได้"พี่ไม่รักผมแล้วจริงเหรอ""คุยกับใครอยู่เหรอ" ผู้จัดการหนุ่มทำหน้ามึนงงเพราะจู่ๆ กรัณย์ก็พูดคนเดียว"คุยกับแม่ซื้อ""เป็นเอามากล่ะ แล้วจะถืออีกนานไหมที่มือน่ะ" อำพลเอ่ยถามเด็กในสังกัดตัวเองที่นั่งดูรูปใบหนึ่งอยู่นานสองนาน"รูปใคร ขอดูบ้างสิ""ไม่ได้!""ทำงกไปได้ แค่รูปทำไมต้องหวงด้วย" ตั้งแต่รู้จักกันมากรัณย์ไม่เคยอนุญาตให้ใครดูรูปที่อยู่ในกระเป๋าสตางค์เลย แต่อำพลเคยเห็นผ่านๆ ว่าเป็นรูปนักศึกษาผู้หญิงกับผู้ชายที่ยังใส่ชุดมัธยม"ไม่ได้หวง แต่ไม่ให้ดู""ไม่ได้ก็ไม่ได้""แล้วเรื่องสัญญาล่ะ เรียบร้อยแล้วใช่ไหม" ชายหนุ่มเก็บรูปภาพใส่กระเป๋าดังเดิมแล้วหันไปถามผู้จัดการส่วนตัวที่รับหน้าที่จัดการเรื่องสัญญาหนังเรื่องใหม่ให้ตน"เรียบร้อยแล้ว ว่าแต่วันนั้นหลังคุยกับนักเขียนเสร็จนายหายไปไหน""ไปพิสูจน์อะไรบางอย่
หลังจากแยกย้ายกันเข้าบ้านของตนเอง พริมามองบ้านที่เริ่มโล่งเมื่อข้าวของต่างๆ ถูกเก็บใส่ลังเป็นสัญญาณเตือนว่าเธอคงจะต้องบอกลาเขาเต็มที"พิม เก็บของหมดหรือยังลูก""ค่ะม๊า" เสียงหวานตอบสั้นๆ แล้วกลับเข้าห้องนอนของตัวเองหลายวันมานี้จู่ๆ กรัณย์ก็ติดต่อคนรักไม่ได้ เขาจะปีนรั้วข้ามไปหาเธอก็เสี่ยงเกินเพราะพ่อแม่ของเธออยู่บ้านแทบจะทั้งวัน ชายหนุ่มทำได้แค่ชะเง้อคอมองหาเงาของคนรักแต่ก็ยังไม่เจอติ๊ง~ เสียงการแจ้งเตือนโชว์ชื่อของคนที่คิดถึง เจ้าของเครื่องรีบหยิบขึ้นมาเปิดดูด้วยความดีใจปนความโล่งใจที่เธอไม่ได้เป็นอะไร[ออกมาเจอกันที่สวนหน่อยได้ไหม] ข้อความสั้นๆ ของพริมาที่ส่งมาเพื่อต้องการนัดเจอ กรัณย์อดสงสัยไม่ได้แต่ก็ยอมไปตามคำขอของเธอเมื่อมาถึงสวนสาธารณะที่ประจำของทั้งคู่ กรัณย์สังเกตเห็นเงาของร่างบางแสนคุ้นเคยที่ใต้ต้นไม้ใหญ่ เขาไม่รอช้ารีบเข้าไปกอดเธอจากด้านหลังทันที"พี่พิม ผมมาแล้ว""ขอโทษที่เรียกออกมาตอนนี้นะ""ตอนไหนผมก็มาได้" กรัณย์ในตอนนี้เหมือนสุนัขที่ดีใจส่ายหางเวลาที่เจ้าของเรียกหา"ฝนใกล้จะต
นับวันกรัณย์ยิ่งตามติดเธอแจ ช่วงไหนที่พ่อแม่ของพริมาไม่อยู่เขาก็จะแอบปีนรั้วข้ามมาหาเธอ ทำแบบนี้อยู่บ่อยครั้งจนเธอเริ่มกังวลมากกว่าเดิม"กลับไปได้แล้ว ป๊าฉันจะกลับมาแล้ว" เสียงหวานเอ่ยบอกกับคนที่ไม่ยอมคลายอ้อมกอดออกเสียที"ขออยู่แบบนี้ต่อได้ไหม""ไม่ได้ ถ้าป๊ามาเจอนายหัวแตกแน่""ไม่อยากกลับเลย อยากนอนกอดพี่ทั้งคืนเลย" กรัณย์ทำเสียงอ้อนซุกหน้าเข้ากับหน้าอกนุ่มนิ่มของเธอ"ฉันจะไปอาบน้ำแล้ว เหนียวตัวจะแย่" เพราะทั้งคู่เพิ่งจะจบกิจกรรมเข้าจังหวะกันไปได้สักพัก เศษซากถุงยางอนามัยยังคงกองอยู่บนพื้น"ฟอด กลับก็ได้ พรุ่งนี้เจอกันนะครับ"ชายหนุ่มยอมคลายอ้อมกอดออกแล้วลุกขึ้นใส่เสื้อผ้าลวกๆ ก่อนจะออกทางหน้าต่างไป โชคดีที่บ้านของเธอเป็นแบบชั้นเดียวทำให้กรัณย์ไม่ต้องเสี่ยงตายมากเท่าไร แค่ลำพังเสี่ยงโดนลูกปืนของพ่อเธอก็มากพอแล้วหลังจากคล้อยหลังคนรักไปไม่นานเจ้าของห้องก็เริ่มเก็บข้างของ ทำความสะอาดไม่ให้เหลือหลักฐานไว้มัดตัว สายตาพลันเห็นกางเกงบ็อกเซอร์ตัวหนึ่งที่กรัณย์ลืมเอาไว้ เธอหยิบขึ้นมาแล้วอมยิ้มน้อยๆ"เด็กบ้า ม
พริมาเห็นสีหน้าหงอยๆ ของคนรักก็อดสงสารไม่ได้ ถึงอย่างไรวิธีการป้องกันก็ไม่ได้มีวิธีเดียว และวันนี้ก็ค่อนข้างปลอดภัยเพราะประจำเดือนเธอเพิ่งหมดไปเมื่อวานนี้"ก็ได้ๆ แต่ต้องรีบเอาออกนะ" สุดท้ายเธอก็ต้องยอมให้เขาอีกจนได้ ด้านกรัณย์พอได้รับอนุญาตจากเธอ ความคึกคะนองก็กลับมาอีกครั้ง"อย่าเกร็งนะ" แก่นกายลำอวบเริ่มถูไถขึ้นลงช้าๆ ตรงบริเวณปากทางเข้าช่องเล็ก"อื้ม..." แค่ได้สัมผัสถึงแรงเสียดไปมาความเสียวก็เริ่มแล่นพล่านเข้ามามือหนาจับสองสองขาเล็กกางออกตั้งฉากเป็นรูปตัวเอ็มก่อนจะจัดท่าทางให้พอดี ส่วนคนใต้ล่างทำได้แค่นอนปิดหน้าไม่กล้าสบตากับเขาในเวลานี้"ถ้าพี่เจ็บผมจะหยุดนะ...ซี้ด" ความเป็นชายแข็งขืนแทรกซึมผ่านช่องทางคับแน่นช้าๆ อย่างยากลำบาก กรัณย์ก้มมองอีกคนที่แสดงสีหน้าเหยเก เขาจึงพยายามไม่ทำให้เธอเจ็บ"โอ๊ย...เจ็บ...อึก""ทนก่อนนะ อีกนิดเดียว...อ๊าส์" คำว่าอีกนิดเดียวไม่มีจริง แก่นกายอวบเข้าไปได้ยังไม่ถึงครึ่งลำและทางเดียวที่จะทำให้เธอเจ็บน้อยลงคือเขาต้องดันเข้ารวดเดียวจนสุดทาง"เจ็บ...ฮึก...เอาออกก่อน" เธอทั้งเจ็บทั้
เวลาผ่านไปจนถึงวันหยุดที่ทั้งคู่ได้มีโอกาสหยุดพร้อมกัน พริมาโกหกที่บ้านว่าจะมาทำรายงานที่หอเพื่อน ส่วนกรัณย์เองก็ไม่ต่างกัน พวกเขาจำเป็นต้องโกหกเพื่อให้ได้อยู่ด้วยกัน ไม่เช่นนั้นอย่าว่าแต่เข้าใกล้กันเลย แค่เดินผ่านหน้าบ้านยังแทบไม่ได้"จะไปไหนเนี่ย" เสียงหวานเอ่ยถามคนรักที่จู่ๆ ก็จูงมือเธอลากพาเดินไปที่ไหนสักแห่ง"ตามมาเถอะ" เขาไม่ยอมเฉลยแต่กลับจับมือเธอแน่นไม่ยอมปล่อยขาเรียวก้าวฉับๆ ตามคนขายาวที่ก้าวเดินไม่หยุดพักก่อนจะมาหยุดที่หน้าโรงแรมแห่งหนึ่ง พริมาเริ่มหน้าซีดไร้สีไม่คิดว่าสิ่งที่เธอกังวลจะมาเร็วขนาดนี้"ดะ...เดี๋ยว นี่มันโรงแรมนะ" ถึงจะไม่ใช่โรงแรมม่านรูดอย่างที่กังวล แต่การที่เขาพาเธอมาโรงแรมในเวลานี้ก็มีแค่เหตุผลเดียวเท่านั้น"ใช่ครับ" ตอบหน้าตาเฉยๆ ไม่ทุกข์ร้อนแต่อย่างใด"แล้วมาทำอะไรที่โรงแรม""พี่ก็น่าจะรู้นี่นา" กรัณย์เอ่ยพร้อมกับรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ เขาอดทนรอมาหลายปี โอกาสได้คบกับเธอก็สำเร็จแล้วเหลือเพียงเรื่องนี้ที่ต้องอดกลั้นมานานระหว่างที่เป็นแฟนกัน แค่คิดถึงก็ตื่นเต้นแทบรอไม่ไหว"ฉะ...ฉันไม่ได้เตร







