Masukดึกดื่นค่อนคืนแล้ว แต่หัสดินทร์ยังไม่ยกเลิกการค้นหา เขาให้คนงานนับร้อยออกค้นหาละพอตามแนวรั้วติดกับปางไม้
เขารู้ว่าละพออยู่ที่ปางไม้ แต่ทำอะไรไม่ได้เพราะไม่มีหลักฐานจับชิงพลบ นึกถึงชิงพลบแล้วหัสดินทร์รู้สึกหัวร้อน เขาไม่เข้าใจไอ้หมอนั่นเลย เมื่อก่อนอยู่อย่างสันติแท้ๆ ทำไมต้องมาหาเรื่องละพอด้วย “คุณดิน ได้เรื่องอะไรบ้างแล้วค่ะ” อาชิตามาหาพร้อมยื่นโทรศัพท์ให้ ปลายสายเป็นศราวุฒิ (ละพออยู่ที่ปางไม้จริงๆ คุณหมอที่คลินิกยืนยันแล้วครับ) นัยน์ตาหัสดินทร์ลุกวาบ “มันทำอะไรละพอหรือเปล่า” (ได้ยินว่าอาการแพนิคละพอกำเริบจนเผลอกัดมือตัวเอง แต่โดยรวมถือว่าโอเคครับ) “เข้าใจแล้ว” (จะบุกเลยมั้ยครับ) “บุกดิ เตรียมคนให้พร้อม คืนนี้เราจะไปถล่มไอ้เหี้ยชิงพลบ” อาชิตาไม่เห็นด้วย “ตอนนี้พวกเราบุ่มบ่ามเข้าไปอีกไม่ได้แล้วนะคะ” เธอเข้าใจว่าเขาเป็นห่วงละพอ แต่ชิงพลบไม่ใช่คนที่จะจัดการได้ง่ายๆ ขืนพวกเราบุกไปอีก คราวนี้ชิงพลบยิงสวนกลับมาแน่ แม้จะไม่อยากยอมรับ แต่คนของปางไม้มีมากกว่าฟาร์มดอกไม้สามเท่า ทั้งยังมีอาวุธครบมือ หากปะทะกันตรงๆ ทางเราแพ้แน่ “ผมเป็นห่วงลูก” เขาตอบเสียงเครือ อาชิตาเข้าไปสวมกอดเอวเขา แนบใบหน้าลงกับแผ่นอกกว้าง “ชิรู้ค่ะ แต่ถ้าเราทำอะไรบุ่มบ่ามเราจะแพ้นะคะ แถมละพอก็อาจตกอยู่ในอันตรายมากขึ้น” อาชิตาเสริม “ชิรู้มาว่าอีกสองวันชิงพลบจะเดินทางไปพม่า เราคอยบุกตอนนั้นดีกว่านะคะ” “ผมกลัวว่ามันจะทำร้ายละพอ” หัสดินทร์เคยมีลูกมาก่อน แต่เขาสูญเสียลูกไปตั้งแต่ยังเป็นทารก เขาเลยยิ่งกลัว “ละพอเข้มแข็งมากนะคะ ชิเชื่อว่าเธอจะไม่เป็นไร” หัสดินทร์เกยคางกับไหล่มนของอาชิตา ครั้นความรู้สึกกังวลเบาบางลง สมองเริ่มคิดอย่างเป็นเหตุเป็นผล คนงานของเขาส่วนใหญ่เป็นชาวบ้านหาเช้ากินค่ำ แต่คนของปางไม้ต่างออกไป ที่นั่นเป็นแหล่งรวมกากเดนมนุษย์ พร้อมตาย เขาจะเสี่ยงไม่ได้ “ผมจะส่งจดหมายไปหาละพอ บอกแผนการของพวกเราให้ลูกรู้” ความรู้สึกปั่นป่วนบางประการผลักดันให้ชิงพลบโทรหาเมนี่ ทั้งที่ไม่เคยทำมาก่อน (เมนี่ไม่ใช่นางบำเรอที่คุณต้องการเมื่อไหร่ก็กวักมือเรียกได้ แต่พอคุณไม่ต้องการ ก็ผลักไสไล่ส่ง) เธอส่งเสียงกระเง้ากระงอด แม้ภายในใจจะแอบเต้นระริกเพียงใดที่เขาโทรมาหา แต่ก็ต้องเก็บงำอาการเอาไว้บ้าง ไม่งั้นจะดูง่ายจนเกินไป “ตกลงจะไม่มา” เขาถามเสียงรำคาญ เหมือนโทรมาสั่งของ ไม่ได้ก็ไม่เอา (เมนี่ไปได้ค่ะ!) เธอโพล่งออกไปทันที คนอย่างชิงพลบไม่เคยง้อใคร เขากระดิกนิ้วทีเดียว ผู้หญิงต่างพร้อมคลานเข่าไปหมอบราบแทบเท้า ไม่มีผู้หญิงคนไหนปฏิเสธเขาได้หรอก ถ้ามี ผู้หญิงคนนั้นก็โง่เต็มทีแล้ว “ที่เดิม เร็วหน่อย ผมรีบ” (ค้า เมนี่จะไปถึงในสิบห้านาที คุณพลบรอเมนี่หน่อยนะคะ) เมนี่เอ่ยเสียงหวาน ก่อนจะรีบไปอาบน้ำแต่งตัวเพราะรู้ว่าเขาไม่ชอบรอ กระนั้นก็ไม่ลืมที่จะคัดเลือกชุดอย่างประณีตและแต่งหน้าในสไตล์ที่เขาชอบ ครั้นเรียบร้อยจึงขับรถไปยังคฤหาสน์ เธอคุ้นเคยกับรังรักแห่งนี้เป็นอย่างดี มันคือส่วนหนึ่งของคฤหาสน์บนเขา เจ้าของเดียวกับปางไม้ แม้ชื่อของเจ้าของจะเป็นของ สส.ท่านหนึ่ง แต่คนในจังหวัดต่างก็รู้ว่าเจ้าของที่แท้จริงเป็นใคร… คฤหาสน์หรูสามชั้น สไตล์ Spanish กินพื้นที่กว่าแปดสิบไร่ จุดเด่นสำคัญของคฤหาสน์อยู่ที่คลับเฮ้าส์ริมทะเลสาบ รวมทั้งสวนพักผ่อนที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากปราสาทตะวันตก เมนี่เดินกรีดกรายเข้าไปในคฤหาสน์โดยไม่สนใจคนเฝ้ายาม เธอไม่รู้ว่าชิงพลบรวยแค่ไหน แต่เขาจ่ายหนัก หลักล้านขึ้น อันที่จริงลูกสาวนักการเมืองท้องถิ่นอย่างเธอก็ไม่ได้สิ้นไร้ไม้ตอกขนาดต้องมาขายตัวหรอก แต่เพราะเขาให้สถานะแค่นี้จึงต้องรับ ชิงพลบเคยบอก หากเธอไม่รับเงิน เขาจะไม่เรียกใช้งานเธออีก “คุณพลบขา” เมนี่ยิ้มหวาน วางกระเป๋าถือลงบนโต๊ะ พลางเดินนวยนาดไปหาร่างสูงที่นั่งเอนกายอยู่ที่เก้าอี้ ในมือเข้าถือแก้วเหล้า อิริยาบถผ่อนคลาย เมนี่จงใจหย่อนกายลงนั่งกับตักแกร่ง สองมือคล้องกับต้นคอ ยื่นใบหน้าจุมพิตทักทายเขาในทันทีอย่างเป็นงาน ชิงพลบเพียงนั่งเฉยๆ ปล่อยให้เมนี่เล้าโลมจุมพิตเขาไปทั่ว “ทำไมวันนี้คุณพลบดูไม่สบอารมณ์ละคะ มีเรื่องอะไรกวนใจอยู่หรือเปล่า บอกเมนี่ได้นะคะ เมนี่พร้อมรับฟัง” เธอชอบชิงพลบมากกว่าที่เขาคิด ถึงได้ลดตัวลงมาเป็นนางบำเรอชั่วครั้งชั่วคราว หวังว่าสักวัน จะคว้าใจเขาได้ “เปล่า” เขาตอบแค่นั้น “งั้นต่อนะคะ” เมนี่พยายามปลุกเร้า บดเบียดเรือนร่างอรชรเข้ากับกายแกร่ง ดูสิ เขาจะทนได้อีกสักกี่น้ำเชียว ฝ่ามือนุ่มลูบไล้ร่างกายเขาอย่างชื่นชม ริมฝีปากลากผ่านหน้าท้องที่มีไรขนอ่อนๆ จนเกือบจะถึงจุดยุทธศาสตร์สำคัญ แต่เขากลับห้าม “พอแล้ว” “อะไรนะคะ” เธอกำลังเคลิบเคลิ้มกับเรือนกายของเขา แต่เขาดันมาบอกให้หยุด “ไปได้แล้ว ผมจะให้ราตรีโอนเงินไปให้” เขาไม่พูดเปล่าแต่ออกแรงผลักเมนี่ให้หล่นจากตัก เมนี่ไม่พอใจ วินาทีนี้ชิงพลบก็ชิงพลบเถอะ ทำแบบนี้มันหยามหน้ากันชัดๆ เธอไม่ยอมหรอก! “ไม่ค่ะ! คุณจะทำแบบนี้กับเมนี่ไม่ได้ เมนี่ไม่ยอม!” ความจริงเธออยากจะวีนเหวี่ยง ขว้างปาข้าวของหรืออาละวาดจนบ้านพัง แต่เธอไม่กล้า แค่ชิงพลบปรายตามา เมนี่หุบปากฉับ ชิงพลบมีรัศมีบางอย่างที่ทำให้เมนี่ไม่กล้าออกฤทธิ์ออกเดชเหมือนที่ชอบทำ “ขอโทษด้วย วันนี้ผมไม่มีอารมณ์” ตอนที่มีร่างของเมนี่คร่อมอยู่ เขาหลับตาปล่อยให้อีกฝ่ายจุมพิตไปทั่วร่าง แต่แล้วละพอกลับมาปรากฎในสมอง เธอชอบโผล่มาโดยไม่ได้รับเชิญเขาจนชิงพลบรู้สึกหงุดหงิด พาลหมดอารมณ์ขึ้นมาดื้อๆ “งั้นก็ขอลาค่ะ!” เมนี่เม้มปากกลั้นอารมณ์ คว้ากระเป๋ามาถือ แล้วออกไปจากห้อง เสียงปิดประตูดังปังบ่งบอกอารมณ์โกรธของเจ้าหล่อนได้เป็นอย่างดี ชิงพลบทิ้งกายลงนอนบนเตียงกว้าง สายตาคมเฉี่ยวมองเพดานนิ่งๆ ครั้นหลับตาลงอย่างเหน็ดเหนื่อย เขากลับเห็นแต่หน้าละพอ ภาพใบหน้าของละพอตามมาหลอกหลอนเขาอีกแล้ว! ชิงพลบหงุดหงิดสุดจะทน มือแกร่งคว้าหมอนอิงมาขว้างใส่ผนัง แจกันแพงระยับมูลค่าหลักแสนหล่นแตกกระจายเหมือนของไร้ค่า ถึงอย่างนั้นอารมณ์หงุดหงิดก็ไม่ได้ลดลงแม้แต่น้อย ชิงพลบลุกขึ้นจากเตียงอย่างหมดความอดทน เขาคว้าเสื้อมาสวม บึ่งรถกลับไปยังปางไม้ เวลาล่วงเข้าสู่วันใหม่ ประมาณตีหนึ่งเศษๆ ชิงพลบหยุดอยู่ข้างเตียงของละพอ นัยน์ตาคมเฉี่ยวจดจ้องมองใบหน้าที่กำลังหลับใหล เธอนอนเอียงตะแคงข้าง มือรองใบหน้าเหมือนทารก เส้นผมกระจัดกระจายอยู่บนหมอน ผ้าห่มร่นลงมาอยู่ที่เอว เขาย่อกายลงดึงผ้าห่มมาคลุมจนถึงคอ เฝ้ามองเธออยู่นาน แล้วอารมณ์หงุดหงิดก็ค่อยๆ เย็นลงอย่างน่าประหลาด หน่วงท้องจัง… ราวกับมีมือมาขยุ้มท้องยังไงยังงั้น เธออธิบายไม่ถูกว่าเจ็บอย่างไร มันไม่ใช่การเจ็บท้องโรคกระเพาะหรือไส้ติ่ง แต่เธอเจ็บเหลือเกิน จนต้องคู้ตัวอยู่บนเตียงจนหลับไปอีกครั้ง ก่อนจะรู้สึกตัวเมื่อได้ยินเสียงเรียก “หนู หนูเป็นอะไร ตายจริง ทำไมหน้าซีดเป็นกระดาษแบบนี้ เกิดอะไรขึ้น ให้ตาหมอดูสิ” ละพอปรือดวงตาขึ้นมามองอย่างยากลำบอก มือกุมท้องแน่น ครั้นหมอชราถามด้วยเสียงเอื้ออารี ละพอใช้มือชี้ที่ท้อง “หนูปวดท้องหรือ” ละพอพยักหน้า ชิงพลบอยู่ไม่ไกล คอยสังเกตการณ์ “ให้ตาหมอตรวจดูหน่อยนะหนูนะ” หมอชรากดมือลงกับท้องละพอ เธอสะดุ้งทันที ส่ายหน้าบอกว่าเจ็บ “หนูเจ็บแบบหน่วงๆ ใช่มั้ย คล้ายถูกบีบท้องตลอดเวลา” ละพอพยักหน้า ผ้าห่มถูกเลิกพ้นตัว อากาศเย็นๆ เข้ามาปะทะร่าง เธอคู้ตัวแน่น “อะไรกันหมอ ทำไมเลือด…” ชิงพลบตื่นตระหนกเมื่อเห็นกองเลือดบนผ้าปู คิดว่าเธอเป็นโรคร้ายอะไร แต่พลันฉุกคิดขึ้นได้ว่าละพอเป็นผู้หญิง เธอน่าจะ...เป็นประจำเดือน ‘หนูเป็นอะไรคะ หนูจะตายเหรอ’ “ไม่ใช่หนู หนูไม่ได้เป็นอะไร นี่เป็นเรื่องธรรมชาติ” หมอชราคลุมผ้าห่มลงตามเดิม “ประจำเดือนมานะครับ น่าจะเป็นครั้งแรกด้วย” ละพอถือว่าประจำเดือนมาค่อนข้างช้า อายุจะสิบเจ็ดแล้วแต่พึ่งมา “แล้วมันเจ็บขนาดนั้นเลยเหรอหมอ” “สภาพร่างกายคนเราไม่เหมือนกันครับ บางคนก็จะเจ็บแบบนี้แหละ” ชิงพลบไม่มีความรู้เรื่องพวกนี้ พวกของใช้ส่วนตัวของสุภาพสตรีก็ไม่รู้ จึงโทรไปหาราตรี อธิบายว่าเกิดอะไรขึ้น พอทราบเรื่องราตรีก็รีบปั่นจักรยานมาหาพร้อมของจำเป็นเต็มถุง ในนั้นมีทั้งยา ถุงร้อน และผ้าอนามัย “น้องเขาน่ารักนะคะนาย เขินใหญ่เลย” ราตรีออกมา หลังสอนละพอใช้ผ้าอนามัยแล้ว “เอายาให้เธอกินหรือยัง” “ยังค่ะนาย อุ้มว่าจะเอาข้าวต้มให้น้องทานก่อน ยาแรงนะคะ จริงๆ อุ้มไม่อยากให้ทานตั้งแต่ครั้งแรกเลย มันจะติดเป็นนิสัย” “แล้วยังไง ไม่ให้กินหรือ?” ตามความเห็นของเขา การที่ต้องทนเห็นเด็กคนหนึ่งปวดท้องประจำเดือนแบบนี้ เขารับไม่ได้ มียากินก็กินเสียสิ “มีวิธีบรรเทาอาการอยู่ค่ะนาย อย่างน้ำร้อนประคบท้องก็ช่วยได้ เดี๋ยวอุ้มไปจัดการให้นะคะ มีถุงร้อนเตรียมมาพอดี” “เดี๋ยวก่อน” เขารั้งราตรีไว้ เหมือนอยากจะพูดอะไร แต่ก็ตัดสินใจไม่พูดแล้วจบด้วยการฝากฝังแทน “ฝากด้วย” “ค่ะนาย” หมอชราเดินมาถาม “คุณพลบจะล้างแผลเลยไหมครับ” “ก็ดี” “แผลยังไม่สมานดี ช่วงนี้คุณพลบไม่ควรทำงานหนักหรือเข้าป่านะครับ” “รู้แล้ว” ชิงพลบรับฟัง แต่ไม่คิดทำตาม เขาจะให้แผลแค่นี้มาขัดขวางงานใหญ่ได้ยังไง‘วันนี้มีสัมภาษณ์งาน อาจจะกลับค่ำหน่อยนะคะ’ ชิงพลบอ่านทวนข้อความเธอนับสิบครั้งได้ตั้งแต่ที่เธอส่งมาตอนเย็นๆ ไม่รู้ว่านาฬิกาคนเราไม่เท่ากันหรือเปล่า ทำไมตอนนี้เข็มสั้นเขามันชี้ไปที่เลขสิบสองแล้วแต่ละพอยังไม่กลับมา ครั้นจะโทรไปตามหรือส่งข้อความไป เขาก็กลัวเธอคิดว่าเขาจู้จี้ ดังนั้นจึงได้แต่นั่งรอเงียบๆ ในบ้าน จวบจนเขาได้ยินเสียงเครื่องยนต์แล่นผ่านรั้วบ้านเข้ามา เขารีบไปรอที่บันไดพร้อมกับซ่อนตัวในความมืด ด้วยนัยน์ตาวาววับ ละพอผลักประตูเข้ามาด้วยความระมัดระวัง เธอแต่งตัวด้วยชุดกระโปรงทับเสื้อสูทสีครีม ชิงพลบหรี่ตา เพราะดูเหมือนวันนี้เธอจะสวยน่ารักเป็นพิเศษ ความรู้สึกหึงหวงพุ่งขึ้นมากลางอก เขาค่อยๆ เผยตัวออกมาในความมืด รวบร่างเธอมาไว้ในอ้อมกอด “พี่พลบ! เล่นอะไรคะเนี่ย” ละพอตกใจจึงปล่อยของร่วงหมด “ทำไมกลับดึกขนาดนี้ แน่ใจนะว่าแค่ไปสัมภาษณ์งาน” น้ำเสียงเขาเข้มงวด พลางรัดเธอแรงๆ “ก็ใช่สิ หนูก็บอกแล้วไง แล้วทำไมพี่ยังไม่นอนอีก มันดึกแล้วนะคะ” ชิงพลบเคาะหน้าผากเธอ พอได้กลิ่นน้ำหอมหวานๆ ก็แอบกลืนน้ำลาย “รู้ว่าดึกแล้วทำไมยังกลับดึกขนาดนี้” “หนูนอนดึกได้ไม่เป็นไร แต่พี่นอนดึกไม่ได้ พี่อา
“แล้วยังไงคะ พี่ไปเจอเขาทำไม” ละพอเป็นห่วง กลัวว่าเขาจะเข้าไปเกี่ยวข้องอะไรกับผู้มีอิทธิพลอีก (เรื่องนี้คุยทางโทรศัพท์ไม่สะดวก เอาไว้พรุ่งนี้เราค่อยมาถามได้มั้ย) “โถ ไม่เอาสิ หนูกำลังอยากรู้เลย อ่านกระทู้บนเน็ตอยู่เนี่ย เรื่องของบริษัทของเอริคที่ถูกฟ้องร้อง ดูท่าจะเป็นเรื่องใหญ่มาก” (ทำไมต้องสนใจเขาขนาดนั้นด้วย เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับเราหรอกเขาก็แค่มาสะสางเรื่องในอดีต) “แสดงว่าเขาแค่มาและจะไปใช่มั้ยคะ” เธอละเอาไว้ในฐานที่เข้าใจว่าเขามาเพื่อเก็บกวาดอิทธิพลที่หลงเหลือของจางเหลียนโดยเฉพาะแล้วจะไปเอง (ไม่แน่ใจเหมือนกัน เอริคเป็นคนเดายาก) “เขาไม่ได้คิดร้ายอะไรกับพี่ใช่มั้ย?” (ไม่จ้า) แม้จะไม่นับเป็นมิตร แต่ก็ไม่ใช่ศัตรูแน่นอน “ดีแล้วค่ะ ได้ยินแบบนี้หนูก็สบายใจ” (พี่ไม่ทำกายภาพแล้ว เดี๋ยวพี่ไปหา) “พี่มาหาไม่ได้ หนูอยู่หอ” ชิงพลบหัวเราะ (ถ้าพี่ต้องการสะอย่าง ไม่มีอะไรขวางพี่ได้หรอก) ละพอเฝ้ารอการมาเยือนของชิงพลบด้วยใจจดจ่อ เธออาบน้ำแต่งตัว อยู่ในชุดน้อยชิ้นที่เขาชื่นชอบ “สวยขนาดนี้ คิดจะทำให้พี่คลั่งตายเหรอครับ” นัยน์ตาโลมเลียมองเธอตั้งแต่หัวจรดเท้า “ค่ะ หนูจะทำให้พี่คลั่งตาย” ละ
“ก็ได้ค่ะ สัปดาห์หน้าหนูจะไปหาพี่แน่ๆ สัญญาเลย” ละพอวางสาย เดินกลับเข้าไปหาเพื่อน กลางเดือนกรกฎาคม ละพอมีนัดทานข้าวกับพี่รหัส เธอส่งข้อความไปบอกชิงพลบเพื่อรายงานเขา เขาตอบกลับมาทันที ‘ทานให้อร่อยนะ’ “รอนานมั้ยคะพี่ ขอโทษที่สายนะคะ” ถึงจะรีบมาแค่ไหน แต่ก็สายจนได้ “ไม่เลย มาสิ มานั่งทานกันเถอะ คงจะหิวกันมากแล้ว” เขาผายมือไปเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม เพราะข้างๆ มีเจจับจองแล้ว “งั้นไม่เกรงใจแล้วนะคะพี่ เร็วๆ พอนี่ รีบๆ นั่ง ฉันหิวจนแทบจะกินช้างม้าวัวควายได้ทั้งครอกแล้ว” “เจ เธอพึ่งผ่าไส้ติ่งนะ กินอาหารอ่อนๆ ได้อย่างเดียว” ละพอห้ามเมื่อเพื่อนตักน้ำจิ้มสามรสมารอท่า “แต่มาร้านชาบูแล้วไม่กินหมูกับน้ำจิ้มแซ่บๆ ได้ยังไงล่ะพอนี่” เจนจบกระเง้ากระงอด “เดี๋ยวเถอะ เดี๋ยวก็ได้กลับไปนอนหยอดน้ำเกลือเหมือนเดิมหรอก” เธอเปลี่ยนถ้วยน้ำจิ้มให้ทันที “โถพอนี่ ขอสักวันเถอะ เธอไม่รู้หรอกว่าตลอดสัปดาห์มานี่ฉันชอกช้ำแค่ไหน กินแต่ข้าวต้มก็ไม่ไหวปะ ใช่มั้ยคะพี่” คนที่ร้องโอดครวญว่ากำลังจะตายตอนไส้ติ่งแตกน่ะ หายไปแล้ว “เอาแค่พอประมาณแล้วกัน” เธอเลื่อนถ้วยน้ำจิ้มกลับไปให้ เจนจบกระดี๊กระด๊าดีใจยกใหญ่ รถยนต์คันห
เช้าวันถัดมาข่าวการปลิดชีพตัวเองภายในเรือนจำของจางเหลียนติดหน้าหนึ่งทุกสำนักข่าว พัศดีผู้เห็นศพคนแรกให้การว่าช่วงเวลาประมาณตีสามกว่าๆ เห็นความผิดปกติของจางเหลียนจากกล้องวงจรปิด ครั้นพอเร่งรีบไปดูก็พบว่าจางเหลียนเสียชีวิตแล้ว เขาตายเพราะโขกศีรษะกับพื้นแข็งๆ ในห้องขังจนตาย ตำรวจไม่คิดจะสืบสวนหาสาเหตุต่อ สรุปคดีเพียงว่าจางเหลียนเครียดจนฆ่าตัวตาย “พ่อคะ อาหารพร้อมแล้วพี่อาชิให้มาตามค่ะ” ละพอขึ้นมาเรียก บ้านหลังใหญ่ครึกครื้นขึ้นมากเมื่อคนในครอบครัวเดินทางมาเยี่ยมหา “แล้วหนูล่ะ?” “หนูทานทีหลังค่ะ ตอนนี้ต้องป้อนข้าวพี่พลบก่อน” พี่พลบ! ฟังแล้วหัสดินทร์แสลงหูนัก อย่างชิงพลบนะ แก่เกินจะเรียกพี่แล้ว! “ไอ้พลบแขนด้วนเหรอ หนูจะต้องไปปรนนิบัติพัดวีอะไรขนาดนั้น” หัสดินทร์รู้สึกว่าชิงพลบมันแอบปิดบังอะไรบางอย่างอีกแล้ว แต่เขายังไม่มีหลักฐานเลยไม่กระโตกกระตาก “โธ่ ก็พี่พลบยังไม่หายดีนี่ค่ะ ไปก่อนนะคะ” ละพอจับถาดอาหารตรงไปหาชิงพลบ เธอยกมือเคาะสองสามทีให้เขาทราบว่าเธอมาแล้ว ชิงพลบนั่งอยู่ที่โต๊ะอย่างเรียบร้อยด้วยรอยยิ้มกว้าง “ขอบคุณครับ” เขาอ้าปากรับอาหารอย่างสุขใจ กระทั่งละพอป้อนเรียบร้อยแล้วถ
ระยะเวลายี่สิบนาทียาวนานไม่รู้จบสิ้น ละพอลงจากรถแท็กซี่อย่างรีบเร่งก่อนจะวิ่งฉิวเข้าบ้านชิงพลบโดยไม่ได้บอกกล่าวล่วงหน้า ชิงพลบต้องอยู่ในบ้านแน่ๆ พวกจิ๊กซอว์เหล่านั้นพึ่งถูกวางขายไม่นานนี่เอง “มีอะไรกันหนู ทำไมวิ่งหน้าตั้งมาแบบนั้น” พฤกษ์เดินออกมารับด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม “เขาอยู่ไหนคะ?!” ละพอจับมือคุณอาหมอมากุม “บอกหนูมาเถอะค่ะ เขาอยู่ที่ไหน หนูอยากเจอเขา ให้หนูเจอเขาเถอะนะคะ!” “หนู พลบเขา…” “หนูไม่เชื่อ! เขายังอยู่ หนูรู้สึกได้” คุณอาพฤกษ์มีท่าทีอึกอัก แต่สุดท้ายก็ยิ้มพ่ายแพ้แล้วเอ่ย “ดอกกุหลาบยังบานอยู่ ไปดูสักหน่อยสิ” กลิ่นดอกกุหลาบหอมระริน ละพอก้าวเดินอย่างระมัดระวังไปทางสระ พุ่มดอกสีแดงสดยังคงบานสะพรั่งอย่างงดงาม ชิงพลบนั่งรับลมอยู่บนศาลา เขาสวมชุดสบายๆ ในมือแกร่งมีอาหารเม็ด ครั้นเขาโยนลงไปในน้ำ ฝูงปลาแหวกว่ายกันเข้ามาแย่งชิงอาหารกันจนน้ำสาดกระเซ็น ละพอผ่อนฝีเท้า เพื่อสังเกตการณ์ ก่อนจะพบว่านัยน์ตาชิงพลบไม่มองสิ่งใดเลย เหมือนเขามองไม่เห็น “คุณอาหรือครับ?” ละพอไม่ตอบ เธอยืนร้องไห้มองเขาเหมือนคนโง่ “ปล่อยผมไว้แบบนี้สักครู่เถอะ ผมไม่เซ่อซ่าตกสระหรอก” เพราะไม่มีเสียงตอบกลับ ช
ละพอได้ยินมาว่าชิงพลบไม่ใช่หลานชายคนโปรด ความดื้อรั้นและหัวแข็งของเขาสร้างความบาดหมางให้เขาและคุณตา สุดท้ายชิงพลบออกจากบ้านไปอยู่เมืองนอกเมืองนาตั้งแต่เด็ก ทว่าด้วยความเป็นคนดื้อรั้น ไม่ยอมคน ทำให้ชิงพลบไปได้สวยในเส้นทางที่เลือกเดิน บางทีหากไม่เกิดเรื่องร้ายขึ้นกับน้องชายของเขา ชิงพลบคงกลายเป็นซีอีโอหนุ่มไฟแรง หรืออภิมหาเศรษฐีไปแล้ว ชิงพลบยอมทิ้งชีวิตที่เขาก่อร่างสร้างตัวมาอย่างอุตสาหะเพื่อกลับมาแก้แค้นให้น้องชาย และเพื่อเธอ ละพอเดินมาหยุดอยู่ตรงห้องนอน ความเป็นชิงพลบยังคงซึมลึกอยู่ในเตียงและข้าวของเครื่องใช้ ราวกับเขาอยู่ที่นี่ และจากไปก่อนเธอจะมาเพียงไม่กี่นาที บนโต๊ะยังมีจิ๊กซอว์ที่เล่นค้างไว้ เขาคงชอบเล่น ในห้องมีงานที่เขาต่อครบถ้วนแล้ววางไว้สองสามภาพ “สวัสดีจ้ะ” ละพอหันไปตามเสียง ชายวัยประมาณห้าสิบปลายๆ แต่ดูอิ่มเอิบและสุขภาพดียืนยิ้มจนเห็นเส้นตีนกาอยู่ตรงกบประตู “สวัสดีค่ะคุณหมอ” ละพอพนมมือไหว้ “เรียกว่าอาก็ได้ อาเป็นอาของพลบกับเพลิง” ศาสตราจารย์พฤกษ์เป็นญาติที่เหลืออยู่เพียงคนเดียวของชิงพลบ เห็นว่าอีกฝ่ายเป็นจิตแพทย์ชื่อดัง “พลบเล่าเรื่องหนูให้อาฟังบ่อยๆ







![เพลิงแค้นเจ้าสาวผิดตัว [Love Drama 18+]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)