Share

ตอนที่8 (2)

last update publish date: 2026-03-17 20:31:00

อาชีพนักเขียนบางคนอาจคิดว่าเป็นงานสบาย อยู่แต่บ้านไม่ต้องเหนื่อย ไม่ต้องใช้แรงก็ได้เงิน แต่หารู้ไม่ว่าแต่ละประโยคต้องผ่านการร้อยเรียงและกลั่นกรองออกมาอย่างถี่ถ้วน ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะเขียนออกมาได้ และที่ยากกว่าคือไม่มีทางรู้เลยว่างานของเราจะถูกใจคนอ่านหรือเปล่า นักเขียนคนเดิมแต่เปลี่ยนแนวเขียนแน่นอนว่าไม่ใช่ทุกคนที่ชอบในผลงานของเรา เธอจึงต้องพยายามรักษาฐานแฟนคลับของตัวเองเอาไว้ให้ได้มากที่สุด

"โชคดีจังที่ร้านนี้ยังเปิดอยู่" พริมาโล่งใจหลังจากเดินหาร้านกาแฟหรือคาเฟ่ที่ยังเปิดในเวลานี้

"รับอะไรดีคะ"

"ลาเต้เย็น แล้วก็พายข้าวโพดสองชิ้นค่ะ" คนตัวเล็กชี้นิ้วไปทางขนมหน้าตาน่ากินที่วางเรียงรายอยู่จนอดไม่ได้ แม้จะพยายามไม่กินช่วงดึก แต่วันนี้ขอหนึ่งวันแล้วกัน

"ทั้งหมดสองร้อยสิบแปดบาทค่ะ"

พริมาเดินเตร็ดเตร่เพื่อให้หัวสมองโล่งก่อนเริ่มทำงานอย่างจริงจังในคืนนี้ ปกติแล้วเธอชอบหมกตัวอยู่แต่ในห้องไม่ค่อยออกไปไหน ทว่าวันนี้ถ้าเธอไม่ออกมาข้างนอกหัวของเธอคงมีแต่เรื่องฟุ้งซ่านเต็มไปหมด

"พอๆ เลิกคิดๆ" เธอต้องเลิกนึกถึงใบหน้าของกรัณย์เดี๋ยวนี้ ตลอดสี่ปีมานี้เธอพยายามอย่างมากไม่ให้คิดถึงเขา พอได้เห็นเขาเฉิดฉายในวงการบันเทิงยิ่งทำให้เขาอยู่ไกลเกินกว่าเธอจะเอื้อมถึง

หญิงสาวเดินเรื่อยเปื่อยไปตามทางเท้าในยามดึก ผู้คนเริ่มทยอยออกมาสังสรรค์ตามแบบฉบับนักท่องราตรี แต่สำหรับเธอในเวลานี้คงมีแต่เรื่องเขียนงานและคิดงาน พริมาไม่ใช่สายเที่ยว เธอชอบอยู่แต่บ้านถ้าไม่มีความจำเป็นก็แทบจะไม่ก้าวขาออกจากห้องเลย

"กลับดีกว่า" ขาเรียวหมุนตัวเตรียมเดินกลับทางเดิม เพราะทางข้างหน้าเธอคือแหล่งสถานบันเทิงที่กำลังครึกครื้นไปด้วยเสียงเพลงดังกระหึ่ม

"ไงคนสวย มาเที่ยวคนเดียวเหรอ" เสียงทักทายดูไม่ค่อยเป็นมิตรดังจากทางด้านหลัง ก่อนที่คนพูดจะเดินอ้อมมาอยู่ตรงหน้าเธอ

"ช่วยหลีกทางด้วยค่ะ" พริมาเดินเลี่ยงเพื่อจะหนี แต่ทว่าชายตัวโตกลับเบี่ยงตัวมาบังทางเธอไว้

"ไปดื่มกับพี่สักแก้วดีไหม แล้วเดี๋ยวพี่ไปส่ง"

"ไม่สะดวกค่ะ ขอตัว"

"อย่าเล่นตัวสิ ไปด้วยกันเถอะ" มือหยาบโลนคว้าจับแขนเล็กแล้วออกแรงกระชากตัวเธอให้เข้ามา พริมาฉุดรั้งไม่ยอมถูกเขาดึง ยื้ออยู่นานสองนานจนเริ่มหมดแรง

"ขอโทษนะครับ มีเรื่องอะไรกันหรือเปล่า" เสียงของชายอีกคนที่คุ้นหูเธอเป็นอย่างดีดังอยู่ไม่ไกลจากเธอมากนัก

ชายหนุ่มสวมหมวกแก๊ปและใส่หน้ากากอนามัยเหมือนกำลังปกปิดตัวตนเดินตรงปรี่เข้ามากลางวงของทั้งคู่พลางจับคนตัวเล็กให้หลบมาอยู่ด้านหลัง พริมารู้ได้ทันทีว่าผู้ชายคนนี้คือกรัณย์ไม่ผิดแน่

"ไม่มีอะไร แค่ทะเลาะกับแฟนนิดหน่อย" ชายแปลกหน้าตอบกลับทำเหมือนไม่มีอะไร แต่ทว่าอีกคนไม่ทีทางเชื่อง่ายๆ เขาไม่เชื่อหรอกว่าพริมาจะมาคบกับคนเสเพลแบบนี้ได้

"คุณเป็นแฟนเขาเหรอครับ" หันไปถามทั้งที่รู้คำตอบอยู่แล้ว หญิงสาวทำตาโตส่ายหน้ารัวๆ จนคนเห็นนึกเอ็นดูไม่น้อย

"เธอบอกว่าไม่ใช่แฟนคุณนะครับ"

"แล้วมึงเสือกไรวะ"

"พอดีการเสือกมันเป็นงานอดิเรกของผมน่ะครับ" เสียงทุ้มตอบกลับอย่างยียวนชวนให้อีกคนเริ่มมีน้ำโห

"มึงเป็นใคร กวนตีนกูเหรอ แน่จริงเปิดหน้ามาดิวะ"

"ผมก็อยากเปิดอยู่หรอกนะ แต่กลัวคุณจะตกใจความหล่อของผมน่ะสิ" การตอบกลับแสนกวนประสาทของคนตรงหน้าทำให้พริมายิ่งแน่ใจเกินร้อยว่าเขาคือกรัณย์

"มึงจงใจกวนตีนกูใช่ไหม"

"ถ้ามีอะไรไม่พอใจ สถานีตำรวจอยู่ใกล้แค่นี้เราไปเคลียร์กันที่นั่นไหมครับ"

"กาย เราไปกันเถอะ" เสียงหวานกระซิบเบาๆ ให้ได้ยินแค่สองคน เพราะเขาคงไม่อยากให้รู้ว่าตัวเองเป็นใคร ภาพลักษณ์ของเขาอาจจะเสียได้

"ฝากไว้ก่อนเถอะมึง อย่าให้กูเจอมึงอีกนะ" ชายแปลกหน้าเห็นเจ้าหน้าที่ตำรวจเหมือนจะเดินเข้ามาจึงรีบแยกตัวออกไปเพราะไม่อยากเข้าโรงพัก

"เก่งจังเลยนะ จำผมได้ด้วย" กรัณย์ถอดหน้ากากอนามัยที่ปิดเอาไว้ออกมาเผยให้เห็นหน้าตาอันโดดเด่นราศีจับของเขา

"ฉันก็แค่เดาไปงั้น"

"อ๋อ เหรอครับ"

"ขอบคุณที่มาช่วยค่ะ" พริมาตั้งท่าจะเดินหนี แต่แน่นอนว่ามือหนาคว้าแขนเธอไว้ทัน

"ไม่ปล่อยไปง่ายๆ หรอก"

"ปล่อยค่ะ!"

"ที่เราเจอกันวันนี้เป็นเพราะโลกกลมหรือพรหมลิขิตกันแน่เนี่ย" ชายหนุ่มไม่ยอมปล่อยแขนเธอ แต่กลับพูดในเรื่องอะไรไม่รู้ออกมา

"แค่บังเอิญค่ะ"

"ผมว่าพรหมลิขิตแน่ๆ"

"ไร้สาระ ถ้าไม่มีอะไรแล้วฉันขอตัวนะคะ"

"เดี๋ยวสิครับ เราได้เจอกันทั้งทีก็จะหนีไปอีกแล้วเหรอ" คนตัวโตทำน้ำเสียงหงอยๆ พร้อมกับใบหน้าสลดลง

"ฉันมีงานต้องทำ ไม่มีเวลามาทำเรื่องไร้สาระหรอกนะคะ"

"ขอเวลาไม่นานหรอกน่า เอาเบอร์พี่มาสิ" กรัณย์ทำเนียนขอเบอร์เธอโต้งๆ จนอีกคนได้แต่ขมวดคิ้ว

"เอาไปทำไม"

"เราต้องทำงานด้วยกัน ผมไม่อยากติดต่อผ่านคนนู้นคนนี้ให้เสียเวลา คุยกับพี่โดยตรงเลยดีกว่า" แกล้งยกเรื่องงานขึ้นมาอ้าง

"ทำไมฉันต้องให้"

"ก็เพราะผมขอไง เอามาครับ ไม่งั้นผมไม่ปล่อยพี่กลับนะ" ชายหนุ่มคะยั้นคะยอแกมขู่ แต่เขาทำได้จริง

"ศูนย์..."

"ไม่ครับ เอาโทรศัพท์มา" คนฉลาดไม่ยอมถูกหลอกง่ายๆ เขารู้ว่าเธอต้องแกล้งบอกเบอร์มั่วๆ

พริมาหมดหนทางยอมหยิบโทรศัพท์ส่งให้คนตรงหน้าอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ กรัณย์รับโทรศัพท์เธอมากดเบอร์แล้วโทรเข้าเครื่องตนเอง เป็นอันว่าตอนนี้ทั้งคู่ได้แลกเบอร์กันเรียบร้อย แต่ระหว่างที่ชายหนุ่มกำลังกดโทรศัพท์อยู่นั้นมือของเขาก็ยังไม่ยอมปล่อยแขนเธอราวกับว่ากลัวเธอจะหนีไป

"เรียบร้อย!" สีหน้ายิ้มแย้มของคนชนะจนน่าหมั่นไส้ พริมาถึงกับต้องกลอกตามองบนให้กับเขา

"พี่พักอยู่แถวนี้เหรอ ทำไมผมไม่เคยเจอเลย" กรัณย์เอ่ยถามอีกคนด้วยความสงสัย

"ไม่ต้องอยากรู้เรื่องของฉัน ปล่อยได้แล้ว" พริมาไม่มีทางบอก เธอเพิ่งย้ายมาอยู่ที่นี่ได้ไม่ถึงเดือนแถมยังอยู่แต่ในห้องเสียส่วนใหญ่ ไม่แปลกที่เขาจะไม่เคยเห็นเธอในเวลานี้

"เย็นชาจัง ไม่น่ารักเหมือนเมื่อก่อนเลย" ชายหนุ่มแกล้งพูดย้อนความหลัง

"เราไม่เคยรู้จักกันค่ะ ขอบคุณที่มาช่วย ขอตัวนะคะ" เธอสะบัดแขนแรงๆ จังหวะที่อีกคนเผลอก่อนจะรีบวิ่งหนีไม่คิดชีวิต

"หึ! สุดท้ายก็ลืมไม่ได้สินะเรา" ความพยายามสี่ปีที่ต้องการจะลืมเธอ ทั้งโหมทำงานโดยไม่พัก ทั้งควงสาวทั้งในและนอกวงการแทบนับไม่ถ้วนก็ไม่สามารถลบล้างภาพวันวานเก่าๆ ออกไปได้เลย

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ครั้งหนึ่งเราเคยรักกัน   ตอนที่8 (2)

    อาชีพนักเขียนบางคนอาจคิดว่าเป็นงานสบาย อยู่แต่บ้านไม่ต้องเหนื่อย ไม่ต้องใช้แรงก็ได้เงิน แต่หารู้ไม่ว่าแต่ละประโยคต้องผ่านการร้อยเรียงและกลั่นกรองออกมาอย่างถี่ถ้วน ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะเขียนออกมาได้ และที่ยากกว่าคือไม่มีทางรู้เลยว่างานของเราจะถูกใจคนอ่านหรือเปล่า นักเขียนคนเดิมแต่เปลี่ยนแนวเขียนแน่นอนว่าไม่ใช่ทุกคนที่ชอบในผลงานของเรา เธอจึงต้องพยายามรักษาฐานแฟนคลับของตัวเองเอาไว้ให้ได้มากที่สุด"โชคดีจังที่ร้านนี้ยังเปิดอยู่" พริมาโล่งใจหลังจากเดินหาร้านกาแฟหรือคาเฟ่ที่ยังเปิดในเวลานี้"รับอะไรดีคะ""ลาเต้เย็น แล้วก็พายข้าวโพดสองชิ้นค่ะ" คนตัวเล็กชี้นิ้วไปทางขนมหน้าตาน่ากินที่วางเรียงรายอยู่จนอดไม่ได้ แม้จะพยายามไม่กินช่วงดึก แต่วันนี้ขอหนึ่งวันแล้วกัน"ทั้งหมดสองร้อยสิบแปดบาทค่ะ"พริมาเดินเตร็ดเตร่เพื่อให้หัวสมองโล่งก่อนเริ่มทำงานอย่างจริงจังในคืนนี้ ปกติแล้วเธอชอบหมกตัวอยู่แต่ในห้องไม่ค่อยออกไปไหน ทว่าวันนี้ถ้าเธอไม่ออกมาข้างนอกหัวของเธอคงมีแต่เรื่องฟุ้งซ่านเต็มไปหมด"พอๆ เลิกคิดๆ" เธอต้องเลิกนึกถึงใบหน้าของกรัณย์เดี๋ยวนี้ ตลอดส

  • ครั้งหนึ่งเราเคยรักกัน   ตอนที่8 (1)

    ปัจจุบัน...มือหนาหยิบภาพถ่ายที่มีรูปของตนกับหญิงสาวอีกคนที่เพิ่งหวนกลับมาเจอกันในรอบสี่ปีขึ้นมา การบอกลาในวันนั้นยังคงตราตรึงในจิตใจแม้จะพยายามลืมแค่ไหนก็ไม่สามารถทำได้"พี่ไม่รักผมแล้วจริงเหรอ""คุยกับใครอยู่เหรอ" ผู้จัดการหนุ่มทำหน้ามึนงงเพราะจู่ๆ กรัณย์ก็พูดคนเดียว"คุยกับแม่ซื้อ""เป็นเอามากล่ะ แล้วจะถืออีกนานไหมที่มือน่ะ" อำพลเอ่ยถามเด็กในสังกัดตัวเองที่นั่งดูรูปใบหนึ่งอยู่นานสองนาน"รูปใคร ขอดูบ้างสิ""ไม่ได้!""ทำงกไปได้ แค่รูปทำไมต้องหวงด้วย" ตั้งแต่รู้จักกันมากรัณย์ไม่เคยอนุญาตให้ใครดูรูปที่อยู่ในกระเป๋าสตางค์เลย แต่อำพลเคยเห็นผ่านๆ ว่าเป็นรูปนักศึกษาผู้หญิงกับผู้ชายที่ยังใส่ชุดมัธยม"ไม่ได้หวง แต่ไม่ให้ดู""ไม่ได้ก็ไม่ได้""แล้วเรื่องสัญญาล่ะ เรียบร้อยแล้วใช่ไหม" ชายหนุ่มเก็บรูปภาพใส่กระเป๋าดังเดิมแล้วหันไปถามผู้จัดการส่วนตัวที่รับหน้าที่จัดการเรื่องสัญญาหนังเรื่องใหม่ให้ตน"เรียบร้อยแล้ว ว่าแต่วันนั้นหลังคุยกับนักเขียนเสร็จนายหายไปไหน""ไปพิสูจน์อะไรบางอย่

  • ครั้งหนึ่งเราเคยรักกัน   ตอนที่7 (2)

    หลังจากแยกย้ายกันเข้าบ้านของตนเอง พริมามองบ้านที่เริ่มโล่งเมื่อข้าวของต่างๆ ถูกเก็บใส่ลังเป็นสัญญาณเตือนว่าเธอคงจะต้องบอกลาเขาเต็มที"พิม เก็บของหมดหรือยังลูก""ค่ะม๊า" เสียงหวานตอบสั้นๆ แล้วกลับเข้าห้องนอนของตัวเองหลายวันมานี้จู่ๆ กรัณย์ก็ติดต่อคนรักไม่ได้ เขาจะปีนรั้วข้ามไปหาเธอก็เสี่ยงเกินเพราะพ่อแม่ของเธออยู่บ้านแทบจะทั้งวัน ชายหนุ่มทำได้แค่ชะเง้อคอมองหาเงาของคนรักแต่ก็ยังไม่เจอติ๊ง~ เสียงการแจ้งเตือนโชว์ชื่อของคนที่คิดถึง เจ้าของเครื่องรีบหยิบขึ้นมาเปิดดูด้วยความดีใจปนความโล่งใจที่เธอไม่ได้เป็นอะไร[ออกมาเจอกันที่สวนหน่อยได้ไหม] ข้อความสั้นๆ ของพริมาที่ส่งมาเพื่อต้องการนัดเจอ กรัณย์อดสงสัยไม่ได้แต่ก็ยอมไปตามคำขอของเธอเมื่อมาถึงสวนสาธารณะที่ประจำของทั้งคู่ กรัณย์สังเกตเห็นเงาของร่างบางแสนคุ้นเคยที่ใต้ต้นไม้ใหญ่ เขาไม่รอช้ารีบเข้าไปกอดเธอจากด้านหลังทันที"พี่พิม ผมมาแล้ว""ขอโทษที่เรียกออกมาตอนนี้นะ""ตอนไหนผมก็มาได้" กรัณย์ในตอนนี้เหมือนสุนัขที่ดีใจส่ายหางเวลาที่เจ้าของเรียกหา"ฝนใกล้จะต

  • ครั้งหนึ่งเราเคยรักกัน   ตอนที่7 (1)

    นับวันกรัณย์ยิ่งตามติดเธอแจ ช่วงไหนที่พ่อแม่ของพริมาไม่อยู่เขาก็จะแอบปีนรั้วข้ามมาหาเธอ ทำแบบนี้อยู่บ่อยครั้งจนเธอเริ่มกังวลมากกว่าเดิม"กลับไปได้แล้ว ป๊าฉันจะกลับมาแล้ว" เสียงหวานเอ่ยบอกกับคนที่ไม่ยอมคลายอ้อมกอดออกเสียที"ขออยู่แบบนี้ต่อได้ไหม""ไม่ได้ ถ้าป๊ามาเจอนายหัวแตกแน่""ไม่อยากกลับเลย อยากนอนกอดพี่ทั้งคืนเลย" กรัณย์ทำเสียงอ้อนซุกหน้าเข้ากับหน้าอกนุ่มนิ่มของเธอ"ฉันจะไปอาบน้ำแล้ว เหนียวตัวจะแย่" เพราะทั้งคู่เพิ่งจะจบกิจกรรมเข้าจังหวะกันไปได้สักพัก เศษซากถุงยางอนามัยยังคงกองอยู่บนพื้น"ฟอด กลับก็ได้ พรุ่งนี้เจอกันนะครับ"ชายหนุ่มยอมคลายอ้อมกอดออกแล้วลุกขึ้นใส่เสื้อผ้าลวกๆ ก่อนจะออกทางหน้าต่างไป โชคดีที่บ้านของเธอเป็นแบบชั้นเดียวทำให้กรัณย์ไม่ต้องเสี่ยงตายมากเท่าไร แค่ลำพังเสี่ยงโดนลูกปืนของพ่อเธอก็มากพอแล้วหลังจากคล้อยหลังคนรักไปไม่นานเจ้าของห้องก็เริ่มเก็บข้างของ ทำความสะอาดไม่ให้เหลือหลักฐานไว้มัดตัว สายตาพลันเห็นกางเกงบ็อกเซอร์ตัวหนึ่งที่กรัณย์ลืมเอาไว้ เธอหยิบขึ้นมาแล้วอมยิ้มน้อยๆ"เด็กบ้า ม

  • ครั้งหนึ่งเราเคยรักกัน   ตอนที่6 Nc (2)

    พริมาเห็นสีหน้าหงอยๆ ของคนรักก็อดสงสารไม่ได้ ถึงอย่างไรวิธีการป้องกันก็ไม่ได้มีวิธีเดียว และวันนี้ก็ค่อนข้างปลอดภัยเพราะประจำเดือนเธอเพิ่งหมดไปเมื่อวานนี้"ก็ได้ๆ แต่ต้องรีบเอาออกนะ" สุดท้ายเธอก็ต้องยอมให้เขาอีกจนได้ ด้านกรัณย์พอได้รับอนุญาตจากเธอ ความคึกคะนองก็กลับมาอีกครั้ง"อย่าเกร็งนะ" แก่นกายลำอวบเริ่มถูไถขึ้นลงช้าๆ ตรงบริเวณปากทางเข้าช่องเล็ก"อื้ม..." แค่ได้สัมผัสถึงแรงเสียดไปมาความเสียวก็เริ่มแล่นพล่านเข้ามามือหนาจับสองสองขาเล็กกางออกตั้งฉากเป็นรูปตัวเอ็มก่อนจะจัดท่าทางให้พอดี ส่วนคนใต้ล่างทำได้แค่นอนปิดหน้าไม่กล้าสบตากับเขาในเวลานี้"ถ้าพี่เจ็บผมจะหยุดนะ...ซี้ด" ความเป็นชายแข็งขืนแทรกซึมผ่านช่องทางคับแน่นช้าๆ อย่างยากลำบาก กรัณย์ก้มมองอีกคนที่แสดงสีหน้าเหยเก เขาจึงพยายามไม่ทำให้เธอเจ็บ"โอ๊ย...เจ็บ...อึก""ทนก่อนนะ อีกนิดเดียว...อ๊าส์" คำว่าอีกนิดเดียวไม่มีจริง แก่นกายอวบเข้าไปได้ยังไม่ถึงครึ่งลำและทางเดียวที่จะทำให้เธอเจ็บน้อยลงคือเขาต้องดันเข้ารวดเดียวจนสุดทาง"เจ็บ...ฮึก...เอาออกก่อน" เธอทั้งเจ็บทั้

  • ครั้งหนึ่งเราเคยรักกัน   ตอนที่6 Nc (1)

    เวลาผ่านไปจนถึงวันหยุดที่ทั้งคู่ได้มีโอกาสหยุดพร้อมกัน พริมาโกหกที่บ้านว่าจะมาทำรายงานที่หอเพื่อน ส่วนกรัณย์เองก็ไม่ต่างกัน พวกเขาจำเป็นต้องโกหกเพื่อให้ได้อยู่ด้วยกัน ไม่เช่นนั้นอย่าว่าแต่เข้าใกล้กันเลย แค่เดินผ่านหน้าบ้านยังแทบไม่ได้"จะไปไหนเนี่ย" เสียงหวานเอ่ยถามคนรักที่จู่ๆ ก็จูงมือเธอลากพาเดินไปที่ไหนสักแห่ง"ตามมาเถอะ" เขาไม่ยอมเฉลยแต่กลับจับมือเธอแน่นไม่ยอมปล่อยขาเรียวก้าวฉับๆ ตามคนขายาวที่ก้าวเดินไม่หยุดพักก่อนจะมาหยุดที่หน้าโรงแรมแห่งหนึ่ง พริมาเริ่มหน้าซีดไร้สีไม่คิดว่าสิ่งที่เธอกังวลจะมาเร็วขนาดนี้"ดะ...เดี๋ยว นี่มันโรงแรมนะ" ถึงจะไม่ใช่โรงแรมม่านรูดอย่างที่กังวล แต่การที่เขาพาเธอมาโรงแรมในเวลานี้ก็มีแค่เหตุผลเดียวเท่านั้น"ใช่ครับ" ตอบหน้าตาเฉยๆ ไม่ทุกข์ร้อนแต่อย่างใด"แล้วมาทำอะไรที่โรงแรม""พี่ก็น่าจะรู้นี่นา" กรัณย์เอ่ยพร้อมกับรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ เขาอดทนรอมาหลายปี โอกาสได้คบกับเธอก็สำเร็จแล้วเหลือเพียงเรื่องนี้ที่ต้องอดกลั้นมานานระหว่างที่เป็นแฟนกัน แค่คิดถึงก็ตื่นเต้นแทบรอไม่ไหว"ฉะ...ฉันไม่ได้เตร

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status