LOGIN“หมั้นหมาย? ของลูก? กับ... กับใครหรือคะ?”
“กับท่านพระยาธนบดีที่ดูแลการท่าเรือ คนที่... ลูกหญิงเต้นรำด้วยเมื่อคืนนี้อย่างไร”
ราวกับมีสายฟ้ามาฟาดก็ไม่ปาน หญิงก้อยไม่รู้ว่าตัวเองทำหน้าออกไปเช่นไรเพราะหม่อมไฉไลถึงกับหลบสายตาไม่ยอมมองหน้าเธอตรง ๆ
ของสวยงามที่หญิงก้อยชื่นชมเมื่อสักครู่ คือของหมั้นหมายของตัวเองกับพระยาธนบดีอย่างนั้นหรือ ชายที่คิดว่าไม่เหมาะจะมาเป็นพี่เขยของเธอ คนที่เป็นหม้ายและมีเมียบ่าวเต็มบ้าน ชายคู่เต้นรำคนแรกของเธอที่แก่คราวพ่อ...
เขาคนนั้น...คือคู่หมั้นของหม่อมราชวงศ์หญิงกชกรจรัสศรีที่เพิ่งจะเป็นสาวสะพรั่ง... อย่างนั้นหรือ
ตะวันสายโด่งแล้วหญิงก้อยก็เอาแต่หมกตัวอยู่ในห้องนอน จนหม่อมไฉไลผู้เป็นแม่ต้องมาเคาะประตูเรียก เธอถึงได้ยอมเปิดประตูเสียที
“หญิงก้อยทำไมไม่ไปรับมื้อเช้ากับแม่กับพี่ ไม่สบายหรือ”
หม่อมแม่ผู้ใจดีของหญิงก้อยเอามือไปอังที่หน้าผาก ความอ่อนโยนนี้ทำให้เธอต้องปลดปล่อยความอัดอั้นในใจที่มีมาตลอดตั้งแต่เมื่อวาน โผเข้ากอดผู้เป็นแม่และปล่อยโฮ
“หม่อมแม่... หม่อมแม่คะ ลูกไม่อยากออกเรือน ลูกไม่อยากแต่งงานเป็นภรรยาของพระยาธนบดี!”
หม่อมไฉไลได้ยินดังนั้นก็กอดปลอบโยนจนลูกสาวให้หายสะอึกสะอื้น บรรจงเช็ดน้ำตาบนแก้มกลมมนแล้วค่อยพูดจา
“โถ... ลูกแม่ ลูกไม่ชอบเจ้าคุณธนบดีตรงไหนหรือ”
“เจ้าคุณธนบดีอายุอ่อนกว่าท่านพ่อไม่กี่ปีเท่านั้น อีกทั้งยังมีเมียบ่าวเสียมากมาย”
“ถึงตอนนี้จะผมบางไปเสียหน่อย เตี้ยไปสักนิด แต่ท่านก็ยังคล่องแคล่วไม่แพ้คนหนุ่ม ลูกก็ได้เจอท่านแล้วเมื่อวันก่อนมิใช่หรือ ส่วนเรื่องเมียบ่าว... ลูกก็รู้ว่าภรรยาของท่านเสียไปหลายปีแล้ว เป็นปกติของผู้เป็นชายที่ต้องการให้มีคนมารับใช้บ้าง ท่านพ่อก็มี”
“ท่านพ่อมีแค่คนที่หม่อมแม่จัดหามาให้แค่คนสองคนเท่านั้น แต่ท่านเจ้าคุณมีไปทั่ว มีเสียเต็มบ้าน”
“คุณกิมลั้งคุณแม่ของท่านเจ้าคุณยืนยันว่ามิได้เลี้ยงใครให้ออกหน้า เมียบ่าวทุกคนล้วนเจียมตัวและเห็นว่าไม่มีลูกเต้ารุงรัง”
“แต่ลูกไม่ได้รักเขา”
“อยู่กันไปก็รักกันเอง ดูอย่างแม่... เคยพบท่านพ่อมาก่อนเสียที่ไหน ตอนนี้ก็มีลูกชายลูกหญิงเสียตั้งห้าหกคน”
“หม่อมแม่... ทำไมต้องเป็นลูก เหตุใดถึงไม่เป็นพวกพี่หญิงที่ต้องออกเรือน เหตุใดน้องสาวอย่างลูกถึงได้ออกเรือนก่อน”
“นั่นก็เพราะแม่สื่อแจ้งว่าลูกหญิงก้อยของแม่มีลักษณะรูปร่างสวยงามต้องใจตามที่คนเชื้อสายจีนชอบ ชาติตระกูลก็ดี มีความรู้สามารถช่วยกิจการการค้าของเขาได้ แม่เชื่อว่าแม่สามีจะต้องรักและให้ความเอ็นดูลูกอย่างแน่นอน”
“แต่...”
“ลูกหญิงของแม่ หากได้ออกเรือนกับพระยาธนบดี ลูกจะสุขสบายไปตลอดชีวิต บ้านทางแม่ของเขาร่ำรวยมาก ทางนั้นเขาต้องการทายาทสืบสกุล หญิงก้อยยังสาวยังแข็งแรงต้องมีลูกได้มากเป็นแน่”
“หม่อมแม่...”
“หากลูกตกลงปลงใจ นอกจากสินสอดเงินทองเครื่องเพชรที่ลูกจะได้แล้ว ท่านเจ้าคุณยังจะช่วยปลดหนี้ทั้งหมดที่ท่านพ่อค้างกับหลวงไว้อีกมากโข อีกทั้งจะช่วยซ่อมแซมวังนี้ให้ใหม่ทั้งหลังด้วย ลูกก็รู้ ท่านพ่อมิได้รุ่งเรืองเช่นแต่ก่อน จงไตร่ตรองให้ดีเถิด ท่านพ่อกับแม่เลือกคู่ครองให้ลูกไม่ผิดดอก”
เหตุผลทั้งหมดที่หม่อมไฉไลกล่าวมา ที่จริงก็ได้แจ้งให้หญิงก้อยทราบไปแล้วตั้งแต่เมื่อวาน เพียงแต่เธอยังมิอยากยอมรับความจริง อยากจะถามย้ำอีกครั้งเผื่อมีส่วนใดเข้าใจผิด เผื่อว่ามีอะไรอาจเปลี่ยนแปลงไป
แต่เมื่อได้ฟังอีกครั้งด้วยใจความเดิม ๆ ก็จนใจ ทำได้เพียงเก็บความอัดอั้นไว้แล้วไม่เอ่ยเรื่องนี้กับใครอีก
วันต่อมาหลังจากคืนวันแต่งงาน ตั้งแต่ตื่นนอนกระทั่งหัวค่ำ หญิงก้อยก็มิได้พบหน้าผู้ใดเลยนอกจากบ่าวรับใช้สองคน มิได้ลงจากตึก ไปไกลที่สุดก็เพียงระเบียงนั่งเล่นบริเวณหน้าห้องของเธอเท่านั้นเมื่อตะวันเริ่มลับฟ้าบ่าวจะมาปรนนิบัติหญิงก้อยอาบน้ำขัดผิวอบร่ำให้หอมฟุ้ง จัดยาจีนมาให้ดื่ม ตกดึกก็จะมีบ่าวถือโคมแดงมาตามหญิงก้อยไปที่ห้องนอนของพระยาธนบดีเพื่อร่วมหลับนอนเวลาพูดคุยกัน พระยาธนบดียังคงมีท่าทีเอ็นดูปากหวานเช่นเคย ทว่าตอนร่วมรักท่านเจ้าคุณก็ยังคงตะกละตะกลามจนบางครั้งหญิงก้อยก็รู้สึกรำคาญใจ กิจแต่ละครั้งลุล่วงอย่างรวดเร็วโดยที่หญิงสาวมิทันได้สัมผัสกับความอิ่มเอมเสียทุกครากิจวัตรเช่นนี้ผ่านมาได้สามวัน ทุกคืนเมื่อสามีเสร็จสมอารมณ์หมาย หญิงก้อยก็จะขอท่านเจ้าคุณกลับไปนอนที่ห้องของตัวเอง ซึ่งเขาก็มิได้ขัดข้องประการใด ครั้งนี้หญิงก้อยกำลังจะลุกใส่เสื้อผ้าเพื่อกลับห้องเช่นเคย ทว่าพระยาธนบดีเอื้อมไปหยิบสิ่งหนึ่งที่โต๊ะข้างเตียงส่งให้เธอเสียก่อน“พี่ให้น้องหญิงเป็นรางวัล”หญิงก้อยรับกล่องบุผ้าสักหลาดออกมาเปิดดู ก็พบสร้อยทองเส้นโตพร้อมต่า
งานมงคลสมรสระหว่างพระยาธนบดีและหม่อมราชวงศ์หญิงกชกรจรัสศรี เป็นที่อื้ออึงไปทั่วพระนคร ด้วยความแปลกใหม่ที่มีทั้งแบบไทย จีน ฝรั่งเช้าทำพิธีแบบไทยให้พระสงฆ์มาเจริญพร เลี้ยงเพล รดน้ำสังข์ จัดที่บ้านเจ้าสาว ตกบ่ายเป็นพิธีแบบจีน กราบไหว้ฟ้าดินและบรรพบุรุษ ยกน้ำชาญาติผู้ใหญ่ จัดที่บ้านเจ้าบ่าว ส่วนตอนค่ำเป็นการเลี้ยงค็อกเทลแบบฝรั่งหรูหรา บ่าวสาวแต่งตัวอย่างสากลสวยงาม จัดที่สมาคมท่าเรือ ทว่าเสียงอื้ออึงมีเพียงชื่นชมยินดีอย่างเดียวเสียที่ไหน‘น่าสงสารคุณหญิงก้อยได้ผัวแก่คราวพ่อ จะไหวเร้อ’‘แต่งใหม่ทั้งทีได้เมียเด็กทั้งสวยทั้งชาติตระกูลก็ดี ขึ้นสวรรค์ชัดๆ’‘คุณหญิงกชกรจรัสศรี ตกถังข้าวสารใบโตเชียวนะ’‘เห็นว่าท่านเจ้าคุณช่วยล้างหนี้ให้ด้วย มิน่าถึงได้เป็นเขยขวัญของวังชินภัทร’จะปิดหูปิดตาเช่นไรก็ต้องมีเล็ดลอดมาให้ได้ยินอยู่ตลอด หญิงก้อยเหนื่อยล้าเกินกว่าจะมีเวลาให้คิดน้อยใจ ตื่นตั้งแต่ฟ้ายังไม่สาง ทำผมเปลี่ยนเสื้อผ้าไปสามสี่ชุด ข้าวปลาก็ได้รับแค่นิดๆ หน่อย&
ตกค่ำหญิงก้อยก็ผลัดผ้านอนเล่นเพื่อรอเวลาให้คนในเรือนเข้านอน กลางดึกสงัดก็ลงมารับลมเช่นเคย เดินไปจนถึงศาลาริมสระบัวพบกับนายเด่นนั่งรออยู่ตรงท่าน้ำ ถัดออกไปมีเรือลำเล็กผูกติดกับเสาอยู่ด้วยหนึ่งลำ“คุณหญิงก้อยขอรับ เปลี่ยนจากเดินเล่นมาพายเรือเล่นกันดีหรือไม่”หญิงก้อยยิ้มรับและยอมให้นายเด่นจับมือเพื่อประคองให้ลงไปนั่งในเรือได้อย่างมั่นคง เขาพายไปเรื่อย ต่างคนต่างไม่พูดอะไรกันมากนักตั้งแต่เด็กจนโตคุณหญิงก้อยของนายเด่นก็เป็นคนร่าเริงแจ่มใส ไม่ถือตัวกับลูกบ่าวอย่างเขา อีกทั้งเธอยังมีพระคุณช่วยสอนหนังสือให้พอได้อ่านออกเขียนได้ เลยทำให้มีโอกาสติดตามคุณชายใหญ่ไปทำงานเล็กๆ น้อยๆ ที่กระทรวง ถือว่ามีภาษีดีกว่าลูกบ่าวคนอื่นมากนัก หากขยันร่ำเรียนให้รู้ความมากกว่านี้ ไม่แน่ว่าอนาคตอาจได้เป็นเสมียนเล็กๆ ของกรมกองสักแห่งก็เป็นได้นายเด่นรู้ดีว่าการแต่งงานของหญิงก้อยนั้นเธอมิได้เต็มใจ คนที่ถูกเลี้ยงดูมาให้เป็นผู้ดีสูงศักดิ์อยู่เสมอกลับต้องไปเป็นเมียใช้หนี้ของชายแก่คราวพ่อเช่นนั้น แต่บ่าวอย่างนายเด่นจะทำอะไรได้มากไปกว่าทำให้เธอหั
แช่มกัดฟันร้องครางเบาๆ ก่อนคนทั้งคู่จะพากันล้มฟุ่บไปหลังพุ่มไม้ หญิงก้อยอยู่ดูถึงแค่นั้นก็รีบเบี่ยงตัวออกมาวิ่งกลับขึ้นเรือน เข้าห้องแล้วมุดเข้ามุ้งทันที หญิงสาวหน้าแดงพลุ่งพล่าน รู้สึกประหลาดแบบไม่เคยเป็นมาก่อนในความเงียบสงัด เมื่อความตื่นเต้นคลายลงแล้วลองได้หวนคิดถึงเรื่องที่ได้พบเจอเมื่อครู่ น่าประหลาดที่หญิงสาวเกิดความประทับใจในความรักของแช่มกับก้อนขึ้นมาเสียอย่างนั้นแช่มเป็นลูกของช้อยที่ทำหน้าที่ซักผ้า ใครๆ ก็ต่างรู้ว่าแม่ช้อยนั้นตระหนี่ขี้งกขนาดไหน หากจะเลือกลูกเขยสักคน สู้ยกให้เป็นเมียน้อยอีกคนของอาแปะที่มีแผงขายปลาในตลาด ดีกว่ายกให้กุลีที่ดีแต่ใช้แรงงานอย่างนายก้อนเป็นไหนๆหญิงก้อยหวนกลับไปคิดถึงชะตาชีวิตของตัวเอง แช่มต้องแต่งงานกับอาแปะเพื่อมีค่าสินสอดดีๆ ให้กับแม่ช้อย ช่างคล้ายกับตนนัก ทว่าแช่มมีนายก้อน ชายรักที่ตัวเองสมัครใจยอมพลีกายเป็นเมีย เขาเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของแช่มและยอมสู้ตายเพื่อมิให้คนรักต้องตกไปเป็นของคนอื่นส่วนตัวเองเล่า... มีใคร ในชีวิตของหญิงก้อยก็อยากมีคนรักที่ใคร่ปรารถนาร้อนแรงอย่างนายก
ด้วยเพราะฤกษ์มงคลนั้นค่อนข้างกระชั้น แต่ละวันหม่อมแม่และบรรดาพี่สาวจึงได้วิ่งวุ่นตระเตรียมทุกสิ่งเพื่อให้พร้อมทันวันงาน ทุกคนทั้งนายบ่าวล้วนกระตือรือร้นดีใจที่วังนี้จะได้จัดงานมงคล เว้นไว้เสียแต่คุณหญิงก้อยผู้เป็นว่าที่เจ้าสาวเท่านั้นระหว่างนี้หญิงก้อยได้พบหน้าพระยาธนบดีสองครั้ง เห็นหน้าทีไรเวลาไหว้สาทักทายก็หาได้รู้สึกว่านี่คือว่าที่เจ้าบ่าวของตัวเองไม่ ยิ่งเวลาที่พระยาธนบดีเจรจาหารือกับท่านพ่อก็ยิ่งตอกย้ำความสูงวัยของเขายิ่งไปอีก แต่งงานกันไปก็ไม่รู้ว่าจะได้ทันมีลูกสมใจอยากหรือจะหมดแรงหมดลมไปเสียก่อน นี่หรือคือชีวิตคู่ของหญิงสาวอายุสิบแปดหมาด ๆ อย่างเธอกระนั้นหญิงก้อยก็รู้ถึงความจำเป็นในการออกเรือนของตนดี ถึงจะใช้คำพูดสวยหรูอย่างไรแต่การแต่งงานนี้ก็ไม่ต่างอะไรกับขายลูกสาวใช้หนี้ แล้วก็รู้ดีว่าคนจีนชอบผู้หญิงอวบอิ่มสะโพกผายเพื่อที่จะสามารถผลิตลูกชายให้ได้หลาย ๆ คน หากมิเพราะเหตุนี้ ผู้ที่จะต้องออกเรือนก่อนคงเป็นพี่หญิงคนใดคนหนึ่งของเธอเป็นแน่บ่ายคล้อยวันหนึ่งหญิงก้อยหนีความวุ่นวายมานั่งเล่นกินขนมที่ศาลาริมสระบัว ได้ยินเสียงอะไรสักอย่างอยู่ที่ท่าน้ำ เดินออกไปดูก็เลยพบเข้ากับนายเด่น
“หมั้นหมาย? ของลูก? กับ... กับใครหรือคะ?”“กับท่านพระยาธนบดีที่ดูแลการท่าเรือ คนที่... ลูกหญิงเต้นรำด้วยเมื่อคืนนี้อย่างไร”ราวกับมีสายฟ้ามาฟาดก็ไม่ปาน หญิงก้อยไม่รู้ว่าตัวเองทำหน้าออกไปเช่นไรเพราะหม่อมไฉไลถึงกับหลบสายตาไม่ยอมมองหน้าเธอตรง ๆของสวยงามที่หญิงก้อยชื่นชมเมื่อสักครู่ คือของหมั้นหมายของตัวเองกับพระยาธนบดีอย่างนั้นหรือ ชายที่คิดว่าไม่เหมาะจะมาเป็นพี่เขยของเธอ คนที่เป็นหม้ายและมีเมียบ่าวเต็มบ้าน ชายคู่เต้นรำคนแรกของเธอที่แก่คราวพ่อ...เขาคนนั้น...คือคู่หมั้นของหม่อมราชวงศ์หญิงกชกรจรัสศรีที่เพิ่งจะเป็นสาวสะพรั่ง... อย่างนั้นหรือตะวันสายโด่งแล้วหญิงก้อยก็เอาแต่หมกตัวอยู่ในห้องนอน จนหม่อมไฉไลผู้เป็นแม่ต้องมาเคาะประตูเรียก เธอถึงได้ยอมเปิดประตูเสียที“หญิงก้อยทำไมไม่ไปรับมื้อเช้ากับแม่กับพี่ ไม่สบายหรือ”หม่อมแม่ผู้ใจดีของหญิงก้อยเอามือไปอังที่หน้าผาก ความอ่อนโยนนี้ทำให้เธอต้องปลดปล่อยความอัดอั้นในใจที่มีมาตลอดตั้งแต่เมื่อวาน โผเข้ากอดผู้เป็นแม่และปล่อยโฮ“หม่อมแม่... หม่อมแม่คะ ลูกไม่อยากออกเรือน ลูกไม่อยากแต่งงานเป็นภรรยาของพระยาธนบดี!”หม่อมไฉไลได้ยินดังนั้นก็กอดปลอบโยนจนลูก







