Masukมันคงถึงเวลาแล้วใช่ไหมที่เขาควรทำตามคำสัญญาที่เคยให้ไว้กับแม่ โดยหันกลับไปญาติดีกับพ่อผู้ให้กำเนิดของตัวเอง เมื่อตัดสินใจได้ดังนั้นจึงโทรศัพท์เข้ามือถือของอาทรตามนามบัตรที่เพื่อนรักทิ้งไว้ให้
“อาการของพ่อเป็นยังไงบ้างครับคุณอาทร” เขาเอ่ยถามทันทีที่อีกฝ่ายรับสาย
“น่าเป็นห่วงมากครับคุณติณณ์ หมอบอกว่าคุณไตรจะต้องเข้ารับการผ่าตัดหัวใจโดยด่วน แต่คุณไตรก็ยังดึงดันขอเลื่อนกำหนดการผ่าตัดออกไปก่อน”
“รู้สึกตัวบ้างหรือยังครับ”
“รู้สึกตัวแล้วครับ แต่ตอนนี้คุณไตรหลับไปเพราะฤทธิ์ยา คุณติณณ์มีธุระด่วนอะไรกับท่านหรือเปล่าครับ”
ติณณภพนิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยปาก “ผมอยากคุยกับพ่อ”
“ถ้าคุณไตรตื่นผมจะรีบเรียนให้คุณไตรทราบครับ”
ทันใดนั้นก็มีเสียงของใครคนหนึ่งดังแทรกขึ้น
“กำลังคุยกับใครอยู่เหรออาทร”
“คุณติณณ์โทรมาถามอาการของคุณไตรครับ”
สีหน้าของคนป่วยแช่มชื่นขึ้นทันตาเห็น แม้จะยังคงซีดเผือดแต่กลับมีรอยยิ้มบนใบหน้า เมื่อรู้ว่าบุตรชายโทรศัพท์ทางไกลมาถามถึงอาการของตนเอง
“ให้ฉันคุยกับเขา”
“คุณไตรจะพูดกับคุณติณณ์ครับ” อาทรเอ่ยก่อนจะเดินไปยื่นโทรศัพท์ให้ผู้เป็นนาย
“ติณณ์เหรอลูก”
“พ่อเป็นยังไงบ้าง”
“ยังไม่ตาย”
“คุณอาทรบอกผมว่าพ่อไม่ยอมเข้ารับการผ่าตัดตามคำแนะนำของหมอ ทำไมครับ หรือเป็นเพราะห่วงงานที่บริษัท”
“ถ้าเข้าผ่าตัดคงต้องพักฟื้นอีกนานพ่อเป็นห่วงเรื่องงาน พ่อเลยขอเวลาไปจัดการทุกอย่างที่บริษัทให้เข้าที่เข้าทางก่อน”
“ถ้าผมยอมทำตามที่พ่อต้องการ พ่อจะเข้ารับการผ่าตัดไหมครับ”
สีหน้าของไตรภพแสดงถึงความยินดีที่สุดท้ายลูกก็ยอมฟังคำร้องขอของตนเอง
“ติณณ์พูดจริงเหรอลูก”
“จริงครับ แต่ผมมีข้อแม้บางอย่าง ถ้าพ่อยอมทำตามข้อตกลง ผมกับภูมิก็จะรีบเดินทางไปเมืองไทยทันที”
“ตกลง”
“พ่อยังไม่ได้ฟังเงื่อนไขของผมเลยนะ”
“ไม่ว่าติณณ์ต้องการอะไรพ่อก็ยินดีที่จะทำตามความต้องการของติณณ์ทุกอย่าง ขอเพียงติณณ์ยอมกลับมาสานต่อธุรกิจของเรา พ่อจะได้วางใจ”
“สิ่งแรกที่พ่อต้องทำคือยอมเข้ารับการผ่าตัด ส่วนเงื่อนไขอื่น ๆ ผมจะกลับไปคุยกับพ่อด้วยตัวเองอีกที”
“ได้ ตกลงตามนี้”
“รักษาตัวด้วยนะครับ”
“พ่อจะให้อาทรจัดการเรื่องการเดินทางทั้งหมด”
“ไม่ต้องครับผมทำเองได้ แล้วเจอกันที่เมืองไทยครับ”
“ติณณ์จะเดินทางมาเมื่อไร”
“เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้” จากนั้นก็วางสายก่อนจะพึมพำออกมาเบา ๆ
“ผมตัดสินใจไม่ผิดใช่ไหมครับแม่”
ติณณภพสัมผัสได้ถึงสายลมที่วูบไหวพัดผ่านตัวเขา ราวกับนั่นคือสิ่งยืนยันจากมารดาว่า สิ่งที่เขาตัดสินใจทำลงไปนั้นถูกต้อง
หลังจากนั้นก็ใช่ว่าทุกอย่างจะจบ ไตรภพยังคงต้องเลื่อนการผ่าตัดออกไปก่อนอยู่ดี เพราะจะต้องเตรียมการจัดประชุมผู้ถือหุ้นและผู้บริหารระดับสูง
เพื่อแจ้งให้พวกเขาทราบถึงการเปลี่ยนตัวซีอีโอของบริษัท และคนที่จะเข้ามารับตำแหน่งนี้แทนเขาก็คือติณณภพ ซึ่งเป็นบุตรชายของเขาที่หลายคนอาจไม่รู้ หรือถึงรู้แต่ก็คงจะลืมเลือนไป มันคงไม่ง่ายที่จะทำให้พวกเขายอมรับในตัวติณณภพ ดังนั้นจึงต้องมีการเตรียมการอย่างรัดกุม เพื่อให้ทุกอย่างเป็นไปตามที่เขาต้องการ
นั่นจึงเป็นสาเหตุที่ทำให้เขาเรียกตัวอาทรเข้ามาพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องนี้อยู่บ่อยครั้ง แม้จะยังนอนพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลก็ตามที
อรจิราเดินทางมาเยี่ยมสามีที่โรงพยาบาล เธอมาคอยอยู่ดูแลเขาที่นี่ทุกวันนับตั้งแต่วันที่เขาเข้ารับการรักษาตัว วันนี้ก็เช่นกัน
“อาทรบอกอรว่าคุณจะเข้ารับการผ่าตัด”
“ใช่”
“ดีแล้วล่ะค่ะ คุณควรวางมือและพักรักษาตัวให้หายดีก่อน ว่าแต่คิดไว้หรือยังคะว่าจะให้ใครมาบริหารงานแทนคุณในช่วงที่คุณต้องพักรักษาตัว ให้พี่ศรเข้ามาช่วยดูแลงานทั้งหมดดีไหมคะคุณไตร อรจะได้คุยเรื่องนี้กับพี่ศร พี่ศรน่าจะเต็มใจที่จะรับงานนี้”
“ไม่เป็นไร เดี๋ยวผมจัดการเอง ผมคิดไว้แล้วว่าจะมอบหมายให้ใครมาดำเนินงานนี้แทนผม”
“บอกอรได้ไหมคะว่าคุณจะให้ใครมาทำหน้านี้”
“ถึงเวลานั้นคุณก็จะรู้เอง”
“ก็อรอยากรู้นี่คะ”
“คุณอย่ามายุ่งเรื่องงานที่บริษัทเลยนะ ปล่อยให้เป็นหน้าที่ผม”
“อรก็แค่เป็นห่วงแทนคุณ”
“ไม่ต้องกังวลผมจะจัดเตรียมทุกอย่างก่อนที่ผมจะเข้ารับการผ่าตัด”
อยากรู้จริงว่าไอ้แก่นี่มันเตรียมจะยกการบริหารงานในบริษัทนี้ให้ใคร นั่นเป็นสิ่งที่อยู่ในความคิดคำนึงของอรจิรา เมียสาวที่อยู่ในวันเดียวกับติณณภพ
แม้จะอยากรู้แต่อรจิราก็ไม่ได้เอ่ยถามอะไรอีก เพราะรู้นิสัยของไตรภพเป็นอย่างดี ถ้าเขาไม่พูดให้คะยั้นคะยอหรือเซ้าซี้ถามไปก็ไม่มีประโยชน์ เพราะเขาจะไม่ยอมเปิดปากบอกในสิ่งที่เธออยากรู้ ถ้านั่นคือสิ่งที่เขาไม่ต้องการให้เธอรู้ อย่างในกรณีนี้ก็เช่นกัน
“แล้วคุณจะเข้ารับการผ่าตัดเมื่อไรคะ”
“หลังจากที่มีการประชุมผู้ถือหุ้น บอกพี่ชายคุณด้วยนะว่าเขาต้องเข้าร่วมการประชุมในครั้งนี้”
อรจิรายิ้มออกมาอย่างพึงพอใจเมื่อได้ยินคำพูดนั้น
“ไม่ต้องห่วงค่ะอรจะบอกพี่ศรเรื่องนี้เอง ว่าแต่การประชุมจะจัดขึ้นเมื่อไรคะ”
“หลังจากที่หมออนุญาตให้ผมออกจากโรงพยาบาลเป็นการชั่วคราว ก็คงเร็ว ๆ นี้ล่ะ”
พระเจ้า...เธอช่างหอมหวาน...หวานไปทั้งเนื้อทั้งตัว ริมฝีปากเธอแยกออกเล็กน้อย แต่ความเคลื่อนไหวนั้นบอกความลังเล ราวกับว่าเธอยังคงกำลังตัดสินใจ ติณณภพดึงเธอเข้ามาใกล้ยิ่งขึ้น เขาจุมพิตเธอเนิ่นนานพร้อมกับสอดแขนใต้เข่าและแผ่นหลังเธอ อุ้มเธอขึ้นมาอย่างงายดายก่อนจะวางตัวเธอลงบนเตียงนอน ตรึงข้อมือเธอไว้อย่างอ่อนโยน ใช้เพียงริมฝีปากเพื่อทำให้เธอตื่นเต้น เขาและเล็มใบหูและซอกคอหอมกรุ่นนุ่มละมุนเรื่อยมาจนถึงฐานลำคอ เสียงครางด้วยความสุขติดอยู่ในลำคอของเธอ ความรู้สึกของมัฑณาวีหมุนคว้าง แต่ก็รับรู้ถึงแรงสั่นสะท้านที่แล่นลงสู่ทุกเส้นประสาทของเรือนกาย ทั้งหมดนี้เกิดจากสัมผัสรักที่เขามอบให้ เธอต้องหยุดเขาก่อนที่ทุกอย่างจะเลยเถิดมากไปกว่านี้ “เราทำแบบนี้ที่นี่ไม่ได้นะคะติณณ์ คุณยายอยู่ที่นี่ด้วย” ติณณภพผละจากร่างบางไปนอนหงายอยู่ข้างตัวเธอ ไม่ง่ายเลยที่จะสะกดกลั้นความต้องการของตัวเอง “จริงของคุณ ทุกคนกำลังรอเราอยู่ พ่อผมก็ด้วย” “คุณพ่อก็มาที่นี่ด้วยเหรอคะ” “ผมชวนท่านมาเอง ป่านนี้ทุกคนคงรอกันแย่แล้ว”
หลังจากที่ได้ระบายความอัดอั้นในใจออกมาจนหมดสิ้น เธอก็ยอมที่จะฟังคำแก้ตัวจากปากของเขา ยอมให้เขาได้อธิบาย “ก็อธิบายมาสิว่าคุณมีเหตุผลอะไรที่ทำให้คุณไม่เชื่อใจฉัน” “ไม่ใช่ผมไม่เชื่อใจคุณนะมัท ผมเชื่อใจคุณมาตลอด ไม่มีสักครั้งที่ผมจะสงสัยในตัวคุณ เพียงแต่ผมต้องทำแบบนั้นเพื่อให้อดิศรตายใจ เขาจะได้ไม่ไหวตัวหนีไปก่อนที่เราจะดำเนินการตามกฎหมาย” “คุณรู้ว่าเขาเป็นคนยักยอกเงินบริษัท” “และก็รู้ด้วยว่าเขาสร้างหลักฐานเท็จมาใส่ร้ายป้ายสีผู้หญิงที่ผมรัก” “แต่คุณก็ยังทำเหมือนว่าเชื่อคำพูดของเขาและปรักปรำผู้หญิงที่คุณบอกว่ารัก” “มันจำเป็นน่ะมัท ถ้าผมไม่ทำแบบนี้อดิศรก็อาจจะหลุดรอดไปได้เหมือนอย่างคราวที่แล้วอีก” “ทำไมคุณถึงไม่บอกฉัน” “ถ้าผมบอกคุณ ๆ ก็อาจจะทำพิรุธให้อดิศรสงสัย เขาอาจจะไหวตัวหนีไปก่อนที่เราจะมีหลักฐานไปจับตัวเขาไว้ได้ หรือไม่เขาก็อาจจะจับตัวคุณไว้เพื่อมาต่อรองกับผม และไม่ว่าเขาจะเรียกร้องอะไรผมคงยอมทุกอย่างเพื่อแลกกับตัวคุณ ผมรักคุณนะมัท รักมาก และจะไม่ยอมเสียคุณไปเด็ดขาด”
ในเวลาเดียวกันนั้นเอง ติณณภพเดินเข้าไปในห้องนอนของหญิงสาวที่เขารัก โดยไม่ได้ทำเสียงกระโตกกระตาก เขาพบว่าเธอกำลังยืนเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่าง และยังไม่มีทีท่าจะรู้ตัวว่ามีคนบุกรุกเข้ามาภายในห้อง ติณณภพเดินตรงเข้าไปสวมกอดมัฑณาวีไว้จากทางด้านหลัง พร้อมกับจูบไซ้ซอกคอเธอด้วยความคิดถึง หญิงสาวตกใจที่ถูกจู่โจมอย่างกะทันหัน แต่เมื่อเห็นว่าใครเป็นคนทำก็รีบสลัดตัวออกจากอ้อมกอดเขา พร้อมกับหันมายืนเผชิญหน้า เธอจ้องมองเขาอย่างกับจะกินเลือดกินเนื้อ “คุณเข้ามาได้ยังไง ใครให้คุณเข้ามาที่นี่” “คุณยายอนุญาตผมแล้ว และห้องของคุณก็ไม่ได้ล็อคผมก็เลยเดินเข้ามา” “ออกไป” เธอเอ่ยปากไล่เขาซึ่งหน้า “ไม่” “ฉันบอกให้คุณออกไปจากห้องของฉันเดี๋ยวนี้” เพราะความโกรธทำให้เธอเปลี่ยนสรรพนามที่ใช้แทนตัวเอง “ผมจะไม่ยอมก้าวออกไปไหนทั้งนั้นถ้าเรายังคุยกันไม่รู้เรื่อง” “ความจำเสื่อมหรือไง เราเลิกกันแล้ว ระหว่างเราไม่มีอะไรต้องคุยกัน ถ้าไม่ออกไปอย่าหาว่าฉันไม่เตือน” “เอาเลยมัท อยากทำอะไรก็ทำเลย แต่ผมจะไม่ยอมก้า
ติณณภพชวนบิดาและภูมิระพีให้เดินทางไปที่ไร่ห่มรัก เพราะจะไปปรับความเข้าใจกับมัฑณาวี และไม่ลืมที่จะโทรศัพท์ไปบอกภาคินถึงเรื่องนี้ “พิซซี่กับลียาก็กำลังจะเดินทางไปที่นั่น แล้วเจอกัน ยังมีเรื่องที่เราต้องต่อว่าคุณเยอะเลย แต่ตอนนี้มีภารกิจที่สำคัญมากกว่านั้น” “คุณจะเป็นแนวร่วมให้ผมใช่ไหม” “แน่นอน แต่คุณต้องสัญญากับพวกเราว่าจะไม่ทำให้มัทเจ็บเจียนตายแบบนี้อีก” “ผมสัญญา แล้วเจอกันที่ไร่ห่มรักนะครับ” ระหว่างทางภูมิระพีได้เอ่ยปากขอโทษเพื่อนรัก “ขอโทษนะที่ฉันเข้าใจนายผิด หลงต่อว่านายเสียตั้งมากมาย แต่ถ้านายเป็นฉัน แล้วเห็นคุณมัทร้องไห้เสียใจมากแค่ไหนกับการกระทำของนาย ๆ ก็คงทำแบบที่ฉันทำเหมือนกัน” “มัทเสียใจมากเลยเหรอ” “แค่พูดว่าเสียใจยังน้อยเกินไปด้วยซ้ำ ที่ถูกต้องพูดว่าหัวใจแตกสลายมากกว่า เธอร้องไห้น้ำตาแทบเป็นสายเลือด แม้แต่คุณพิซซี่ยังบอกว่าตั้งแต่รู้จักกันมา ไม่เคยเห็นคุณมัทเสียใจกับเหตุการณ์ไหนมากเท่านี้มาก่อน นายเตรียมทำใจไว้ได้เลยอะไร ๆ อาจจะไม่ง่ายอย่างที่คิด” “ฉันทำใจไ
ความเสียใจจากชายที่มัฑณาวีหลงรัก ทำให้เธอกลับมาพักอยู่กับคุณยายที่ไร่ห่มรัก แม้จะพยายามทำตัวให้ร่าเริงเหมือนปกติ แต่ก็ยังไม่สามารถรอดพ้นสายตาของคนที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมาก่อนอย่างกานดาไปได้ เธอรู้ดีว่าหลานสาวทุกข์ใจเพียงแต่พยายามทำตัวให้ร่าเริง เพราะไม่อยากให้เธอต้องทุกข์ใจตามไปด้วย กานดารอคอยให้เวลาผ่านไปสักพักโดยไม่ถามอะไรที่จะไปสะกิดแผลใจของหลาน รอให้สบโอกาสจึงได้เอ่ยปากถาม “มัทมีอะไรจะเล่าให้ยายฟังไหมลูก” ความเงียบเริ่มเข้าครอบงำ มัฑณาวีไม่อยากโกหกผู้เป็นยาย แต่ก็ไม่อยากเล่าเรื่องทุกข์ใจของตัวเองให้ท่านฟัง ด้วยเกรงว่าท่านจะร้อนใจตามไปด้วย “บอกยายได้ไหมว่าอะไรทำให้มัทเศร้าและทุกข์ใจมากอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน” กานดาเอ่ยถามพร้อมกับลูบผมของหลานด้วยความรักใคร่ “คุณยายรู้ได้ยังไงคะ” เธอเอ่ยถามเสียงแผ่วเบา “มัทเป็นหลานของยาย ยายเลี้ยงมัทมากับมือ มีหรือที่จะไม่รู้ว่ามัทแปลกไป แม้ว่ามัทจะพยายามทำตัวให้ร่าเริง เพื่อปกปิดเรื่องเศร้าโศกเสียใจของตัวเอง แต่มัทปิดยายไม่ได้หรอกลูก ที่ยายไม่ถามทันทีเพราะอยากให้มัทมีเ
“ตอบพ่อมาตามความรู้สึกที่แท้จริงของติณณ์ ลูกเชื่อจริง ๆ เหรอว่ามัททำ” “ผมกำลังตรวจสอบอยู่ครับ” “ไม่เอาการตรวจสอบ พ่ออยากรู้ความรู้สึกของติณณ์” ติณณภพนิ่งไปพักใหญ่ ใช่ว่าเขาเองไม่เสียใจแต่จำเป็นต้องทำ แม้ไม่มีใครเข้าใจก็ไม่เป็นไร เมื่อความจริงถูกเปิดเผยทุกคนก็จะรู้เอง เขาได้แต่หวังว่าเมื่อเวลานั้นมาถึง คนที่เคยโกรธเคืองเขาจะยอมเข้าใจและให้อภัย เขาสบตาบิดาก่อนจะเอื้อนเอ่ยวาจา “ผมยังยืนยันที่จะทำให้ความจริงปรากฏ และไม่ว่าใครก็ตามที่ทำผิดก็ต้องได้รับโทษตามกฎหมาย” ติณณภพยังคงปากแข็งอยู่ดี แต่แววตาของเขาบ่งบอกให้ไตรภพรู้ว่าลูกเองก็ทุกข์ใจกับเรื่องนี้ ความรู้สึกที่ติณณภพมีก็คงจะไม่แตกต่างไปจากที่มัฑณาวีรู้สึก คือเสียใจและทุกข์ใจไม่ต่างกัน “พ่อจะบอกอะไรให้นะติณณ์ คนรักกันจำเป็นจะต้องมีความไว้เนื้อเชื่อใจกัน นั่นคือสิ่งสำคัญ ถ้าไม่มีสิ่งนี้ชีวิตรักก็จะไปกันไม่รอด ไม่ว่าจะตั้งใจหรือไม่ตั้งใจติณณ์ก็ได้ทำให้มัทรู้ว่าติณณ์ไม่เชื่อใจเธอ คนเราถ้าสูญเสียความรู้สึกดี ๆ ที่เคยมีต่อกันไปแล้ว มันก็ยากที่จะประส







![บ่วงรักรอยบาป [NC-20+]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)