登入ตอนนี้เป็นเวลาเย็นเกือบค่ำ แต่ฝนก็ยังไม่มีท่าทีว่าจะหยุดตก การันต์ตื่นขึ้นมา แต่คนข้างๆ ยังคงหลับอยู่ เขาจึงโน้มตัวเข้าไปหาเพื่อจะจุ๊บที่แก้มใสของอีกคน ก็มีอันต้องรีบผละตัวออกมา
การันต์เปิดไฟตรงหัวเตียงพอให้ห้องสว่าง แต่นั่นก็ทำให้ต้องตกใจ เพราะตอนนี้ตัวของนาราร้อนมาก หน้าแดงก่ำไปหมด ไหนจะเหงื่อที่ผุดออกมาทั่วตัว แต่เจ้าตัวกลับห่มผ้ามาถึงคอ พร้อมกับตัวที่สั่นเทิ้มราวกับผีเข้า
“นารา ไหวไหม”
“อื้อ~” เสียงขานรับของเธอแผ่วเบาขาดห้วง เขารีบปลุกนาราขึ้นมา แต่อีกฝ่ายเอาแต่ร้องอือไม่ได้สติ แบบนี้สงสัยเป็นไข้แน่ๆ ชายหนุ่มจึงรีบเดินไปที่ห้องน้ำ หาผ้ามาชุบน้ำเช็ดหน้าให้อีกคน ส่วนอีกมือก็รีบหยิบมือถือโทรหาคนดูแลบ้าน ให้รีบทำโจ๊กและหายามาให้
ไม่เกินสิบห้านาที การันต์ก็ได้ยินเสียงคนเคาะประตูห้อง ก่อนที่เขาจะเดินไปเปิด และนำของทั้งหมดที่สั่งวางไว้ตรงโต๊ะข้างเตียง
“นาราครับ ตื่นมากินข้าวก่อน จะได้กินยา”
คนป่วยลืมตาขึ้นมาดู กะพริบตาปริบๆ พูดพึมพำอะไรบางอย่าง ซึ่งการันต์เองก็ฟังไม่ได้ศัพท์เช่นกัน เขาจึงค่อยๆ จัดการป้อนโจ๊กให้คนป่วย ก่อนจะส่งยาและน้ำตามไป เมื่อเสร็จจึงประคองให้อีกคนนอนลง จากนั้นการันต์จึงจัดแจงถอดเสื้อผ้าของนาราออก ค่อยๆ ใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดไปทั่วทั้งตัวอีกครั้ง ทุกครั้งที่จับคนตรงหน้าเช็ดตัว การันต์ต้องกลั้นใจโดยไม่ทำให้ตัวเองเกิดอารมณ์ ข่มใจและบอกตัวเองว่าเจ้าบันนี่ของเขาไม่สบายอยู่ ห้ามทำอะไรเธอเด็ดขาด
แทบจะทั้งคืนที่การันต์ไม่ได้นอน เขานั่งเฝ้าคนป่วยแบบนั้นเกือบจะตลอดเวลา ข้าวปลาก็ไม่ได้กิน คอยพะวงว่าเธอจะไข้ขึ้นไหม ถึงขั้นต้องเอาที่วัดไข้มาวัดอุณหภูมิของนาราแทบจะทุกๆ ครึ่งชั่วโมง ไหนจะคอยเช็ดตัวและป้อนยาให้อีกจนเกือบเช้า พิษไข้จึงเริ่มทุเลา
ด้วยความเพลีย จึงทำให้การันต์ผล็อยหลับไป ทั้งๆ ที่ตัวเองยังนั่งหลังพิงหัวเตียงอยู่อย่างนั้น ส่วนคนป่วยยังนอนสลบเหมือดด้วยฤทธิ์ของยาแก้ไข้ เสียงฝนตกฟ้าร้องฟ้าผ่าดังแค่ไหน ก็ไม่สามารถสอดแทรกเข้าโสตประสาทของพวกเขาทั้งคู่ได้
เช้าวันใหม่...ตัดภาพไปที่เจสซี่ สาวมั่นเพื่อนสนิทของนารา หลังจากที่เธอวางสายจากเลขาของตัวเองได้ไม่นาน ก็มีอันทำให้ต้องรู้สึกกระวนกระวายใจขึ้นมาทันทีเมื่อให้เลขาสอบถามไปยังคนที่โรงแรมแล้ว แต่ไม่มีใครเจอบันนี่ของเธอเลย นารายังไม่กลับมาที่โรงแรม ทั้งๆ ที่ควรจะกลับมาตั้งแต่ช่วงเย็นตามที่คุณการันต์บอกกับเธอไว้
เจสซี่ร้อนใจ โทรไปหาทั้งนาราและการันต์ แต่ก็ไม่มีใครรับสายเธอเลยสักคน เธอจึงรีบจับมือถือขึ้นมาใหม่ แล้วกดไปยังเบอร์ของก้องภพทันที
“ไอ้ก้อง แวร์อาร์ยู อยู่ไหนวะแก”
[ร้านกาแฟแถวบ้านมึงอะเจส]
“ฉันกังวลเรื่องบันนี่ นางหายไป” จากน้ำเสียงตื่นๆ ของเจสซี่ เริ่มทำให้ก้องภพที่ตอนนี้จิบกาแฟอยู่ วางแก้วกาแฟลง และเริ่มสนใจเรื่องที่คนปลายสายพูด เรื่องเผือกๆ แบบนี้ เขาล่ะชอบมาก
[อ้าว ก็แกส่งบันนี่ไปดูแลคุณการันต์เองไม่ใช่เหรอ]
เจสซี่จึงเล่าเรื่องของนาราให้กับอีกฝ่ายฟังทั้งหมด รวมทั้งเรื่องที่เธอคุยกับการันต์เมื่อวาน
[เชี่ย...กูหูฝาดรึเปล่าวะเนี่ย ไอ้รันต์เนี่ยนะ ดูแลบันนี่ของเราอยู่อะ มันจะไม่ขย้ำบันนี่ของกูใช่ไหมวะ]
“ไอ้ก้อง มันไม่ใช่ประเด็นไหมวะเรื่องนั้น ตอนนี้ที่กังวลคือฉันติดต่อทั้งคู่ไม่ได้เลย โทรไปจะร้อยสายแล้วมั้งเนี่ย”
[ไปดูที่บ้านมันไหม]
“ฉันไม่รู้ว่าบ้านคุณการันต์อยู่ไหน แกพาไปหน่อยสิ”
[โอเค เจอกันอีกสิบนาที เดี๋ยวไปรับมึงที่บ้านนะ]
หลังจากวางสายจากก้องภพ เจสซี่ก็ยังไม่ละความพยายามในการโทรหานารา โทรย้ำๆ จนก้องภพมาถึงที่บ้านของเธอ และขับรถพาเธอไปยังบ้านพักตากอากาศของการันต์ที่อยู่อีกฟากหนึ่งของเมือง
ฝนยังคงตกปรอยๆ ลุงพลคนดูแลบ้านเดินเอาขยะออกมาทิ้งพอดี เมื่อก้องภพเห็นจึงลดกระจกและบีบแตรเป็นสัญญาณ โชคดีที่ลุงพลแกจำก้องภพได้ เลยโบกไม้โบกมือทักทาย พลางเปิดประตูรั้วให้ก้องภพขับรถเข้ามาในบริเวณบ้าน พอก้องภพจะตะโกนถามหาการันต์ ลุงแกก็ปิดประตูรั้วแล้วขับรถมอเตอร์ไซค์อีแก่คู่ใจของแกออกไปเสียแล้ว
“อ้าว...นั่นไง รถไอ้รันต์ก็อยู่นี่หนิ”
ทั้งคู่เริ่มงงเป็นไก่ตาแตก ก้องภพยังไม่เท่าไร ยังเดินลงจากรถอย่างชิลๆ ไม่ได้เดือดเนื้อร้อนใจอะไรมาก แต่เจสซี่นี่สิ เธอกลัวไปหมด คิดไปสารพัด ถึงขั้นคิดลบแบบร้ายๆ ว่าบันนี่ของเธออาจจะโดนฆ่าหมกส้วมไปแล้วด้วยซ้ำ เพราะกิตติศัพท์ของคุณการันต์ที่เธอโดนก้องภพไซโคอยู่บ่อยๆ คือความหล่อดังเทพบุตร แต่นิสัยดุร้ายน่ากลัวดุจภูตผีปีศาจ
น้ำตาแตกไหมให้ทาย…!? ไม่เหลือรอดหรอก คุณการันต์เขียนจดหมายทิ้งไว้ให้ซึ้งขนาดนั้น มีหรือที่หญิงสาวผู้อ่อนไหวอย่างนาราจะไม่รู้สึกอะไร ขอถอนคำพูดเรื่องการขอแต่งงานที่ไม่โรแมนติก บ้าจริง...จดหมายฉบับนี้ทำให้เธอทั้งหัวเราะและร้องไห้ในคราเดียวกัน แขนเสื้อด้านซ้ายปาดซับน้ำตา ในขณะที่ในคอยังหัวเราะขำกับอารมณ์ขันเล็กๆ ในจดหมายนั่นนาราพับจดหมายจะเก็บเข้าซอง แต่พลันเห็นกระดาษอีกแผ่นในซอง เมื่อดึงออกมา ก็พบว่ามีข้อความเขียนเอาไว้‘ถ้าคุณตอบตกลง…เปิดลิ้นชักชั้นบนสุดนะครับ’จริงๆ เรื่องตอบตกลงเกี่ยวกับที่อีกคนขอเธอแต่งงานและจดทะเบียนสมรสด้วย เธอเซย์เยสในใจไปตั้งแต่บนเตียงคืนที่ภูเก็ตนั้นแล้วเมื่อลิ้นชักชั้นบนสุดตามที่เขียนในกระดาษใบเล็กนั้นถูกเปิดออก เธอเห็นกล่องเครื่องประดับบุหนังสีแดงกล่องเล็กๆ ด้านบนประทับชื่อแบรนด์สีทองสวยงาม มันทาบทับอยู่บนกระดาษขนาดและสีเหมือนกันกับแผ่นก่อนหน้า นาราเลือกที่จะอ่านข้อความที่กระดาษ ก่อนที่จะเปิดกล่องสีแดงกล่องนั้น‘แหวนวงนี้มันอยู่ตรงนี้มาตลอด มันอยู่รอเจ้าของของมันมานานแล้ว ถ้าคุณมั่นใจ...และตัดสินใจที่จะอยู่ใช้ชีวิตร่วมกันไปจนวาระสุดท้ายของชีวิต โปรดสวมมันไว
หมดจากการพักผ่อนยาวๆ ที่ภูเก็ต วันจันทร์...วันเริ่มต้นสัปดาห์ การันต์กับนารามาทำงานพร้อมกัน โดยมีพี่สุเมธขับรถตู้คันหรูมาส่ง แต่พอรถจอดตรงหน้าบริษัทปุ๊บ ท่านประธานของบริษัทก็หันไปบอกกับเลขาของเขาทันทีเหตุการณ์มันเหมือนวันนั้นเป๊ะๆ เช้าหลังจากคืนนั้นที่เจ้านายหอบหิ้วเลขาตัวเองกลับบ้านแบบงงๆ“คุณเลขาครับ สงสัยคุณต้องกลับไปเอาของที่บ้านให้ผมแล้วแหละ ผมนี่ขี้ลืมจริงๆ ดันลืมเอกสารสำคัญไว้ในลิ้นชักห้องทำงาน เดี๋ยวให้พี่สุเมธไปส่ง รหัสเดิมนะ”“เดี๋ยวค่ะท่านประธาน...เอกสารอะไร วันนี้ไม่เห็นมีประชุม หรือนัดเซ็นงานสำคัญอะไรเลยนี่นา ไว้ไปเอาพรุ่งนี้ไม่ได้เหรอ”นาราเริ่มอิดออด เพิ่งมาถึงบริษัท ยังไม่ทันได้ก้าวขาลงจากรถ ก็มีอันต้องกลับไปเอาของที่บ้านอีกแล้ว แต่ด้วยวันนี้อารมณ์ดี จิ๊ปากทำหน้ามู่จู้ใส่ผู้เป็นเจ้านายควบตำแหน่งคนรักเสร็จ ก็ไล่เขาลงรถไป และให้พี่สุเมธออกรถกลับบ้านทันทีด้วยความที่เป็นขาออกเมือง ถนนค่อนข้างโล่ง ไม่นานนักก็ถึงบ้านหรูย่านรามอินทรา ก่อนที่คุณเลขาจะเดินเข้าไปยังห้องทำงาน ใส่รหัสปลดล็อกลิ้นชัก ก่อนเปิดออกมาเห็นของอะไรบางอย่าง ในลิ้นชักไม่มีอะไรเลยนอกจากจดหมายหนึ่งฉบับไม่ได
“เรื่องแรก บ้านคุณมีสมบัติเยอะเกินไป นาราไม่สบายใจ ถ้าจดทะเบียนแล้วหมายถึงการที่นาราจะต้องเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับทรัพย์สินเงินทองของครอบครัวเตชะกุลธร...นาราไม่อยากแต่ง แค่นี้นาราก็โดนเหน็บแนมจนหัวหมุนไปหมดแล้ว ส่วนข้อสองคือเรื่องแม่ ถ้าแต่งงานแล้ว เราก็ต้องย้ายไปอยู่ด้วยกัน แต่แม่อาจต้องอยู่คนเดียว นาราไม่ค่อยโอเค แม่แก่ตัวลงไปทุกวัน เดี๋ยวนี้แกเจ็บออดๆ แอดๆ บ่อยด้วย”“...”“ข้อสาม นาราไม่อยากจัดงานแต่งงาน อยากใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันแบบนี้ไปเรื่อยๆ นารารู้ว่าคุณการันต์ไม่ทิ้งนาราไปไหน และนาราเองก็ไม่ทิ้งคุณไปไหนเช่นกัน กลัวว่าถ้าแต่งงานแล้ว ชีวิตมันจะเปลี่ยนไปจากเดิม แบบนั้นนาราไม่อยากแต่งเลย ขออยู่แบบนี้ดีกว่า”“โอเค เข้าใจละ ไม่ต้องจัดงานแต่งงาน แต่พรุ่งนี้เราจะไปจดทะเบียนสมรสกันที่อำเภอเลยดีกว่า ผมตัดสินใจแล้ว”“โอ๊ย...คุณการันต์คะ ที่นาราบอกเมื่อกี้นี้ คุณไม่เข้าใจสักนิดเลยเหรอไง...ฮึ” นาราจิ๊ปากหนึ่งทีพร้อมถอนหายใจยาว ก่อนที่อีกคนจะจับประคองใบหน้าเธอให้หันมาและกอบกุมมือเล็กเรียวของเธอไว้“นาราครับ..คุณฟังผมนะ ผมจะตอบคำถามทุกข้อที่คุณยังติดใจสงสัย ข้อแรก ป๊าม้าผมดีใจมากนะ ที่นาราจะมาเป็นส
“แต่ตอนนี้เหมือนผมจะโดนนาราดุทุกวันเลยนะ คนอะไรดุชะมัด” การันต์หยิบที่คั่นหนังสือมาคั่นหน้าที่อ่านค้างไว้ ก่อนจะเปลี่ยนจากท่านอนเอนสบาย มาเป็นท่านั่ง แล้วหันหน้าหันตัวไปคุยกับคนข้างๆ ด้วยท่าทางที่จริงจัง“นาราครับ เรามาแต่งงานกันไหม”หืม...!! มาร์การิต้าที่กำลังจิบแทบพุ่ง นี่เธอไม่ได้หูฝาดไปใช่ไหม คุณการันต์เขาเป็นอะไร อยู่ๆ ก็พูดเรื่องแต่งงานขึ้นมา“จัดงานแต่ง แล้วก็จดทะเบียนสมรสด้วยเลย”หืม!! จดทะเบียนสมรสด้วยงั้นเหรอ ตั้งแต่เป็นแฟนกันมา ใช้ชีวิตร่วมกันมา เรื่องแต่งงานไม่เคยอยู่ในหัวนาราเลย เพราะเธอโอเคกับที่เป็นอยู่ ไม่ต้องการเรียกร้องอะไรทั้งนั้น ขอแค่การันต์รักและซื่อสัตย์กับเธอ แค่นั้นก็เกินพอ“คุณการันต์คิดจะจริงจังกับนาราแล้วเหรอคะ”“ทำไมพูดแบบนั้นล่ะ ผมก็จริงจังมาตั้งแต่คืนนั้นแล้วนะ ใครก็ไม่รู้ หน้าไม่อาย อยู่ดีๆ ก็มานอนห้องคนอื่นเฉยเลย”“อย่าแซวสิ นาราไม่ได้ตั้งใจซะหน่อย ใครจะไปรู้ล่ะว่าเป็นห้องเจ้านายอะ”“นะๆๆ แต่งงานกันนะ อยากแต่ง อยากมีเมียจนตัวสั่นหมดแล้วเนี่ย”“ไหนอะแหวน”“เดี๋ยวซื้อให้”“ไม่เห็นโรแมนติกเหมือนตอนขอเป็นแฟนเลย”“ผมใจร้อน...จริงๆ อยากพาไปจดทะเบียนวันนี้เล
ตั้งแต่กลับจากยุโรป ท่านประธานใหญ่ของเดอะมาสเตอร์เอาแต่นั่งคิดนอนคิดทั้งวันทั้งคืน ตอนนี้เขารู้สึกว่าตัวเองทำงานหนักเกินไป และมีเวลาส่วนตัวน้อยมาก จะทำอย่างไรให้หวานใจของเขาไม่ต้องรับศึกหนักจากงานที่ม้ากับป๊าขอให้นารารับผิดชอบ และทำยังไงให้ตัวเขาเองได้มีเวลาอยู่กับคุณเลขาของเขามากขึ้นหลังอาบน้ำเสร็จ รออีกคนเป่าผมให้เขาจนแห้ง การันต์จึงเอ่ยถามเรื่องซีเรียสที่เขาขบคิดมาหลายวันกับนาราทันที“นาราครับ ถามหน่อยสิ ตอนนี้คุณต้องรับผิดชอบงานอะไรตรงไหนบ้าง เล่าให้ผมฟังหน่อย”“อืม…นอกจากต้องดูแลตารางงานของคุณ ที่เพิ่มมาก็ดูแลเรื่องอนุมัติงบของฝ่ายจัดซื้อ ดูแลฝ่ายบุคคล ดูแลฝ่ายอาคาร ดูแลฝ่ายการเงิน ฝ่ายบัญชี อ้อ…ดูแลฝ่ายลูกค้าสัมพันธ์ด้วย ต้องเข้าไปตบๆ ให้มันเป็นระบบระเบียบมากขึ้นน่ะ แล้วทำไมอยู่ดีๆ ถึงถามขึ้นมาล่ะคะ”“ก็เห็นนาราทำงานเยอะเกินไปไง อย่างวันนั้นก็ทำงานจนปวดหัวทั้งวัน เฮ้อ...ม้านะม้า!! ส่งงานมาให้แฟนลูกชายตัวเองเยอะแยะขนาดนี้ได้ไงกัน”“เอาหน่า ยังไงนาราก็เป็นเจ้าของบริษัทนี้เหมือนกัน นาราก็ต้องช่วยทำงานแบบนี้แหละ...ถูกแล้ว”“ไม่เอาอะ เราสองคนทำงานเยอะเกินไป แทบไม่มีเวลาสวีทกันเลย ผม
| การันต์ |ให้ตายเหอะ...ภาพที่ผมเห็นตรงหน้า มันทำให้ใจของผมสั่นจนแทบจะหัวใจวายตาย เมียผมกำลังเล่นกับของเล่นที่เพิ่งซื้อให้ไปเมื่อวันก่อน มือหนึ่งของเธอจับมือถือเอาไว้ เหมือนกำลังดูอะไรค้างไว้อยู่ อีกมือก็กำผ้าปูที่นอนไว้แน่นจบยับย่น หายใจหอบถี่ ตาหลับพริ้มล่องลอยไม่รับรู้ความเคลื่อนไหวใดๆ พร้อมกับเนื้อตัวเธอที่บิดเร่าแอ่นไปมาจากความเสียวซ่านที่เกิดขึ้นผมไปไม่เป็นเลยทีเดียว ภาพตรงหน้ามันทำให้เจ้าการันต์น้อยตื่นตัวแทบจะทันที ตอนนี้สองมือของผมค่อยๆ ปลดเปลื้องเสื้อผ้าของตัวเองออก ค่อยๆ ปิดประตูด้วยเสียงที่เบาที่สุดเท่าที่จะทำได้ ก่อนเดินตรงไปยังเตียง นั่งคุกเข่าลงข้างๆ และสิ่งที่ผมเห็นในหน้าจอมือถือ ทำให้ผมเซอร์ไพรส์เข้าไปอีก มันคือทุกอิริยาบถของผมเมื่อสองวันก่อน เธอแอบอัดมันเอาไว้ แสบจริงๆ!!“ทำแบบนี้แล้วหายปวดหัวเหรอครับ”“อื้อ~” เมื่อผมกระซิบเข้าที่ข้างหูเบาๆ จนเจ้าตัวครางอือตอบกลับมา คาดว่าความเสียวเข้าควบคุมร่างกายและจิตใจของเธอเรียบร้อยแล้ว เธอคงคิดว่าเสียงพูดที่ได้ยินเป็นเพียงเสียงแว่วจากจินตนาการที่สร้างขึ้นมาเองผมเห็นรีโมทของเล่นชิ้นนี้วางอยู่ข้างๆ ผมจึงหยิบมันขึ้นมาพลันกดปุ่ม




![ทะลุมิติมาเป็นทาสรักคุณหมอสาย S [NC20+/SM]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)


