Masuk“ลูกชาย! ทำไมอรถึงไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าคุณแอบไปมีลูกกับผู้หญิงอื่น” หญิงสาวเสแสร้งทำเป็นว่าไม่เคยรู้ข้อมูลนี้มาก่อน
“ติณณ์เป็นลูกที่เกิดกับตติยาภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายเพียงคนเดียวของผม”
น้ำเสียงที่เอ่ยถึงอดีตภรรยาฟังดูอ่อนโยนราวกับว่ายังมีเยื่อใยต่อกัน
“ดูเหมือนคุณจะยังรักและอาลัยอาวรณ์เธออยู่นะคะ ทั้งที่เลิกลากันไปตั้งนานแล้ว”
“ผมรักเธอเสมอมา”
อรจิราคอแข็งขึ้นมาทันทีที่ได้ยินคำตอบของสามี
“ถ้ารักเธอมากนักแล้วหย่ากับเธอทำไมคะ”
“เพราะผมอยากให้เธอมีความสุข ไม่ต้องมาทนทุกข์ทรมานด้วยการใช้ชีวิตอยู่กับผู้ชายมากรักอย่างผม แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าผมหมดรักในตัวตติยา”
“คุณมั่นใจแล้วเหรอคะว่าลูกชายของคุณจะรับผิดชอบงานนี้ได้จริง ๆ”
“ผมเคยบอกคุณหลายครั้งแล้วนะอรว่าอย่ามายุ่งเรื่องงานของผม ธุรกิจของผม ๆ จัดการเองได้ และไม่ชอบให้คุณเข้ามาวุ่นวายเข้าใจนะ” เสียงเฉียบขาดนั่นราวกับประกาศิตที่เธอต้องทำตาม
“ที่อรถามก็เพราะอรเป็นห่วงค่ะไม่ได้มีเหตุผลอื่น” อรจิรารีบเปลี่ยนมาพูดด้วยน้ำเสียงออดอ้อน
“ผมมั่นใจและก็ไว้ใจให้ติณณ์มารับผิดชอบงานนี้ เพราะเป็นเขาผมจึงวางใจที่จะไปพักรักษาตัวได้โดยไม่กังวล”
“แล้วเขาหายหน้าไปไหนมาตั้งนานคะ ทำไมถึงเพิ่งจะมาปรากฏตัวเอาตอนนี้ ฮึ! ได้จังหวะดีซะด้วย”
น้ำเสียงที่เอ่ยคำพูดเหล่านี้มีผลให้ไตรภพตวัดสายตาไปมอง สายตานั้นทำให้อรจิราต้องรีบเปลี่ยนคำพูด
“อย่าเข้าใจอรผิดนะคะ อรหมายถึงเขามาในเวลาที่เหมาะสม ซึ่งเป็นเวลาที่คุณจะต้องเข้ารับการผ่าตัดหัวใจพอดี”
“ผมเป็นคนขอร้องให้เขามาเอง”
“หมายความว่าตลอดเวลาที่ผ่านมาคุณยังติดต่อกับเขา”
“เราไม่ได้ติดต่อกันตั้งแต่วันที่ผมหย่าขาดกับตติยา เพราะเธอขอร้องไว้เช่นนั้น แต่ผมก็ยังติดตามเฝ้าดูเขาสองคนแม่ลูกเสมอ เพียงแต่พวกเขาไม่รู้”
“แล้วตอนนี้เขาพักอยู่ที่ไหนคะ ทำไมคุณถึงไม่พาเขามาพักกับเราที่นี่”
“ติณณ์ต้องการความเป็นส่วนตัว ผมเลยให้ลูกพักอยู่คอนโดริมน้ำที่ผมเคยซื้อทิ้งไว้ ผมสั่งให้คนมาตบแต่งใหม่ เพื่อให้เป็นที่พักของติณณ์และผู้ช่วยคนสนิทของเขา”
“อรจะได้พบกับเขาไหมคะ อรอยากทำความรู้จักกับเขาค่ะ” อันที่จริงอยากรู้เขาหน้าตาเป็นยังไงมากกว่า
“คงมีโอกาสสักวัน แต่ผมไม่อยากให้คุณไปยุ่งกับติณณ์ คุณก็อยู่ส่วนคุณ เขาก็อยู่ส่วนเขา”
“ทำไมคะ ในเมื่ออรเป็นเมียคุณ หรือว่าเขาไม่รู้” เสียงหวานฉายความไม่พอใจเด่นชัด
“รู้หรือไม่รู้ก็มีค่าเท่ากัน เพราะติณณ์ไม่เคยใส่ใจผู้หญิงที่อยู่รายล้อมรอบตัวผม บอกแล้วไงว่าเขาชอบความเป็นส่วนตัว ไม่ชอบยุ่งสุงสิงกับใครโดยไม่จำเป็น ผมจึงอยากให้คุณอยู่ในที่ของคุณ และก็ไม่ต้องกังวลว่าจะมีอะไรเปลี่ยนแปลง สิ่งที่คุณเคยได้คุณก็จะยังได้รับเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน ผมได้จัดเตรียมทุกอย่างเพื่อคุณไว้หมดแล้ว”
“ขอบคุณค่ะที่คุณยังนึกถึงอรเสมอ”
“ก็คุณเป็นเมียผม”
“เมียที่ไม่มีทะเบียน”
“ไม่เอาน่าอร ผมว่าเราคุยกันรู้เรื่องแล้วนะ ถึงผมจะไม่จดทะเบียนสมรสกับคุณแต่ก็รับรองคุณในฐานะเมีย ผมตั้งใจไว้ตั้งแต่หย่าขาดกับตติยาว่าจะไม่จดทะเบียนสมรสกับใครอีก และผมก็จะทำตามนั้น ไม่เคยคิดที่จะเสียความตั้งใจ”
“อรก็ไม่ได้ว่าอะไรนี่คะ และก็เต็มใจที่จะอยู่กับคุณแม้จะไม่ได้จดทะเบียนสมรสด้วยกัน ขอเพียงคุณให้ความสำคัญกับอรในฐานะเมียอย่างที่ควรจะเป็นก็พอใจแล้วค่ะ”
“ถ้าไม่มีอะไรแล้วผมขอไปอาบน้ำก่อนนะ”
“เดี๋ยวสิคะ อรอยากคุยกับคุณเรื่องของพี่ศร จำเป็นต้องย้ายพี่ศรไปทำงานไกลถึงภูเก็ตด้วยเหรอคะ”
“เขามีปัญหาอะไร” ไตรภพย้อนถามเสียงเข้ม
อรจิราจับความรู้สึกไม่พอใจได้จากน้ำเสียงที่เปลี่ยนไปของเขา เธอจึงรีบแก้ตัวแทนพี่ชาย
“พี่ศรไม่มีปัญหาหรอกค่ะ แต่อรไม่อยากให้พี่ศรไปอยู่ไกลแบบนั้น คุณก็รู้นี่คะว่าพี่ศรเป็นญาติเพียงคนเดียวของอร อรอยากให้พี่ศรอยู่ใกล้ ๆ จะได้อุ่นใจ เป็นไปได้ไหมคะถ้าจะให้พี่ศรประจำอยู่ที่สำนักงานใหญ่เหมือนเดิม”
“ผมพูดคำไหนก็เป็นคำนั้น” น้ำเสียงเฉียบขาดของเขาบ่งบอกให้รู้ว่าทุกอย่างต้องเป็นไปอย่างที่เขาพูด แต่อรจิราก็ไม่ลดละความพยายาม
“แต่ว่า...”
“ไม่มีคำว่าแต่อร ถ้าเขาไม่อยากทำก็ให้ลาออกไป”
“พี่ศรไม่มีปัญหาอะไรหรอกค่ะ ไม่ว่าคุณไตรจะให้เขาไปทำงานที่สาขาไหนเขาก็พร้อมที่จะทำค่ะ มีแต่อรนี่แหละที่ไม่อยากให้พี่ศรไปไกลหูไกลตา แต่ถ้าคุณตัดสินใจไปแล้วก็เป็นไปตามนั้นค่ะ อรคงจะไม่สามารถไปเปลี่ยนแปลงอะไรได้”
“เอาเป็นว่าผมจะให้ติณณ์ประเมินผลงานของพี่ชายคุณ หลังจากที่เขาย้ายไปทำงานที่นั่นได้ระยะหนึ่ง ถ้าติณณ์เห็นว่าควรที่จะย้ายพี่ชายคุณมาประจำที่สำนักงานใหญ่ก็คงมีคำสั่งเอง ตกลงตามนี้นะอร”
“ค่ะ”
พระเจ้า...เธอช่างหอมหวาน...หวานไปทั้งเนื้อทั้งตัว ริมฝีปากเธอแยกออกเล็กน้อย แต่ความเคลื่อนไหวนั้นบอกความลังเล ราวกับว่าเธอยังคงกำลังตัดสินใจ ติณณภพดึงเธอเข้ามาใกล้ยิ่งขึ้น เขาจุมพิตเธอเนิ่นนานพร้อมกับสอดแขนใต้เข่าและแผ่นหลังเธอ อุ้มเธอขึ้นมาอย่างงายดายก่อนจะวางตัวเธอลงบนเตียงนอน ตรึงข้อมือเธอไว้อย่างอ่อนโยน ใช้เพียงริมฝีปากเพื่อทำให้เธอตื่นเต้น เขาและเล็มใบหูและซอกคอหอมกรุ่นนุ่มละมุนเรื่อยมาจนถึงฐานลำคอ เสียงครางด้วยความสุขติดอยู่ในลำคอของเธอ ความรู้สึกของมัฑณาวีหมุนคว้าง แต่ก็รับรู้ถึงแรงสั่นสะท้านที่แล่นลงสู่ทุกเส้นประสาทของเรือนกาย ทั้งหมดนี้เกิดจากสัมผัสรักที่เขามอบให้ เธอต้องหยุดเขาก่อนที่ทุกอย่างจะเลยเถิดมากไปกว่านี้ “เราทำแบบนี้ที่นี่ไม่ได้นะคะติณณ์ คุณยายอยู่ที่นี่ด้วย” ติณณภพผละจากร่างบางไปนอนหงายอยู่ข้างตัวเธอ ไม่ง่ายเลยที่จะสะกดกลั้นความต้องการของตัวเอง “จริงของคุณ ทุกคนกำลังรอเราอยู่ พ่อผมก็ด้วย” “คุณพ่อก็มาที่นี่ด้วยเหรอคะ” “ผมชวนท่านมาเอง ป่านนี้ทุกคนคงรอกันแย่แล้ว”
หลังจากที่ได้ระบายความอัดอั้นในใจออกมาจนหมดสิ้น เธอก็ยอมที่จะฟังคำแก้ตัวจากปากของเขา ยอมให้เขาได้อธิบาย “ก็อธิบายมาสิว่าคุณมีเหตุผลอะไรที่ทำให้คุณไม่เชื่อใจฉัน” “ไม่ใช่ผมไม่เชื่อใจคุณนะมัท ผมเชื่อใจคุณมาตลอด ไม่มีสักครั้งที่ผมจะสงสัยในตัวคุณ เพียงแต่ผมต้องทำแบบนั้นเพื่อให้อดิศรตายใจ เขาจะได้ไม่ไหวตัวหนีไปก่อนที่เราจะดำเนินการตามกฎหมาย” “คุณรู้ว่าเขาเป็นคนยักยอกเงินบริษัท” “และก็รู้ด้วยว่าเขาสร้างหลักฐานเท็จมาใส่ร้ายป้ายสีผู้หญิงที่ผมรัก” “แต่คุณก็ยังทำเหมือนว่าเชื่อคำพูดของเขาและปรักปรำผู้หญิงที่คุณบอกว่ารัก” “มันจำเป็นน่ะมัท ถ้าผมไม่ทำแบบนี้อดิศรก็อาจจะหลุดรอดไปได้เหมือนอย่างคราวที่แล้วอีก” “ทำไมคุณถึงไม่บอกฉัน” “ถ้าผมบอกคุณ ๆ ก็อาจจะทำพิรุธให้อดิศรสงสัย เขาอาจจะไหวตัวหนีไปก่อนที่เราจะมีหลักฐานไปจับตัวเขาไว้ได้ หรือไม่เขาก็อาจจะจับตัวคุณไว้เพื่อมาต่อรองกับผม และไม่ว่าเขาจะเรียกร้องอะไรผมคงยอมทุกอย่างเพื่อแลกกับตัวคุณ ผมรักคุณนะมัท รักมาก และจะไม่ยอมเสียคุณไปเด็ดขาด”
ในเวลาเดียวกันนั้นเอง ติณณภพเดินเข้าไปในห้องนอนของหญิงสาวที่เขารัก โดยไม่ได้ทำเสียงกระโตกกระตาก เขาพบว่าเธอกำลังยืนเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่าง และยังไม่มีทีท่าจะรู้ตัวว่ามีคนบุกรุกเข้ามาภายในห้อง ติณณภพเดินตรงเข้าไปสวมกอดมัฑณาวีไว้จากทางด้านหลัง พร้อมกับจูบไซ้ซอกคอเธอด้วยความคิดถึง หญิงสาวตกใจที่ถูกจู่โจมอย่างกะทันหัน แต่เมื่อเห็นว่าใครเป็นคนทำก็รีบสลัดตัวออกจากอ้อมกอดเขา พร้อมกับหันมายืนเผชิญหน้า เธอจ้องมองเขาอย่างกับจะกินเลือดกินเนื้อ “คุณเข้ามาได้ยังไง ใครให้คุณเข้ามาที่นี่” “คุณยายอนุญาตผมแล้ว และห้องของคุณก็ไม่ได้ล็อคผมก็เลยเดินเข้ามา” “ออกไป” เธอเอ่ยปากไล่เขาซึ่งหน้า “ไม่” “ฉันบอกให้คุณออกไปจากห้องของฉันเดี๋ยวนี้” เพราะความโกรธทำให้เธอเปลี่ยนสรรพนามที่ใช้แทนตัวเอง “ผมจะไม่ยอมก้าวออกไปไหนทั้งนั้นถ้าเรายังคุยกันไม่รู้เรื่อง” “ความจำเสื่อมหรือไง เราเลิกกันแล้ว ระหว่างเราไม่มีอะไรต้องคุยกัน ถ้าไม่ออกไปอย่าหาว่าฉันไม่เตือน” “เอาเลยมัท อยากทำอะไรก็ทำเลย แต่ผมจะไม่ยอมก้า
ติณณภพชวนบิดาและภูมิระพีให้เดินทางไปที่ไร่ห่มรัก เพราะจะไปปรับความเข้าใจกับมัฑณาวี และไม่ลืมที่จะโทรศัพท์ไปบอกภาคินถึงเรื่องนี้ “พิซซี่กับลียาก็กำลังจะเดินทางไปที่นั่น แล้วเจอกัน ยังมีเรื่องที่เราต้องต่อว่าคุณเยอะเลย แต่ตอนนี้มีภารกิจที่สำคัญมากกว่านั้น” “คุณจะเป็นแนวร่วมให้ผมใช่ไหม” “แน่นอน แต่คุณต้องสัญญากับพวกเราว่าจะไม่ทำให้มัทเจ็บเจียนตายแบบนี้อีก” “ผมสัญญา แล้วเจอกันที่ไร่ห่มรักนะครับ” ระหว่างทางภูมิระพีได้เอ่ยปากขอโทษเพื่อนรัก “ขอโทษนะที่ฉันเข้าใจนายผิด หลงต่อว่านายเสียตั้งมากมาย แต่ถ้านายเป็นฉัน แล้วเห็นคุณมัทร้องไห้เสียใจมากแค่ไหนกับการกระทำของนาย ๆ ก็คงทำแบบที่ฉันทำเหมือนกัน” “มัทเสียใจมากเลยเหรอ” “แค่พูดว่าเสียใจยังน้อยเกินไปด้วยซ้ำ ที่ถูกต้องพูดว่าหัวใจแตกสลายมากกว่า เธอร้องไห้น้ำตาแทบเป็นสายเลือด แม้แต่คุณพิซซี่ยังบอกว่าตั้งแต่รู้จักกันมา ไม่เคยเห็นคุณมัทเสียใจกับเหตุการณ์ไหนมากเท่านี้มาก่อน นายเตรียมทำใจไว้ได้เลยอะไร ๆ อาจจะไม่ง่ายอย่างที่คิด” “ฉันทำใจไ
ความเสียใจจากชายที่มัฑณาวีหลงรัก ทำให้เธอกลับมาพักอยู่กับคุณยายที่ไร่ห่มรัก แม้จะพยายามทำตัวให้ร่าเริงเหมือนปกติ แต่ก็ยังไม่สามารถรอดพ้นสายตาของคนที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมาก่อนอย่างกานดาไปได้ เธอรู้ดีว่าหลานสาวทุกข์ใจเพียงแต่พยายามทำตัวให้ร่าเริง เพราะไม่อยากให้เธอต้องทุกข์ใจตามไปด้วย กานดารอคอยให้เวลาผ่านไปสักพักโดยไม่ถามอะไรที่จะไปสะกิดแผลใจของหลาน รอให้สบโอกาสจึงได้เอ่ยปากถาม “มัทมีอะไรจะเล่าให้ยายฟังไหมลูก” ความเงียบเริ่มเข้าครอบงำ มัฑณาวีไม่อยากโกหกผู้เป็นยาย แต่ก็ไม่อยากเล่าเรื่องทุกข์ใจของตัวเองให้ท่านฟัง ด้วยเกรงว่าท่านจะร้อนใจตามไปด้วย “บอกยายได้ไหมว่าอะไรทำให้มัทเศร้าและทุกข์ใจมากอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน” กานดาเอ่ยถามพร้อมกับลูบผมของหลานด้วยความรักใคร่ “คุณยายรู้ได้ยังไงคะ” เธอเอ่ยถามเสียงแผ่วเบา “มัทเป็นหลานของยาย ยายเลี้ยงมัทมากับมือ มีหรือที่จะไม่รู้ว่ามัทแปลกไป แม้ว่ามัทจะพยายามทำตัวให้ร่าเริง เพื่อปกปิดเรื่องเศร้าโศกเสียใจของตัวเอง แต่มัทปิดยายไม่ได้หรอกลูก ที่ยายไม่ถามทันทีเพราะอยากให้มัทมีเ
“ตอบพ่อมาตามความรู้สึกที่แท้จริงของติณณ์ ลูกเชื่อจริง ๆ เหรอว่ามัททำ” “ผมกำลังตรวจสอบอยู่ครับ” “ไม่เอาการตรวจสอบ พ่ออยากรู้ความรู้สึกของติณณ์” ติณณภพนิ่งไปพักใหญ่ ใช่ว่าเขาเองไม่เสียใจแต่จำเป็นต้องทำ แม้ไม่มีใครเข้าใจก็ไม่เป็นไร เมื่อความจริงถูกเปิดเผยทุกคนก็จะรู้เอง เขาได้แต่หวังว่าเมื่อเวลานั้นมาถึง คนที่เคยโกรธเคืองเขาจะยอมเข้าใจและให้อภัย เขาสบตาบิดาก่อนจะเอื้อนเอ่ยวาจา “ผมยังยืนยันที่จะทำให้ความจริงปรากฏ และไม่ว่าใครก็ตามที่ทำผิดก็ต้องได้รับโทษตามกฎหมาย” ติณณภพยังคงปากแข็งอยู่ดี แต่แววตาของเขาบ่งบอกให้ไตรภพรู้ว่าลูกเองก็ทุกข์ใจกับเรื่องนี้ ความรู้สึกที่ติณณภพมีก็คงจะไม่แตกต่างไปจากที่มัฑณาวีรู้สึก คือเสียใจและทุกข์ใจไม่ต่างกัน “พ่อจะบอกอะไรให้นะติณณ์ คนรักกันจำเป็นจะต้องมีความไว้เนื้อเชื่อใจกัน นั่นคือสิ่งสำคัญ ถ้าไม่มีสิ่งนี้ชีวิตรักก็จะไปกันไม่รอด ไม่ว่าจะตั้งใจหรือไม่ตั้งใจติณณ์ก็ได้ทำให้มัทรู้ว่าติณณ์ไม่เชื่อใจเธอ คนเราถ้าสูญเสียความรู้สึกดี ๆ ที่เคยมีต่อกันไปแล้ว มันก็ยากที่จะประส







