LOGINตอนนี้นาราเริ่มไม่สนใจอะไรแล้ว เพราะเวลาห้าทุ่มคือเวลานอนของเธอ และเจ้าตัวเองก็หาวหวอดใหญ่ไปหลายทีจนน้ำหูน้ำตาไหล จะว่านาราเป็นคนอนามัยจัดก็ว่าได้ แล้วนี่มันก็เลยเวลานอนของเธอมาสักพักแล้ว ความง่วงเริ่มเข้าครอบงำร่างกายและจิตใจ
นาราหาวอีกสองสามที ก่อนเดินคอตกหลังงุ้มตามการันต์เข้าไปในบ้าน แต่เมื่อก้าวเข้ามา เธอก็ต้องชะงัก และรู้สึกตื่นตะลึงในความสวยงามใหญ่โตของมัน จากที่เธอเห็น บ้านหลังนี้โครงสร้างเป็นแบบโมเดิร์นทันสมัย แต่ตกแต่งไว้อย่างอบอุ่นไม่แข็งกระด้าง
เมื่อการันต์เห็น ‘พี่จอย’ แม่บ้านคนสนิทเดินออกมารับ เขาจึงบอกให้เธอพานาราไปพักที่ห้องนอนแขก ก่อนหันหลังมาบอกนาราให้ลงมาเจอกันที่ห้องอาหารตอนเช้าก่อนเจ็ดโมงครึ่ง ส่วนตัวเขาเดินมุ่งหน้าขึ้นชั้นสองเพื่อเข้าห้องทำงาน เคลียร์เอกสารที่ทำค้างไว้
“คุณนาราคะ เดี๋ยวเราเดินขึ้นไปชั้นสอง เดินตามโถงทางเดินไปเรื่อยๆ เลี้ยวซ้าย เลี้ยวขวาสองที ก็จะเจอห้องนอนแขกนะคะ เดินตามจอยมาเลยค่ะ” พี่แม่บ้านบอกนารา ก่อนยิ้มให้และเดินนำเธอไป
“เอ่อ...คุณแม่บ้านจอยคะ นาราว่านาราไปเองได้ค่ะ ไม่ต้องไปส่งหรอก ดึกแล้วคุณแม่บ้านจอยไปนอนเถอะค่ะ”
“เอ่อ...เอางั้นเหรอคะ”
“ค่ะ”
“งั้นฝันดีนะคะคุณนารา”
นาราพยักหน้ารับและยิ้มกว้างให้ หูเธอตอนนี้รับรู้เสียง แต่สติแทบไม่มี เพราะตายังจดจ้องอยู่กับความอลังการของบ้าน เธอเดินขึ้นชั้นสอง เดินผ่านโถงยาวไปตามทางที่แม่บ้านคนเมื่อครู่บอก
เมื่อเจอห้องที่ว่า หญิงสาวเปิดประตูเข้าไป พลันไฟในห้องก็เปิดขึ้นมาอัตโนมัติด้วยเซนเซอร์ตรวจจับความเคลื่อนไหว เล่นเอาเธอสะดุ้งโหยง
และเมื่อกวาดสายตามองไปรอบๆ ห้องห้องนี้ถูกตกแต่งไว้อย่างสวยงามลงตัว ห้องถูกแยกโซนเป็นส่วนนั่งเล่น ส่วนห้องนอน และส่วนห้องน้ำอย่างเป็นสัดส่วนลงตัว นาราวางกระเป๋าเอกสารลงบนโซฟา เธอง่วงเกินกว่าจะเดินสำรวจห้องนี้แล้ว
นาราเดินตรงไปยังเตียงนอนหลังใหญ่ ไฟโซนนี้ไม่ได้เป็นแบบเซนเซอร์ เธอจึงหยิบมือถือส่องไปตามทาง เพราะขี้เกียจเดินตามหาสวิตช์ไฟ ก่อนจะเดินอ้อมมาฝั่งขวาของเตียง นั่งลงและพิมพ์ข้อความในไลน์บอกแม่ว่า คืนนี้จะไม่กลับบ้าน
แม้จะไร้ซึ่งสัญญาณตอบรับว่าอ่านแล้ว แต่เชื่อว่าเช้ามาแม่จะเห็นข้อความนี้ แม่จะได้ไม่ต้องเสียเวลาเตรียมกับข้าวไว้ให้ หลังจากปิดแอปพลิเคชันสีเขียวนั่นลง เธอก็ตั้งนาฬิกาปลุกในมือถือต่อ พลันกระโจนลงบนเตียงนุ่ม ซุกตัวลงในผ้าห่ม ไม่ถึงนาที...นาราก็ผล็อยหลับไป
| การันต์ |
“เฮ้อ...เสร็จซะที” ผมบ่นพึมพำกับตัวเอง ปิดคอม ลุกขึ้นยืนบิดขี้เกียจพร้อมกับหาวหวอดใหญ่ ก่อนเดินออกจากห้องทำงานเพื่อไปยังห้องนอน
แกร๊ก...แอ๊ด!! ประตูห้องนอนถูกเปิดออก ก่อนที่ผมจะเดินเข้าไปยังส่วน walk-in closet ที่เชื่อมต่อกับห้องน้ำ มือดึงเนกไทพลางปลดกระดุมเสื้อเชิ้ต ถอดกางเกงและอันเดอร์แวร์ปาลงในตะกร้า แล้วเดินเข้าไปยังห้องน้ำ
น้ำอุ่นถูกเปิดลงอ่าง ระหว่างรอให้น้ำเต็ม ผมกดรีโมทเปิดเพลงบรรเลงคลอเบาๆ น้ำอุ่นช่วยขับไล่ความเมื่อยล้าของผมไปได้เสมอ
เมื่ออาบน้ำเสร็จ ผมหยิบพาเช็ดตัวที่พับเรียบร้อยอยู่บนชั้นออกมาเช็ดร่างกายจนแห้ง จากนั้นก็เดินออกมา เปิดลิ้นชักหยิบเอาบ็อกเซอร์สีเทาตัวจิ๋วขึ้นมาใส่ นี่เป็นชุดนอนของผม เวลานอนผมชอบใส่แค่นี้ เพราะมันสบายตัวมากๆ จากนั้นก็ทาครีม ทาโลชั่นต่อเหมือนเช่นทุกที เสร็จจากการดูแลตัวเอง ก็เดินเข้าไปยังโซนห้องนอนอย่างคุ้นเคย และไม่นานนัก ไฟส่วนห้องน้ำก็ปิดลง
ผมเดินไปที่เตียงด้วยความเคยชินแม้จะอยู่ในความมืด เมื่อถึงเตียง ก็ล้มตัวลงบนเตียงฝั่งซ้าย ที่ที่ผมนอนเป็นประจำ ซุกตัวลงไปในผ้าห่มผืนนุ่มผืนเดิม
ความมืดช่วยทำให้รู้สึกง่วงแบบเต็มที่ ผมเผลอหลับไปตอนไหนไม่รู้ จนกระทั่งรู้สึกเหมือนมีอะไรมาก่ายตัวผม ทำให้ผมต้องสะดุ้งตื่นกลางดึก!
เชี่ย...ผีเหรอวะ! นี่กูถูกผีอำเหรอวะ! ผมคิดในใจ สักพัก...ผมก็รู้สึกเหมือนมีลมเบาๆ พัดผ่านมาปะทะท้ายทอยเป็นจังหวะ มันรู้สึกหวิวๆ เสียวซ่านอย่างบอกไม่ถูก จนทำให้ขนผมลุกซู่ทั้งตัว
ผมไม่ไหวแล้วครับ!! เลยตัดสินใจลืมตาขึ้นมา รวบรวมความกล้า หันกลับไปยังต้นตอของลมแผ่วเบานั้น
เชี่ย!! ผมร้องในใจดังมาก สายตาที่พอจะชินกับความมืด กอปรกับแสงไฟจากสนามที่ลอดผ่านหน้าต่างบานใหญ่ ส่องให้เห็นใบหน้าขาวเนียน คิ้วโก่งสวย เปลือกตาที่ปิดสนิท จมูกอันเล็กที่โด่งเป็นสันได้รูป กับปากสีชมพูอวบอิ่มที่เผยอขึ้นเบาๆ
ถึงผมจะตกใจแต่ก็ยังคุมสติไว้ได้ ตอนนี้ผมรู้สึกงุนงงมากกว่า ที่ทำไมคุณเลขาคนใหม่ของผมถึงมานอนตรงนี้ได้!
แต่แปลกที่ตอนนี้สายตาของผมจ้องมองใบหน้าของคนตรงหน้าอย่างไม่ละสายตา แปลกที่ตอนนี้หัวใจของผมมันเริ่มเต้นเร็วและแรงแทบจะทะลุออกมา และแปลกที่ตอนนี้ผมเริ่มที่จะห้ามใจตัวเองไม่อยู่
แต่ด้วยสติที่ยังคงหลงเหลืออยู่ ผมจึงทำได้เพียงเอื้อมมือไปกอดตอบ สักพักคนตรงหน้าก็มุดหน้าหวานๆ ของเธอเข้ามาซบที่อกหนาของผม พร้อมกระชับกอดผมแน่นภายใต้ผ้าห่มผืนใหญ่ที่เราทั้งคู่ซุกตัวอยู่ คงเป็นเพราะแอร์ที่เย็นฉ่ำกระทบผิวขาวเนียนนั่น เลยทำให้ต้องหาที่อบอุ่นซุกกาย
ตอนนี้ลมหายใจของคุณเลขากำลังรวยรดอยู่ใกล้กับตุ่มไตยอดอกของผมเอามากๆ ทำให้ตอนนี้มันตั้งแข็งชูชันขึ้นมา ไม่ต่างจากการันต์น้อยของผมที่กำลังแข็งขืนอยู่ภายในบ็อกเซอร์ตัวจิ๋วนั่นเช่นกัน และตอนนี้ส่วนหัวของมันก็เริ่มโผล่ออกจากขอบกางเกงมาสัมผัสอากาศภายนอกแล้ว
ผมไม่เข้าใจ ทำไมร่างกายผมถึงตอบสนองแบบนี้กับคนตรงหน้า คนที่เพิ่งจะมาเป็นเลขาผม คนที่เจอกันแค่วันเดียว และเป็นคนที่ทำให้ผมหงุดหงิดใจได้ทั้งวัน!
ทำไมกันนะ ทำไมถึงทำให้หัวใจและร่างกายผมสั่นไหวได้ขนาดนี้ ทั้งๆ ที่คนในอ้อมกอดนี่ไม่ใช่ผู้หญิงในสเป็กผมเลยด้วยซ้ำ แล้วความรู้สึกนี้มันมาจากไหนกันแน่
ตอนนี้ผมคงทำอะไรต่อไปไม่ได้แล้ว นอกจากกอดคนตรงหน้าไว้ ก้มลงเอาจมูกโด่งซุกไซ้ดอมดมกลุ่มผมหอมนุ่มของเธอ แล้วค่อยๆ ฝืนหลับตาลง ก่อนที่อะไรๆ มันจะถลำลึกไปมากกว่านี้
“ฝันดีนะครับ” ผมพึมพำเบาๆ และอ้อนวอนต่อพระเจ้า ช่วยเป็นกำลังใจให้ผมผ่านพ้นคืนนี้ไปให้ได้ก็พอ...
น้ำตาแตกไหมให้ทาย…!? ไม่เหลือรอดหรอก คุณการันต์เขียนจดหมายทิ้งไว้ให้ซึ้งขนาดนั้น มีหรือที่หญิงสาวผู้อ่อนไหวอย่างนาราจะไม่รู้สึกอะไร ขอถอนคำพูดเรื่องการขอแต่งงานที่ไม่โรแมนติก บ้าจริง...จดหมายฉบับนี้ทำให้เธอทั้งหัวเราะและร้องไห้ในคราเดียวกัน แขนเสื้อด้านซ้ายปาดซับน้ำตา ในขณะที่ในคอยังหัวเราะขำกับอารมณ์ขันเล็กๆ ในจดหมายนั่นนาราพับจดหมายจะเก็บเข้าซอง แต่พลันเห็นกระดาษอีกแผ่นในซอง เมื่อดึงออกมา ก็พบว่ามีข้อความเขียนเอาไว้‘ถ้าคุณตอบตกลง…เปิดลิ้นชักชั้นบนสุดนะครับ’จริงๆ เรื่องตอบตกลงเกี่ยวกับที่อีกคนขอเธอแต่งงานและจดทะเบียนสมรสด้วย เธอเซย์เยสในใจไปตั้งแต่บนเตียงคืนที่ภูเก็ตนั้นแล้วเมื่อลิ้นชักชั้นบนสุดตามที่เขียนในกระดาษใบเล็กนั้นถูกเปิดออก เธอเห็นกล่องเครื่องประดับบุหนังสีแดงกล่องเล็กๆ ด้านบนประทับชื่อแบรนด์สีทองสวยงาม มันทาบทับอยู่บนกระดาษขนาดและสีเหมือนกันกับแผ่นก่อนหน้า นาราเลือกที่จะอ่านข้อความที่กระดาษ ก่อนที่จะเปิดกล่องสีแดงกล่องนั้น‘แหวนวงนี้มันอยู่ตรงนี้มาตลอด มันอยู่รอเจ้าของของมันมานานแล้ว ถ้าคุณมั่นใจ...และตัดสินใจที่จะอยู่ใช้ชีวิตร่วมกันไปจนวาระสุดท้ายของชีวิต โปรดสวมมันไว
หมดจากการพักผ่อนยาวๆ ที่ภูเก็ต วันจันทร์...วันเริ่มต้นสัปดาห์ การันต์กับนารามาทำงานพร้อมกัน โดยมีพี่สุเมธขับรถตู้คันหรูมาส่ง แต่พอรถจอดตรงหน้าบริษัทปุ๊บ ท่านประธานของบริษัทก็หันไปบอกกับเลขาของเขาทันทีเหตุการณ์มันเหมือนวันนั้นเป๊ะๆ เช้าหลังจากคืนนั้นที่เจ้านายหอบหิ้วเลขาตัวเองกลับบ้านแบบงงๆ“คุณเลขาครับ สงสัยคุณต้องกลับไปเอาของที่บ้านให้ผมแล้วแหละ ผมนี่ขี้ลืมจริงๆ ดันลืมเอกสารสำคัญไว้ในลิ้นชักห้องทำงาน เดี๋ยวให้พี่สุเมธไปส่ง รหัสเดิมนะ”“เดี๋ยวค่ะท่านประธาน...เอกสารอะไร วันนี้ไม่เห็นมีประชุม หรือนัดเซ็นงานสำคัญอะไรเลยนี่นา ไว้ไปเอาพรุ่งนี้ไม่ได้เหรอ”นาราเริ่มอิดออด เพิ่งมาถึงบริษัท ยังไม่ทันได้ก้าวขาลงจากรถ ก็มีอันต้องกลับไปเอาของที่บ้านอีกแล้ว แต่ด้วยวันนี้อารมณ์ดี จิ๊ปากทำหน้ามู่จู้ใส่ผู้เป็นเจ้านายควบตำแหน่งคนรักเสร็จ ก็ไล่เขาลงรถไป และให้พี่สุเมธออกรถกลับบ้านทันทีด้วยความที่เป็นขาออกเมือง ถนนค่อนข้างโล่ง ไม่นานนักก็ถึงบ้านหรูย่านรามอินทรา ก่อนที่คุณเลขาจะเดินเข้าไปยังห้องทำงาน ใส่รหัสปลดล็อกลิ้นชัก ก่อนเปิดออกมาเห็นของอะไรบางอย่าง ในลิ้นชักไม่มีอะไรเลยนอกจากจดหมายหนึ่งฉบับไม่ได
“เรื่องแรก บ้านคุณมีสมบัติเยอะเกินไป นาราไม่สบายใจ ถ้าจดทะเบียนแล้วหมายถึงการที่นาราจะต้องเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับทรัพย์สินเงินทองของครอบครัวเตชะกุลธร...นาราไม่อยากแต่ง แค่นี้นาราก็โดนเหน็บแนมจนหัวหมุนไปหมดแล้ว ส่วนข้อสองคือเรื่องแม่ ถ้าแต่งงานแล้ว เราก็ต้องย้ายไปอยู่ด้วยกัน แต่แม่อาจต้องอยู่คนเดียว นาราไม่ค่อยโอเค แม่แก่ตัวลงไปทุกวัน เดี๋ยวนี้แกเจ็บออดๆ แอดๆ บ่อยด้วย”“...”“ข้อสาม นาราไม่อยากจัดงานแต่งงาน อยากใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันแบบนี้ไปเรื่อยๆ นารารู้ว่าคุณการันต์ไม่ทิ้งนาราไปไหน และนาราเองก็ไม่ทิ้งคุณไปไหนเช่นกัน กลัวว่าถ้าแต่งงานแล้ว ชีวิตมันจะเปลี่ยนไปจากเดิม แบบนั้นนาราไม่อยากแต่งเลย ขออยู่แบบนี้ดีกว่า”“โอเค เข้าใจละ ไม่ต้องจัดงานแต่งงาน แต่พรุ่งนี้เราจะไปจดทะเบียนสมรสกันที่อำเภอเลยดีกว่า ผมตัดสินใจแล้ว”“โอ๊ย...คุณการันต์คะ ที่นาราบอกเมื่อกี้นี้ คุณไม่เข้าใจสักนิดเลยเหรอไง...ฮึ” นาราจิ๊ปากหนึ่งทีพร้อมถอนหายใจยาว ก่อนที่อีกคนจะจับประคองใบหน้าเธอให้หันมาและกอบกุมมือเล็กเรียวของเธอไว้“นาราครับ..คุณฟังผมนะ ผมจะตอบคำถามทุกข้อที่คุณยังติดใจสงสัย ข้อแรก ป๊าม้าผมดีใจมากนะ ที่นาราจะมาเป็นส
“แต่ตอนนี้เหมือนผมจะโดนนาราดุทุกวันเลยนะ คนอะไรดุชะมัด” การันต์หยิบที่คั่นหนังสือมาคั่นหน้าที่อ่านค้างไว้ ก่อนจะเปลี่ยนจากท่านอนเอนสบาย มาเป็นท่านั่ง แล้วหันหน้าหันตัวไปคุยกับคนข้างๆ ด้วยท่าทางที่จริงจัง“นาราครับ เรามาแต่งงานกันไหม”หืม...!! มาร์การิต้าที่กำลังจิบแทบพุ่ง นี่เธอไม่ได้หูฝาดไปใช่ไหม คุณการันต์เขาเป็นอะไร อยู่ๆ ก็พูดเรื่องแต่งงานขึ้นมา“จัดงานแต่ง แล้วก็จดทะเบียนสมรสด้วยเลย”หืม!! จดทะเบียนสมรสด้วยงั้นเหรอ ตั้งแต่เป็นแฟนกันมา ใช้ชีวิตร่วมกันมา เรื่องแต่งงานไม่เคยอยู่ในหัวนาราเลย เพราะเธอโอเคกับที่เป็นอยู่ ไม่ต้องการเรียกร้องอะไรทั้งนั้น ขอแค่การันต์รักและซื่อสัตย์กับเธอ แค่นั้นก็เกินพอ“คุณการันต์คิดจะจริงจังกับนาราแล้วเหรอคะ”“ทำไมพูดแบบนั้นล่ะ ผมก็จริงจังมาตั้งแต่คืนนั้นแล้วนะ ใครก็ไม่รู้ หน้าไม่อาย อยู่ดีๆ ก็มานอนห้องคนอื่นเฉยเลย”“อย่าแซวสิ นาราไม่ได้ตั้งใจซะหน่อย ใครจะไปรู้ล่ะว่าเป็นห้องเจ้านายอะ”“นะๆๆ แต่งงานกันนะ อยากแต่ง อยากมีเมียจนตัวสั่นหมดแล้วเนี่ย”“ไหนอะแหวน”“เดี๋ยวซื้อให้”“ไม่เห็นโรแมนติกเหมือนตอนขอเป็นแฟนเลย”“ผมใจร้อน...จริงๆ อยากพาไปจดทะเบียนวันนี้เล
ตั้งแต่กลับจากยุโรป ท่านประธานใหญ่ของเดอะมาสเตอร์เอาแต่นั่งคิดนอนคิดทั้งวันทั้งคืน ตอนนี้เขารู้สึกว่าตัวเองทำงานหนักเกินไป และมีเวลาส่วนตัวน้อยมาก จะทำอย่างไรให้หวานใจของเขาไม่ต้องรับศึกหนักจากงานที่ม้ากับป๊าขอให้นารารับผิดชอบ และทำยังไงให้ตัวเขาเองได้มีเวลาอยู่กับคุณเลขาของเขามากขึ้นหลังอาบน้ำเสร็จ รออีกคนเป่าผมให้เขาจนแห้ง การันต์จึงเอ่ยถามเรื่องซีเรียสที่เขาขบคิดมาหลายวันกับนาราทันที“นาราครับ ถามหน่อยสิ ตอนนี้คุณต้องรับผิดชอบงานอะไรตรงไหนบ้าง เล่าให้ผมฟังหน่อย”“อืม…นอกจากต้องดูแลตารางงานของคุณ ที่เพิ่มมาก็ดูแลเรื่องอนุมัติงบของฝ่ายจัดซื้อ ดูแลฝ่ายบุคคล ดูแลฝ่ายอาคาร ดูแลฝ่ายการเงิน ฝ่ายบัญชี อ้อ…ดูแลฝ่ายลูกค้าสัมพันธ์ด้วย ต้องเข้าไปตบๆ ให้มันเป็นระบบระเบียบมากขึ้นน่ะ แล้วทำไมอยู่ดีๆ ถึงถามขึ้นมาล่ะคะ”“ก็เห็นนาราทำงานเยอะเกินไปไง อย่างวันนั้นก็ทำงานจนปวดหัวทั้งวัน เฮ้อ...ม้านะม้า!! ส่งงานมาให้แฟนลูกชายตัวเองเยอะแยะขนาดนี้ได้ไงกัน”“เอาหน่า ยังไงนาราก็เป็นเจ้าของบริษัทนี้เหมือนกัน นาราก็ต้องช่วยทำงานแบบนี้แหละ...ถูกแล้ว”“ไม่เอาอะ เราสองคนทำงานเยอะเกินไป แทบไม่มีเวลาสวีทกันเลย ผม
| การันต์ |ให้ตายเหอะ...ภาพที่ผมเห็นตรงหน้า มันทำให้ใจของผมสั่นจนแทบจะหัวใจวายตาย เมียผมกำลังเล่นกับของเล่นที่เพิ่งซื้อให้ไปเมื่อวันก่อน มือหนึ่งของเธอจับมือถือเอาไว้ เหมือนกำลังดูอะไรค้างไว้อยู่ อีกมือก็กำผ้าปูที่นอนไว้แน่นจบยับย่น หายใจหอบถี่ ตาหลับพริ้มล่องลอยไม่รับรู้ความเคลื่อนไหวใดๆ พร้อมกับเนื้อตัวเธอที่บิดเร่าแอ่นไปมาจากความเสียวซ่านที่เกิดขึ้นผมไปไม่เป็นเลยทีเดียว ภาพตรงหน้ามันทำให้เจ้าการันต์น้อยตื่นตัวแทบจะทันที ตอนนี้สองมือของผมค่อยๆ ปลดเปลื้องเสื้อผ้าของตัวเองออก ค่อยๆ ปิดประตูด้วยเสียงที่เบาที่สุดเท่าที่จะทำได้ ก่อนเดินตรงไปยังเตียง นั่งคุกเข่าลงข้างๆ และสิ่งที่ผมเห็นในหน้าจอมือถือ ทำให้ผมเซอร์ไพรส์เข้าไปอีก มันคือทุกอิริยาบถของผมเมื่อสองวันก่อน เธอแอบอัดมันเอาไว้ แสบจริงๆ!!“ทำแบบนี้แล้วหายปวดหัวเหรอครับ”“อื้อ~” เมื่อผมกระซิบเข้าที่ข้างหูเบาๆ จนเจ้าตัวครางอือตอบกลับมา คาดว่าความเสียวเข้าควบคุมร่างกายและจิตใจของเธอเรียบร้อยแล้ว เธอคงคิดว่าเสียงพูดที่ได้ยินเป็นเพียงเสียงแว่วจากจินตนาการที่สร้างขึ้นมาเองผมเห็นรีโมทของเล่นชิ้นนี้วางอยู่ข้างๆ ผมจึงหยิบมันขึ้นมาพลันกดปุ่ม







