LOGINปัจจุบัน...
มือหนาหยิบภาพถ่ายที่มีรูปของตนกับหญิงสาวอีกคนที่เพิ่งหวนกลับมาเจอกันในรอบสี่ปีขึ้นมา การบอกลาในวันนั้นยังคงตราตรึงในจิตใจแม้จะพยายามลืมแค่ไหนก็ไม่สามารถทำได้ "พี่ไม่รักผมแล้วจริงเหรอ" "คุยกับใครอยู่เหรอ" ผู้จัดการหนุ่มทำหน้ามึนงงเพราะจู่ๆ กรัณย์ก็พูดคนเดียว "คุยกับแม่ซื้อ" "เป็นเอามากล่ะ แล้วจะถืออีกนานไหมที่มือน่ะ" อำพลเอ่ยถามเด็กในสังกัดตัวเองที่นั่งดูรูปใบหนึ่งอยู่นานสองนาน "รูปใคร ขอดูบ้างสิ" "ไม่ได้!" "ทำงกไปได้ แค่รูปทำไมต้องหวงด้วย" ตั้งแต่รู้จักกันมากรัณย์ไม่เคยอนุญาตให้ใครดูรูปที่อยู่ในกระเป๋าสตางค์เลย แต่อำพลเคยเห็นผ่านๆ ว่าเป็นรูปนักศึกษาผู้หญิงกับผู้ชายที่ยังใส่ชุดมัธยม "ไม่ได้หวง แต่ไม่ให้ดู" "ไม่ได้ก็ไม่ได้" "แล้วเรื่องสัญญาล่ะ เรียบร้อยแล้วใช่ไหม" ชายหนุ่มเก็บรูปภาพใส่กระเป๋าดังเดิมแล้วหันไปถามผู้จัดการส่วนตัวที่รับหน้าที่จัดการเรื่องสัญญาหนังเรื่องใหม่ให้ตน "เรียบร้อยแล้ว ว่าแต่วันนั้นหลังคุยกับนักเขียนเสร็จนายหายไปไหน" "ไปพิสูจน์อะไรบางอย่างมา" "แล้วเป็นไงบ้าง" "หึ! คว้าน้ำเหลว" กรัณย์หัวเราะในลำคอเบาๆ พริมาไม่มีท่าทีว่ายังมีใจให้เขาเลย เหมือนว่าเธอลืมเขาไปหมดแล้ว "นี่! ขอถามอะไรหน่อยสิ นายกับคุณนักเขียนเคยรู้จักกันหรือเปล่า" "พี่ถามทำไม" "ก็ไม่ทำไม แค่รู้ตะหงิดใจเหมือนว่านายรู้จักเธอ สีหน้านายมันออกน่ะ" อำพลที่อยู่กับกรัณย์มาตั้งแต่เข้าวงการใหม่ๆ พอจะสังเกตสีหน้าของเด็กในสังกัดตัวเองได้ "พี่ไม่ต้องรู้หรอก ไม่ใช่เรื่องสำคัญอะไร" "ไม่บอกก็ไม่ต้องบอก แต่อย่าทำให้เสียงานล่ะรู้ไหม ฉันไม่อยากโดนประธานค่ายบ่นจนหูชา" "รู้แล้วน่า ผมเคยเสียงานด้วยหรือไงกัน" กรัณย์ทำหน้ามั่นใจ ต่อให้เขาเหนื่อยล้าแค่ไหนก็ไม่เคยไปกองสาย จนกลายเป็นขวัญใจทีมงานทุกคนไปแล้ว "อ๋อ ลืมบอกไป วันจันทร์หน้ามีไปฟิตติ้งชุดนะ" "นักเขียนไปด้วยหรือเปล่า" "ไม่น่านะ ไม่ใช่หน้าที่เขานี่" "มีเบอร์เธอไหม" "ห๊ะ?" "ผมถามว่ามีเบอร์นักเขียนที่เราเจอไหม" กรัณย์ถามย้ำเสียงดังฟังชัด "ไม่มี ฉันจะไปมีได้ไงล่ะต้องไปถามผู้กำกับนู่น" เขาเป็นแค่ผู้จัดการส่วนตัว ไม่ใช่นักสืบที่จะรู้ไปหมดทุกอย่าง "ผมไม่ชอบผู้กำกับนั่นเลย" ที่ไม่ชอบเพราะรู้สึกได้ว่าพริมากับราเชนต้องมีเรื่องอะไรที่เขาไม่รู้ ทั้งคู่อาจจะคบกัน แค่คิดก็ยอมไม่ได้ "เอาน่า ทนๆ เอาหน่อย ถ่ายแค่ไม่กี่เดือนก็จบแล้ว" กรัณย์พยักหน้ารับรู้ ความจริงเขาไม่อยากจะรับงานนี้เลย ถ้าไม่ใช่เพราะได้เจอพริมาอย่าหวังว่าเขาจะตอบรับ แต่นี่ก็อาจจะเป็นโชคชะตาที่ทำให้เธอได้หวนกลับมาหาเขาก็ได้ ทางด้านนักเขียนสาว กำลังยุ่งอยู่กับงานของตนเองที่ต้องส่งให้บรรณาธิการเพื่อตรวจทานต้นฉบับเรื่องใหม่ พริมาไม่สามารถปิดจบเรื่องที่เขียนอยู่ได้เพราะในหัวมีแต่เรื่องของกรัณย์ "ออกไปจากหัวฉันสักที!" สองมือยกขึ้นยีผมตัวเองแรงๆ เธอสลัดหน้าเขาออกไปไม่ได้เลย อุตส่าห์คิดว่าจะลืมได้แล้ว ทำไมถึงต้องกลับมาเจอกันอีก ตลอดสี่ปีที่ผ่านมาเธอพยายามไม่ตามข่าวของเขา แม้จะรู้ว่ากรัณย์ไปได้ดีในอาชีพนักแสดง เธอดีใจที่เขาประสบความสำเร็จในสายงานนี้ เขาคงไม่รู้ว่าหลังจากแยกกันวันนั้นชีวิตเธอดิ่งลงเหวมากแค่ไหน "ป๊า ม๊า คิดถึงหนูไหม หนูคิดถึงทั้งสองคนมากเลยค่ะ" หญิงสาวพูดกับรูปถ่ายที่ตั้งอยู่บนโต๊ะ คนในภาพทั้งสองคนจากเธอไปในเวลาไล่เลี่ยกันตั้งแต่สี่ปีก่อน พ่อของเธอเกิดภาวะเครียดจัดที่ไม่สามารถดูแลธุรกิจของครอบครัวที่สานต่อกันมาหลายปีเอาไว้ได้ กิจการของครอบครัวต้องพังไม่เป็นท่า จนต้องขายบ้านที่เป็นสมบัติของรุ่นปู่ย่าออกไปและยกบริษัทให้คนอื่นดูแลต่อ เมื่อตัดสินใจย้ายจากเมืองหลวงไปอยู่ต่างจังหวัดได้ไม่นาน พ่อของเธอก็จบชีวิตลงด้วยการฆ่าตัวตาย ส่วนผู้เป็นแม่ หลังจากสูญเสียสามีที่รักไปแบบไม่ทันได้ร่ำลาก็เกิดอาการตรอมใจ จนต้องเข้าบำบัดรักษาอาการทางจิตอยู่หลายเดือน แต่เพราะร่างกายที่ไม่แข็งแรงทำให้มีโรครุมเร้าและเสียชีวิตในเวลาต่อมา พริมากลายเป็นคนเดียวในครอบครัวที่ยังมีชีวิตอยู่ เธอไม่คิดที่จะฆ่าตัวตายหรืออยากจากโลกนี้ไป เธออยากมีชีวิตอยู่ เมื่อตั้งหลักได้เธอก็เริ่มเขียนเรื่องราวต่างๆ ลงในเว็บ สิ่งที่เธอบรรจงเขียนออกมานั้นทำให้มีคนติดตามและสามารถสร้างรายได้ให้เธอพอประทังชีวิตได้ จากนั้นพริมาก็ผันตัวมาเป็นนักเขียนแบบจริงจังพร้อมกับเรียนมหาวิทยาลัยต่อให้จบ โดยมีราเชนที่เป็นพี่รหัสคอยช่วยเหลือในหลายๆ เรื่อง หญิงสาววัยยี่สิบสี่ปีกลายเป็นนักเขียนแบบเต็มตัว โดยมีเพียงแค่ไม่กี่คนที่รู้ตัวตนของเธอ นั่นคือบรรณาธิการผู้รับหน้าที่ดูแลต้นฉบับก่อนตีพิมพ์ให้เธอ และราเชนผู้กำกับหนุ่มมากความสามารถที่ขอนำนิยายของเธอไปสร้างเป็นหนังเพื่อต่อยอดให้งานของเธอได้รับกระแสตอบรับดียิ่งขึ้นไปอีก พริมาตัดสินใจกลับมาอยู่กรุงเทพเมื่อครึ่งปีก่อนเพื่อสะดวกต่องานที่เธอทำและความสะดวกสบายหลายๆ อย่าง เธอคิดว่าเธอหนีกรัณย์พ้นแล้ว แต่พอได้เจอเขาอีกครั้งก็รู้เลยว่าเธอไม่เคยลืมเขาได้เลย ครืด~ เสียงโทรศัพท์สั่นเรียกให้คนเหม่อลอยหลุดจากภวังค์ในอดีต "ค่ะ พี่ตุ๊ก" [น้องพิม ต้นฉบับเรื่องใหม่ถึงไหนแล้วคะ] ปลายสายคือบรรณาธิการสาวคนเก่งประจำตัวเธอ "ใกล้แล้วค่ะ อีกนิดเดียว" [เมื่อวานก็พูดแบบนี้นะคะ หัวหน้าจะฆ่าพี่แล้วค่ะ] "ใกล้แล้วจริงๆ ค่ะ ช่วงนี้พิมมีเรื่องให้คิดนิดหน่อย จะรีบเขียนให้เสร็จภายในคืนนี้แน่นอนค่ะ" [คืนนี้แน่นะคะ] "คืนนี้จริงๆ ค่ะ พรุ่งนี้เช้ามีต้นฉบับส่งแน่นอน" พริมาให้คำมั่นก่อนจะวางสายไป แล้วเริ่มเครียดเอง สงสัยคืนนี้เธอคงไม่ได้นอนเป็นแน่ "ไปหากาแฟดื่มดีกว่า" เมื่อคิดว่าคืนนี้ต้องโต้รุ่ง คนตัวเล็กเลยตัดสินใจลงไปหากาแฟดื่มเพื่อให้ตื่นตัวในคืนนี้อาชีพนักเขียนบางคนอาจคิดว่าเป็นงานสบาย อยู่แต่บ้านไม่ต้องเหนื่อย ไม่ต้องใช้แรงก็ได้เงิน แต่หารู้ไม่ว่าแต่ละประโยคต้องผ่านการร้อยเรียงและกลั่นกรองออกมาอย่างถี่ถ้วน ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะเขียนออกมาได้ และที่ยากกว่าคือไม่มีทางรู้เลยว่างานของเราจะถูกใจคนอ่านหรือเปล่า นักเขียนคนเดิมแต่เปลี่ยนแนวเขียนแน่นอนว่าไม่ใช่ทุกคนที่ชอบในผลงานของเรา เธอจึงต้องพยายามรักษาฐานแฟนคลับของตัวเองเอาไว้ให้ได้มากที่สุด"โชคดีจังที่ร้านนี้ยังเปิดอยู่" พริมาโล่งใจหลังจากเดินหาร้านกาแฟหรือคาเฟ่ที่ยังเปิดในเวลานี้"รับอะไรดีคะ""ลาเต้เย็น แล้วก็พายข้าวโพดสองชิ้นค่ะ" คนตัวเล็กชี้นิ้วไปทางขนมหน้าตาน่ากินที่วางเรียงรายอยู่จนอดไม่ได้ แม้จะพยายามไม่กินช่วงดึก แต่วันนี้ขอหนึ่งวันแล้วกัน"ทั้งหมดสองร้อยสิบแปดบาทค่ะ"พริมาเดินเตร็ดเตร่เพื่อให้หัวสมองโล่งก่อนเริ่มทำงานอย่างจริงจังในคืนนี้ ปกติแล้วเธอชอบหมกตัวอยู่แต่ในห้องไม่ค่อยออกไปไหน ทว่าวันนี้ถ้าเธอไม่ออกมาข้างนอกหัวของเธอคงมีแต่เรื่องฟุ้งซ่านเต็มไปหมด"พอๆ เลิกคิดๆ" เธอต้องเลิกนึกถึงใบหน้าของกรัณย์เดี๋ยวนี้ ตลอดส
ปัจจุบัน...มือหนาหยิบภาพถ่ายที่มีรูปของตนกับหญิงสาวอีกคนที่เพิ่งหวนกลับมาเจอกันในรอบสี่ปีขึ้นมา การบอกลาในวันนั้นยังคงตราตรึงในจิตใจแม้จะพยายามลืมแค่ไหนก็ไม่สามารถทำได้"พี่ไม่รักผมแล้วจริงเหรอ""คุยกับใครอยู่เหรอ" ผู้จัดการหนุ่มทำหน้ามึนงงเพราะจู่ๆ กรัณย์ก็พูดคนเดียว"คุยกับแม่ซื้อ""เป็นเอามากล่ะ แล้วจะถืออีกนานไหมที่มือน่ะ" อำพลเอ่ยถามเด็กในสังกัดตัวเองที่นั่งดูรูปใบหนึ่งอยู่นานสองนาน"รูปใคร ขอดูบ้างสิ""ไม่ได้!""ทำงกไปได้ แค่รูปทำไมต้องหวงด้วย" ตั้งแต่รู้จักกันมากรัณย์ไม่เคยอนุญาตให้ใครดูรูปที่อยู่ในกระเป๋าสตางค์เลย แต่อำพลเคยเห็นผ่านๆ ว่าเป็นรูปนักศึกษาผู้หญิงกับผู้ชายที่ยังใส่ชุดมัธยม"ไม่ได้หวง แต่ไม่ให้ดู""ไม่ได้ก็ไม่ได้""แล้วเรื่องสัญญาล่ะ เรียบร้อยแล้วใช่ไหม" ชายหนุ่มเก็บรูปภาพใส่กระเป๋าดังเดิมแล้วหันไปถามผู้จัดการส่วนตัวที่รับหน้าที่จัดการเรื่องสัญญาหนังเรื่องใหม่ให้ตน"เรียบร้อยแล้ว ว่าแต่วันนั้นหลังคุยกับนักเขียนเสร็จนายหายไปไหน""ไปพิสูจน์อะไรบางอย่
หลังจากแยกย้ายกันเข้าบ้านของตนเอง พริมามองบ้านที่เริ่มโล่งเมื่อข้าวของต่างๆ ถูกเก็บใส่ลังเป็นสัญญาณเตือนว่าเธอคงจะต้องบอกลาเขาเต็มที"พิม เก็บของหมดหรือยังลูก""ค่ะม๊า" เสียงหวานตอบสั้นๆ แล้วกลับเข้าห้องนอนของตัวเองหลายวันมานี้จู่ๆ กรัณย์ก็ติดต่อคนรักไม่ได้ เขาจะปีนรั้วข้ามไปหาเธอก็เสี่ยงเกินเพราะพ่อแม่ของเธออยู่บ้านแทบจะทั้งวัน ชายหนุ่มทำได้แค่ชะเง้อคอมองหาเงาของคนรักแต่ก็ยังไม่เจอติ๊ง~ เสียงการแจ้งเตือนโชว์ชื่อของคนที่คิดถึง เจ้าของเครื่องรีบหยิบขึ้นมาเปิดดูด้วยความดีใจปนความโล่งใจที่เธอไม่ได้เป็นอะไร[ออกมาเจอกันที่สวนหน่อยได้ไหม] ข้อความสั้นๆ ของพริมาที่ส่งมาเพื่อต้องการนัดเจอ กรัณย์อดสงสัยไม่ได้แต่ก็ยอมไปตามคำขอของเธอเมื่อมาถึงสวนสาธารณะที่ประจำของทั้งคู่ กรัณย์สังเกตเห็นเงาของร่างบางแสนคุ้นเคยที่ใต้ต้นไม้ใหญ่ เขาไม่รอช้ารีบเข้าไปกอดเธอจากด้านหลังทันที"พี่พิม ผมมาแล้ว""ขอโทษที่เรียกออกมาตอนนี้นะ""ตอนไหนผมก็มาได้" กรัณย์ในตอนนี้เหมือนสุนัขที่ดีใจส่ายหางเวลาที่เจ้าของเรียกหา"ฝนใกล้จะต
นับวันกรัณย์ยิ่งตามติดเธอแจ ช่วงไหนที่พ่อแม่ของพริมาไม่อยู่เขาก็จะแอบปีนรั้วข้ามมาหาเธอ ทำแบบนี้อยู่บ่อยครั้งจนเธอเริ่มกังวลมากกว่าเดิม"กลับไปได้แล้ว ป๊าฉันจะกลับมาแล้ว" เสียงหวานเอ่ยบอกกับคนที่ไม่ยอมคลายอ้อมกอดออกเสียที"ขออยู่แบบนี้ต่อได้ไหม""ไม่ได้ ถ้าป๊ามาเจอนายหัวแตกแน่""ไม่อยากกลับเลย อยากนอนกอดพี่ทั้งคืนเลย" กรัณย์ทำเสียงอ้อนซุกหน้าเข้ากับหน้าอกนุ่มนิ่มของเธอ"ฉันจะไปอาบน้ำแล้ว เหนียวตัวจะแย่" เพราะทั้งคู่เพิ่งจะจบกิจกรรมเข้าจังหวะกันไปได้สักพัก เศษซากถุงยางอนามัยยังคงกองอยู่บนพื้น"ฟอด กลับก็ได้ พรุ่งนี้เจอกันนะครับ"ชายหนุ่มยอมคลายอ้อมกอดออกแล้วลุกขึ้นใส่เสื้อผ้าลวกๆ ก่อนจะออกทางหน้าต่างไป โชคดีที่บ้านของเธอเป็นแบบชั้นเดียวทำให้กรัณย์ไม่ต้องเสี่ยงตายมากเท่าไร แค่ลำพังเสี่ยงโดนลูกปืนของพ่อเธอก็มากพอแล้วหลังจากคล้อยหลังคนรักไปไม่นานเจ้าของห้องก็เริ่มเก็บข้างของ ทำความสะอาดไม่ให้เหลือหลักฐานไว้มัดตัว สายตาพลันเห็นกางเกงบ็อกเซอร์ตัวหนึ่งที่กรัณย์ลืมเอาไว้ เธอหยิบขึ้นมาแล้วอมยิ้มน้อยๆ"เด็กบ้า ม
พริมาเห็นสีหน้าหงอยๆ ของคนรักก็อดสงสารไม่ได้ ถึงอย่างไรวิธีการป้องกันก็ไม่ได้มีวิธีเดียว และวันนี้ก็ค่อนข้างปลอดภัยเพราะประจำเดือนเธอเพิ่งหมดไปเมื่อวานนี้"ก็ได้ๆ แต่ต้องรีบเอาออกนะ" สุดท้ายเธอก็ต้องยอมให้เขาอีกจนได้ ด้านกรัณย์พอได้รับอนุญาตจากเธอ ความคึกคะนองก็กลับมาอีกครั้ง"อย่าเกร็งนะ" แก่นกายลำอวบเริ่มถูไถขึ้นลงช้าๆ ตรงบริเวณปากทางเข้าช่องเล็ก"อื้ม..." แค่ได้สัมผัสถึงแรงเสียดไปมาความเสียวก็เริ่มแล่นพล่านเข้ามามือหนาจับสองสองขาเล็กกางออกตั้งฉากเป็นรูปตัวเอ็มก่อนจะจัดท่าทางให้พอดี ส่วนคนใต้ล่างทำได้แค่นอนปิดหน้าไม่กล้าสบตากับเขาในเวลานี้"ถ้าพี่เจ็บผมจะหยุดนะ...ซี้ด" ความเป็นชายแข็งขืนแทรกซึมผ่านช่องทางคับแน่นช้าๆ อย่างยากลำบาก กรัณย์ก้มมองอีกคนที่แสดงสีหน้าเหยเก เขาจึงพยายามไม่ทำให้เธอเจ็บ"โอ๊ย...เจ็บ...อึก""ทนก่อนนะ อีกนิดเดียว...อ๊าส์" คำว่าอีกนิดเดียวไม่มีจริง แก่นกายอวบเข้าไปได้ยังไม่ถึงครึ่งลำและทางเดียวที่จะทำให้เธอเจ็บน้อยลงคือเขาต้องดันเข้ารวดเดียวจนสุดทาง"เจ็บ...ฮึก...เอาออกก่อน" เธอทั้งเจ็บทั้
เวลาผ่านไปจนถึงวันหยุดที่ทั้งคู่ได้มีโอกาสหยุดพร้อมกัน พริมาโกหกที่บ้านว่าจะมาทำรายงานที่หอเพื่อน ส่วนกรัณย์เองก็ไม่ต่างกัน พวกเขาจำเป็นต้องโกหกเพื่อให้ได้อยู่ด้วยกัน ไม่เช่นนั้นอย่าว่าแต่เข้าใกล้กันเลย แค่เดินผ่านหน้าบ้านยังแทบไม่ได้"จะไปไหนเนี่ย" เสียงหวานเอ่ยถามคนรักที่จู่ๆ ก็จูงมือเธอลากพาเดินไปที่ไหนสักแห่ง"ตามมาเถอะ" เขาไม่ยอมเฉลยแต่กลับจับมือเธอแน่นไม่ยอมปล่อยขาเรียวก้าวฉับๆ ตามคนขายาวที่ก้าวเดินไม่หยุดพักก่อนจะมาหยุดที่หน้าโรงแรมแห่งหนึ่ง พริมาเริ่มหน้าซีดไร้สีไม่คิดว่าสิ่งที่เธอกังวลจะมาเร็วขนาดนี้"ดะ...เดี๋ยว นี่มันโรงแรมนะ" ถึงจะไม่ใช่โรงแรมม่านรูดอย่างที่กังวล แต่การที่เขาพาเธอมาโรงแรมในเวลานี้ก็มีแค่เหตุผลเดียวเท่านั้น"ใช่ครับ" ตอบหน้าตาเฉยๆ ไม่ทุกข์ร้อนแต่อย่างใด"แล้วมาทำอะไรที่โรงแรม""พี่ก็น่าจะรู้นี่นา" กรัณย์เอ่ยพร้อมกับรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ เขาอดทนรอมาหลายปี โอกาสได้คบกับเธอก็สำเร็จแล้วเหลือเพียงเรื่องนี้ที่ต้องอดกลั้นมานานระหว่างที่เป็นแฟนกัน แค่คิดถึงก็ตื่นเต้นแทบรอไม่ไหว"ฉะ...ฉันไม่ได้เตร







