LOGINสำหรับณภัทร ธนวัทร ผู้หญิงคนเดียวในดวงใจของเขาคือ ‘พลอยไพลิน’ เขาจึงกลับมาทวงสัญญาในวัยเด็กกับน้องน้อยที่เขาหมายปองไว้ ทว่านอกจากสาวเจ้าจะไม่จำ ไม่สน ไม่ใส่ใจ เธอยังสะบัดหน้างามเชิดใส่ ซาตานหนุ่มพันธุ์เสือซ่อนเล็บ ผู้ร้อนแรงไปทุกองศาจึงต้องวางกับดักเสน่หาเพื่อมัดทั้งตัวและ หัวใจของเธอให้อยู่หมัด และเก็บกักเรือนร่างอันน่าปรารถนาของเธอไว้ในกรงพิศวาสของเขาตลอดไป สำหรับนาซิม บิน คาดาร์ ผู้หญิงคือของเล่นยามเหงา ไม่เว้นแม้แต่กับ ‘อนามิกา’ สาวน้อยที่เขาต้องตาต้องใจตั้งแต่แรกเห็น จนเมื่อได้ลิ้มรสชาติอันหอมหวานจากเรือนร่างแสนโสภาของเธอ ซาตานพันธุ์โหด หื่น ไร้หัวใจ ก็กลายพันธุ์เป็นเสือถอดเขี้ยว จนต้องวางกับดักหัวใจเพื่อให้ได้เธอมาเป็น ‘เมีย’ และ ‘แม่ของลูก’ พร้อมกับต้องฝ่าด่านพ่อตาพันธุ์โหดกว่าตัวเองไปให้ได้ด้วย
View Moreเสียงประกาศของพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินที่กล่าวว่า ขณะนี้กัปตันได้นำเครื่องลดระดับการบินลงสู่ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิแล้ว ได้เรียกสติของศัลยแพทย์หนุ่มอนาคตไกลอย่าง ‘ณภัทร ธนวัทร’ ให้กลับมาสู่ความเป็นจริงอีกครั้ง หลังจากดำดิ่งลงสู่ห้วงความคิดต่างๆ นานา ตลอดระยะเวลาการเดินทางเกือบหนึ่งวันเต็มๆ
โดยเฉพาะเรื่องราวเมื่อครั้งเยาว์วัยกับสาวน้อยแสนน่ารักในวัยเด็ก…เจ้าของสร้อยข้อมือ Hello Kitty ที่เขาถืออยู่ในฝ่ามือชื้นเหงื่อ เพราะเขากำลังตื่นเต้นที่จะได้เจอหน้าหญิงสาวที่อยู่ในดวงใจเขามาแสนเนิ่นนานอีกครั้ง
ณภัทรไม่ได้พบเจอสาวน้อยในดวงใจอีกเลยในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา เพราะเขาต้องทุ่มเทให้กับการศึกษา จนสำเร็จเป็นศัลยแพทย์หนุ่มฝีมือดีและมีอนาคตไกล หากวันนี้เขากลับละทิ้งทุกอย่างจากประเทศสหรัฐอเมริกา เพื่อกลับมาตามความรักครั้งแรกและครั้งเดียวในชีวิตเขาซึ่งเกิดขึ้นกับสาวน้อยแสนซนเมื่อยี่สิบกว่าปีที่แล้ว
ดวงตาคู่คมของหมอหนุ่มภายใต้แว่นตากรอบสีดำหนาเทอะทะ จ้องมองผ่านกระจกใสไปยังท้องฟ้าหมู่ดาวพร่างพราวและท้องทะเลด้านล่างอย่างตื่นตาตื่นใจ ดีใจที่ได้กลับมายังแผ่นดินเกิดของบุพการีของตนอีกครั้ง แต่เหนืออื่นใดคือการได้กลับมาทวงสัญญาในวัยเด็ก ที่เขาเองก็ไม่แน่ใจว่าอีกฝ่ายจะจำได้หรือเปล่า หากตัวเขานั้นกลับจำมันได้อย่างแม่นยำและชัดเจนอยู่ในใจ…ราวกับเรื่องราวทั้งหลายเพิ่งเกิดขึ้นมาเมื่อไม่กี่นาทีก่อนหน้า
ณภัทรยกสร้อยข้อมือแทนใจขึ้นมองตรงหน้าอีกครั้ง นัยน์ตาสีนิลดำขลับที่จ้องมองรูปแมวน้อยน่ารักซึ่งห้อยต่องแต่งอยู่รอบๆ สร้อยข้อมืออยู่นั้น ทอประกายแสงแห่งรักสุดใจ เรียวปากได้รูปสีชมพูสุขภาพดีคลี่ยิ้มหวานราวกับว่ากำลังยิ้มให้กับเจ้าของสร้อยข้อมืออยู่ มือหนาหากเรียวงามกำสร้อยแทนใจไว้แน่น ก่อนนำมาทาบแนบตรงหัวใจของเขาซึ่งเต้นโครมครามอยู่อย่างผิดจังหวะ เป็นสัญญาณว่าหัวใจของเขาจะอยู่กับเจ้าของสร้อยข้อมือที่ชื่อ ‘พลอยไพลิน อัครศกุลไพศาล’ คนนี้คนเดียวและตลอดไป
‘น้องพลอยครับ พี่ภัทรกลับมาทวงสัญญาของเราแล้วนะครับ’
“อ๊ากกกกก ทำไมพ่อกลางต้องให้พี่ไปทำงานที่โรงพยาบาลด้วย”
เสียงร้องโหยหวนอย่างขัดอกขัดใจของพลอยไพลินดังขึ้น ขณะกลิ้งร่างอิ่มของตัวเองไปมาอยู่บนเตียงใหญ่ในห้องนอนซึ่งของตกแต่งทุกชิ้นเป็นสีชมพูหวานแหวว ซึ่งไม่ค่อยจะเข้ากับนิสัยสาวเปรี้ยวแสนซ่าของเธอ
“พี่ไม่อยากไปเลยเกด พี่จะทำยังไงดี”
ร่างเล็กเด้งขึ้นจากเตียง บ่นให้อนามิกาซึ่งเป็นน้องสาวที่อายุห่างกัน 4ปี และยืนยิ้มเย็นๆ อยู่ปลายเตียงฟัง ใบหน้างามของพลอยไพลินบึ้งตึงบิดเบี้ยวอย่างไม่พอใจ
“แต่พี่พลอยผัดคุณพ่อมาหลายครั้งแล้วนะคะ อีกอย่างไปทำงานที่นั่น ไม่เห็นจะมีอะไรเสียหายเลย เผื่อได้เจอคุณหมอหล่อๆ ด้วยนะคะ” อนามิกาเย้า รู้ทั้งรู้ว่าพี่สาวไม่ชอบหมอ ไม่ว่าหน้าไหนก็ตาม โดยเฉพาะหน้าเดิมๆ ที่รู้จักมาตั้งแต่เด็กๆ แต่หายหน้าหายตากันไปนานหลายปี หากเธอทราบข่าวมาว่าพี่หมอณภัทรนั้น เพิ่งกลับมาทำงานที่โรงพยาบาลของตัวเองเมื่อสองอาทิตย์ก่อน
“หมอที่โรงพยาบาลคนไหนหล่อบ้าง เห็นมีแต่แก่ๆ สูงอายุ หรือไม่ก็แต่งงงแต่งงานไปแล้วทั้งนั้น” พี่สาวเถียง
สาวสวยหน้าใส…พลอยไพลินใน วัย 26 ปี มีดวงตากลมโตไม่ต่างกับพี่สาวคนสวย…ลัลล์สลิตา เธอเติบโตขึ้นมาในฐานะลูกสาวคนโตของผู้เป็นน้าอย่างอนาคิน ซึ่งรักและเอ็นดูหลานสาวประดุจลูกของตัวเอง เนื่องจากมารดาของพลอยไพลินซึ่งเป็นพี่สาวแท้ๆ ของอนาคินนั้นเสียชีวิตตั้งแต่วันแรกที่เด็กน้อยลืมตาดูโลก
และหลังจากเรียนจบคณะนิเทศศาสตร์ เธอก็แหกกฎของตระกูลออกมาทำงานนักข่าวสายบันเทิงที่เธอรัก ซึ่งเป็นอาชีพประจำและเป็นอาชีพในฝันของเธอมาตั้งแต่เด็ก
ทว่าในขณะนี้ เธอกำลังกลุ้มอกกลุ้มใจ เพราะหน้าที่ที่สัญญาไว้กับคุณพ่อกลางสุดหล่อ ว่าเมื่ออายุครบ 25 ปี เมื่อไร เธอจะเข้ารับตำแหน่งที่โรงพยาบาลของตระกูลทันที และเธอก็ผัดผ่อนมาแล้วเกือบปี จนมาถึงวันนี้ เช้านี้ ที่เธอต้องเข้าไปทำงานในแผนกประชาสัมพันธ์แบบเต็มตัว…
“ก็พี่หมอภัทรไงคะพี่พลอย” คนเป็นน้องยิ้มกริ่ม รู้ว่าคนเป็นพี่ต้องปรี๊ดแตก แล้วผิดเสียที่ไหนฟังเสียงเข้าสิ
“ว้ากกก อีตาหมอภัทร เกดลืมตาหรือเปล่า ถึงได้เห็นว่าอีตานั่นหล่อ” คนไม่ชอบหมอภัทรเป็นพิเศษร้องเสียงดังกว่าเดิม นี่ก็เป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้เธอยิ่งไม่อยากไปทำงานที่โรงพยาบาล
ถ้าอีตาคนนี้ไม่เพิ่งย้ายมาทำงาน เธอคงยังมีกะจิตกะใจไปทำงานที่นั่นมากกว่านี้เป็นแน่
“พี่ภัทรหล่อนะคะ พี่พลอยไม่ดูให้ดีๆ เอง” อนามิกาเถียงพลางพาร่างเล็กของตัวเองไปนั่งบนเตียงด้วย
“หล่อของพี่ต้องเป็นแบบพีทเท่านั้น” พลอยไพลินพูดพลางทำนัยน์ตาชวนฝัน เมื่อนึกถึงแฟนหนุ่มซึ่งเป็นดาราชื่อดังมีงานล้นมืออยู่ในขณะนี้
“เกดว่า พี่ภัทรหล่อกว่าพี่พีทอีกค่ะ” อนามิกาไม่เห็นด้วยถึงจะไม่ได้เจอกับลูกชายเพื่อนของบิดาคนนี้มานาน แต่เธอยังจำผู้ชายผิวขาวอมชมพูคนนั้นได้ดี และถ้ามองให้ดี ณภัทรหน้าตาดีกว่าดาราหลายๆ คนที่เธอเคยเห็นมาเสียอีก
“เฮอะ เปลี่ยนเรื่องพูดเหอะ อย่าทำให้บรรยากาศเสียอารมณ์เสีย ตั้งแต่ยังไม่ถึงโรงพยาบาลเลย” พลอยไพลินเบ้หน้า “แล้วเกดจะไปอยู่กับคุณตากี่วัน” คนเป็นพี่เปลี่ยนเรื่องมาคุยเรื่องน้องสาวแทน
อนามิกาเพิ่งเรียนจบบริหารมาหมาดๆ และขออนุญาตบิดาไปเยี่ยมคุณตาเกรียงไกรที่บริหารงานรีสอร์ตของตระกูลอยู่ที่เกาะสมุย และเพื่อพักผ่อนสมองหลังจากคร่ำเครียดจากการเรียน รวมทั้งเพื่อจะได้ศึกษาดูงานไปในตัว เพราะในอนาคตเธอต้องเข้ารับตำแหน่งและดูแลธุรกิจโรงแรมและรีสอร์ตของอัครศกุลไพศาลที่มีอยู่มากมายหลายสาขานั่นเอง
“ยังไม่ทราบเลยค่ะ เกดเบื่อๆ น่ะค่ะ ว่าจะอยู่ที่นั่นนานหน่อย” อนามิกาเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ หากแฝงด้วยความโศกเศร้าอยู่ในใจเนื่องจากความรักที่ไม่สมหวัง บอกไปก็คงไม่มีใครเชื่อว่าสาวสวยพ่อรวยอย่างเธอนั้นกำลังอกหักดังเป๊าะ จนต้องหลบหนีไปหาที่ดามหัวใจสักพัก ความรักที่ต้องปิดเป็นความลับจากบิดาไม่พอ กลับต้องมาช้ำใจเมื่อฝ่ายชายปันใจให้หญิงอื่นอีกด้วย
แล้วน้ำเสียงเศร้าสร้อยของน้องสาวก็ทำให้พลอยไพลินรู้ถึงเหตุผลของการเดินทางไปพักผ่อนทันที
“นี่ยังลืมไอ้หมอนั่นไม่ได้อีกหรือ ลืมไอ้ผู้ชายเฮงซวยนั่นไปได้แล้ว” พลอยไพลินสอนเสียงเข้ม นึกขึ้นมาแล้วดีกรีความโกรธแล่นขึ้นเป็นริ้วๆ หน็อย มาหลอกน้องสาวฉัน เจอหน้าจะฉะให้เละ
“แหม เกดไม่เคยอกหักนี่คะ ก็ต้องเจ็บนานหน่อย” สาวน้อยที่เพิ่งเสียรักแรกเสียงอ่อย
“อกหักเรื่องเล็ก อกเล็กเรื่องใหญ่เชื่อพี่เกด”
นักข่าวสาวที่เจนจัดอยู่ในวงการบันเทิงให้กำลังใจน้องสาวด้วยคำขวัญประจำตัว และมันก็เรียกรอยยิ้มหวานออกมาบนใบหน้างามของอนามิกาได้ดีเลยทีเดียว แล้วที่พี่สาวว่ามานั้นไม่ใช่ปัญหาสำหรับบุตรสาวของลัลล์สลิตาเลยสักนิด ในเมื่อแม่คัปซีลูกสาวและน้องสาวก็ไม่ได้แตกต่างไปแต่อย่างใด
“อีกอย่าง ผู้ชายมีอีกหนึ่งล้านแปดแสนคนที่ยังไม่ได้แต่งงาน และไม่ได้เป็นเกย์เป็นตุ๊ดด้วย เพราะฉะนั้นจะต้องมีสักคนที่จะกลายเป็นเนื้อคู่ของเกด ไม่แน่เนื้อคู่ของเกดอาจจะรออยู่ที่สมุยก็ได้นะ” พี่สาวคนสวยปิดท้ายด้วยน้ำเสียงซุกซนตามด้วยยักคิ้วหลิ่วตาราวกับหนุ่มเจ้าชู้
“พูดไปก็เท่านั้นค่ะ จะมีสักคนที่คุณพ่อพอใจหรือเปล่าในหนึ่งล้านแปดแสนคนนั่น” อนามิกาปลงตก นี่ก็เป็นอีกข้อหนึ่งที่จะต้องกลายมาเป็นอุปสรรคความรักของเธอในอนาคต
“เรื่องนั้นเอาไว้ค่อยวอรี่ทีหลัง ยังไงเสียพ่อกลางก็ห้ามเราไม่ได้ตลอดไปหรอก”
พลอยไพลินให้กำลังใจตัวเองด้วย เธอรู้ว่าอนาคินไม่ชอบใจเรื่องที่เธอตกลงเป็นแฟนกับดาราหนุ่มนั่นเท่าใดนัก แต่เพราะเธอยังไม่เคยทำอะไรให้ตัวเองต้องเสื่อมเสียชื่อเสียง และอนาคินก็รับรู้ความเป็นไปทุกอย่าง จึงยังไม่ได้ลงมือทำอะไรเพื่อขัดขวางความรักของเธออย่างจริงจังก็เท่านั้น…
สองพี่น้องพูดคุยสัพเพเหระก่อนแยกย้ายกันไปเตรียมตัวเพื่อมุ่งหน้าไปยังจุดหมายของตัวเอง…
สามปีต่อมาพลอยไพลินก็ได้ให้กำเนิดบุตรคนที่สามท่ามกลางความยินดีปรีดาของสมาชิกในครอบครัวซึ่งเป็นเด็กผู้หญิงหน้าตาน่ารักน่าชัง และให้ชื่อว่าเด็กหญิงแพรววนิต หรือ น้องแพรวณภัทรออกอาการเห่อลูกสาวคนนี้อยู่ไม่ใช่น้อย อันที่จริงแล้วเขาก็เห่อลูกทุกคนนั่นแหละ เพราะวินาทีที่ได้เห็นลูกๆ ลืมตาดูโลกนั้น มันเป็นความรู้สึกที่ไม่สามารถบรรยายเป็นคำพูดได้จริงๆ และเขาเองก็อยากมีความรู้สึกเช่นนี้บ่อยๆ แต่ติดที่ว่าคุณแม่ของลูกๆ ทั้งสามนั้น ค้านหัวชนฝาขอมีลูกแค่สามคนก็เพียงพอแล้วเขาและพลอยไพลินปลาบปลื้มเป็นอย่างมากที่พี่ชายทั้งสองไม่ได้มีอาการอิจฉาน้อง หรือคิดว่าน้องจะมาแย่งความรักจากพ่อแม่แต่อย่างใด ตรงกันข้ามทั้งน้องเพชรและน้องเพทายที่แก่กว่าน้องแพรวหกปีและสามปีตามลำดับนั้น ออกอาการดีใจจนออกนอกหน้าตั้งแต่วันแรกที่ได้รู้ว่าพลอยไพลินกำลังจะมีน้องให้พวกเขาแล้ว และทุกๆ วันเจ้าตัวแสบทั้งสองก็มักจะมาเล่นกับน้องในท้องเสมอจนคุณพ่อสุดหล่ออย่างณภัทรที่อยากจะหยอกล้อกับลูกคนนี้บ้างต้องยอมล่าถอยให้พี่ชายทั้งสองที่เบอร์ห้าน้องแต่โดยดี“ตื่นแล้วหรือคะน้องพลอย” ณภัทรทักภรรยาคนสวยทันทีที่เธอลืมตาตื่นขึ้นมาในช่วงบ่าย เ
เมื่อเดินไปถึงจุดที่ทั้งคู่ยืนอยู่อนาคินก็ยื่นซองเอกสารสีน้ำตาลให้คู่บ่าวสาวและบอกว่าเป็นของขวัญแต่งงานจากเขาและบิดาของยามีนาห์ สรวิศมองหน้าผู้อาวุโสทั้งสองอย่างงุนงงสลับกับมองหน้าเจ้าสาวที่หน้าตางุนงงไม่ต่างกันกับเขาก่อนยื่นมือออกไปรับเอกสารมาอย่างงงๆ และเปิดซองออกดู แล้วตาสองคู่ของสรวิศและยามีนาห์ก็เบิกโพลงด้วยความตกใจในขณะที่อนาคินและบิดาของเจ้าสาวมองหน้ากันยิ้มๆ“เอ่อ…คุณท่านครับ คุณพ่อครับเราสองคนรับมันไม่ได้จริงๆ ครับ”สรวิศปฏิเสธพร้อมยื่นซองเอกสารคืนให้อนาคินโดยที่ยามีนาห์ก็พยักหน้ายอมรับการตัดสินใจของสามีอย่างแข็งขัน“รับไปเถอะเราตั้งใจให้เธอสองคนจริงๆ” อนาคินผลักซองเอกสารที่สรวิศยื่นให้กลับคืนให้ชายหนุ่มอีกครั้ง“วิศรับเถอะลูก พ่อกับคุณอนาคินตั้งใจให้วิศกับยัยมีนาห์จริงๆ แล้วพ่อก็ขอฝากให้วิศดูแลยัยเด็กดื้อนี่แทนพ่อด้วยนะ” พ่อตาของเขาช่วยอนาคินยืนยันก่ อนจะฝากฝังให้ชายหนุ่มดูแลแก้วตาดวงใจของเขาให้ดีสรวิศและยามีนาห์จึงรับเอกสารกลับคืนมาอย่างลำบากใจ ก็จะไม่ให้คู่สามีภรรยาข้าวใหม่ปลามันลำบากใจได้อย่างไรเล่า ก็ในเมื่อของขวัญที่ว่านั้นเป็นเอกสารโอนกรรมสิทธิ์โรงแรมแห่งใหม่ในเครืออั
ยามีนาห์ที่ตอนนี้กำลังนั่งอยู่บนตักของชายหนุ่ม ได้พิงศีรษะเล็กของหล่อนกับไหล่กว้างของเขา หอบตัวโยนอย่างเหนื่อยอ่อน ขณะที่สรวิศก็กระชับอ้อมกอดของเขาให้แน่นขึ้น ก่อนซบลงบนซอกคอของหล่อนและหายใจแรงไม่ต่างกันเมื่อลมหายใจกลับเข้าสู่สภาวะปกติ คู่หมั้นหนุ่มจึงดันร่างของคนรักออกจากไหล่หนาของเขาช้าๆ พร้อมกับกดจูบลงบนหน้าผากมนเบาๆ ด้วยความรักล้นใจ ก่อนมอบจุมพิตแสนหวานให้หญิงสาวซึ่งหล่อนเองก็จูบเขาตอบ แล้วค่อยๆ ดันตัวยามีนาห์ให้นอนลงกับเตียงกว้าง ก่อนถอดถอนตัวตนของเขาออกมาจากความอ่อนนุ่มช้าๆ ล้มตัวลงนอนเคียงข้าง คว้าร่างบางเข้ามาไว้ในอ้อมกอดฃและหล่อนก็กอดเขาตอบเช่นกันความสงสัยเกี่ยวกับเวอร์จิ้นของหญิงสาวที่ชายหนุ่มพยายามไม่ใส่ใจ ได้กลับเข้ามาสู่ความนึกคิดของสรวิศอีกครั้ง ก่อนเอ่ยถามในสิ่งที่เขายังข้องใจออกไป“เอ่อ…มีนาห์ครับ คือว่าทำไมคุณถึงได้…”“วิศหมายถึงเวอร์จิ้นของมีนาห์ใช่มั้ยคะ” คู่หมั้นหนุ่มยังพูดไม่ทันจบ หล่อนก็เอ่ยแทรกขึ้นมาเสียก่อนด้วยรู้ดีว่าเขากำลังจะพูดเรื่องอะไร และที่สำคัญหล่อนคิดว่ามันถึงเวลาแล้วที่ต้องบอกเรื่องนี้เสียที“ครับ” ชายหนุ่มยอมรับแต่โดยดี แม้จะบอกกับตัวเองว่าเขายอมร
สรวิศจับมือเล็กให้โอบรอบความเป็นชายของเขาโดยมีมือหนาซ้อนทับอยู่ข้างบน เพื่อป้องกันหล่อนชักมือหนี ก่อนขยับรูดเบาๆ ยามีนาห์ซบใบหน้างามกับหมอนเพราะไม่อยากเห็นภาพที่น่าอายตรงหน้า แต่เมื่อได้ยินเสียงแหบห้าวร้องครางออกมาหล่อนก็หันหน้ากลับด้วยความสงสัยปนอยากรู้ว่าเขาเป็นอะไร และได้เห็นใบหน้าหล่อเหลาของว่าที่สามีที่แหงนเงยไปด้านหลังนั้นเหยเกบิดเบี้ยว แต่ปรากฏร่องรอยของความสุขเต็มใบหน้า“ผลัดกันไงครับ” เขาบอกโดยที่ใบหน้าคมเข้มยังคงแหงนเงยอยู่เช่นเดิมเหมือนจะรู้ว่าหล่อนกำลังจ้องมองสิ่งที่เขากำลังทำอยู่ ก่อนจะผงกศีรษะกลับมาและสบตาหล่อนอย่างมีความหมาย“มีนาห์จะได้ไม่กลัว ตอนที่วิศเข้าไปในตัวมีนาห์ไง” เขากระซิบบอกด้วยรอยยิ้มพร้อมกับปล่อยมือหล่อนให้เป็นอิสระ ก่อนก้มลงมอบจูบสูบวิญญาณให้หล่อนอีกครั้งอย่างหิวกระหาย และยามีนาห์ก็จูบตอบด้วยความรู้สึกเดียวกันมือหนาของสรวิศเลื่อนลงไปลูบไล้ความสวยงามด้านล่างของหญิงสาวอีกครั้ง ขณะที่อีกมือหนึ่งก็กำลังหยอกเย้ากับความงามด้านบนยามีนาห์บิดเร่าร่างงามอย่างทรมาน เพราะโดนเขาจู่โจมพร้อมๆ กันทั้งสามทาง อยากจะเปล่งเสียงเพื่อปลดปล่อยความสุขสมกึ่งทรมานออกมาแต่ก็ไม่สา





