FAZER LOGIN9กู่เหยียนยืนอยู่ข้าง ๆ มองดูเราดึงดันกัน แล้วเตือนด้วยน้ำเสียงสงบว่า"คุณผู้ชายท่านนี้ กรุณาปล่อยเธอ ไม่เช่นนั้นผมจะโทรแจ้งตำรวจ"ท่าทีของเขาเป็นการปกป้อง แต่ยังคงไว้ซึ่งความสุภาพและการยับยั้งชั่งใจ"ขอโทษด้วยนะคะกู่เหยียน ที่ทำให้พี่ต้องเสียเวลา รอฉันสักครู่นะ ฉันไปอธิบายให้เขาเข้าใจเอง"กู่เหยียนเหลือบมองฉัน แล้วหันไปมองลู่จิ่งเซินที่ดึงดันพูดกำชับด้วยความกังวล"มีเรื่องก็โทรหาผมได้ตลอด ผมไปรอคุณที่ตรงนั้น"เขาให้พื้นที่คุยส่วนตัวให้กับเราอย่างตามลำพังด้วยความเอาใจใส่มองดูกู่เหยียนเดินจากไป ฉันหันสายตาไปมองลู่จิ่งเซินอีกครั้งความโกรธในดวงตาของเขาค่อยๆ ลดลง ถูกแทนที่ด้วยความตื่นตระหนกอีกแบบหนึ่งเขาเหมือนไม่เข้าใจว่า ทำไมครั้งนี้ เรื่องทุกอย่างมันถึงหลุดการควบคุมจากมือของเขาไปทันใดนั้นฉันก็รู้สึกเหนื่อยล้ามาก จนไม่มีแม้แต่แรงที่จะโต้เถียง“ลู่จิ่งเซิน” ฉันเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่สงบอย่างมากจนแม้แต่ตัวเองก็ยังประหลาดใจ “คุณถามว่าทำไมฉันถึงต้องหย่ากับคุณใช่ไหม?เอาล่ะ ฉันจะบอกคุณ”ฉันเริ่มพูดจากโทรศัพท์เครื่องเก่านั้นคำสัญญาที่เขาผิดต่อฉันการลำเอียงและการยกเว้นที่เขามี
8เครื่องบินลงจอดที่เมืองหยุนเฉิง ห่างออกไปสองพันกิโลเมตรนี่คือบ้านเกิดของฉัน เมืองเล็กๆ ทางตอนใต้ ที่มีอากาศอบอุ่นและชื้นฉันลากกระเป๋าเดินทาง ยืนอยู่หน้าประตูบ้านที่ทั้งคุ้นเคยและแปลกตา รวบรวมความกล้าทั้งหมดแล้วกดกริ่งคนที่มาเปิดประตูคือแม่ฉันเธออึ้งไปครู่หนึ่ง จากนั้นก็ตาแดงก่ำทันที“ยังรู้จักกลับบ้านอีกเหรอ!” เมื่อได้ยินแบบนี้ พ่อก็เดินออกมาจากห้องนั่งเล่น น้ำเสียงเคร่งขรึม แต่มือที่สั่นเทากลับเผยให้เห็นถึงอารมณ์ความรู้สึกของเขาฉันก้มหน้าลง เสียงสะอื้น “พ่อคะ แม่คะ หนูขอโทษ......” ตอนนั้นพวกเขาก็ไม่เห็นด้วยที่ฉันกับลู่จิ่งเซินจะแต่งงานกัน แต่ฉันยืนกรานที่จะแต่งงานกับเขา โดยไม่สนคำเตือนของพวกเขา“ต้องลำบากมามากเลยสินะ เจ้าหนูโง่เอ๋ย?” แม่ดึงมือของฉันมาจับอย่างเอ็นดู มองฉันตั้งแต่หัวจรดเท้า“ผอมลงนะ”“หลายปีมานี้ไม่ได้กินข้าวดีๆหรือเปล่า?”“แม่ไปทำซี่โครงเปรี้ยวหวานที่ลูกชอบที่สุดให้นะ”ฉันมองดูผมหงอกของพ่อแม่ น้ำตาก็เอ่อล้นทะเลาะกับครอบครัวเพราะผู้ชายคนหนึ่ง มันช่างโง่เขลายิ่งนักโชคดีที่ยังไม่สายเกินไปในวันต่อ ๆ มา ฉันไปเดินตลาดกับแม่ ฟังเธอพูดว่าผักของร้าน
7คนที่ส่งข้อความไปรู้ตัวทันทีว่าส่งผิดกลุ่ม อยากจะยกเลิกข้อความแต่ก็สายเกินไปแล้ว「นี่ฉันไม่ได้ดูผิดใช่ไหม ประธานลู่กับหลินซี?」「เดี๋ยวก่อน ประธานลู่เกลียดหลินซีที่สุดแล้วไม่ใช่เหรอ???」「พวกเขาแต่งงานกันเมื่อไหร่ ปิดบังได้เนียนมาก!」「ที่แท้หลินซีต่างหากที่เป็นภรรยาของประธานลู่ แล้วเย่หว่านฉิงเป็น?」「ไม่แปลกใจเลยที่คืนนี้หลินซีจะอาละวาดออกมา สาดไวน์ใส่หน้าประธานลู่ต่อหน้าสาธารณชน......」ข้อความนี้เหมือนกับระเบิดที่ซ่อนอยู่ แม้แต่พนักงานที่เงียบที่สุดก็ถูกระเบิดออกมาจนได้ข้อความต่างๆ หลั่งไหลเข้ามาในแชทกลุ่มแต่ลู่จิ่งเซินกลับนิ่งงัน ราวกับถูกกดปุ่มหยุดชั่วคราวให้หยุดไว้กับที่สมองของเขาว่างเปล่าวันรุ่งขึ้น ข่าวลือแพร่กระจายไปทั่วบริษัทเย่หว่านฉิงจำเป็นต้องกัดฟันฝืนมาทำงาน ตลอดทางก็มีแต่คนมองด้วยสายตาเหมือนจะติและดูถูกแบบไม่ปิดบังเลยไปห้องน้ำชา เพื่อนร่วมงานที่กำลังคุยและหัวเราะกันอย่างมีความสุขอยู่ ก็เงียบลงทันที แล้วแยกย้ายกันไปพร้อมเพรียงแถมยังมีคนจงใจขึ้นพูดเสียงดังขณะที่เธอเดินผ่านมาพอดี"ไปแทรกในชีวิตคู่ของคนอื่น ยังกล้ามาทำงานอีก รู้ทั้งรู้ว่าเขามีครอบครัวก็
6ลู่จิ่งเซินไปหาเย่หว่านฉิงอีกครั้งทันทีที่หญิงสาวลงมาจากบันได บนใบหน้าก็เต็มไปด้วยความดีใจ และมีความได้ใจที่ควบคุมได้แอบแฝงอยู่เล็กน้อย“จิ่งเซิน คุณจะมาอยู่เป็นเพื่อนฉันเหรอ?”ลู่จิ่งเซินพูดอย่างตรงไปตรงมา น้ำเสียงสงบจนไร้ร่องรอยความหวั่นไหว“หว่านฉิง คุณเห็นแชทกลุ่มของบริษัทหรือยัง?”เย่หว่านฉิงอึ้งไปครู่หนึ่ง “ยังเลยค่ะ ทำไมเหรอคะ?”สายตาที่เฉียบคมและเจาะลึกของลู่จิ่งเซินจ้องมองเย่หว่านฉิง พิจารณาอย่างตรงไปตรงมา แบบไม่คิดจะปิดบัง“ข่าวลือเกี่ยวกับเรานั่น คุณเป็นคนปล่อยออกไปไม่ใช่เหรอ?”ในดวงตาของเย่หว่านฉิงพลันปรากฏทั้งความตกใจและรู้สึกเจ็บปวดใจเธอก้าวถอยหลังไปครึ่งก้าว ดวงตาแดงก่ำทันที“จิ่งเซิน ทำไมคุณถึงคิดอย่างนั้นกับฉันล่ะ?”“ฉันเพิ่งกลับประเทศมา ไม่มีเพื่อนที่นี่เลย และเพิ่งเข้าทำงานในบริษัทของคุณวันนี้เอง จะไปสมรู้ร่วมคิดไปปล่อยข่าวลือพวกนั้นกับเพื่อนร่วมงานได้ยังไงกัน?”“ทำแบบนั้นมันมีผลประโยชน์อะไรกับฉัน?”คิ้วของลู่จิ่งเซินกระตุกเล็กน้อย จับช่องโหว่ในคำพูดของเธอได้“หว่านฉิง ไหนคุณบอกว่าคุณไม่ได้ดูไม่ใช่เหรอ?”“รู้เรื่องพวกนี้ได้ยังไง?” เย่หว่านฉิงรีบ
5ลู่จิ่งเซินที่เสื้อมีคราบไวน์และบรรยากาศอึมครึม ส่งเย่หว่านฉิงกลับไปที่อพาร์ตเมนต์ เย่หว่านฉิงปลอบเขาอย่างอ่อนโยน “จิ่งเซิน อย่าโกรธไปเลย หลินซีเธอคงเข้าใจผิด ฉันคิดว่าเธอก็คงไม่ได้ตั้งใจหรอก”“ฉันไม่เป็นอะไร แต่ขอโทษที่ทำให้คุณต้องลำบาก”“พวกคุณอย่าทะเลาะกันเพราะฉันเลยนะ” สายตาของลู่จิ่งเซินจ้องมองแสงไฟนีออนที่ค่อยๆ จางหายไปในนอกหน้าต่าง และตอบอืมอย่างไม่ใส่ใจเธอหยุดชะงัก ยื่นมือออกไป อยากช่วยเขาจัดเนคไทที่ยุ่งเล็กน้อยให้เรียบร้อยน้ำเสียงอ่อนโยนกว่าเดิม“เห็นคุณเป็นแบบนี้ ฉันรู้สึกสงสาร......” ลู่จิ่งเซินหลบไปด้านข้างโดยสัญชาตญาณมือของเย่หว่านฉิงหยุดชะงักในกลางอากาศ สีหน้าเจ็บปวดเล็กน้อย“จิ่งเซิน ฉันไม่ได้หมายความอย่างอื่นนะ”“ผมรู้” ลู่จิ่งเซินหยุดชะงัก พลางคลายเนคไทอย่างหงุดหงิด “ผมทำเองได้” ในรถถูกปกคลุมด้วยความเงียบที่น่าอึดอัดลู่จิ่งเซินดูเหมือนจะไม่รู้สึกอะไรเลย ปลายนิ้วเคาะขอบกระจกหน้าต่างรถโดยไม่รู้ตัวความรู้สึกไม่สบายใจและความตื่นตระหนกที่ไม่อาจอธิบายได้ค่อย ๆ แผ่ซ่านอยู่ในใจไม่นาน พวกเขาก็มาถึงอพาร์ตเมนต์ที่เย่หว่านฉิงพักอยู่“จิ่งเซิน ขอบคุณที่
4คืนนี้เป็นงานฉลองครบรอบบริษัท มีการจัดงานเลี้ยงใหญ่ก่อนที่จะลาออกอย่างเป็นทางการ ฉันก็ยังไปร่วมงานอยู่ดีอย่างน้อยก็ต้องเอาโบนัสสิ้นปีที่ควรได้ต่อหน้าทุกคน บนเวทีลู่จิ่งเซินประกาศรับเย่หว่านฉิงเข้าทำงานอย่างเปิดเผยแถมยังกำชับทุกคนเป็นพิเศษว่า ให้ดูแลเพื่อนร่วมงานใหม่ให้ดีด้วยมีคนกระซิบว่า"คุณพระช่วย นี่เป็นคำพูดที่ซีอีโอลู่ผู้เข้มงวดและเที่ยงธรรมพูดออกมาจริงเหรอ?"ฉันฟังอยู่ด้านล่างเวที และปรบมืออย่างให้ความร่วมมือสายตาของลู่จิ่งเซินเหลือบมองมาทางฉันอย่างไม่ตั้งใจ ราวกับกำลังสังเกตปฏิกิริยาของฉันวินาทีต่อมา เย่หว่านฉิงที่สวมรองเท้าส้นก็ก้าวพลาด เขาจึงรีบหันไปพยุงเธองานเลี้ยงดำเนินไปได้ครึ่งทางแล้วฉันออกไปสูดอากาศบริสุทธิ์ที่หน้าระเบียง และได้ยินเสียงของลู่จิ่งเซินและเพื่อนของเขา"ทำไม ทะเลาะกับหลินซีอีกแล้วเหรอ?"เขาหมุนแก้วไวน์อย่างไม่ใส่ใจ “อืม” เพื่อนของเขาถอนหายใจ “นิสัยดื้อๆของนายเนี่ย เมื่อไหร่นายจะเป็นฝ่ายริเริ่มขอโทษและปลอบใจเค้าบ้าง ผู้หญิงดีๆ อย่างเธอเนี่ยหายากนะ”“ฉันรู้”“แล้วนายจะพาเย่หว่านฉิงมาทำให้เธออาบอายทำไมล่ะ?นายทำแบบนี้ มีแต่จะเพิ่มความ







