LOGIN"เอเดรียนปล่อยฉันนะ อื้อ... "
เอเดรียนรวบหญิงสาวเข้ามาในอ้อมกอด ประกบจูบเธอด้วยความคิดถึง โรสดิ้นขัดขืนได้ไม่ถึงสองนาทีก็สิ้นฤทธิ์ ละลายไปกับจุมพิตของชายหนุ่ม เปิดปากรับลิ้นร้อนเข้าไปเกี่ยวพันชักชวนให้ลิ้นน้อยสัมผัสตอบรับ
คนตัวใหญ่เบียดเธอเข้ากับผนังกระเบื้องในห้องน้ำ ละมือที่กอดมาประคองใบหน้ารับริมฝีปากของเขา เรียวแขนโอบรอบคอแกร่ง เลื่อนมาสัมผัสหัวไหล่ และแผงอก เอเดรียนครางอือเบาๆ อย่างพอใจ เขาเพิ่มรสจูบให้เผ็ดร้อนขึ้น บดขยี้กับกลีบปากบาง ลิปสติกแบรนด์ดังไม่เลอะง่าย แต่พอถูกดูดดึงหนักหน่วงแบบนี้ก็เละไม่เป็นท่า
ทั้งคนจูบและฝ่ายถูกจูบปากเลอะสีพีชอมชมพู นี่คือริมฝีปากที่โหยหา กลิ่นหอมที่หลงใหลตามมารบกวนจิตใจเขาทุกวัน ปากร้อนจูบเลือนต่ำมาที่ซอกคอ โรสสั่นสะท้าน หลุดเสียงสะอื้นของอาการกระสันออก เธอหอบแฮก เมื่อเขาผละใบหน้าออกมามองสบตากัน
"คุณกำลังต้องการผมโรส คุณหลอกตัวเองไม่ได้หรอก"
"คุณกำลังต้องการผมโรส คุณหลอกตัวเองไม่ได้หรอก"
นัยน์ตาคู่งามสะท้อนความเจ็บช้ำออกมา เธอเป็นอย่างที่เขาว่า ทรมานใจกับความคิดถึงรสรักของเขามาตลอด เอเดรียนตอกย้ำความรู้สึกด้วยจุมพิตหวานอีกครั้ง
หลังลุกออกจากที่นั่งโซนพิเศษ กฤษณ์ไปนั่งรวมที่โต๊ะอาหารกลุ่มกรรมการบริหาร พูดคุยดื่มกินในระหว่างนั้นเหมือนพลั้งเผลอ กระดกเหล้าไปสามแก้ว และกลุ่มผู้ร่วมโต๊ะรู้ดีว่า คงเป็นเพราะหึงแฟนเก่าแต่ทำอะไรไม่ได้ น้ำอำพันพร่องลงเหลือเพียงก้อนน้ำแข็งทีไร พนักงานเสิร์ฟผู้ดูแลโต๊ะก็ไม่ปล่อยขาดช่วง
เลือดในกายร้อนเพราะฤทธิ์น้ำเมา เหมือนมันกดประสาทสั่งการให้เขากรอกเข้าไป นึกได้อีกทีหันมองที่ฟลอร์และเวทีก็ไม่โรสแล้ว อีกทั้งบุคคลที่เป็นพ่องานก็หายไปด้วย หรือว่า..วิโรจน์จะพาโรสของเขาไป 'โรสของเขา' ยังคงรู้สึกเช่นนั้น ยังคงรักและคิดถึงทุกนาที เดินไปถามกับกลุ่มคนหน้าเวทีรู้ว่าหญิงสาวไปห้องน้ำ
เพราะไม่ค่อยดื่มทำให้เมาง่าย แต่เขายังปั้นสีหน้าควบคุมท่าเดินได้อย่างปกติ ทางเข้าห้องน้ำหญิงมีหนุ่มต่างชาติตัวโตยืนอยู่ พร้อมตั้งป้ายพลาสติกสีเหลืองมีข้อความเตือน 'กำลังทำความสะอาด/CLEANING IN PROGRESS' กฤษณ์เพิ่งมองผ่านแว่นสายตา มันจะมีห้องน้ำที่ไหนอีก
"คุณจะเข้าห้องน้ำหรือครับ" เสียงทุ้มสำเนียงไทยไม่ชัดเอ่ยถาม
"ครับ แต่คงไม่มีคนอยู่ในนี้มั้ง"
หนุ่มไทยตอบแววตาหลุกหลิก บอกไม่ได้ว่ามารอหญิงสาว ดีที่ห้องน้ำชาย,หญิงทางเข้าเดียวกัน แต่โรสคงไม่เข้าไปจริงๆ นั่นแหละ ก็ห้องน้ำทำความสะอาดอยู่นี่
"เอ แต่ผมเห็นมีคนเข้าไปอยู่นะ แม่บ้านอาจจะลืมเอาป้ายออกก็ได้"
"อ่อ" พยักหน้ารับรู้แล้วก็เดินเข้าไปด้านใน พลางหันมามองคนปากทางอย่างระแวง กลัวรู้ว่าเขาจะแอบเข้าห้องน้ำหญิง ถ้าหญิงที่เขาปรารถนาจะเจออยู่ในนั้นก็ดี จะได้กอดอ้อนขอให้เธอยอมรับฟังเขาบ้าง
ซันนี่ยิ้มร้าย เอเดรียนบอกเขาว่า มีสองคนที่เข้ามาเห็นเขากับโรสได้คือวิโรจน์กับกฤษณ์ และมันเป็นความบังเอิญอย่างกับวางแผนเอาไว้ หนุ่มร่างใหญ่ทำเมินไม่มองแอบลุ้นว่าเขาคงได้เห็นอะไรดีๆ ในนั้น
เสียงครางอืมแผ่วเบาผสานเสียงจุ๊บจ๊วบ คลอเคล้ากับเสียงลมหายใจ ทำให้กฤษณ์ตกใจว่าอาจมาขัดจังหวะใครเข้าแล้ว และเขามายืนตรงจุดที่มองเห็นคนคู่นั้น ชายหญิงโรมรันเข้าหาริมฝีปากของกันและกัน ต่างโอบรั้งใบหน้าอีกฝ่ายเข้าหา ชายหนุ่มผละลงไปจุมพิตทรวงอก ถึงได้เห็นใบหน้าสาวนางนั้นชัดเจน ใครก็ได้บอกเขาทีว่ามันคือภาพหลอน ไม่ใช่โรส! หญิงสาวเบิกตาโพลง และผลักคู่จูบให้หยุด
"พี่กฤษณ์! "
เสียงอุทานอย่างตกอกตกใจ ชัดเจนเธอคือโรส และชายคนนั้นชื่อเอเดรียน คนที่เมริกาแนะนำกับเขาว่าเป็นคนรักเมื่อหัวค่ำ
"แกทำอะไรโรสของฉัน! " ตะคอกถามก่อนพุ่งเข้าหาใน แต่ทว่าถูกบอดี้การ์ดร่างยักษ์คว้าคอเสื้อด้านหลังเอาไว้ก่อน
"ปล่อยฉันนะ แกเป็นพวกเดียวกันนี่เอง"
ดอกเตอร์หนุ่มดิ้นต่อสู้เหวี่ยงหมัดเข้าใส่ซันนี่ แต่เขารับด้วยฝ่ามืออย่างว่องไว กำมือชายตัวเล็กกว่าจนเหมือนกระดูกจะหัก
"ถ้ามีผมอยู่คุณไม่มีทางแตะต้องคุณเอเดรียนได้ อย่าใช้กำลังดีกว่า ผมไม่อยากทำร้ายใคร"
"อย่าทำอะไรพี่กฤษณ์นะ! " โรสร้องห้ามเสียงดัง กฤษณ์ถูกผลักกระเด็นฟาดกับเคาน์เตอร์อ่างล้างมือ
"นายกล้าดียังไงมาทำแบบนี้กับโรส"
ยังคงหันมาเกรี้ยวกราดกับหนุ่มลูกครึ่ง ยิ่งมีน้ำเมาไหลเวียน เลือดในกายก็ยิ่งร้อนเดือดปุด
"ทำไมจะไม่กล้า ในเมื่อเราเคยทำกันมากกว่านี้"
เอเดรียนเบียดคว้าเอวกิ่วของหญิงสาวเข้ามากอด กระตุกยิ้มมุมปากอย่างผู้ชนะ เป็นแค่แฟนเก่าไม่มีเคยมีอะไรกัน หน้าด้านอ้างว่าโรสเป็นของตัวเอง เธอเป็นของเขาต่างหากล่ะ
"หมายความว่าไง!? "
กฤษณ์ตวาดถามเสียงดัง หญิงคนกลางสีหน้ากระอักกระอ่วนใจ ก่อนจะยอมรับโดยง่าย ถือโอกาสใช้สถานการณ์นี้ตัดขาดอดีตคนรักเสียเลย
"อย่างที่เอเดรียนบอกนั่นแหละค่ะ"
"ไม่ ไม่จริง โรสอย่ามาแกล้งทำแบบนี้ เราคบกับตั้งสี่ปี โรสยังไม่เคยยอมให้พี่ กับไอ้หมอนี่ รู้จักกับมันมานานแค่ไหนถึงได้เคยทำมากกว่านี้"
"ของแบบนี้เวลาไม่สำคัญ เท่ากับความเร้าใจ" / "เอเดรียนหุบปากไปเลยนะ! "
โรสหันไปตวาดห้าม ไม่ให้พูดจาทับถมกฤษณ์ แม้จะไม่พอใจเธอ แต่เขาเหนือกว่าอยู่แล้ว ไม่ให้เย้ยด้วยคำพูด เขาจึงกอดเธอไว้ และส่งสายตาเยาะเย้ยแทน
"ไอ้เลว แกทำอย่างนั้นกับโรสจริงๆ งั้นเหรอ"
"ชุดฉันเรียบร้อยหรือเปล่า" โรสหันซ้ายหันขวาดูความเรียบร้อยของเสื้อผ้า คนมั่นใจในตัวเองกลายเป็นไม่มั่นใจ ตอนนี้ซื้อเสื้อผ้าใหม่ทั้งหมด เพราะตั้งครรภ์ครบสามเดือน น้ำหนักขึ้นมาสี่กิโลกรัม แล้ววันนี้มีแขกคนสำคัญเสียด้วย เอเดรียนจับแขนหญิงสาวหมุนตัว เธอสวมชุดเดรสเรียบหรูตัวใหญ่ไซซ์เอล ผิดจากเมื่อก่อนสองขนาด"โรสที่รักคุณสวยไม่มีที่ติ ผมชอบที่คุณอวบขึ้นมากกว่า""จำคำนี้เอาไว้นะเอเดรียน ถ้าหลังคลอดน้ำหนักไม่ลด อย่ามาว่าโรสอ้วนนะ""ไม่หรอก ไปกันเถอะที่รัก มัมกับแดดดี้รออยู่""มัมคุณใจดีจริงๆ หรือคะ" ต้องโทษยัยคุณหญิงเด่นดวงทำให้เธอหลอนไปหมด ไม่มั่นใจที่จะพบกับแม่สามี เอเดรียนส่ายหน้าน้อยๆ จูงมือหญิงสาวมาหามารดาของเขา โรสสูดหายใจลึกๆ ระงับอาการตื่นเต้นที่บริเวณโต๊ะที่ลานกลางแจ้งข้างสระว่าย หญิงวัยกลางคนรูปร่างท้วม หน้าตาดูใจดี นั่งเคียงคู่กับชายต่างชาติ สำหรับเธอแล้วผู้ชายคนนี้เป็นรุ่นคุณปู่มากกว่า ทั้งคู่ยิ้มให้อย่างเป็นมิตร เอเดรียนแนะนำเธอกับพวกท่าน โรสพูดภาษาอังกฤษได้แต่ไม่เก่งนัก พอได้ฟังภาษาอังกฤษสำเนียงอเมริกัน ถึงกับเงี่ยหูฟัง จึงจะสามารถจับใจความได้"สวัสดีค่ะมัม สวัสดีค่ะแดดดี้""เ
อยากให้ลูกคืนดีกัน แต่อยากเอาคืนด้วย ผู้พ่อสะใจซะเหลือเกินที่ลูกสาวได้ดั่งใจ ไม่ใจอ่อนง่ายๆ มีแต่คุณแม่ขจีที่คอยส่งสายตาอาทรลูกเขย ทิพย์อาภายิ้มเจื่อน ถ้าพ่อรู้ว่าเธอใจอ่อนตั้งแต่วันแรก พ่อคงผิดหวัง ได้แต่ทำเป็นไม่สนใจสามี แต่เขาป่วยแบบนี้จะให้ไม่สนใจได้ยังไงหลังเที่ยงคืนบ้านเงียบสงัด พ่อแม่หลับแล้ว ทิพย์อาภาย่องลงมาเช็ดตัวให้สามี กฤษณ์หลับตาให้เธอซับผ้าไปตามใบหน้ารักแร้แผงอก ได้แต่บอกตัวเองว่าถ้าลืมตาตื่นภรรยาคงรีบหนีไป เขาแกล้งหลับต่อ จนหญิงสาวอังมือที่หน้าผากของเขา"ตัวเย็นลงแล้ว พรุ่งนี้คงหายป่วยแล้วล่ะ" พูดแล้วก็ลุก แต่ถูกจับข้อมือเอาไว้"ยังทิพย์ พี่ยังร้อนมาก จับดูสิ""พี่กฤษณ์ จะทำอะไร"ทิพย์อาภาโวยวายเสียงกระซิบ เพราะเขาดึงมือเธอไปจับที่แท่งเนื้ออุ่นในร่มผ้า พยายามถกมือกลับ แต่คนไข้ลุกขึ้นนั่นกอดรัดร่างเล็กลงที่ตัก กระซิบเสียงพร่าข้างหู"พี่ยังร้อน จริงหรือเปล่าล่ะทิพย์""อื้อ พี่กฤษณ์ ปล่อยนะ อืม" เธอไม่ได้ดิ้นรนขัดขืนอะไรมาก และอ่อนระทวยไปกับจูบของเขา กฤษณ์บดขยี้ริมฝีปากร้อนเข้ากับเรียวปากสวย กดเธอลงเบื้องล่าง ใช้แววตาหยาดเยิ้มมองสบตาแป๋วของหญิงสาว"พี่รักทิพย์นะ"เสียงบ
หน้าบ้านทิพย์อาภา"ออกไปให้พ้นบ้านฉัน!ถ้าแกบุกรุกเข้ามาฉันมีสิทธิ์ยิงได้ออกไปเดี๋ยวนี้!! " "อย่านะคะคุณ! " / "คุณพ่อวางปืนเถอะนะคะ! "เกรียงไกรร้องขู่เล็งปลายกระบอกปืนไปที่กฤษณ์ มือไม้แข้งขาลำตัวสั่นเทิ้ม จนน่าห่วงว่านิ้วสั่นๆ จะลั่นกระสุนใส่ ลูกเขยจริงๆ ทั้งคุณขจีภรรยา และทิพย์อาภาต่างก็ตกใจเข่าแทบทรุด ไม่คิดว่าพ่อจะคว้าปืนพกจ่อหน้าผากสามี แล้วยังเป็นบุตรของผู้มีพระคุณกับตัวเองด้วย แต่บังอาจทำลูกสาวของเขาเสียใจก็คงต้องยอมแตกหักโฮ่งๆๆ แฮ่!!! เจ้านายด่าผู้บุกรุก ปีโป้เจ้าหมาแสนรู้ก็เอาด้วย เห่าเสียงดัง แล้ววิ่งเข้าใส่ ดีที่มันเชื่อฟังขจียอมล่าถอย"ปีโป้อย่าดุสิลูก ไม่น่ารักเลย"ทิพย์อาภาลูบหัวปีโป้ก่อนจะนั่งลงกอดเจ้าตัวสีน้ำตาลเอาไว้ เธออ่อนโยนแม้กระทั่งดุสุนัข ภรรยาน่ารักขนาดนี้ เขายังทำร้ายจิตใจเธอได้ คิดแล้วให้สำนึกผิด พนมมือไหว้ขอความเมตตาจากพ่อตา"คุณพ่อครับ ได้โปรดยกโทษให้ผมเถอะนะครับ ผมจะขอรับ เมียกลับบ้าน" "ฮึ! ฉันไม่มีทางให้ลูกสาวกลับไปทนอยู่กับแกหรอก" ลูกไม่เคยบอกว่าทนกับอะไร ไม่เคยเล่าในสิ่งที่ถูกกระทำ แต่คนเป็นพ่อเจ็บแค้น แค่ทิพย์อาภาบอกว่าสามีขอหย่า ขนของกลับบ้านกอ
รายงานข่าวโทรทัศน์"เจ้าหน้าที่ตำรวจบุกเข้าช่วยนางแบบสาว ในเซฟเฮาท์ของนักธุรกิจชื่อดัง ซึ่งเป็นคุณลุงของเธอเอง โดยสารวัตรสืบสวนสอบสวนสถานีตำรวจ... เปิดเผยว่าได้รับแจ้งจากพลเมืองดีว่า มีเสียงหวีดร้องของผู้หญิงจากบ้านหลังดังกล่าว จึงได้ขอหมายเข้าตรวจค้นภายในบ้านพบหญิงสาวในสภาพเปลือยกาย ถูกทำร้ายบาดเจ็บสาหัส บริเวณใบหน้ามีร่องรอยแผลถูกทุบตี ที่คอมีโซ่ตรวนคล้องไว้ อีกทั้งยังมีเหล็กกลม น้ำหนักไม่ต่ำกว่าหกกิโลกรัม ที่ปลายโซ่อีกด้าน คาดว่าคนร้ายกักขังหน่วงเหนี่ยวทำร้ายหญิงคนดังกล่าวมานานแล้ว อาจกำลังวางแผน นำเธอไปถ่วงน้ำ แต่เจ้าหน้าที่เข้าไปช่วยได้ทัน ขณะนี้ส่งเข้ารักษาตัวที่ห้องผู้ป่วยวิกฤต โรงพยาบาลรัฐแห่งหนึ่ง ทราบชื่อภายหลังเธอคือนางแบบชื่อดังเมริกา ฯลฯ " กฤษณ์ถอนหายใจเฮือกใหญ่ โชคดีที่เขาไปงานแฟชั่นโชว์เป็นเพื่อนมารดา แล้วบังเอิญไปได้ยินนางแบบซุบซิบกันว่าเมริกาหายตัวไปเกือบเดือน จึงได้ประสานเพื่อนที่เป็นตำรวจสืบหาเพื่อช่วยเหลือเธอ ถึงจะโกรธเกลียดผู้หญิงคนนี้ ก็ไม่อยากให้เธอเสียชีวิต แต่จากดูสภาพเถอะ ข่าววงในว่ากะโหลกร้าว ต้องผ่าตัดเอาเลือดคั่งในสมองออกนายวิโรจน์ก็รอดตัวเช่นเคย ให้สั
"โรส ผมรู้แล้ว ผมเชื่อคุณ หยุดร้องไห้เถอะนะคนดี""ฮือๆ ฉันหยุดไม่ได้ อึก"ยกมือปิดปากตัวเองไว้ ก็ยังจะร้องอยู่นั่น เอเดรียนปลอบ ทั้งในใจก็มีคำถาม ทำไมโรสอ่อนไหวเป็นคนละคนกับเมื่อก่อน "ผมอยู่นี่แล้วโรส หยุดร้องไห้เถอะ""ขอเวลาฉันสักครู่ค่ะ กอดฉันแน่นๆ ด้วย" วงแขนกำยำโอบโรสไว้ในอ้อมกอด ต่างตะแคงตัวเข้าหากอดกันไว้อย่างนั้น จนโรสหยุดอาการร้องไห้ได้ เธอไม่อยากเป็นแบบนี้หรอกเพราะมันเหนื่อย แต่ไม่รู้ทำไมเหมือนกัน "เอเดรียน อย่าทิ้งฉันไปอีกนะ ฉันไม่อยากให้เราพลัดพรากกัน ไม่อยากให้คุณหมดโอกาสได้เป็นแดดดี้ของลูก"เอเดรียนเพ่งมองหน้าเธอ เมื่อครู่โรสพูดว่า ‘ลูก’ งั้นหรือ"ลูกหรือ หมายถึง... ""ฉันกำลังท้องลูกของเราค่ะ" รอยยิ้มของเอเดรียนที่รับรู้ว่าเขากำลังจะเป็นพ่อ ทำให้หัวใจของโรสเบ่งบาน"จริงหรือโรส? " ถามด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ตื้นตันใจบรรยายไม่ถูก"คุณรู้ไหมผมภาวนามาตลอด ขอให้คุณตั้งท้องลูกของเรา ผมจะได้ถือโอกาสใช้เป็นข้ออ้างกลับมาหาคุณ"พูดพลางใช้หัวแม่มือเกลี่ยน้ำตาให้เธอ "ผิดกับฉัน ตอนที่ไม่มีคุณฉันภาวนาให้ไม่ท้อง เพราะฉันกลัวว่าหลังคลอดลูกออกมาแล้ว ถ้าเกิดฉันเป็นอะไรไป ลูกจะไม่มีใคร
"อาการอย่างคุณว่าถ้าเป็นผู้หญิง ก็คงจะแพ้ท้องแล้วค่ะ"ซันนี่หรี่ตามองหญิงสาวตรงหน้า สีหน้าตื่นตกใจเมื่อสักครู่เปลี่ยนเป็นอมยิ้มอย่างมีนัยบางอย่าง"อาการคล้ายนะครับ ว่าแต่คุณโรสมาทำอะไรหรือ? ""ฉันมาตรวจเลือดค่ะ เอ่อ ฉันอยากจะรู้ว่าฉันเลือดกรุ๊ปอะไร"ไม่ได้คิดที่จะปิดบังที่ตั้งครรภ์ แต่ยังไม่อยากให้เอเดรียนรู้ คู่สนทนาจ้องหน้าหาพิรุธ เพราะรู้มาว่าผู้ชายสามารถแพ้ท้องแทนผู้หญิงได้จริงๆ ทำให้โรสถามเรื่องอื่นเพื่อกลบเกลื่อน"เอเดรียนกลับมาเมืองไทยตั้งแต่เมื่อไหร่หรือคะ? " "มาได้เกือบสัปดาห์แล้วครับ""งั้นหรือคะ ฉันเข้าเยี่ยมเขาได้ไหม เขาห้ามหรือเปล่า"ไม่รู้ว่าเขายังโกรธเกลียดเธออยู่ไหม ตอนนี้หัวใจเปราะบางเหลือเกิน หากเพียงได้ยินคำว่าเขาไม่ปรารถนาจะพบเธอ ก็คงเจ็บปวดมาก"ไม่เลยครับ เขาอาจจะอยากเจอคุณซะด้วยซ้ำแต่ไม่พูด""งั้นฉันขอไปรอคิวเจาะเลือดของฉันก่อนนะคะ เสร็จแล้วฉันจะไปเยี่ยมเขาค่ะ"หลังเจาะเลือดรับยาบำรุง โรสรีบไปเยี่ยมไข้คนที่เธอยากเจอเหลือเกิน คนตัวใหญ่ในชุดคนไข้ของโรงพยาบาล นอนรับน้ำเกลืออยู่บนเตียงผู้ป่วย เขามองหน้าเธอตั้งแต่เดินเข้ามาในห้องด้วยแววตานิ่ง ไม่แสดงออกถึงอาการตื่น







