เข้าสู่ระบบงานเลี้ยงวันเกิดของท่านรัฐมนตรีทวีปถูกจัดขึ้นอย่างสมเกียรติ จิรพิมนตร์เดินทางมาถึงงานพร้อมกับณัฐกานต์เพื่อนสนิทหุ้นส่วนคนสำคัญของร้าน เธอเลือกที่จะอาศัยรถของเพื่อนแทนการตอบตกลงให้ฉายดนัยส่งคนไปรับ เพราะไม่อยากตกเป็นเป้าสายตาหรือติดค้างอะไรเขาไปมากกว่านี้ ส่วนมารดาและพ่อเลี้ยงของเธอนั้นเดินทางล่วงหน้ามาถึงงานก่อนหน้านี้แล้ว
“แกคิดว่ายัยพัช กิ๊กตัวแสบของคุณฉายดนัยจะกล้าเสนอหน้ามางานนี้ไหม” ณัฐกานต์ถามขึ้นพลางชะโงกหน้ามองเข้าไปในงานด้วยความสงสัย
“คงไม่พลาดหรอกกานต์ งานใหญ่ระดับนี้มีหรือคนอย่างยัยนั่นจะยอมอยู่บ้านเฉย ๆ” จิรพิมนตร์ตอบเสียงเรียบ
“แล้วแก... ไม่หึงจริงๆ เหรอ”
“บ้าเหรอ ฉันไม่เคยรู้สึกแบบนั้นอยู่แล้ว” จิรพิมนตร์ตอบตามความจริง เพราะความรักที่มีให้ฉายดนัยมันมอดไหม้ไปนานแล้ว เหลือทิ้งไว้เพียงความเฉยชา
“แต่แม่แกนี่ก็น่า... รู้ทั้งรู้ว่าฝ่ายนั้นนอกใจโจ่งแจ้งขนาดไหน ก็ยังจะผลักไสแกให้แต่งงานกับเขาอยู่นั่นแหละ เหมือนส่งแกไปลงนรกชัดๆ” ณัฐกานต์บ่นอย่างเหลืออด
“ฉันยังแค้นแทนแกไม่หายเลยนะ เรื่องที่ยัยพัชหลอกให้แกไปที่ผับคืนนั้นน่ะ” จิรพิมนตร์ถอนหายใจยาว
“ช่างเถอะกานต์ เรื่องมันผ่านไปแล้ว... ครอบครัวฉันเป็นหนี้ชีวิตพ่อเขา จะให้ฉันทำยังไงได้ล่ะ”
“แต่นั่นมันเรื่องสมัยที่แกยังเด็กเลยนะมนตร์ แกไม่จำเป็นต้องเอาทั้งชีวิตไปชดใช้ให้เขาก็ได้”
“แม่บอกว่าถ้าฉันแต่งงานกับพี่ดนัย ท่านจะคืนหุ้นบริษัทให้สามสิบเปอร์เซ็นต์ พ่อฉันคงกลัวว่าฉันจะไม่เหลืออะไรให้พึ่งพาในอนาคตล่ะมั้ง... แต่ทุกวันนี้ฉันก็แทบจะไม่เหลืออะไรแล้วจริงๆ”
ทั้งสองเดินเข้ามาภายในงานเลี้ยงที่คลาคล่ำไปด้วยแขกเหรื่อชั้นสูง จิรพิมนตร์กวาดสายตาไปเห็นฉายดนัยที่ยืนเด่นอยู่กลางงาน โดยมีนภัสสรเลขาฯ สาวคนสนิทคอยยืนออดอ้อนอยู่ไม่ห่าง ก่อนจะมองไปเห็นนิตยาผู้เป็นมารดาของเธอยืนคุยกับคนอื่นอย่างหน้าชื่นตาบาน ราวกับไม่รู้สึกรู้สาที่เห็นว่าที่ลูกเขยควงผู้หญิงอื่นมาเย้ยบุตรสาวของตนเอง
จิรพิมนตร์ในชุดเดรสสีครีมอ่อนดูละมุนตา ใบหน้าสวยหวานรูปไข่ถูกแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางเพียงบางเบาแต่กลับดูเฉี่ยวคมอย่างเป็นธรรมชาติ ผมสีดำสนิทปล่อยสยายถึงกลางหลังขับให้ดวงตากลมโตดูโดดเด่น ทันทีที่นภัสสรเห็นคู่ปรับเดินเข้ามา หล่อนก็รีบปรายสายตาเหยียดหยันมาที่จิรพิมนตร์และณัฐกานต์ทันที
“ไงจ๊ะ...สองสาว นึกว่าจะควงหนุ่มหล่อพันล้านคนนั้นมางานนี้ด้วยซะอีก” นภัสสรเอ่ยจิกกัดพลางนึกถึงเจตนิพัทธ์ที่เป็นต้นเหตุทำให้ฉายดนัยหัวเสียในคืนนั้น
“ไม่แน่หรอกค่ะ... เขาอาจจะมางานนี้ก็ได้ ใครจะไปรู้” ณัฐกานต์รีบตอกกลับทันควัน และยอมไม่ได้ที่จะเห็นเพื่อนถูกกระแนะกระแหน ทั้งที่คนถามเองนั่นแหละที่หน้าด้านควงคู่หมั้นคนอื่นออกงาน
“ยัยมนต์! มาก็ดีแล้ว รีบไปเตรียมอาหารกับเค้กให้คุณอาเขาสิ ใกล้จะได้ฤกษ์แล้วนะ” เสียงของนิตยาดังขัดขึ้น ทำให้จิรพิมนตร์ต้องเลี่ยงออกมาจัดเตรียมเค้ก ทิ้งให้ณัฐกานต์ยืนประจันหน้ากับนภัสสรอย่างไม่มีใครยอมใคร
ภายในห้องจัดเตรียมอาหาร จิรพิมนตร์ก้มหน้าก้มตาตรวจเช็กความเรียบร้อยของเค้กวันเกิดก้อนใหญ่
“ไปมุดหัวอยู่ที่ไหนมายัยมนต์ ทำไมมาช้าจัง” มารดาสาวเท้าตามเข้ามาบ่นไม่หยุด
“รถติดนิดหน่อยค่ะแม่” เธอตอบสั้นๆ ขณะที่ณัฐกานต์รีบเดินตามเข้ามาไหว้มารดาเพื่อนแล้วทรุดตัวนั่งลงข้างๆ อย่างเซ็งๆ
เมื่อทุกอย่างพร้อม ทั้งคู่จึงกลับออกมานั่งที่โต๊ะรับรอง ท่านรัฐมนตรีทวีปเห็นว่าที่ลูกสะใภ้เดินกลับเข้ามาจึงเอ่ยทักทายด้วยน้ำเสียงเอ็นดู
“หนูมนตร์ ว่างๆ ก็มาลองฝึกงานที่โรงแรมของอาบ้างนะ อย่ามัวแต่คลุกตัวอยู่แต่ในร้านขนมเลย อีกหน่อยแต่งงานกับเจ้าดนัยไป จะได้ช่วยกันบริหารงาน หนูต้องเริ่มฝึกเอาไว้ตั้งแต่วันนี้นะลูก”
“ขอบคุณค่ะคุณอา แต่ช่วงนี้มนตร์ยังไม่ค่อยสะดวกเลยค่ะ ร้านเบเกอรี่ยังไม่ค่อยเข้าที่เท่าไหร่”
“จะไปเหนื่อยทำเองทำไมกันล่ะหนูมนต์ เรื่องขนมเรื่องอาหารก็ให้ลูกน้องจัดการไป เรามีหน้าที่คุมพนักงานกับรับเงินก็พอ ถ้าคนไม่พอหรือขาดเชฟฝีมือดีก็บอกอาได้นะ อาจะส่งคนจากโรงแรมไปช่วย” ชายสูงวัยกล่าวอย่างใจดี
“ขอบคุณจริงๆ ค่ะคุณอา”
ไม่นานนัก พนักงานก็เริ่มเคลื่อนย้ายเค้กวันเกิดก้อนโตงดงามออกมาเตรียมอวยพรให้แก่เจ้าภาพ แต่ในขณะที่ทุกคนกำลังจะเริ่มร้องเพลงอวยพรวันเกิดอยู่นั้น เสียงฮือฮาจากหน้าประตูก็ดังขึ้น พร้อมกับการปรากฏตัวของใครบางคนที่ทำให้คนทั้งงานต้องหยุดชะงัก!
ในอีกมุมหนึ่งร่างของฉายดนัยในชุดเจ้าบ่าวเปื้อนเลือดถูกหามขึ้นรถฉุกเฉินอย่างเร่งด่วนแต่ความแค้นจากกระสุนของนภัสสรนั้นแม่นยำและรุนแรงเกินกว่าที่เครื่องมือแพทย์ใด ๆ จะยื้อยุดลมหายใจของเขาได้ ระหว่างทางนำสู่โรงพยาบาล ฉายดนัยก็ปิดฉากชีวิตของตัวเองลง ทิ้งไว้เพียงชื่อเสียที่เน่าเฟะและคำประณามที่ไม่มีวันลบเลือนไปจากสังคมภายในห้องคุมขังที่เงียบสงัด กลิ่นอับชื้นและแสงไฟสลัวจากหลอดนีออนยิ่งตอกย้ำถึงความตกต่ำของอดีตผู้เรืองอำนาจอย่างรัฐมนตรีทวีป ชายสูงวัยนั่งหมดสภาพอยู่บนม้านั่งไม้ แววตาที่เคยฉายแววโอหังบัดนี้กลับเลื่อนลอย เสียงฝีเท้าของเจ้าหน้าที่ดังใกล้เข้ามา ก่อนที่ข่าวร้ายที่ในชีวิตจะมาถึง“ลูกชายท่าน... คุณฉายดนัยเสียชีวิตแล้วครับ เขาเสียชีวิตระหว่างทางไปโรงพยาบาล” คำพูดสั้นๆ นั้นราวกับสายฟ้าที่ฟาดลงมากลางอก รัฐมนตรีทวีปนิ่งอึ้งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะแผดร้องออกมาราวกับคนเสียสติ เสียงร้องไห้โฮอย่างบ้าคลั่งดังระงมไปทั่วห้องคุมขัง มือที่เคยใช้อำนาจเซ็นคำสั่งทำร้ายผู้คนมากมายบัดนี้กลับใช้ทุบกำแพงปูนเย็นชาราวกับจะระบายความเจ็บปวด“ไม่จริง! ลูกชายฉัน... ดนัย! แกจะทิ้งพ่อไปแบบนี้ไม่ได้นะดนัย!” ร่างกาย
สองวันต่อมา...บรรยากาศภายในห้องจัดเลี้ยงสุดหรูของโรงแรมห้าดาวใจกลางเมือง ถูกเนรมิตให้กลายเป็นสรวงสวรรค์บนดินเพื่อต้อนรับงานมงคลสมรสที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของลูกชายรัฐมนตรี ฉายดนัยในชุดเจ้าบ่าวสีขาวบริสุทธิ์ดูสง่างาม เขาส่งยิ้มกว้างอย่างอารมณ์ดีให้แก่แขกเหรื่อผู้มีเกียรติที่มาร่วมงานอย่างคับคั่ง เขายืนเคียงคู่กับจิรพิมนตร์เจ้าสาวที่สวยสะดุดตาจนเป็นที่ร่ำลือ แต่ภายใต้ชุดเจ้าสาวราคาแพงนั้น ใบหน้าของเธอกลับเรียบเฉยและเย็นชา แววตาคู่งามไร้ซึ่งร่องรอยแห่งความสุข จนแขกในงานบางคนเริ่มกระซิบกระซาบถึงท่าทางที่ดูเหมือนถูกบังคับทางด้านประตูทางเข้ารัฐมนตรีทวีปยืนกุมบังเหียนสั่งการลูกน้องด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด“ตรวจสอบแขกทุกคนให้ละเอียด! อย่าให้ไอ้เจตนิพัทธ์หรือคนของมันเล็ดลอดเข้ามาป่วนงานของลูกชายฉันได้ ห้ามให้มีอะไรผิดพลาดเด็ดขาด!”“รับรองครับท่าน พวกผมวางกำลังแน่นหนาบริเวณทางเข้าออกเอาไว้อย่างรัดกุมแล้วครับ รับรองว่าต่อให้มดตัวเดียวก็ผ่านเข้ามาไม่ได้ครับ” ลูกน้องตอบรับอย่างหนักแน่นก่อนจะแยกย้ายไปประจำจุดต่าง ๆ เพื่อดูแลความเรียบร้อยจนงานเสร็จสิ้น“ต่อให้น้องมนตร์ชะเง้อจนคอแทบหัก ก็คงไม่ได้เห็นแม้แต่เง
หลังจากฉายดนัยกลับมาที่ห้องแล้วพบเพียงความว่างเปล่า เขาคำรามออกมาด้วยความโกรธแค้น รื้อข้าวของกระจุยกระจายเมื่อรู้ว่าตนเองถูกล่อลวงด้วยแผนตื้นๆ ของจิรพิมนตร์ เจตนิพัทธ์มาช่วยเธอลงมาที่รถได้อย่างเฉียดฉิว คล้อยหลังฉายดนัยไปเพียงเสี้ยววินาทีเท่านั้นณัฐกานต์บึ่งรถมาส่งเพื่อนรักที่บ้านทันที สถานการณ์บีบคั้นทำให้เธอตัดสินใจระเบิดความจริงออกมาต่อหน้านิตยาและพ่อเลี้ยง เพื่อหวังจะยุติงานแต่งงานที่แสนอัปยศนี้“มนตร์มันท้องกับคุณเจตได้สองสัปดาห์แล้วนะคะคุณแม่!”“มนตร์สารภาพกับแม่หมดแล้ว...” นิตยาตอบเสียงเรียบ นัยน์ตาเย็นชาจนน่าใจหาย“แล้วแบบนี้คุณแม่ยังจะให้ยัยมนตร์แต่งงานกับคุณฉายดนัยอีกเหรอคะ!” ณัฐกานต์ถามแทนเพื่อนด้วยความอัดอั้น“แต่งสิ! เรื่องงานแต่งงานมันยกเลิกไม่ได้หรอก แขกเหรื่อระดับผู้ใหญ่ทั้งนั้น โดยเฉพาะแขกของท่านรัฐมนตรีทวีป แม่คงทำอย่างนั้นไม่ได้หรอก”“แม่! เห็นใจมนตร์เถอะค่ะ มนตร์ไม่ได้รักพี่ดนัย แล้วลูกในท้องก็ไม่ใช่ลูกของเขา แต่งงานกันไปถ้าพี่ดนัยรู้ เค้าเอามนตร์ตายแน่ ๆ เลยที่ไปหลอกเขา!” จิรพิมนตร์ปาดน้ำตา พูดขึ้นบ้าง“แกเพิ่งท้องไม่ถึงเดือน! คุณดนัยเค้าไม่รู้หรอก” นิตยาตวาดกลับอ
หลังจากมื้อกลางวันที่แสนอึดอัดสิ้นสุดลง ฉายดนัยเดินนำเธอไปที่รถ เขาทำท่าผายมือเชื้อเชิญให้เธอนั่งเบาะหน้าอย่างอารมณ์ดี จิรพิมนตร์เบ้ปากด้วยความหมั่นไส้ในอากัปกิริยาจอมปลอมนั้น แต่เพียงไม่นานความหมั่นไส้กลับแปรเปลี่ยนเป็นความตื่นตระหนก เมื่อเขาเลี้ยวรถเปลี่ยนเส้นทางกะทันหัน มุ่งหน้าตรงไปยังคอนโดหรูส่วนตัวของเขาแทนที่จะเป็นบ้านเธอ!จังหวะนั้นเอง เบอร์ที่เธอไม่คุ้นตาแต่เดาว่าเป็นเจตนิพัทธ์ก็โทรเข้ามา จิรพิมนตร์ที่ปิดเสียงไว้ตั้งแต่แรกแอบกดรับสายอย่างรวดเร็ว เธอไม่ได้พูดกับปลายสาย แต่พยายามโต้ตอบกับฉายดนัยด้วยเสียงอันดังเพื่อให้เจตนิพัทธ์ได้รับรู้สถานการณ์ร้ายแรงในขณะนี้“พี่ดนัย! นี่พี่จะพามนตร์ไปไหน ทางนี้มันไม่ใช่ทางกลับบ้านนะ!” เธอตวาดถามหัวใจสั่นระรัว“พี่ยังไม่อยากส่งมนตร์กลับตอนนี้ครับ... ไปนั่งเล่นที่คอนโดพี่ก่อนดีกว่า วิวสวยๆ อาจจะทำให้น้องมนตร์ใจอ่อนกับพี่บ้าง” เขาพูดหน้าตาเฉย แววตาเริ่มฉายแววหิวกระหาย“ไม่เอา! มนตร์จะกลับบ้าน เดี๋ยวนี้!”“อีกวันสองวันน้องมนตร์ก็จะต้องแต่งงานกับพี่ เป็นเมียพี่อยู่ดี อย่ามาทำเป็นดื้อดึงไปหน่อยเลย!” ฉายดนัยเริ่มหมดความอดทน น้ำเสียงเข้มงวดและคุกคาม
รุจิราส่งสายตาเย้ายวนก่อนจะค่อยๆ คุกเข่าลงเบื้องหน้าเจ้านายหนุ่ม มือเรียวบางลูบไล้ผ่านเนื้อผ้ากางเกงสแลคเนื้อดีไปจนถึงตำแหน่งสำคัญ เธอรูดซิปออกอย่างเบามือ ปล่อยให้แก่นกายที่แข็งขึงตั้งโด่เป็นอิสระออกมาทักทายสายตา“หูย... แข็งเชียว” เธอแกล้งใช้นิ้วเขี่ยส่วนหัวบานหยักเบาๆ จนชายหนุ่มหลุดเสียงคราง “เสียวจัง รุจี อื้มมมม ดูดเลยที่รัก” เลขาฯ สาวไม่รอช้า เธอตัดสินใจกลืนกินความยิ่งใหญ่ของเขาเข้าไปในโพรงปากอุ่น สัมผัสเร่าร้อนจู่โจมฉายดนัยราวกับพายุที่โหมกระหน่ำซัดเรือลำน้อยออกสู่กลางทะเลคลั่ง เขาประคองร่างบางให้ลุกขึ้นมานั่งบนโต๊ะทำงานที่เต็มไปด้วยกองเอกสาร ก่อนจะจัดการถอดชุดทำงานของเธอออกอย่างรวดเร็ว ตะขอบราเซียร์ถูกปลดปล่อยให้เต้านมอวบอิ่มพุ่งเด่นเป็นอิสระฉายดนัยใช้นิ้วสะกิดยอดปทุมถันจนแข็งเป็นไต ก่อนจะอ้าปากงับและดูดดึงอย่างหิวกระหาย เสียงครางหวานลั่นห้องทำงานเมื่อเจ้านายหนุ่มทั้งฟัดทั้งไซ้เนินเนื้อคู่งามอย่างหนำใจ กลิ่นเนื้อนางและอารมณ์ใคร่ที่พุ่งสูงทำให้นาทีนี้ไม่มีอะไรจะหยุดยั้งพายุรักลูกนี้ได้อีกต่อไป!“คุณดนัย ถ้าจะเอาจริง ๆ รุจีขอล็อกประตูห้องก่อน เดี๋ยวใครเกิดพรวดเข้ามา”“เอาสิ” เล
หลังจากนภัสสรหายไปจากชีวิต ฉายดนัยก็ได้รุจิรามาเป็นเลขาฯ คนใหม่ เธอโชคดีไม่ตกงาน แถมยังได้เลื่อนขั้นด้วยมารยาหญิงบวกกับสองเต้าอันอวบอิ่มที่สามารถพิชิตใจผู้บริหารหนุ่มได้สำเร็จ พนักงานหลายคนต่างลือกันหนาหูว่า นภัสสรถูกไล่ออกเพราะไปมีสัมพันธ์ลับกับสามีเก่า แต่ดูเหมือนฉายดนัยจะไม่สนข่าวลือเหล่านั้น เพราะเร็วๆ นี้ เขากำลังจะเข้าพิธีแต่งงานกับจิรพิมนตร์“เรียกรุจีเข้ามาหา มีอะไรหรือเปล่าคะ” รุจิราเลขาฯ คนใหม่ที่เพิ่งมาทำงานไม่ถึงเดือน ถูกเจ้านายหนุ่มรุกหนักจนเลยเถิดไปถึงขั้นมีสัมพันธ์ลึกซึ้งกันมาแล้วหลายต่อหลายครั้ง โดยเฉพาะในห้องทำงานส่วนตัวที่เต็มไปด้วยความลับของทั้งคู่“ผมคิดถึงคุณ กลางวันนี้ไปทานข้าวกับผมนะ”“ได้สิคะ แต่แหม่!..เดี๋ยวนี้สาว ๆ ในสต๊อกของคุณดนัยหายไปไหนหมดคะ”“ไม่หรอกครับ ผมมีคุณคนเดียว” คำพูดนี้ แม้เธอจะรู้ว่าเขาพูดเพียงเพื่อเอาใจ แต่ก็ทำเอารุจิราร้อนวูบไปทั้งตัวด้วยความหวามไหว“ปากหวานแบบนี้ จะเชื่อดีมั้ยคะ”“เชื่อเถอะ ยังไงผมก็ไม่ทิ้งคุณหรอก”“ถ้าคุณดนัยแต่งงานกับคุณมนตร์ไปแล้ว... คุณยังจะกล้าพูดแบบนี้กับรุจีอีกไหมคะ” เธอถามตรงๆ อย่างไม่อ้อมค้อม ฉายดนัยยิ้มกว้าง ไม่ได้







