登入| นารา |
ฉันพาคุณซีอีโอเดินลงมายังห้องอาหารเดอ ลา คิวซีน ซึ่งเป็นห้องอาหารหลักของโรงแรม ระหว่างทางก็ถูกสายตาของเหล่าเพื่อนพนักงานหลายสิบคู่จ้องเขม็งตลอดทาง และเมื่อมาถึง…เราแยกกันตักอาหารตามแต่ที่ตัวเองต้องการ คุณการันต์ตักเสร็จก็เดินไปนั่งที่โต๊ะแล้ว แต่ในระหว่างที่ฉันกำลังเลือกหยิบผลไม้อยู่นั้น ใครบางคนก็สะกิดที่หลังเบาๆ และเอ่ยทักทายฉันขึ้นมา
“น้องนารา...วันนี้หยุดงานเหรอคะลูก” ฉันหันหลังกลับไปทางต้นเสียง เธอไม่ใช่ใครที่ไหน ‘เจ๊แหม่ม’ ผู้จัดการสาวสองของห้องอาหารแห่งนี้ ฉันจึงยกมือไหว้ทักทายแกเหมือนเช่นเคย
“ไหว้พระเถอะลูก”
“พอดีวันนี้นารารับแขกวีไอพีให้คุณเจสซี่อะค่ะ”
“หืม...คนไหน ทำไมเจ๊ไม่เห็นรู้เรื่องเลย”
“คนนั้นอะค่ะ เขาพึ่งมาถึงเมื่อคืน” ฉันชี้ไปทางโต๊ะริมกระจกที่มีชายหนุ่มใส่เสื้อกล้ามสีฟ้านั่งทำหน้าหล่อๆ อยู่ตรงนั้น
“อ้าว...ตอนแรกเจ๊นึกว่าเขาเป็นเพื่อนนาราซะอีก เห็นคุยกันหนุงหนิง ดูสนิทกันม้ากมาก” สิ่งที่เจ๊แหม่มพูดทำให้ฉันได้แต่ยิ้มตอบกลับไป “เจ๊แอบถามหน่อย คุณเขามีแฟนรึยังคะเนี่ย งานดีมาก แซ่บเวอร์อะ คนนี้เจ๊ให้ร้อยเต็มสิบเลย”
“ถ้าเจ๊อยากรู้ เจ๊ก็ลองไปถามเขาสิ นาราก็อยากรู้ด้วยเหมือนกัน”
“เอ๊า…บ้าบอละน้องนารา ขืนไปถามแบบนั้น ถ้าคุณเจสซี่รู้มีหวังได้ไล่เจ๊ออกพอดี ไปรุ่มร่ามละลาบละล้วงกับแขกแบบนั้นไม่ได้...”
“มาเถอะเจ๊ เดี๋ยวนาราแนะนำให้รู้จัก ตอนคุยเจ๊ก็ทำเนียนถามๆ ไปนะ เจ๊คือความหวังของหมู่บ้าน”
สุดท้ายเจ๊แหม่มก็ยอมพ่ายแพ้ต่อความอยากเผือกของตัวเอง เดินตามฉันไปที่โต๊ะ ก่อนฉันจะแนะนำเธอกับคุณการันต์ พร้อมให้เธอแนะนำเรื่องอาหารของที่นี่ เพื่อประกอบข้อมูลก่อนตัดสินใจลงทุน อย่าลืมสิ...ว่าตอนนี้ฉันยังอยู่ในหน้าที่นะ
“แล้วนี่ คุณการันต์มาคนเดียวเหรอคะ”
“มาคนเดียวครับ”
“แหม่มก็นึกว่ามากับแฟน หล่อๆ แบบนี้คงมีแฟนแล้วสินะคะ”
ฉันแอบเห็นสายตาคุณการันต์เหลือบมองมาทางฉันแวบหนึ่ง ก่อนจะหันไปตอบเจ๊แหม่ม
“ความจริงแฟนผมก็อยู่แถวนี้นะครับ แต่ตอนนี้เธอยังไม่สะดวกเท่าไร ไว้ถ้ามีโอกาสจะแนะนำให้รู้จักนะครับคุณแหม่ม”
“นั่นไง แหม่มว่าแล้ว หล่อๆ แบบนี้ต้องมีคนรู้ใจแล้วแน่ๆ”
ฉันตอนนี้แอบอมยิ้ม นี่แหละคือเหตุผลที่ต้องให้เจ๊แหม่มมาช่วยหลอกถาม เพราะฉันก็อยากจะรู้เหมือนกัน ถ้ามีคนถามเขาเรื่องแฟน เขาจะตอบยังไง แต่คำตอบนี้ถูกใจฉันนะ…ฉันให้ผ่าน!!
หมดคำถามสุดท้าย เจ๊แหม่มจึงขอตัวไปดูแลงานของเธอต่อ ปล่อยให้เราสองคนนั่งกินข้าวเช้ากันไป
ตอนนี้คนตรงหน้าตักนู่นนี่ในจานตัวเองมาให้ฉันเยอะแยะเต็มจานฉันไปหมด จนฉันต้องยกมือขึ้นห้าม เพราะก็เริ่มจะอิ่มแล้วเหมือนกัน
“กินเยอะๆ นาราดูผอมไปมากเลยนะ”
“อือ ก็กินไรไม่ค่อยลง น้ำหนักลงไปเกือบห้าโลแน่ะ”
“เฮ้อ...ผมน่ะไม่เข้าใจคุณเลยจริงๆ วันนั้นทำไมไม่อยู่รอถาม รอคุยกันก่อน อยู่ๆ ก็หนีไป แล้วดูสิ ได้กินอิ่มนอนหลับทุกมื้อทุกคืนรึเปล่าก็ไม่รู้”
“ก็ขอโทษแล้วไง ไม่เอา ไม่พูดเรื่องนี้แล้วได้ไหม ถ้าคุณการันต์บ่นมาก นาราไม่กลับไปด้วยจริงๆ นะ”
“เดี๋ยวนี้ต่อรองเก่งนะเรา ยัยตัวแสบ!!” คนตรงหน้าเอื้อมมือมาขยี้หัวฉันเบาๆ พลางจับจ้องมองฉันด้วยสายตามันเขี้ยวระคนเอ็นดู หัวเราะหยอกล้อกัน โดยที่เราทั้งคู่ลืมตัวว่ามีสายตาหลายคู่จับจ้องอยู่
“คุณการันต์ เอามือลง เดี๋ยวเขาก็รู้กันหมดหรอกว่าเราเป็น...”
“เป็นผัวเมียกันอะเหรอ”
เฮ้อ...เหนื่อยใจจริงๆ แต่เอาเถอะ ฉันชอบคุณการันต์เวอร์ชั่นสดใสแบบนี้ ดีกว่าเวอร์ชั่นหน้าดุหน้ามึนนั่นเยอะ เห็นคนตรงหน้ามีความสุข ฉันก็พลอยมีความสุขไปด้วย
เราสองคนกินอาหารเช้ากันจนอิ่มแปล้ ก่อนฉันจะแจ้งกำหนดการของวันนี้ ว่าจะต้องทำอะไรที่ไหนต่อบ้าง แต่พอฉันพูดไปได้สักพัก คนตรงหน้าก็ขัดขึ้นมา
“คิดถึง”
“ฮะ!?”
“คิดถึงตอนที่นาราเป็นเลขาให้ผม”
ฉันนิ่งเงียบไป ใจมันโหวงเหวงขึ้นมาทันทีที่นึกถึงเรื่องนี้ ความจริงฉันก็คิดถึงงานที่ฉันชอบเหมือนกัน อยากจะกลับไปทำนะ แต่ก็ติดตรงที่ยังรู้สึกตะขิดตะขวงใจและยังไม่กล้าสู้หน้าคุณพ่อคุณแม่ของเขานี่แหละ
“กลับไปกรุงเทพฯ นารายังไม่รู้เลยว่าจะกลับไปเป็นเลขาให้คุณได้อยู่รึเปล่า นาราว่านารายังไม่พร้อม...”
“ไม่เป็นไร ค่อยๆ คิด ค่อยๆ ทำ เดี๋ยวผมช่วยคิด ห้ามคิดเองเออเองอีก โอเคไหมครับ”
“อืม...ค่ะ”
ใจที่รู้สึกวูบโหวงเมื่อครู่ กลับถูกเติมเต็มให้รู้สึกอุ่นใจจากคำปลอบโยนของคนตรงหน้า...ขอบคุณนะคะที่ยังอยู่ข้างๆ กันแบบนี้
น้ำตาแตกไหมให้ทาย…!? ไม่เหลือรอดหรอก คุณการันต์เขียนจดหมายทิ้งไว้ให้ซึ้งขนาดนั้น มีหรือที่หญิงสาวผู้อ่อนไหวอย่างนาราจะไม่รู้สึกอะไร ขอถอนคำพูดเรื่องการขอแต่งงานที่ไม่โรแมนติก บ้าจริง...จดหมายฉบับนี้ทำให้เธอทั้งหัวเราะและร้องไห้ในคราเดียวกัน แขนเสื้อด้านซ้ายปาดซับน้ำตา ในขณะที่ในคอยังหัวเราะขำกับอารมณ์ขันเล็กๆ ในจดหมายนั่นนาราพับจดหมายจะเก็บเข้าซอง แต่พลันเห็นกระดาษอีกแผ่นในซอง เมื่อดึงออกมา ก็พบว่ามีข้อความเขียนเอาไว้‘ถ้าคุณตอบตกลง…เปิดลิ้นชักชั้นบนสุดนะครับ’จริงๆ เรื่องตอบตกลงเกี่ยวกับที่อีกคนขอเธอแต่งงานและจดทะเบียนสมรสด้วย เธอเซย์เยสในใจไปตั้งแต่บนเตียงคืนที่ภูเก็ตนั้นแล้วเมื่อลิ้นชักชั้นบนสุดตามที่เขียนในกระดาษใบเล็กนั้นถูกเปิดออก เธอเห็นกล่องเครื่องประดับบุหนังสีแดงกล่องเล็กๆ ด้านบนประทับชื่อแบรนด์สีทองสวยงาม มันทาบทับอยู่บนกระดาษขนาดและสีเหมือนกันกับแผ่นก่อนหน้า นาราเลือกที่จะอ่านข้อความที่กระดาษ ก่อนที่จะเปิดกล่องสีแดงกล่องนั้น‘แหวนวงนี้มันอยู่ตรงนี้มาตลอด มันอยู่รอเจ้าของของมันมานานแล้ว ถ้าคุณมั่นใจ...และตัดสินใจที่จะอยู่ใช้ชีวิตร่วมกันไปจนวาระสุดท้ายของชีวิต โปรดสวมมันไว
หมดจากการพักผ่อนยาวๆ ที่ภูเก็ต วันจันทร์...วันเริ่มต้นสัปดาห์ การันต์กับนารามาทำงานพร้อมกัน โดยมีพี่สุเมธขับรถตู้คันหรูมาส่ง แต่พอรถจอดตรงหน้าบริษัทปุ๊บ ท่านประธานของบริษัทก็หันไปบอกกับเลขาของเขาทันทีเหตุการณ์มันเหมือนวันนั้นเป๊ะๆ เช้าหลังจากคืนนั้นที่เจ้านายหอบหิ้วเลขาตัวเองกลับบ้านแบบงงๆ“คุณเลขาครับ สงสัยคุณต้องกลับไปเอาของที่บ้านให้ผมแล้วแหละ ผมนี่ขี้ลืมจริงๆ ดันลืมเอกสารสำคัญไว้ในลิ้นชักห้องทำงาน เดี๋ยวให้พี่สุเมธไปส่ง รหัสเดิมนะ”“เดี๋ยวค่ะท่านประธาน...เอกสารอะไร วันนี้ไม่เห็นมีประชุม หรือนัดเซ็นงานสำคัญอะไรเลยนี่นา ไว้ไปเอาพรุ่งนี้ไม่ได้เหรอ”นาราเริ่มอิดออด เพิ่งมาถึงบริษัท ยังไม่ทันได้ก้าวขาลงจากรถ ก็มีอันต้องกลับไปเอาของที่บ้านอีกแล้ว แต่ด้วยวันนี้อารมณ์ดี จิ๊ปากทำหน้ามู่จู้ใส่ผู้เป็นเจ้านายควบตำแหน่งคนรักเสร็จ ก็ไล่เขาลงรถไป และให้พี่สุเมธออกรถกลับบ้านทันทีด้วยความที่เป็นขาออกเมือง ถนนค่อนข้างโล่ง ไม่นานนักก็ถึงบ้านหรูย่านรามอินทรา ก่อนที่คุณเลขาจะเดินเข้าไปยังห้องทำงาน ใส่รหัสปลดล็อกลิ้นชัก ก่อนเปิดออกมาเห็นของอะไรบางอย่าง ในลิ้นชักไม่มีอะไรเลยนอกจากจดหมายหนึ่งฉบับไม่ได
“เรื่องแรก บ้านคุณมีสมบัติเยอะเกินไป นาราไม่สบายใจ ถ้าจดทะเบียนแล้วหมายถึงการที่นาราจะต้องเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับทรัพย์สินเงินทองของครอบครัวเตชะกุลธร...นาราไม่อยากแต่ง แค่นี้นาราก็โดนเหน็บแนมจนหัวหมุนไปหมดแล้ว ส่วนข้อสองคือเรื่องแม่ ถ้าแต่งงานแล้ว เราก็ต้องย้ายไปอยู่ด้วยกัน แต่แม่อาจต้องอยู่คนเดียว นาราไม่ค่อยโอเค แม่แก่ตัวลงไปทุกวัน เดี๋ยวนี้แกเจ็บออดๆ แอดๆ บ่อยด้วย”“...”“ข้อสาม นาราไม่อยากจัดงานแต่งงาน อยากใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันแบบนี้ไปเรื่อยๆ นารารู้ว่าคุณการันต์ไม่ทิ้งนาราไปไหน และนาราเองก็ไม่ทิ้งคุณไปไหนเช่นกัน กลัวว่าถ้าแต่งงานแล้ว ชีวิตมันจะเปลี่ยนไปจากเดิม แบบนั้นนาราไม่อยากแต่งเลย ขออยู่แบบนี้ดีกว่า”“โอเค เข้าใจละ ไม่ต้องจัดงานแต่งงาน แต่พรุ่งนี้เราจะไปจดทะเบียนสมรสกันที่อำเภอเลยดีกว่า ผมตัดสินใจแล้ว”“โอ๊ย...คุณการันต์คะ ที่นาราบอกเมื่อกี้นี้ คุณไม่เข้าใจสักนิดเลยเหรอไง...ฮึ” นาราจิ๊ปากหนึ่งทีพร้อมถอนหายใจยาว ก่อนที่อีกคนจะจับประคองใบหน้าเธอให้หันมาและกอบกุมมือเล็กเรียวของเธอไว้“นาราครับ..คุณฟังผมนะ ผมจะตอบคำถามทุกข้อที่คุณยังติดใจสงสัย ข้อแรก ป๊าม้าผมดีใจมากนะ ที่นาราจะมาเป็นส
“แต่ตอนนี้เหมือนผมจะโดนนาราดุทุกวันเลยนะ คนอะไรดุชะมัด” การันต์หยิบที่คั่นหนังสือมาคั่นหน้าที่อ่านค้างไว้ ก่อนจะเปลี่ยนจากท่านอนเอนสบาย มาเป็นท่านั่ง แล้วหันหน้าหันตัวไปคุยกับคนข้างๆ ด้วยท่าทางที่จริงจัง“นาราครับ เรามาแต่งงานกันไหม”หืม...!! มาร์การิต้าที่กำลังจิบแทบพุ่ง นี่เธอไม่ได้หูฝาดไปใช่ไหม คุณการันต์เขาเป็นอะไร อยู่ๆ ก็พูดเรื่องแต่งงานขึ้นมา“จัดงานแต่ง แล้วก็จดทะเบียนสมรสด้วยเลย”หืม!! จดทะเบียนสมรสด้วยงั้นเหรอ ตั้งแต่เป็นแฟนกันมา ใช้ชีวิตร่วมกันมา เรื่องแต่งงานไม่เคยอยู่ในหัวนาราเลย เพราะเธอโอเคกับที่เป็นอยู่ ไม่ต้องการเรียกร้องอะไรทั้งนั้น ขอแค่การันต์รักและซื่อสัตย์กับเธอ แค่นั้นก็เกินพอ“คุณการันต์คิดจะจริงจังกับนาราแล้วเหรอคะ”“ทำไมพูดแบบนั้นล่ะ ผมก็จริงจังมาตั้งแต่คืนนั้นแล้วนะ ใครก็ไม่รู้ หน้าไม่อาย อยู่ดีๆ ก็มานอนห้องคนอื่นเฉยเลย”“อย่าแซวสิ นาราไม่ได้ตั้งใจซะหน่อย ใครจะไปรู้ล่ะว่าเป็นห้องเจ้านายอะ”“นะๆๆ แต่งงานกันนะ อยากแต่ง อยากมีเมียจนตัวสั่นหมดแล้วเนี่ย”“ไหนอะแหวน”“เดี๋ยวซื้อให้”“ไม่เห็นโรแมนติกเหมือนตอนขอเป็นแฟนเลย”“ผมใจร้อน...จริงๆ อยากพาไปจดทะเบียนวันนี้เล
ตั้งแต่กลับจากยุโรป ท่านประธานใหญ่ของเดอะมาสเตอร์เอาแต่นั่งคิดนอนคิดทั้งวันทั้งคืน ตอนนี้เขารู้สึกว่าตัวเองทำงานหนักเกินไป และมีเวลาส่วนตัวน้อยมาก จะทำอย่างไรให้หวานใจของเขาไม่ต้องรับศึกหนักจากงานที่ม้ากับป๊าขอให้นารารับผิดชอบ และทำยังไงให้ตัวเขาเองได้มีเวลาอยู่กับคุณเลขาของเขามากขึ้นหลังอาบน้ำเสร็จ รออีกคนเป่าผมให้เขาจนแห้ง การันต์จึงเอ่ยถามเรื่องซีเรียสที่เขาขบคิดมาหลายวันกับนาราทันที“นาราครับ ถามหน่อยสิ ตอนนี้คุณต้องรับผิดชอบงานอะไรตรงไหนบ้าง เล่าให้ผมฟังหน่อย”“อืม…นอกจากต้องดูแลตารางงานของคุณ ที่เพิ่มมาก็ดูแลเรื่องอนุมัติงบของฝ่ายจัดซื้อ ดูแลฝ่ายบุคคล ดูแลฝ่ายอาคาร ดูแลฝ่ายการเงิน ฝ่ายบัญชี อ้อ…ดูแลฝ่ายลูกค้าสัมพันธ์ด้วย ต้องเข้าไปตบๆ ให้มันเป็นระบบระเบียบมากขึ้นน่ะ แล้วทำไมอยู่ดีๆ ถึงถามขึ้นมาล่ะคะ”“ก็เห็นนาราทำงานเยอะเกินไปไง อย่างวันนั้นก็ทำงานจนปวดหัวทั้งวัน เฮ้อ...ม้านะม้า!! ส่งงานมาให้แฟนลูกชายตัวเองเยอะแยะขนาดนี้ได้ไงกัน”“เอาหน่า ยังไงนาราก็เป็นเจ้าของบริษัทนี้เหมือนกัน นาราก็ต้องช่วยทำงานแบบนี้แหละ...ถูกแล้ว”“ไม่เอาอะ เราสองคนทำงานเยอะเกินไป แทบไม่มีเวลาสวีทกันเลย ผม
| การันต์ |ให้ตายเหอะ...ภาพที่ผมเห็นตรงหน้า มันทำให้ใจของผมสั่นจนแทบจะหัวใจวายตาย เมียผมกำลังเล่นกับของเล่นที่เพิ่งซื้อให้ไปเมื่อวันก่อน มือหนึ่งของเธอจับมือถือเอาไว้ เหมือนกำลังดูอะไรค้างไว้อยู่ อีกมือก็กำผ้าปูที่นอนไว้แน่นจบยับย่น หายใจหอบถี่ ตาหลับพริ้มล่องลอยไม่รับรู้ความเคลื่อนไหวใดๆ พร้อมกับเนื้อตัวเธอที่บิดเร่าแอ่นไปมาจากความเสียวซ่านที่เกิดขึ้นผมไปไม่เป็นเลยทีเดียว ภาพตรงหน้ามันทำให้เจ้าการันต์น้อยตื่นตัวแทบจะทันที ตอนนี้สองมือของผมค่อยๆ ปลดเปลื้องเสื้อผ้าของตัวเองออก ค่อยๆ ปิดประตูด้วยเสียงที่เบาที่สุดเท่าที่จะทำได้ ก่อนเดินตรงไปยังเตียง นั่งคุกเข่าลงข้างๆ และสิ่งที่ผมเห็นในหน้าจอมือถือ ทำให้ผมเซอร์ไพรส์เข้าไปอีก มันคือทุกอิริยาบถของผมเมื่อสองวันก่อน เธอแอบอัดมันเอาไว้ แสบจริงๆ!!“ทำแบบนี้แล้วหายปวดหัวเหรอครับ”“อื้อ~” เมื่อผมกระซิบเข้าที่ข้างหูเบาๆ จนเจ้าตัวครางอือตอบกลับมา คาดว่าความเสียวเข้าควบคุมร่างกายและจิตใจของเธอเรียบร้อยแล้ว เธอคงคิดว่าเสียงพูดที่ได้ยินเป็นเพียงเสียงแว่วจากจินตนาการที่สร้างขึ้นมาเองผมเห็นรีโมทของเล่นชิ้นนี้วางอยู่ข้างๆ ผมจึงหยิบมันขึ้นมาพลันกดปุ่ม







