Share

Chapter 7

last update Tanggal publikasi: 2026-07-23 15:27:39

ทั้งคู่เดินลงลิฟต์มาด้วยกัน ระหว่างอยู่ในลิฟต์ การันต์ทำจมูกฟุดฟิดเหมือนได้กลิ่นแป้งเด็ก เขาจึงหันไปมองคนข้างๆ ตั้งแต่หัวจรดเท้า

อืม...ที่นาราบอกว่าลืมเอกสารคงจะจริง เพราะคนข้างๆ อาบน้ำประแป้งมาเสียหอมฉุย คนปกติที่ไหนจะกล้ามาออฟฟิศสภาพนี้ เขานึกขำในใจ

แต่แปลกที่ความไม่ชอบหน้านารากลับลดลง และความรู้สึกประหม่าเวลาอยู่ในลิฟต์กับคนที่ไม่สนิทก็ลดน้อยลง...จนแทบเป็นศูนย์ ส่วนนาราได้แต่ก้มหน้างุด กุมมือแน่น ถ้าให้ทาย เธอคงจะอึดอัดไม่น้อย

ติ๊ง...ประตูลิฟต์เปิด นาราโค้งตัวให้การันต์ ก่อนกล่าวลาตามมารยาทและเดินไปยังรถตัวเองที่จอดอยู่หน้าตึก ส่วนอีกคนก็เดินไปยังหลังตึก จุดที่รถสปอร์ตคันหรูของเขาจอดเอาไว้

วันไหนที่เขาคิดจะกลับบ้านดึก การันต์มักจะให้พี่สุเมธคนขับรถ เอารถมาเปลี่ยนไว้ให้ จะได้ไม่ต้องรอตนจนดึกดื่น

ถึงการันต์จะเป็นคนเงียบขรึม ดูหยิ่ง และดุดัน แต่เขาก็ไม่ใช่คนที่บ้าอำนาจ หรือใช้งานคนอื่นเยี่ยงทาสอย่างที่ใครหลายๆ คนมโนภาพเอาไว้

ตอนนี้นาราเดินไปที่รถของตัวเอง เปิดประตู เข้าไปนั่ง ก่อนบิดกุญแจสตาร์ทรถ แต่...หมุนบิดกุญแจไปกี่รอบๆ ไอ้รถเจ้ากรรมดันสตาร์ทไม่ติดเสียนี่!!

นาราเริ่มเลิ่กลั่ก เหงื่อเม็ดเป้งเริ่มผุดออกจากหัว เธอจึงเปิดประตู เดินลงไปเปิดกระโปรงรถอย่างทุลักทุเล เอาจริงๆ เธอไม่ได้รู้เรื่องเครื่องยนต์อะไรหรอก แค่เปิดไปงั้นๆ เผื่อจะเห็นอะไรผิดปกติบ้าง เจ้าของรถชะโงกหน้าสำรวจห้องเครื่องอยู่สักครู่ และกำลังจะยกธงขาวยอมแพ้ แต่ในขณะที่เธอกำลังยืนเกาหัวแกรกๆ เตรียมปิดฝากระโปรงรถอยู่นั้น…

ปิ๊น ปิ๊น ~ เสียงแตรรถสักคันดังขึ้น นาราตกใจหันหลังไปดู เห็นคนขับกำลังลดกระจกลงมา อ้อ...คุณการันต์นั่นเอง นาราจึงยิ้มกว้างให้พร้อมโค้งคำนับ โบกมือเป็นสัญญาณให้รถเคลื่อนที่ไปข้างหน้า

แต่เหมือนรถคันนั้นยังคงจอดอยู่ที่เดิม พร้อมกับคนในรถที่เรียกเธอให้เดินไปหาใกล้ๆ

“รถเป็นอะไร”

“ไม่ทราบเหมือนกันค่ะ สตาร์ทไม่ติด เดี๋ยวว่าจะจอดไว้นี่แล้วกลับแท็กซี่ค่ะ” นาราตอบกลับไป พลางเกาหัวตัวเองแบบงงๆ ไม่รู้จะทำไงต่อดี

“ขึ้นมาสิ ผมไปส่ง” การันต์พูดพร้อมกวักมือเรียก

“ไม่เป็นไรค่ะ ดิฉันเกรงใจ คุณการันต์ไปเถอะค่ะ”

“ขึ้นมา ผมสั่ง คุณก็ต้องทำ!!” การันต์พูดด้วยใบหน้าขึงขัง ขมวดคิ้วใส่อีกคน จนนาราต้องยอมขึ้นรถเขาด้วยใจที่เต้นตึกตักเต็มไปด้วยความกลัว และตัวที่เริ่มเกร็งและสั่นเทานิดๆ

เมื่อขึ้นมาในรถ ทั้งสองอยู่ภายใต้ความเงียบสงัด โดยเฉพาะคุณเลขาที่ตอนนี้รู้สึกอึดอัดเสียเต็มประดา จึงต้องเอ่ยปากพูดอะไรบางอย่างขึ้นมา เพื่อกลบความเงียบงันที่เกิดขึ้น

“คุณการันต์ บ้านดิฉันอยู่แถวฝั่งธนฯ มันไกล เอ่อ...คุณการันต์จอดตรงนี้ก็ได้ เดี๋ยวดิฉันนั่งแท็กซี่กลับเองดีกว่าค่ะ”

การันต์ไม่พูดอะไร เขาเหลือบมองนารา รู้ว่าอีกคนอึดอัด เขาจึงใช้นิ้วโป้งกดเปิดเพลงจากปุ่มตรงพวงมาลัยเพื่อทำลายความเงียบ พร้อมกับเร่งเสียงเพลงให้ดังขึ้น

การันต์ขับต่อไปเรื่อยๆ ตามถนนเส้นที่เขาคุ้นเคย แต่นาราเริ่มแปลกใจ เส้นทางนี้ไม่ใช่เส้นทางกลับบ้านของเธอ แต่เป็นเส้นทางที่จะไปอีกฟากฝั่งหนึ่งของกรุงเทพฯ ต่างหากล่ะ

“เอ่อ...เรากำลังจะไปไหนกันคะ นี่ไม่ใช่ทางกลับบ้านของดิฉันนะคะคุณการันต์” เลขาคนใหม่รวบรวมความกล้าแย้งขึ้นมา

“อือ” คนเป็นเจ้านายตอบกลับไปแบบห้วนๆ

นารายังคงงงกับเส้นทางที่ไม่คุ้นเคย หันซ้ายหันขวา ทำตาล่อกแล่ก แต่เธอก็ไม่กล้าที่จะถามอะไรไปมากกว่านี้ เลยต้องจำใจนิ่งเงียบไปตลอดทาง จนรถเลี้ยวเข้ามายังบ้านหลังหนึ่ง แต่อย่าเรียกว่าบ้านเลย เรียกคฤหาสน์ดีกว่าเหอะ! เลขาสาวรู้สึกตื่นเต้นระคนแปลกใจที่ทำไมคนข้างๆ ถึงพาเธอมาในที่แบบนี้

“วันนี้คุณนอนที่นี่แหละ เดี๋ยวให้คนเตรียมห้องไว้ให้”

“จะดีเหรอคะ แต่...”

“ไม่มีแต่! ผมสั่ง คุณก็แค่ทำตาม!” คนข้างๆ พูดขึ้น ก่อนเสไปมองอีกทาง แม้แต่การันต์เอง เขาก็ยังไม่รู้เหตุผล ที่ทำไมตัวเองต้องพายัยเลขาสุดเปิ่นคนนี้กลับบ้านมาด้วย แทนที่จะส่งขึ้นแท็กซี่หรืออย่างน้อยก็ส่งลงตรงสถานีรถไฟฟ้า

“อ๋อ...ค่ะๆๆ” นาราพยักหน้ารับงงๆ ถึงแม้เธอจะไม่เข้าใจถึงเหตุผลของการันต์เท่าไร แต่ช่างเหอะ! ชื่อเสียงตำแหน่งอะไรก็ใหญ่โต เขาคงไม่คิดสั้นลวงเอาเธอมาข่มขืนหรือมาฆ่าหรอกมั้ง

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • คลั่งรักคุณเลขา   Chapter 7

    ทั้งคู่เดินลงลิฟต์มาด้วยกัน ระหว่างอยู่ในลิฟต์ การันต์ทำจมูกฟุดฟิดเหมือนได้กลิ่นแป้งเด็ก เขาจึงหันไปมองคนข้างๆ ตั้งแต่หัวจรดเท้าอืม...ที่นาราบอกว่าลืมเอกสารคงจะจริง เพราะคนข้างๆ อาบน้ำประแป้งมาเสียหอมฉุย คนปกติที่ไหนจะกล้ามาออฟฟิศสภาพนี้ เขานึกขำในใจแต่แปลกที่ความไม่ชอบหน้านารากลับลดลง และความรู้สึกประหม่าเวลาอยู่ในลิฟต์กับคนที่ไม่สนิทก็ลดน้อยลง...จนแทบเป็นศูนย์ ส่วนนาราได้แต่ก้มหน้างุด กุมมือแน่น ถ้าให้ทาย เธอคงจะอึดอัดไม่น้อยติ๊ง...ประตูลิฟต์เปิด นาราโค้งตัวให้การันต์ ก่อนกล่าวลาตามมารยาทและเดินไปยังรถตัวเองที่จอดอยู่หน้าตึก ส่วนอีกคนก็เดินไปยังหลังตึก จุดที่รถสปอร์ตคันหรูของเขาจอดเอาไว้วันไหนที่เขาคิดจะกลับบ้านดึก การันต์มักจะให้พี่สุเมธคนขับรถ เอารถมาเปลี่ยนไว้ให้ จะได้ไม่ต้องรอตนจนดึกดื่นถึงการันต์จะเป็นคนเงียบขรึม ดูหยิ่ง และดุดัน แต่เขาก็ไม่ใช่คนที่บ้าอำนาจ หรือใช้งานคนอื่นเยี่ยงทาสอย่างที่ใครหลายๆ คนมโนภาพเอาไว้ตอนนี้นาราเดินไปที่รถของตัวเอง เปิดประตู เข้าไปนั่ง ก่อนบิดกุญแจสตาร์ทรถ แต่...หมุนบิดกุญแจไปกี่รอบๆ ไอ้รถเจ้ากรรมดันสตาร์ทไม่ติดเสียนี่!!นาราเริ่มเลิ่กลั่ก เหงื

  • คลั่งรักคุณเลขา   Chapter 6

    นาราแตะบัตรเข้ามาในตัวอาคาร ก่อนขึ้นลิฟต์ไปยังชั้นยี่สิบเก้า เดินตรงไปยังโต๊ะทำงานของตน แต่เอ๊ะ! ทำไมในห้องคุณการันต์ถึงมีแสงสว่างจากจอคอม สงสัยคงจะลืมปิดแน่เลย เธอคิดในใจ พลางหยิบเอกสารจากลิ้นชักที่ลืมไว้ เปิดไฟฉายจากมือถือ แล้วเดินเข้าไปในห้อง“อุ๊ย...ตาเถร!!” เธออุทานออกมา เมื่อส่องไฟฉายไปที่โซฟา การันต์ยังคงนอนอยู่ที่เดิม และดูเหมือนว่าเสียงอุทานของนารา มันยังไม่ดังพอที่จะปลุกให้การันต์ตื่นได้ตอนนี้ความเงียบเข้าปกคลุมไปทั่วทั้งชั้น ได้ยินแต่เสียงลมที่เป่าออกมาจากช่องแอร์ พร้อมความเย็นยะเยือกที่แผ่ปกคลุมไปทั่วห้องเธอสังเกตเห็นการันต์เปลี่ยนท่านอน จากตอนช่วงค่ำๆ ที่เห็นนอนเหยียดยาว กลายเป็นนอนขดตัว มือกอดอกแน่นจังหวะนั้นนารานึกได้ว่าพี่อารยาเคยบอกเอาไว้ ว่าในห้องของคุณการันต์มีอุปกรณ์อะไรตรงไหนบ้าง เธอจึงส่องไฟเดินไปเปิดตู้เก็บเอกสาร ดึงลิ้นชักชั้นล่างสุดออกมาเจอแล้ว! ผ้าห่มผืนบางๆ เล็กๆ ตามที่พี่อารยาบอกนาราจึงวางมือถือลงบนโต๊ะ หงายฝั่งไฟฉายขึ้นส่องกระจายแสงไปยังเพดานให้พอมองเห็น ก่อนจะคลี่ผ้าห่มผืนบางนั้นออก แล้วถือวิสาสะเอาผ้าไปห่มคลุมกายคนที่อยู่ตรงหน้าการันต์ขยับตัวเล็กน้

  • คลั่งรักคุณเลขา   Chapter 5

    ตัดภาพมาที่ห้องประชุม นาราเปิดประตูให้การันต์เดินเข้าไปก่อน และตัวเองเดินตามหลัง คนเป็นเจ้านายเดินไปนั่งที่เก้าอี้ใหญ่หัวโต๊ะ ส่วนตัวเขานั่งอยู่ที่เก้าอี้เสริมรอบนอก ก่อนหยิบสมุดออกมาเตรียมจดบันทึกการประชุมตามที่ได้รับมอบหมายณ ตอนนี้ มิสเตอร์ ‘เบนจามิน เฉิน’ ผู้บริหารสาขาสิงคโปร์ และพนักงานคนอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องมานั่งรอการันต์เรียบร้อยแล้ว คนหัวโต๊ะกล่าวทักทายทุกคนในห้องประชุม ก่อนที่เบนจามินจะเอ่ยปากแนะนำพาร์ทเนอร์ธุรกิจคนใหม่จากจีนให้การันต์รู้จัก‘ลิ่วหยาง’ นักธุรกิจคนดังของเอเชียที่ตอนนี้บริษัทไหนๆ ก็อยากจีบให้เขามาเป็นคู่ค้าหรือหุ้นส่วนธุรกิจ เพราะเขาถือเป็นผู้ทรงอิทธิพลในวงการสื่อคนหนึ่งของจีน ลิ่วหยางเป็นชายวัยกลางคนค่อนไปทางสูงอายุที่ดูเพอร์เฟกต์สมบูรณ์แบบ ขาดอยู่อย่างเดียวคือ พูดภาษาอังกฤษไม่เป็นดังนั้นในห้องประชุมจึงมีแต่เบนจามินที่สื่อสารกับลิ่วหยางเป็นภาษาจีนได้เพียงคนเดียว และยังเป็นล่ามจำเป็นที่คอยแปลสิ่งที่ลิ่วหยางพูดออกมา เปลี่ยนภาษาจีนเป็นภาษาอังกฤษให้ทุกคนเข้าใจการประชุมครั้งนี้ดำเนินไปอย่างราบเรียบ พนักงานแต่ละคนผลัดเปลี่ยนกันออกมาพรีเซนต์แต่ละส่วนของโปรเจกต์ จนกร

  • คลั่งรักคุณเลขา   Chapter 4

    | การันต์ | ภาพความงดงามของกระจกตึกระฟ้ากระทบหยอกล้อกับแสงแดดช่วงสายที่ผมชอบมองดูมันในทุกวัน แต่ทำไมวันนี้มันดูไม่สวยเอาเสียเลย!ความรู้สึกหงุดหงิดงุ่นง่านไหลเวียนอยู่ในหัวชนิดที่เอาออกไปไม่ได้ เจอเรื่องแย่ๆ แต่เช้า โดยเฉพาะเรื่องของยัยเด็กนั่นทำผมเสียเส้นไม่น้อย ที่ดันยืนทะเล่อทะล่าจนผมชนโครมเข้าให้ แถมยังทำเสื้อสูทตัวสวยเลอะเป็นรอยคราบกาแฟน่าเกลียดอีก เธอจะรู้อะไรไหมว่าสูทตัวนี้ราคาแพงแค่ไหนแต่นั่นไม่ใช่ประเด็น เพราะผมมีนัดคุยงานสำคัญช่วงบ่ายแทนพ่อ แล้วผมจะใส่อะไรล่ะเนี่ย สูทสำรองก็เพิ่งส่งซักไปเมื่อวาน จะให้พี่สุเมธกลับไปเอาที่บ้านก็มีแต่ตัวที่สีไม่เข้ากับกางเกงอีกก๊อก ก๊อก ก๊อก...!! ระหว่างที่ผมคิดเรื่องจัดการเสื้อสูทของตัวเอง ก็ได้ยินเสียงใครบางคนเคาะประตู ผมจึงตะโกนอนุญาตให้คนที่เคาะเข้ามาได้นั่นไงล่ะ! ยัยเด็กหน้าเอ๋อที่ทำตัวเก้ๆ กังๆ ในลิฟต์นั่นเอง ตายยากจริงๆ แค่นึกถึงก็มาหาถึงที่!!แต่เดี๋ยวก่อนนะ...จะให้เธอมาเป็นเลขาผมเนี่ยนะ มันใช่เหรอ!? เธอจะทำงานไหวจริงๆ ใช่ไหม!?ผมจ้องหน้าเลขาคนใหม่ในระหว่างที่เธอแนะนำตัว แต่ยังไม่ทันจะพูดจบ ผมก็โบกมือไล่ให้เธอออกไปจากห้อง เพราะยิ่งเ

  • คลั่งรักคุณเลขา   Chapter 3

    | นารา | หลังจากที่ฉันอุทานออกไป พี่อารยารีบหันมามองฉันตาเขียวปั้ด พร้อมขมวดคิ้ว ส่งสัญญาณให้ฉันหยุดพูด ก่อนที่ฉันจะตั้งสติแล้วกล่าวขอโทษบุคคลตรงหน้า ที่กำลังทำหน้านิ่วคิ้วขมวดดูท่าทีไม่ค่อยพอใจ“เอ่อ...ดิฉันขอโทษด้วยนะคะคุณการันต์” ฉันกล่าวขอโทษเขา ก้มหน้างุดมองพื้นสำนึกผิด ไม่กล้าแม้แต่จะสบตาก็แหม...ปล่อยไก่ไปตัวเบ้อเริ่มขนาดนั้น แล้วไหนจะเรื่องที่ทำสูทตัวสวยนั่นเลอะอีก ดีนะที่เขาไม่เอาความแต่ถึงแม้ฉันจะก้มหน้ารับความผิดนี้อยู่ แต่ตาฉันก็แอบชำเลืองมอง เห็นเขากำลังจ้องหน้าฉันเขม็ง ทำหน้ามุ่ยบอกบุญไม่รับ จนหัวคิ้วสองข้างขมวดแทบจะผูกกันเป็นโบได้อยู่แล้ว ดูยังไง มองมุมไหน หน้าตาก็โคตรจะไม่เป็นมิตรสักนิด“คุณการันต์คะ นี่นาราค่ะ...น้องนาราแนะนำตัวเองหน่อยจ้ะ” พี่อารยาตัดสินใจพูดขึ้นมาเพื่อทำลายบรรยากาศอันมาคุนี้ หลังจากที่เธอก็คงสังเกตเห็นสีหน้าและแววตาของคุณเจ้านายใหญ่ ที่ดูจะไม่สบอารมณ์เอาเสียเลย “สวัสดีค่ะคุณการันต์ ดิฉัน นารา สุวรรณธานนท์ ดิฉันมารับตำแหน่งเลขาของคุณการันต์นะคะ มาทำงานวันนี้วันแรก คุณการันต์มีอะไรเรียกใช้ฉะ...” ยังไม่ทันที่ฉันจะพูดจบ คนตรงหน้าก็ยกมือขึ้นเป็นสัญญาณ

  • คลั่งรักคุณเลขา   Chapter 2

    | นารา | เช้านี้ฉันตื่นสาย นาฬิกาเจ้ากรรมดันไม่ยอมปลุก หรือฉันไปเผลอปิดมันตอนไหนก็ไม่รู้ และดูเหมือนมันจะเป็นเช้าที่ไม่ค่อยดีเอาซะเลย!!วันนี้...วันที่ฉันต้องเริ่มทำงานเป็นวันแรก แต่ไม่รู้ผีบ้านผีเรือนตัวไหนเข้าสิงคุณ ‘นาริน’ คุณแม่สุดที่รักของฉัน เธอคะยั้นคะยอให้ฉันขับรถไปทำงาน กลัวลูกขึ้นรถเมล์แล้วตัวจะเหม็นกลิ่นเหงื่อ จะขึ้นรถไฟฟ้าก็บอกคนเยอะ กลัวลูกต้องยืนนาน จะแว้นไปกับพี่วินปากซอย ก็บอกกลัวเสื้อเหม็นกลิ่นควันจากท่อไอเสีย เดี๋ยวเพื่อนร่วมงานจะพานรังเกียจไปอีก ฉันจึงต้องจำใจทำตามที่แม่บอกเพราะเป็นเช้าวันเริ่มต้นสัปดาห์ วันนี้รถจึงค่อนข้างติดมากกว่าปกติ ฉันขับรถฝ่าการจราจรที่ค่อนข้างจะเฮงซวยของเมืองกรุงมาเรื่อยๆ โชคดีที่ฉันจำเส้นทางได้จากการมายื่นเอกสารรายงานตัวเมื่อสัปดาห์ก่อน กูเกิลแมพจึงไม่จำเป็นสำหรับฉันอีกต่อไปฉันขับรถมาเรื่อยๆ จนถึงตึกเดอะมาสเตอร์ ตึกสูงที่เป็นจุดหมายปลายทางตรงหน้า ก่อนเลี้ยวรถเข้าไปตรงป้ายทางเข้านั่นไงล่ะ! ไม่มีที่จอด วนจะสิบรอบไม่มีที่จอดเหลือเลย จะมีก็แต่ที่จอดสำหรับผู้มาติดต่องานด้านหน้าตึกอีกไม่กี่ช่องแค่นั้นเอาวะ...จังหวะนี้ฉันว่าฉันต้องทำเนียนแล้ว

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status