Share

บทที่ 77

last update publish date: 2026-09-18 00:16:40

            “พวกผมจะอยู่เป็นเพื่อนคุณเอง”

            “ได้แบบนั้นก็ดีค่ะ มัทขอตัวไปทำงานต่อก่อนนะคะ เดี๋ยวจะเสร็จไม่ทันตามกำหนด”

            คืนนั้นทั้งสี่คนนั่งทำงานอยู่ที่นั่นจนถึงเกือบตีสอง มัฑณาวีมีสมาธิอยู่กับงานที่ทำและทำงานอย่างหนักตลอดทั้งวัน ความเหนื่อยจากการคร่ำเคร่งกับงานมาทั้งวัน ทำให้มัฑณาวีเผลอฟุบหลับไปกับโต๊ะทำงาน ติณณภพสังเกตเห็นจึงเดินไปยืนข้างตัวเธอ เขาปัดผมที่ปิดหน้าของเธอไปทัดหู ก่อนจะใช้มือลูบไล้แก้มเนียนใส่และริมฝีปากของเธออย่างอ่อนโยน พร้อมกับจูบแก้มเธออย่างอดใจไว้ไม่อยู่ ท่ามกลางสายตาของอาทรและภูมิระพี

            “นี่ก็ดึกมากแล้วเรากลับไปพักเอาแรงกันก่อนดีไหมติณณ์ พรุ่งนี้ค่อยมาทำต่อ” ภูมิระพีเสนอความคิด

            “ก็ดีเหมือนมัทคงเหนื่อยมากแล้ว” จากนั้นติณณภพก็อุ้มมัฑณาวีไว้ในอ้อมแขน ทำให้เธอรู้สึกตัวตื่น

            “กี่โมงแล้วคะ”

            “ตีสองกว่าแล้ว”

            “ดึกขนาดนี้เลยเหรอคะ มัทเพลียจังเลย”

            “ผมรู้ถึงได้จะพาคุณกลับที่พัก”

            “มัทเดินเองได้”

            “ให้ผมอุ้มไปน่ะดีแล้ว ง่วงก็นอนซะ ถึงที่พักเมื่อไรผมจะปลุกคุณเอง”

            จากนั้นทุกอย่างก็ดับวูบรู้ตัวอีกทีก็เจ็ดโมงเช้าของวันใหม่ โดยไม่มีโอกาสรู้เลยว่าติณณภพเป็นคนที่อุ้มเธอกลับมาที่ห้อง เขาห่มผ้าให้เธอและนั่งเฝ้ามองเธออยู่พักใหญ่ กว่าจะกลับไปที่ห้องของตัวเองก็ปาเข้าไปเกือบตีสี่

            หลังจากทีมงานทั้งหมดเดินทางกลับมาถึงสนามบินสุวรรณภูมิ พวกเขาต่างก็แยกย้ายกันกลับ

            ภาคินและฬียากรขับรถมารับมัฑณาวี เธอโบกมือให้เพื่อนก่อนจะหันมาเอ่ยลาทุกคน จากนั้นก็เดินตามเพื่อนรักไป

            “แล้วเราเอาไงต่อ”

            “ฉันจะไปบ้านพ่อ ไปด้วยกันนะภูมิ”

            “ดีเหมือนกันจะได้ไปดูอาการของพ่อนายด้วย”

            “คุณอาทรจะกลับก็ได้นะครับ เดี๋ยวจะให้คนขับรถแวะไปส่งที่บ้านก่อน” ติณณภพกล่าว

            “ผมจะไปเยี่ยมคุณไตรพร้อมกับพวกคุณครับ”

            “งั้นก็ไปกันเลย”

            ทั้งหมดไปถึงบ้านไตรภพตอนสามทุ่ม พวกเขาเดินเข้าไปในห้องนอนของบิดาโดยไม่ต้องให้ใครเชื้อเชิญ

            “อาการของพ่อเป็นยังไงบ้างครับ”

            “ก็แค่อ่อนเพลีย แขนขาอ่อนแรง ตาพร่ามัวอย่างที่เคยบอก นอกนั้นก็ไม่มีอะไร”

            “ให้ใครตามหมอมาดูอาการหรือยังครับ”

            “ยัง พ่อเห็นว่าไม่ได้เป็นอะไรมากก็เลยไม่ได้ให้อรโทรไปตามหมอให้ยุ่งยาก”

            “ลุกไหวไหมครับ ผมจะพาพ่อไปโรงพยาบาล”

            “ไม่จำเป็นหรอก”

            “จำเป็นครับ อาการที่เกิดขึ้นกับพ่อไม่น่าจะใช่เรื่องปกติ เราไม่ควรนิ่งนอนใจ”

            “จริงของคุณติณณ์ครับ คุณไตรไปให้หมอตรวจดูอาการเสียหน่อยนะครับ ถ้าหมอบอกไม่เป็นอะไรพวกเราจะได้สบายใจ”

            “ไปเถอะนะครับ พวกผมจะพาไปเอง” ภูมิระพีช่วยพูดเกลี้ยกล่อมอีกแรง

            “งั้นก็ตามใจ”

            ภูมิระพีกับติณณภพช่วยกันประคองไตรภพลงมาด้านล่าง ขณะที่กำลังจะพาออกไปขึ้นรถอรจิราก็เดินออกมาพบเข้าพอดี

            “พวกคุณจะพาเขาไปไหน”

            “เราจะพาไปโรงพยาบาล”

            “ให้อรไปด้วยนะคะ อรเป็นห่วงคุณไตร”

            “ไม่จำเป็น” น้ำเสียงของติณณภพเย็นชา เขาไม่แลสายตามามองเธอด้วยซ้ำ

            “แต่อรเป็นห่วงคุณไตร”

            ติณณภพยิ้มเยาะที่มุมปากเมื่อได้ยินคำพูดนั้น ถ้าห่วงใยกันจริงอย่างที่ปากพูดคงพาพ่อเขาไปโรงพยาบาล หรือตามหมอมาตรวจดูอาการนานแล้ว ไม่ใช่ปล่อยให้อาการหนักแบบนี้

            “ไม่ต้องห่วงผมหรอกอร เดี๋ยวผมก็กลับคุณรออยู่ที่นี่แหละ”

            อรจิราได้แต่เก็บอาการของความไม่พอใจไว้ภายใน และได้แต่เฝ้ามองติณณภพพาสามีไปโรงพยาบาลพร้อมกับคนของเขา ทันใดนั้นโทรศัพท์มือถือของเธอก็ดังขึ้น

            “ว่าไงพี่ศร ทางโน้นมีปัญหาอะไรไหม”

            “ยังไม่มีความเคลื่อนไหวอะไร นอกจากการขอเอกสารไปตรวจสอบ และก็กลับกรุงเทพฯ กันไปหมดแล้ว แล้วที่นั่นเป็นไงบ้าง”

            “คุณติณณ์และคนของเขาเพิ่งจะมาพาตัวคุณไตรไปโรงพยาบาลเมื่อกี้นี้เอง”

            “เขาเป็นอะไร ทำไมถึงต้องไปโรงพยาบาล”

            “พี่ศรไม่จำเป็นต้องรู้หรอก และก็ไม่ต้องห่วง เรื่องทางนี้อรจัดการเองได้ ดูแลทางโน้นให้ดีอย่าให้มีเรื่องเดือดร้อนมาถึงตัวเราก็พอ ใช้เงินปิดปากมันอย่าให้มันซัดทอดมาถึงเรา ถ้ามันไม่ยอมก็หาทางเก็บมัน คนตายเท่านั้นที่จะเก็บความลับได้”

            “ตกลง พี่จะจัดการตามที่สั่ง”

            “แค่นี้ก่อนนะพี่ศร”

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • คิวปิดสะกิดรัก   บทที่ 113

    พระเจ้า...เธอช่างหอมหวาน...หวานไปทั้งเนื้อทั้งตัว ริมฝีปากเธอแยกออกเล็กน้อย แต่ความเคลื่อนไหวนั้นบอกความลังเล ราวกับว่าเธอยังคงกำลังตัดสินใจ ติณณภพดึงเธอเข้ามาใกล้ยิ่งขึ้น เขาจุมพิตเธอเนิ่นนานพร้อมกับสอดแขนใต้เข่าและแผ่นหลังเธอ อุ้มเธอขึ้นมาอย่างงายดายก่อนจะวางตัวเธอลงบนเตียงนอน ตรึงข้อมือเธอไว้อย่างอ่อนโยน ใช้เพียงริมฝีปากเพื่อทำให้เธอตื่นเต้น เขาและเล็มใบหูและซอกคอหอมกรุ่นนุ่มละมุนเรื่อยมาจนถึงฐานลำคอ เสียงครางด้วยความสุขติดอยู่ในลำคอของเธอ ความรู้สึกของมัฑณาวีหมุนคว้าง แต่ก็รับรู้ถึงแรงสั่นสะท้านที่แล่นลงสู่ทุกเส้นประสาทของเรือนกาย ทั้งหมดนี้เกิดจากสัมผัสรักที่เขามอบให้ เธอต้องหยุดเขาก่อนที่ทุกอย่างจะเลยเถิดมากไปกว่านี้ “เราทำแบบนี้ที่นี่ไม่ได้นะคะติณณ์ คุณยายอยู่ที่นี่ด้วย” ติณณภพผละจากร่างบางไปนอนหงายอยู่ข้างตัวเธอ ไม่ง่ายเลยที่จะสะกดกลั้นความต้องการของตัวเอง “จริงของคุณ ทุกคนกำลังรอเราอยู่ พ่อผมก็ด้วย” “คุณพ่อก็มาที่นี่ด้วยเหรอคะ” “ผมชวนท่านมาเอง ป่านนี้ทุกคนคงรอกันแย่แล้ว”

  • คิวปิดสะกิดรัก   บทที่ 112

    หลังจากที่ได้ระบายความอัดอั้นในใจออกมาจนหมดสิ้น เธอก็ยอมที่จะฟังคำแก้ตัวจากปากของเขา ยอมให้เขาได้อธิบาย “ก็อธิบายมาสิว่าคุณมีเหตุผลอะไรที่ทำให้คุณไม่เชื่อใจฉัน” “ไม่ใช่ผมไม่เชื่อใจคุณนะมัท ผมเชื่อใจคุณมาตลอด ไม่มีสักครั้งที่ผมจะสงสัยในตัวคุณ เพียงแต่ผมต้องทำแบบนั้นเพื่อให้อดิศรตายใจ เขาจะได้ไม่ไหวตัวหนีไปก่อนที่เราจะดำเนินการตามกฎหมาย” “คุณรู้ว่าเขาเป็นคนยักยอกเงินบริษัท” “และก็รู้ด้วยว่าเขาสร้างหลักฐานเท็จมาใส่ร้ายป้ายสีผู้หญิงที่ผมรัก” “แต่คุณก็ยังทำเหมือนว่าเชื่อคำพูดของเขาและปรักปรำผู้หญิงที่คุณบอกว่ารัก” “มันจำเป็นน่ะมัท ถ้าผมไม่ทำแบบนี้อดิศรก็อาจจะหลุดรอดไปได้เหมือนอย่างคราวที่แล้วอีก” “ทำไมคุณถึงไม่บอกฉัน” “ถ้าผมบอกคุณ ๆ ก็อาจจะทำพิรุธให้อดิศรสงสัย เขาอาจจะไหวตัวหนีไปก่อนที่เราจะมีหลักฐานไปจับตัวเขาไว้ได้ หรือไม่เขาก็อาจจะจับตัวคุณไว้เพื่อมาต่อรองกับผม และไม่ว่าเขาจะเรียกร้องอะไรผมคงยอมทุกอย่างเพื่อแลกกับตัวคุณ ผมรักคุณนะมัท รักมาก และจะไม่ยอมเสียคุณไปเด็ดขาด”

  • คิวปิดสะกิดรัก   บทที่ 111

    ในเวลาเดียวกันนั้นเอง ติณณภพเดินเข้าไปในห้องนอนของหญิงสาวที่เขารัก โดยไม่ได้ทำเสียงกระโตกกระตาก เขาพบว่าเธอกำลังยืนเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่าง และยังไม่มีทีท่าจะรู้ตัวว่ามีคนบุกรุกเข้ามาภายในห้อง ติณณภพเดินตรงเข้าไปสวมกอดมัฑณาวีไว้จากทางด้านหลัง พร้อมกับจูบไซ้ซอกคอเธอด้วยความคิดถึง หญิงสาวตกใจที่ถูกจู่โจมอย่างกะทันหัน แต่เมื่อเห็นว่าใครเป็นคนทำก็รีบสลัดตัวออกจากอ้อมกอดเขา พร้อมกับหันมายืนเผชิญหน้า เธอจ้องมองเขาอย่างกับจะกินเลือดกินเนื้อ “คุณเข้ามาได้ยังไง ใครให้คุณเข้ามาที่นี่” “คุณยายอนุญาตผมแล้ว และห้องของคุณก็ไม่ได้ล็อคผมก็เลยเดินเข้ามา” “ออกไป” เธอเอ่ยปากไล่เขาซึ่งหน้า “ไม่” “ฉันบอกให้คุณออกไปจากห้องของฉันเดี๋ยวนี้” เพราะความโกรธทำให้เธอเปลี่ยนสรรพนามที่ใช้แทนตัวเอง “ผมจะไม่ยอมก้าวออกไปไหนทั้งนั้นถ้าเรายังคุยกันไม่รู้เรื่อง” “ความจำเสื่อมหรือไง เราเลิกกันแล้ว ระหว่างเราไม่มีอะไรต้องคุยกัน ถ้าไม่ออกไปอย่าหาว่าฉันไม่เตือน” “เอาเลยมัท อยากทำอะไรก็ทำเลย แต่ผมจะไม่ยอมก้า

  • คิวปิดสะกิดรัก   บทที่ 110

    ติณณภพชวนบิดาและภูมิระพีให้เดินทางไปที่ไร่ห่มรัก เพราะจะไปปรับความเข้าใจกับมัฑณาวี และไม่ลืมที่จะโทรศัพท์ไปบอกภาคินถึงเรื่องนี้ “พิซซี่กับลียาก็กำลังจะเดินทางไปที่นั่น แล้วเจอกัน ยังมีเรื่องที่เราต้องต่อว่าคุณเยอะเลย แต่ตอนนี้มีภารกิจที่สำคัญมากกว่านั้น” “คุณจะเป็นแนวร่วมให้ผมใช่ไหม” “แน่นอน แต่คุณต้องสัญญากับพวกเราว่าจะไม่ทำให้มัทเจ็บเจียนตายแบบนี้อีก” “ผมสัญญา แล้วเจอกันที่ไร่ห่มรักนะครับ” ระหว่างทางภูมิระพีได้เอ่ยปากขอโทษเพื่อนรัก “ขอโทษนะที่ฉันเข้าใจนายผิด หลงต่อว่านายเสียตั้งมากมาย แต่ถ้านายเป็นฉัน แล้วเห็นคุณมัทร้องไห้เสียใจมากแค่ไหนกับการกระทำของนาย ๆ ก็คงทำแบบที่ฉันทำเหมือนกัน” “มัทเสียใจมากเลยเหรอ” “แค่พูดว่าเสียใจยังน้อยเกินไปด้วยซ้ำ ที่ถูกต้องพูดว่าหัวใจแตกสลายมากกว่า เธอร้องไห้น้ำตาแทบเป็นสายเลือด แม้แต่คุณพิซซี่ยังบอกว่าตั้งแต่รู้จักกันมา ไม่เคยเห็นคุณมัทเสียใจกับเหตุการณ์ไหนมากเท่านี้มาก่อน นายเตรียมทำใจไว้ได้เลยอะไร ๆ อาจจะไม่ง่ายอย่างที่คิด” “ฉันทำใจไ

  • คิวปิดสะกิดรัก   บทที่ 109

    ความเสียใจจากชายที่มัฑณาวีหลงรัก ทำให้เธอกลับมาพักอยู่กับคุณยายที่ไร่ห่มรัก แม้จะพยายามทำตัวให้ร่าเริงเหมือนปกติ แต่ก็ยังไม่สามารถรอดพ้นสายตาของคนที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมาก่อนอย่างกานดาไปได้ เธอรู้ดีว่าหลานสาวทุกข์ใจเพียงแต่พยายามทำตัวให้ร่าเริง เพราะไม่อยากให้เธอต้องทุกข์ใจตามไปด้วย กานดารอคอยให้เวลาผ่านไปสักพักโดยไม่ถามอะไรที่จะไปสะกิดแผลใจของหลาน รอให้สบโอกาสจึงได้เอ่ยปากถาม “มัทมีอะไรจะเล่าให้ยายฟังไหมลูก” ความเงียบเริ่มเข้าครอบงำ มัฑณาวีไม่อยากโกหกผู้เป็นยาย แต่ก็ไม่อยากเล่าเรื่องทุกข์ใจของตัวเองให้ท่านฟัง ด้วยเกรงว่าท่านจะร้อนใจตามไปด้วย “บอกยายได้ไหมว่าอะไรทำให้มัทเศร้าและทุกข์ใจมากอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน” กานดาเอ่ยถามพร้อมกับลูบผมของหลานด้วยความรักใคร่ “คุณยายรู้ได้ยังไงคะ” เธอเอ่ยถามเสียงแผ่วเบา “มัทเป็นหลานของยาย ยายเลี้ยงมัทมากับมือ มีหรือที่จะไม่รู้ว่ามัทแปลกไป แม้ว่ามัทจะพยายามทำตัวให้ร่าเริง เพื่อปกปิดเรื่องเศร้าโศกเสียใจของตัวเอง แต่มัทปิดยายไม่ได้หรอกลูก ที่ยายไม่ถามทันทีเพราะอยากให้มัทมีเ

  • คิวปิดสะกิดรัก   บทที่ 108

    “ตอบพ่อมาตามความรู้สึกที่แท้จริงของติณณ์ ลูกเชื่อจริง ๆ เหรอว่ามัททำ” “ผมกำลังตรวจสอบอยู่ครับ” “ไม่เอาการตรวจสอบ พ่ออยากรู้ความรู้สึกของติณณ์” ติณณภพนิ่งไปพักใหญ่ ใช่ว่าเขาเองไม่เสียใจแต่จำเป็นต้องทำ แม้ไม่มีใครเข้าใจก็ไม่เป็นไร เมื่อความจริงถูกเปิดเผยทุกคนก็จะรู้เอง เขาได้แต่หวังว่าเมื่อเวลานั้นมาถึง คนที่เคยโกรธเคืองเขาจะยอมเข้าใจและให้อภัย เขาสบตาบิดาก่อนจะเอื้อนเอ่ยวาจา “ผมยังยืนยันที่จะทำให้ความจริงปรากฏ และไม่ว่าใครก็ตามที่ทำผิดก็ต้องได้รับโทษตามกฎหมาย” ติณณภพยังคงปากแข็งอยู่ดี แต่แววตาของเขาบ่งบอกให้ไตรภพรู้ว่าลูกเองก็ทุกข์ใจกับเรื่องนี้ ความรู้สึกที่ติณณภพมีก็คงจะไม่แตกต่างไปจากที่มัฑณาวีรู้สึก คือเสียใจและทุกข์ใจไม่ต่างกัน “พ่อจะบอกอะไรให้นะติณณ์ คนรักกันจำเป็นจะต้องมีความไว้เนื้อเชื่อใจกัน นั่นคือสิ่งสำคัญ ถ้าไม่มีสิ่งนี้ชีวิตรักก็จะไปกันไม่รอด ไม่ว่าจะตั้งใจหรือไม่ตั้งใจติณณ์ก็ได้ทำให้มัทรู้ว่าติณณ์ไม่เชื่อใจเธอ คนเราถ้าสูญเสียความรู้สึกดี ๆ ที่เคยมีต่อกันไปแล้ว มันก็ยากที่จะประส

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status