LOGINหลังจากเสร็จสิ้นภารกิจแล้วติณณภพก็ขับรถไปส่งเธอที่บ้าน เธอชวนเขาเข้าบ้านซึ่งเขาก็ไม่ปฏิเสธ เมื่อภาคินและฬียากรหันมาเห็นลุคใหม่ของมัฑณาวีก็ถึงกับต้องร้องว้าว ตกตะลึงตาค้างกับการเปลี่ยนไปครั้งใหญ่ของเธอ
“เกิดอะไรขึ้นกับเพื่อนรักของฉัน”
“สวยไหมครับคุณพิซซี่”
“บอกเลยว่ามาก เป็นไอเดียของคุณเหรอ”
“ใช่ครับ”
“อะไรทำให้แกลุกขึ้นมาปฏิวัติตัวเองแบบนี้” ภาคินเอ่ยถามด้วยความสงสัย
“ก็จะอะไรเสียอีกล่ะถ้าไม่ใช่เรื่องที่ฤทัยก่อไว้”
“คิดออกแล้วเหรอว่าจะแก้ปัญหานี้ยังไง”
“ใช่ อันที่จริงเป็นไอเดียของดิน”
“พี่มัทจะแก้ปัญหานี้ยังไงเหรอคะ” แม้แต่ฬียากรก็ยังอยากรู้
“ไหน ๆ ก็บอกกับทุกคนไปแล้วว่าจะแต่งงานกับคุณติณณ์ เราก็เลยจะทำให้มันเป็นเรื่องจริง”
ภาคินแบะปากเหลือบตามองบนเมื่อได้ยินคำตอบนั้น บอกได้คำเดียวว่า ‘เพลีย’
“พูดน่ะมันง่าย แต่จะทำสำเร็จหรือเปล่าน่ะก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง มั่นใจเหรอว่าจะทำสำเร็จ”
“ถ้ามัททำเองคนเดียวก็คงจะไม่ได้ผลหรอก แต่ดินบอกว่าจะช่วยมัทก็เลยจะลองดูสักตั้ง”
“คุณเป็นเจ้าของไอเดียภารกิจในการอ่อยผู้ชายของมัทเหรอดิน”
“ผมเป็นคนเสนอความคิดนี้เองครับ เพราะเห็นแล้วว่าเป็นทางเดียวที่จะแก้ไขปัญหานี้ได้ แต่การที่จะทำให้คุณติณณ์หันมาสนใจ มัทจะต้องเปลี่ยนแปลงตัวเองก่อน”
ภาคินชี้ไปที่กองข้าวของมากมายที่สองหนุ่มสาวไปซื้อมา “สิ่งเหล่านั้นคือการลงทุนใช่ไหม”
ติณณภพพยักหน้าแทนคำตอบ
“แกรู้ใช่ไหมมัทว่าทุกการลงทุนมีความเสี่ยง”
“รู้ แต่ถ้ามัททำสำเร็จก็ถือว่าคุ้มค่า”
“แล้วถ้าไม่สำเร็จอย่างที่คิดแกจะทำยังไง” ภาคินย้อนถาม
“ต้องทำได้สิตราบใดที่มีดินคอยช่วย และยังมีกองหลังที่ดีอย่างพิซซี่และลียาอยู่ด้วย”
“ไม่ต้องห่วงนะครับ ผมมั่นใจว่าลุคใหม่ของมัทจะเรียกความสนใจจากคุณติณณ์ได้แน่ เราแค่ต้องทำตัวเองให้อยู่ในสายตาและตรึงอยู่ในความสนใจของเขาให้ได้ แล้วผมจะบอกเองว่าจะต้องทำอะไรตอนไหน ขอให้เชื่อใจผม”
“คุณมีแฟนหรือยังดิน”
แม้จะแปลกใจกับคำถามของภาคิน ซึ่งเขามองว่าไม่เห็นจะเกี่ยวข้องอะไรกับภารกิจที่ต้องทำ แต่เขาก็ตอบไปตามความจริง
“ยังครับ”
“ช้างเผือกในป่าคอนกรีตอย่างคุณไม่น่าจะหลุดรอดมาได้ถึงตอนนี้นะ ถามจริง ๆ เถอะที่ช่วยมัททุกวิถีทางแบบนี้คิดอะไรกับมัทอยู่หรือเปล่า”
ติณณภพมจ้ององหญิงสาวที่เข้ามายึดพื้นที่ในหัวใจเขา ก่อนจะหันไปสบตาและตอบคำถามของภาคิน
“มันเป็นหน้าที่ของเพื่อนที่จะต้องช่วยเหลือกัน ในเวลาที่ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดมีปัญหาไม่ใช่เหรอครับ”
แต่สายตาของนายมันบ่งบอกว่าคิดอะไรมากเกินกว่าคำว่า ‘เพื่อน’ นั่นคือสิ่งที่ภาคินคิด
“พรุ่งนี้เราต้องเดินทางไปภูเก็ต คุณอย่าลืมเอาเสื้อผ้าที่เราซื้อมาในวันนี้ติดไปด้วยนะเผื่อจำเป็นต้องใช้”
“ไม่ต้องห่วงเรื่องนั้นหรอก เดี๋ยวพิซซี่กับลียาจะเป็นธุระจัดการดูแลเรื่องนี้เอง”
“ถ้าอย่างนั้นผมขอตัวกลับก่อน พรุ่งนี้พบกันที่สนามบินนะมัท”
“แล้วพบกันค่ะ” เธอตอบเขาก่อนจะหันไปขอความช่วยเหลือ
“ลียาช่วยพี่ขนของพวกนี้ขึ้นไปเก็บบนห้องหน่อยสิ”
ฬียากรทำตามคำขอโดยไม่ต้องให้อีกฝ่ายพูดซ้ำ ภาคินมองตามสองสาวก่อนจะเดินออกไปส่งชายหนุ่มที่รถ
“คุณจะไม่เสียใจเหรอดินถ้ามัทต้องแต่งงานกับคุณติณณ์จริง ๆ”
เขาหันกลับมามองคนถาม “เราควรดีใจกับความสุขของเพื่อนไม่ใช่เหรอครับ ถ้ามัทมีความสุขผมก็มีความสุข ความสุขของมัทคือความสุขของผม”
“รักโดยไม่หวังสิ่งใดตอบแทนสินะ”
“แค่ได้เห็นรอยยิ้มที่สดใสบ่งบอกถึงความสุขที่เธอได้รับ แค่นั้นก็มากพอ” จากนั้นก็ขึ้นรถขับออกไปทันที
จากคำถามดูเหมือนว่าภาคินจะรู้แล้วว่าเขารู้สึกอย่างไรกับมัฑณาวี
คณะทำงานของติณณภพเดินทางมาถึงภูเก็ตในบ่ายวันต่อมา เขาบอกให้ทุกคนพักผ่อนกันตามสบาย และเตรียมตัวให้พร้อมทำงานในเช้าวันพรุ่งนี้
“เราไปเดินเล่นชายหาดกันไหมดิน”
“แดดร้อนเปรี้ยงแบบนี้ไม่เหมาะกับการเดินเล่นชายหาดหรอก”
“แล้วเหมาะกับอะไร”
“ก็เหมาะกับการนอนพักผ่อนเก็บแรงไว้ปฏิบัติภารกิจลับของเราในเย็นวันนี้”
“บอกได้ไหมว่ามัทต้องทำอะไรบ้าง”
“คุณว่ายน้ำเป็นไหม”
“เป็น ถามทำไม”
“คุณติณณ์ชอบออกกำลังกายด้วยการว่ายน้ำ เขามักจะทำเช่นนั้นเสมอเมื่อมีเวลาว่าง”
“อย่าบอกนะว่าจะให้มัทลงไปว่ายน้ำกับเขา”
“ใช่”
“เสียใจด้วยนะมัทไม่ได้เอาชุดว่ายน้ำมา”
“ไม่ต้องห่วงเรื่องนั้น ผมเตรียมไว้ให้คุณแล้ว”
“แล้วคุณรู้ขนาดของมัทได้ยังไง” มัฑณาวีเอ่ยถามด้วยความสงสัย
“เดาได้ไม่ยากหรอก เตรียมตัวให้พร้อมผมส่งสัญญาณเมื่อไร เราจะลงมือกันทันที”
“เอาจริงเหรอ”
“จริง ผมพูดคำไหนคำนั้น”
“แค่คิดว่าจะต้องใส่ชุดว่ายน้ำลงไปเดินอวดโฉมขาก็สั่นแล้ว”
“ก็คิดเสียว่าคุณจะลงไปว่ายน้ำ ไม่ได้ใส่ชุดว่ายน้ำไปอวดใคร แค่นี้ก็หายสั่นแล้วเชื่อผม”
“ง่ายอย่างนั้นก็ดีน่ะสิ”
“เอาน่ะ อย่าลืมสิว่าคุณมาเพื่อการนี้ ตอนนี้คุณติณณ์น่าจะอยู่ในห้องฟิตเนส เรายังมีเวลาพักอีกสองชั่วโมงก่อนจะลงมือ”
“อ่อยผู้ชายน่ะเหรอ ไม่อยากจะเชื่อเลยว่ามัฑณาวีก็มีวันนี้กับเขาเหมือนกัน”
“ท่องไว้...เพื่อเป้าหมาย”
“เฮ้อ! เพื่อเป้าหมาย” เธอพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนระโหยโรยแรง ชักไม่มั่นใจว่าเป็นเป้าหมายของใครกันแน่
พระเจ้า...เธอช่างหอมหวาน...หวานไปทั้งเนื้อทั้งตัว ริมฝีปากเธอแยกออกเล็กน้อย แต่ความเคลื่อนไหวนั้นบอกความลังเล ราวกับว่าเธอยังคงกำลังตัดสินใจ ติณณภพดึงเธอเข้ามาใกล้ยิ่งขึ้น เขาจุมพิตเธอเนิ่นนานพร้อมกับสอดแขนใต้เข่าและแผ่นหลังเธอ อุ้มเธอขึ้นมาอย่างงายดายก่อนจะวางตัวเธอลงบนเตียงนอน ตรึงข้อมือเธอไว้อย่างอ่อนโยน ใช้เพียงริมฝีปากเพื่อทำให้เธอตื่นเต้น เขาและเล็มใบหูและซอกคอหอมกรุ่นนุ่มละมุนเรื่อยมาจนถึงฐานลำคอ เสียงครางด้วยความสุขติดอยู่ในลำคอของเธอ ความรู้สึกของมัฑณาวีหมุนคว้าง แต่ก็รับรู้ถึงแรงสั่นสะท้านที่แล่นลงสู่ทุกเส้นประสาทของเรือนกาย ทั้งหมดนี้เกิดจากสัมผัสรักที่เขามอบให้ เธอต้องหยุดเขาก่อนที่ทุกอย่างจะเลยเถิดมากไปกว่านี้ “เราทำแบบนี้ที่นี่ไม่ได้นะคะติณณ์ คุณยายอยู่ที่นี่ด้วย” ติณณภพผละจากร่างบางไปนอนหงายอยู่ข้างตัวเธอ ไม่ง่ายเลยที่จะสะกดกลั้นความต้องการของตัวเอง “จริงของคุณ ทุกคนกำลังรอเราอยู่ พ่อผมก็ด้วย” “คุณพ่อก็มาที่นี่ด้วยเหรอคะ” “ผมชวนท่านมาเอง ป่านนี้ทุกคนคงรอกันแย่แล้ว”
หลังจากที่ได้ระบายความอัดอั้นในใจออกมาจนหมดสิ้น เธอก็ยอมที่จะฟังคำแก้ตัวจากปากของเขา ยอมให้เขาได้อธิบาย “ก็อธิบายมาสิว่าคุณมีเหตุผลอะไรที่ทำให้คุณไม่เชื่อใจฉัน” “ไม่ใช่ผมไม่เชื่อใจคุณนะมัท ผมเชื่อใจคุณมาตลอด ไม่มีสักครั้งที่ผมจะสงสัยในตัวคุณ เพียงแต่ผมต้องทำแบบนั้นเพื่อให้อดิศรตายใจ เขาจะได้ไม่ไหวตัวหนีไปก่อนที่เราจะดำเนินการตามกฎหมาย” “คุณรู้ว่าเขาเป็นคนยักยอกเงินบริษัท” “และก็รู้ด้วยว่าเขาสร้างหลักฐานเท็จมาใส่ร้ายป้ายสีผู้หญิงที่ผมรัก” “แต่คุณก็ยังทำเหมือนว่าเชื่อคำพูดของเขาและปรักปรำผู้หญิงที่คุณบอกว่ารัก” “มันจำเป็นน่ะมัท ถ้าผมไม่ทำแบบนี้อดิศรก็อาจจะหลุดรอดไปได้เหมือนอย่างคราวที่แล้วอีก” “ทำไมคุณถึงไม่บอกฉัน” “ถ้าผมบอกคุณ ๆ ก็อาจจะทำพิรุธให้อดิศรสงสัย เขาอาจจะไหวตัวหนีไปก่อนที่เราจะมีหลักฐานไปจับตัวเขาไว้ได้ หรือไม่เขาก็อาจจะจับตัวคุณไว้เพื่อมาต่อรองกับผม และไม่ว่าเขาจะเรียกร้องอะไรผมคงยอมทุกอย่างเพื่อแลกกับตัวคุณ ผมรักคุณนะมัท รักมาก และจะไม่ยอมเสียคุณไปเด็ดขาด”
ในเวลาเดียวกันนั้นเอง ติณณภพเดินเข้าไปในห้องนอนของหญิงสาวที่เขารัก โดยไม่ได้ทำเสียงกระโตกกระตาก เขาพบว่าเธอกำลังยืนเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่าง และยังไม่มีทีท่าจะรู้ตัวว่ามีคนบุกรุกเข้ามาภายในห้อง ติณณภพเดินตรงเข้าไปสวมกอดมัฑณาวีไว้จากทางด้านหลัง พร้อมกับจูบไซ้ซอกคอเธอด้วยความคิดถึง หญิงสาวตกใจที่ถูกจู่โจมอย่างกะทันหัน แต่เมื่อเห็นว่าใครเป็นคนทำก็รีบสลัดตัวออกจากอ้อมกอดเขา พร้อมกับหันมายืนเผชิญหน้า เธอจ้องมองเขาอย่างกับจะกินเลือดกินเนื้อ “คุณเข้ามาได้ยังไง ใครให้คุณเข้ามาที่นี่” “คุณยายอนุญาตผมแล้ว และห้องของคุณก็ไม่ได้ล็อคผมก็เลยเดินเข้ามา” “ออกไป” เธอเอ่ยปากไล่เขาซึ่งหน้า “ไม่” “ฉันบอกให้คุณออกไปจากห้องของฉันเดี๋ยวนี้” เพราะความโกรธทำให้เธอเปลี่ยนสรรพนามที่ใช้แทนตัวเอง “ผมจะไม่ยอมก้าวออกไปไหนทั้งนั้นถ้าเรายังคุยกันไม่รู้เรื่อง” “ความจำเสื่อมหรือไง เราเลิกกันแล้ว ระหว่างเราไม่มีอะไรต้องคุยกัน ถ้าไม่ออกไปอย่าหาว่าฉันไม่เตือน” “เอาเลยมัท อยากทำอะไรก็ทำเลย แต่ผมจะไม่ยอมก้า
ติณณภพชวนบิดาและภูมิระพีให้เดินทางไปที่ไร่ห่มรัก เพราะจะไปปรับความเข้าใจกับมัฑณาวี และไม่ลืมที่จะโทรศัพท์ไปบอกภาคินถึงเรื่องนี้ “พิซซี่กับลียาก็กำลังจะเดินทางไปที่นั่น แล้วเจอกัน ยังมีเรื่องที่เราต้องต่อว่าคุณเยอะเลย แต่ตอนนี้มีภารกิจที่สำคัญมากกว่านั้น” “คุณจะเป็นแนวร่วมให้ผมใช่ไหม” “แน่นอน แต่คุณต้องสัญญากับพวกเราว่าจะไม่ทำให้มัทเจ็บเจียนตายแบบนี้อีก” “ผมสัญญา แล้วเจอกันที่ไร่ห่มรักนะครับ” ระหว่างทางภูมิระพีได้เอ่ยปากขอโทษเพื่อนรัก “ขอโทษนะที่ฉันเข้าใจนายผิด หลงต่อว่านายเสียตั้งมากมาย แต่ถ้านายเป็นฉัน แล้วเห็นคุณมัทร้องไห้เสียใจมากแค่ไหนกับการกระทำของนาย ๆ ก็คงทำแบบที่ฉันทำเหมือนกัน” “มัทเสียใจมากเลยเหรอ” “แค่พูดว่าเสียใจยังน้อยเกินไปด้วยซ้ำ ที่ถูกต้องพูดว่าหัวใจแตกสลายมากกว่า เธอร้องไห้น้ำตาแทบเป็นสายเลือด แม้แต่คุณพิซซี่ยังบอกว่าตั้งแต่รู้จักกันมา ไม่เคยเห็นคุณมัทเสียใจกับเหตุการณ์ไหนมากเท่านี้มาก่อน นายเตรียมทำใจไว้ได้เลยอะไร ๆ อาจจะไม่ง่ายอย่างที่คิด” “ฉันทำใจไ
ความเสียใจจากชายที่มัฑณาวีหลงรัก ทำให้เธอกลับมาพักอยู่กับคุณยายที่ไร่ห่มรัก แม้จะพยายามทำตัวให้ร่าเริงเหมือนปกติ แต่ก็ยังไม่สามารถรอดพ้นสายตาของคนที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมาก่อนอย่างกานดาไปได้ เธอรู้ดีว่าหลานสาวทุกข์ใจเพียงแต่พยายามทำตัวให้ร่าเริง เพราะไม่อยากให้เธอต้องทุกข์ใจตามไปด้วย กานดารอคอยให้เวลาผ่านไปสักพักโดยไม่ถามอะไรที่จะไปสะกิดแผลใจของหลาน รอให้สบโอกาสจึงได้เอ่ยปากถาม “มัทมีอะไรจะเล่าให้ยายฟังไหมลูก” ความเงียบเริ่มเข้าครอบงำ มัฑณาวีไม่อยากโกหกผู้เป็นยาย แต่ก็ไม่อยากเล่าเรื่องทุกข์ใจของตัวเองให้ท่านฟัง ด้วยเกรงว่าท่านจะร้อนใจตามไปด้วย “บอกยายได้ไหมว่าอะไรทำให้มัทเศร้าและทุกข์ใจมากอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน” กานดาเอ่ยถามพร้อมกับลูบผมของหลานด้วยความรักใคร่ “คุณยายรู้ได้ยังไงคะ” เธอเอ่ยถามเสียงแผ่วเบา “มัทเป็นหลานของยาย ยายเลี้ยงมัทมากับมือ มีหรือที่จะไม่รู้ว่ามัทแปลกไป แม้ว่ามัทจะพยายามทำตัวให้ร่าเริง เพื่อปกปิดเรื่องเศร้าโศกเสียใจของตัวเอง แต่มัทปิดยายไม่ได้หรอกลูก ที่ยายไม่ถามทันทีเพราะอยากให้มัทมีเ
“ตอบพ่อมาตามความรู้สึกที่แท้จริงของติณณ์ ลูกเชื่อจริง ๆ เหรอว่ามัททำ” “ผมกำลังตรวจสอบอยู่ครับ” “ไม่เอาการตรวจสอบ พ่ออยากรู้ความรู้สึกของติณณ์” ติณณภพนิ่งไปพักใหญ่ ใช่ว่าเขาเองไม่เสียใจแต่จำเป็นต้องทำ แม้ไม่มีใครเข้าใจก็ไม่เป็นไร เมื่อความจริงถูกเปิดเผยทุกคนก็จะรู้เอง เขาได้แต่หวังว่าเมื่อเวลานั้นมาถึง คนที่เคยโกรธเคืองเขาจะยอมเข้าใจและให้อภัย เขาสบตาบิดาก่อนจะเอื้อนเอ่ยวาจา “ผมยังยืนยันที่จะทำให้ความจริงปรากฏ และไม่ว่าใครก็ตามที่ทำผิดก็ต้องได้รับโทษตามกฎหมาย” ติณณภพยังคงปากแข็งอยู่ดี แต่แววตาของเขาบ่งบอกให้ไตรภพรู้ว่าลูกเองก็ทุกข์ใจกับเรื่องนี้ ความรู้สึกที่ติณณภพมีก็คงจะไม่แตกต่างไปจากที่มัฑณาวีรู้สึก คือเสียใจและทุกข์ใจไม่ต่างกัน “พ่อจะบอกอะไรให้นะติณณ์ คนรักกันจำเป็นจะต้องมีความไว้เนื้อเชื่อใจกัน นั่นคือสิ่งสำคัญ ถ้าไม่มีสิ่งนี้ชีวิตรักก็จะไปกันไม่รอด ไม่ว่าจะตั้งใจหรือไม่ตั้งใจติณณ์ก็ได้ทำให้มัทรู้ว่าติณณ์ไม่เชื่อใจเธอ คนเราถ้าสูญเสียความรู้สึกดี ๆ ที่เคยมีต่อกันไปแล้ว มันก็ยากที่จะประส







