Masukคุณป๋ายืนกอดอกทำหน้ายักษ์ไม่รับมุกที่ฉันส่งไปให้ ใจคอจะตีฉันด้วยไม้เรียวนี่จริงๆ หรือไง “เลือกได้หรือยัง” คุณป๋าถามเสียงเข้ม สมองของฉันคิดอะไรไม่ได้นอกจากเรื่องอย่างว่า ฉันค่อยๆ ลุกขึ้นจากเตียงเดินมาหยุดตรงหน้าของคุณป๋า “เลือกได้แล้วค่ะ” “เลือกอันไหนก็หยิบขึ้นมา” ฉันวางมือลงบนแผงอกแกร่ง แล้วค
ผมค่อยๆ หันมองทางเมียตัวดีของตัวเองที่ในตอนนี้แทบจะยืนไม่อยู่ “ออกไปให้หมด” สิ้นสุดคำสั่งของผม พวกลูกน้องก็รีบพากันออกไปในทันที เหลือเพียงไอ้กล้าที่เป็นลูกน้องคนสนิท “นายอย่าดุคุณหนูเลยนะครับ คุณหนูคงอยากจะออกไปดื่มกับเพื่อนบ้าง” “มึงเลิกให้ท้ายเมียกูสักที” ผมขบกรามแน่นระงับอารมณ์โกรธของตัวเอง
3 ปีผ่านไปไวเหมือนโกหก ฉันแต่งงานกับคุณป๋าแล้ว แต่งแบบงงๆ ในตอนนั้นที่คุณป๋าคุกเข่าขอฉันแต่งงาน หลังจากนั้นสองอาทิตย์เราทั้งคู่ก็จูงมือกันเข้าหอ จดทะเบียนสมรสเป็นสามีภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมาย ที่ผ่านมสฉันไม่สามารถปฏิเสธได้ว่าคุณป๋าดูแลฉันดีมาก และซื่อสัตย์กับฉันอย่างที่เคยสัญญาเอาไว้ว่าจะไม่ทำให้ฉ
“อาเหนือสวัสดีค่ะ ^_^” ฉันกับเพื่อนยกมือไหวอาเหนือ “มึงน่าอิจฉาจริงๆ ว่ะไอ้หิรัญที่มีเมียสวยขนาดนี้” อาเหนือรับไว้แล้วหันหน้าพูดกับคุณป๋า “แล้วผู้หญิงของมึงล่ะ ทำไมไม่พามางานด้วย ?” “ก็แค่ของเล่น กูจะพามาออกงานทำไม” อาเหนือตอบแบบไม่ใส่ใจ นี่ถ้าฉันเป็นผู้หญิงคนนั้นคงจะเสียความรู้สึกมากที่ถูกจำกัดแ
ในตอนนี้ฉันกำลังนั่งทำแผลให้กับคุณป๋าอยู่ คิดแล้วก็ขำ ใครจะไปคิดว่าคุณป๋าจะมีมุมที่อ่อนแอแบบนี้ ความรักมักทำให้คนอ่อนแอเสมอ “ห้ามโดนน้ำนะคะเดี๋ยวแผลจะอักเสบ” “เป็นหมอหรือไง” คุณป๋าทำหน้ามุ่ยใส่ฉัน “เป็นเมียคุณหิรัญค่ะ ^_^” พอฉันพูดแบบนั้นคุณป๋าก็หน้าแดงขึ้นมาเฉียบพลัน ก่อนที่จะคว้ามือมาดึงตั
ถึงจะคิดว่าคุณป๋าไม่ได้อยู่หน้าประตูแล้วแต่ฉันก็ยังโวยวาย เอาแต่ทุบประตูห้องอยู่แบบนั้นเผื่อคุณป๋าจะเห็นใจกลับมาเปิดให้ “อื้อ หนูทุบประตูจนมือแดงหมดแล้วนะคะ” ฉันแสร้งทำเป็นพูด ถ้าคุณป๋าแอบฟังอยู่คงจะเห็นใจ นี่ฉันเป็นเมียเชียวนะ จะใจดำขนาดนั้นหรือไง แต่!!! ไร้สัญญาณใดๆ จากด้านนอก เงียบกริบไม่ได้ย
“อื้ม ถ้าเธอต้องการแบบนั้นฉันก็จะไม่ห้าม ถ้าไม่เจอหน้าฉันแล้วมันทำให้เธอลืมสิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้” จู่ๆ ฉันก็รู้สึกเย็นวูบที่หน้าท้อง เพราะคุณป๋าสอดแขนเข้ามาใต้ผ้าห่มและโอบเอวฉันเอาไว้ ไอร้อนจากลมหายใจของคุณป๋ามันเป่าลดอยู่ตรงต้นคอของฉัน ฉันค่อยๆ ขยับหนีโดยไม่พูดอะไร แต่กลับถูกคุณป๋ากระตุกแขนแล้วฉ
“คุณป๋าโคตรเห็นแก่ตัวเลยนะคะ รู้มั้ย...” คุณป๋ามองฉันด้วยใบหน้าที่เรียบตึง ก่อนจะเดินมาหยุดตรงหน้าฉันแล้วนั่งลง แขนของฉันถูกกระชากอย่างแรงเป็นครั้งที่เท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้ “มองฝุ่นทำไมคะ หรือคิดว่าเป็นพี่ฝนอีก...” “เธอจะพูดแบบนี้เพื่ออะไร !!” “ไม่รู้สิคะ...” นั่นสิ เพื่ออะไรกัน ฉันก็ยังรักพี่
“ฝุ่นใส่ชุดนี้ได้พอดีเลยว่ะ ตอนนั้นฝนใส่ยังดูชุดหลวมๆ ยาวๆ ไปหน่อย” อาเพทายพูด ฉันถึงกับต้องฉุดคิดทบทวนในคำพูดของอาเพทาย ชุดที่ฉันใส่อยู่พี่ฝนเคยใส่มันแล้วอย่างงั้นหรอ ฉันเงยหน้าขึ้นมองคุณป๋า แต่คุณป๋ากลับหลบสายตาของฉัน “พี่ฝนเคยใส่ชุดนี้ด้วยหรอคะ ?” ฉันเปลี่ยนเป้าหมายไปถามอาเพทายแทน และอาทายก็พ
2 ปีผ่านไป.... เวลามักจะผ่านไปไวเสมอ ตอนนี้ฉันเรียนอยู่ปี3 แล้วนะ อีกแค่ปีเดียวก็จะจบแล้ว ถ้าเรียนจบฉันก็ต้องกลับไปช่วยงานคุณป๋า ตอบแทนพระคุณที่คุณป๋าเลี้ยงดูฉันมาตั้งแต่เด็ก เรื่องในตอนนั้นฉันพยายามจะไม่คิดถึงอีกแล้ว เวลาผ่านไปฉันเรียนรู้ที่จะปล่อยวาง แต่บอกตามตรงว่าฉันก็ยังไม่กล้าสู้หน้าของค







