LOGINเมื่อปรเมศเดินทางกลับมาถึงบ้าน เขาหยิบบรั่นดีเข้าไปในห้อง ก่อนจะนั่งดื่มคนเดียวพลางใช้ความคิด เขาควรจัดการกับชีวิตนี้ยังไงดี
ถ้าชายหนุ่มไม่จมปลักอยู่กับความแค้น เขมมิกาก็คงมีชีวิตที่ดีกว่านี้ เธอคงไม่ต้องมานั่งทนแบกรับความเจ็บปวด การที่เราถูกใครสักคนหมางเมินใส่ โดยเฉพาะผู้ชายคนนั้นคือสามี ซึ่งเขาก็เป็นดั่งโลกทั้งใบของเธอ มันช่างทรมานใจเหลือเกิน
ในยามสิ้นหวังปรเมศคือคนที่ทำให้เธออยากก้าวไปข้างหน้า พลังงานทั้งหมดที่มีคือสามีของเธอ เขาทำให้หญิงสาวสามารถขับเคลื่อนชีวิตไปข้างหน้าได้อย่างปลอดภัย แต่แล้วความรู้สึกเหล่านั้น กำลังย้อนกลับมาทำร้ายเขมมิกาอย่างไม่ทันตั้งตัว
ซึ่งตามหลักความเป็นจริง บุคคลใดบุคคลหนึ่งทำความผิด ไม่ว่าจะกรณีใด ๆ ความผิดนั้นจะตั้งใจหรือไม่ตั้งใจก็ดี ผู้นั้นควรรับผลจากการกระทำทั้งสิ้น แล้วเหตุใดอีกคนที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง กับการกระทำสิ่งเหล่านั้นแม้แต่น้อย ต้องมาแบกรับร่วมด้วย ต่อให้เป็นคนในครอบครัวมันก็ไม่เกี่ยวกันสักนิด
“นทีเข้ามาพบฉันหน่อย” เขายกสมาร์ตโฟนเครื่องแพงขึ้นมาแนบหู พลางออกคำสั่งอย่างผู้มีอำนาจ
“ครับบอส” นทีคือมือขวาของปรเมศ ชายหนุ่มมีธุรกิจหลายอย่าง อำนาจในมือของเขาล้นฟ้า แต่ก็ไม่เคยใช้ไปขมขู่ใคร ซึ่งเขามีมือขวาคอยจัดตารางงาน รวมทั้งเตรียมเอกสารสำคัญ ซึ่งนทีเป็นผู้ช่วยที่คอยดูแลทุกอย่างในชีวิตประจำวันของเจ้าของบ้านหลังนี้ ไม่ใช่สิ! เจ้าของคฤหาสน์หลังนี้ต่างหาก
ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก! เสียงคนเคาะประตูห้องดังขึ้น ก่อนที่นทีจะเดินเข้ามา เขาขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความสงสัย เมื่อเห็นปรเมศกำลังนั่งดื่มบรั่นดีด้วยใบหน้าเคร่งขรึม
“ดึกแล้วทำไมยังไม่นอนครับ พรุ่งนี้บอสมีนัดกับลูกค้าก่อนเข้ามหาลัยนะครับ” เพราะปรเมศคือประธานบริษัทส่งออกอาหารแช่แข็งรายใหญ่ จึงทำให้นทีเรียกเขาว่าบอสจนติดปาก
“ฉันรู้แล้ว นายช่วยไปสืบประวัติของไอ้มาลิคให้ฉันหน่อยสิ”
“มาลิค... ใช่คนที่เคยมาพบคุณผู้หญิงกับคุณเนเน่ไหมครับ”
“อืม...”
“ได้ครับเดี๋ยวจัดการให้”
“ดื่มด้วยกันไหม”
“ไม่ครับขอบคุณ”
“หึ! ทำตัวเป็นคนดี”
“แน่นอนอยู่แล้วครับ พรุ่งนี้มีงานแต่เช้า ผมก็ต้องเซฟตัวเอง”
“นายไปให้พ้นเลย ฉันอยากอยู่คนเดียว”
“เห็นแม่บอกกว่าคุณผู้หญิงไม่สบาย เธอได้แอดมิทบอสไม่ไปเยี่ยมเธอหน่อยเหรอครับ” ป้าพิกุลคือมารดาของนที
“ไปทำไมเธอจะเป็นจะตายก็ไม่เกี่ยวกับฉัน” น้ำเสียงเกรี้ยวกราดราวกับคนวางอำนาจ ทว่านทีดูออกเจ้านายของเขาเหมือนคนกำลังอกหัก
“ถ้าไม่เกี่ยวแล้วจะมานั่งดื่มแบบนี้ทำไม ผมรู้นะว่าบอสกำลังอกหัก เพราะหึงเมียแหละผมดูออก”
เพล้ง!! แก้วในมือของปรเมศพุ่งเข้าหานที แต่โชคดีที่เขาหลบทัน
“ทำแตกก็เก็บเองนะครับ ผมง่วงแล้วขอตัวไปนอนก่อน”
“ไอ้นที! เชี้ยเอ๊ย!” ไม่ต้องแปลกใจว่าทำไมนทีถึงกล้าต่อปากต่อคำปรเมศ เพราะคนทั้งคู่โตมาด้วยกัน
นทีเป็นลูกของแม่นมปรเมศเขาเรียนจบปริญญาโทด้านบริหารจากอังกฤษ แต่เพื่อทดแทนข้าวแดงแกงร้อน ชายหนุ่มจึงตัดสินใจมาช่วยงานปรเมศอย่างเต็มตัว
หลายเดือนผ่านไป ดูเหมือนชีวิตของคนเรา มักจะเรื่องให้เซอร์ไพร์สอยู่เสมอเฉกเช่นมินดา ที่กำลังเดินเข้ามาหาชายสูงวัย พลางส่งที่ตรวจครรภ์ให้กับนายปราวิน (เมฆา) ใบหน้าของหล่อนแสดงความดีใจออกมา ราวกับแรงใจแรงกายที่ทุ่มเทลงไปบรรลุตามวัตถุประสงค์ “ท่านไม่ดีใจเหรอคะ ตอนนี้มิ้นต์ท้องได้หกสัปดาห์แล้ว ลูกของเราจะหน้าตาเหมือนใครกันนะ” หล่อนยังคงแสดงความออดอ้อน เล่นละครตามบทที่กำกับเอาไว้ “ผมว่าเด็กคนนี้หน้าตาคงเหมือนคุณมากกว่า ยังไงคงไม่มีทางเหมือนผมแน่นอน” ชายสูงวัยพูดออกมาด้วยใบหน้าเรียบเฉยเขาไม่ตื่นเต้นดีใจเลยสักนิด จนมินดาคิดว่ามันแปลก ๆ เพราะก่อนหน้านี้เขาอยากมีลูกกับหล่อนจนตัวสั่น “ลูกของเราก็ต้องหน้าตาเหมือนเราสิค่ะ” “มินดาคุณแน่ใจเหรอว่าเด็กคนนี้เป็นลูกของผม” “ทำไม่ท่านตั้งคำถามแบบนี้คะ มิ้นต์เสียใจนะคะ” หล่อนแสร้งทำเป็นบีบน้ำตา ทว่าอีกฝ่ายกลับมองเห็นเพียงน้ำตาจระเข้ หาความจริ
ภายใต้ใบหน้าเรียบเฉยที่กำลังนอนนิ่งอยู่บนเตียง เขมมิกาไม่สามารถคาดเดาความรู้สึกของเขาได้เลย เธอไม่รู้ว่าหากเขาฟื้นขึ้นมา จะยังคงเป็นผู้ชายคนเดิมที่ต้องการเธอกับลูกอยู่หรือเปล่า “คุณพ่อตัวหอมจัง มิรารักคุณพ่อนะคะ แม่ล่ะ... แม่รักพ่อหรือเปล่าคะ” คำถามที่แสนธรรมดา ทว่าเขมมิกากลับรู้สึกสะเทือนใจ ความรักมันไม่เคยทำร้ายใคร การหมดรักกันต่างหากที่จ้องทำร้ายอีกฝ่าย ซึ่งสำหรับเธอมันไม่ใช่ตราบใดที่คำว่ารัก ยังคงก้องอยู่ในหัวใจของเขาและเธอ “แม่ไม่เคยหมดรักพ่อเลย เคยรักยังไงวันนี้ก็ยังเหมือนเดิม เพิ่มเติมคือการได้เรียนรู้ที่จะรักมากขึ้นกว่าเดิมด้วยซ้ำ” ถ้อยคำเหล่านั้นกลั่นกรองมาจากก้นบึ้งของหัวใจ ไม่ว่านานแค่ไหนความรักที่เธอมีให้เขาก็ยังคงเดิม ///// หลังจากรับประทานมื้อเย็นเสร็จ มิราคุยกับป้าพิกุลถูกคอ เธอเรียกนางว่าคุณย่าจนหญิงสูงวัยยิ้ม
หลายวันผ่านไป ศาสตราจารย์ด็อกเตอร์ปรเมศถูกส่งตัวเข้ามารักษาในโรงพยาบาลเอกชล โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งอยู่ห่างจากบ้านมาก จึงทำให้เขมมิกากับลูกสาวเดินทางสะดวกขึ้น กลางวันทำงานกลางคืนเธอมาเฝ้าเขาไม่ห่าง ส่วนมิราบางครั้งก็ค้างกับมาลิคและเนเน่ บางทีก็อยู่เป็นเพื่อนมารดาคอยพูดให้กำลังใจ และยังเล่าเรื่องราวที่เจอมาแต่ละวันให้บิดาฟังด้วยน้ำเสียงเจี๊ยวจ๊าว ความรู้สึกของหญิงสาวเริ่มใจอ่อนยอมอภัยให้เขาแล้ว ทว่าไม่รู้อีกนานแค่ไหนศาสตราจารย์ด็อกเตอร์ปรเมศถึงจะฟื้นสักที “คุณนทีเรื่องคดีไปถึงไหนแล้วคะ” หญิงสาวเอ่ยถามชายหนุ่มออกมาด้วยใบหน้าแฝงไปด้วยร่องรอยของความเหนื่อยล้า เธอแทบหมดแรงหลังจากนายแพทย์แจ้งว่า ศาสตราจารย์ด็อกเตอร์ปรเมศอาจหลับยาว เป็นเดือนหรือปีอยู่ที่กำลังใจหรือบางทีเขาอาจไม่ตื่นขึ้นมาเลยก็เป็นได้ “ตอนนี้รองอธิการฐานินถูกจับและริบทรัพย์สินทั้งหมด ลูกกับภรรยาของเขาอาจโดนร่างแหไปด้วย ไม่ต้องห่วงนะครับเขาถูกขังจนลืมอย่างแน่นอน” เพราะหลักฐานมัดตัว ซ้ำยังมีคดีพยา
เวลาผ่านไปเกือบครึ่งชั่วโมง ศาสตราจารย์ด็อกเตอร์ปรเมศได้โผล่มาเจอทุกคน ที่กำลังนั่งพักพอดี ซึ่งทำให้เซญ่าดีใจจนยิ้มไม่หุบ “ศาสตราจารย์ไปไหนมาคะเซญ่าเป็นห่วงแทบแย่” “พอดีผมเดินไปสำรวจต้นไม้ที่เพิ่งหามาให้ชาวบ้านปลูกน่ะครับ” “ดีจังเลยค่ะ ชาวบ้านที่นี่โชคดีมากเลยนะคะ ที่มีศาสตราจารย์คอยให้ความรู้เกี่ยวกับการเพาะปลูก รวมไปถึงผลไม้ทางเศรษฐกิจ” “ก็ไม่ขนาดนั้นหรอกครับ” คราวนี้เขาพูดพลางกวาดสายตามองหาด็อกเตอร์เขมมิกา ทว่ากลับไม่เจอแม้แต่เงาของเธอ “พักอีกสักห้านาทีนะครับ” เสียงผู้ใหญ่บ้านดังขึ้น “เดี๋ยวก่อนนะครับผู้ใหญ่ ใครเห็นด็อกเตอร์เขมมิกาบ้าง” “ผมก็เห็นเธอเดินตามมาติด ๆ นี่ครับ” “ใช่ค่ะ ด็อกเตอร์เขมมิกาเดินเป็นคนสุดท้ายแล้วเธอหายไปไหน” อาจารย์ผู้หญิงอีกคนพูดขึ้นด้วยสีหน้าตื่นตระหนก “หรือว่าเธอไปทำธุระส่วนตัว” “ถ้าไปก็ต้องบอ
“สวยไหม” “อืม... ก็สวย” “มานั่งตรงนี้สิ เดี๋ยวผมถ่ายรูปให้” “ฉันไม่ชอบถ่ายรูปค่ะ” “พูดแบบนี้คุณกำลังหึงผมอยู่หรือเปล่า” “ทำไมฉันต้องหึงคุณด้วยล่ะ ในเมื่อเราสองคนไม่ได้เป็นอะไรกัน” “ใจแข็งจัง... อีกนานแค่ไหนคุณจะให้อภัยผม” “คงไม่มีวันนั้นหรอกค่ะ” “ผมยินดีชดใช้ความผิดนั้นด้วยชีวิต ขอแค่คุณยอมอภัยให้ผม” “ถ้าเทียบกับมิราชีวิตของคุณไม่ได้มีค่ามากพอ” “เขม...” น้ำเสียงตัดพ้อขอความเห็นใจกลับไม่มีผลต่อเขมมิกา “ขอโทษนะคะศาสตราจารย์! ฉันไม่ใช่นักบวชที่จะปล่อยวางเรื่องราวในอดีตลงได้” “ผมเองก็ไม่ใช่นักบุญ”
“ผมกับเขมมิกาเป็นพี่น้องต่างบิดา ส่วนมิราคือหลานสาวที่ผมรักเหมือนลูกแท้ ๆ” “ฮะ!...” ทับทิมถึงกับพูดไม่ออก หล่อนแพ้แล้วแพ้เนเน่ทุกประตู “เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย เอาผู้หญิงคนนี้ไปส่งตำรวจ” “ไม่นะ! ฉันไม่ได้ทำอะไรผิดสักหน่อย” “คุณเป็นคนปล่อยข่าวผมกับเน่เน่ ภรรยาของผมถูกสังคมตราหน้าว่าแย่งสามีเพื่อนตัวเอง ผมจะดำเนินคดีอย่างที่สุด ให้พ่อของคุณไปเจรจากับตำรวจที่โรงพักเองแล้วกัน” “ปล่อยฉันนะ! พี่เนเน่ช่วยฉันด้วยสิ ฉันเป็นน้องสาวของพี่นะ” เสียงของทับทิมไม่มีผลต่อความรู้สึกของเนเน่เลยสักนิด “ทุกคนจำเอาไว้ ใครก็ตามที่แตะต้องภรรยาของผมได้เจอดีแน่” คำขู่ของท่านประธานหนุ่มทำเอาพนักงานทุกคนก้มหน้าไม่กล้าสบตาคม ซึ่งพร้อมพิฆาตคนคิดร้ายภรรยาของเขา “ขอบคุณนะคะที่คุณปกป้องเนเน่” “คุณคือภรรยาของผมนะที่รัก คราวหลังไม่ต้องไปยอมใครหัดสู้กลับบ้าง ผมพร้อมเป็นแม่ทัพคอยหนุนหลังคุณตลอดเ







