Share

บทที่10

Author: ชุนกวงห่าว
หลังได้เห็นกับตาว่าความรักที่เหลียงหยวนโจวมีต่อเสินหลีนั้น เธอก็ไม่อาจหลอกตัวเองได้อีก

ความรักที่เธอมีต่อเหลียงหยวนโจว และตลอดหลายปีที่ผ่านมาความรู้สึกนั้นก็ถูกการดึงดันซ้ำแล้วซ้ำเล่าบั่นทอนจนแทบไม่เหลืออยู่ ไม่เพียงพอที่จะทำให้เธอยืนหยัดต่อไปได้อีกแล้ว

“เป็นไปไม่ได้!”

สายตาของเซี่ยงชินเฟินแน่วแน่ “หนูให้โอกาสเขาอีกครั้ง ถ้าครั้งนี้เขายังทำให้หนูผิดหวังเหมือนเดิม ป้าจะไม่ห้ามหนูอีกแล้ว”

“โอกาสครั้งนี้ ถือว่าป้าเซี่ยงใช้บุญคุณช่วยชีวิตขอแทนหยวนโจวได้ไหม?”

สืออวี๋ถอนหายใจอยู่ในใจ จริงๆแล้วเธอทำแบบนี้ ก็เพียงแค่ยืดเวลาการเลิกราของตัวเองกับเหลียงหยวนโจวออกไปเท่านั้น แต่ผลลัพธ์สุดท้ายก็ยังเหมือนเดิม

คนสองคนที่ไม่ได้รักกันแล้ว จะเดินไปด้วยกันต่อได้อย่างไร?

ท่ามกลางสายตาวิงวอนของเซี่ยงชินเฟิน สุดท้ายสืออวี๋ก็พยักหน้า “ได้ค่ะป้าเซี่ยง หนูสัญญากับป้าว่า ถ้าภายในหนึ่งเดือนเหลียงหยวนโจวตัดขาดกับเสินหลีได้จริง หนูจะยกโทษให้เขา”

พูดแบบนี้ เพราะว่าในใจเข้าใจดูว่า เหลียงหยวนโจวไม่มีทางทอดทิ้งเสินหลีเพื่อเธอ

เมื่อเห็นเธอตกลง เซี่ยงชินเฟินก็โล่งใจ รีบหยิบกำไลที่เตรียมมาออกจากกระเป๋า

“นี่เป็นของที่ยายของหยวนโจวให้ป้า ป้าเองก็ไม่มีของมีค่าอะไร นี่ถือเป็นของขวัญงานแต่งที่ป้าส่งให้หนู หนูอย่ารังเกียจเลยนะ”

กำไลหยกนั้นส่องประกายใต้แสงไฟ แค่ดูก็รู้ว่ามีมูลค่ามาก

สืออวี๋ผลักกำไลหยกกลับไป “ป้าเซี่ยงคะ ของชิ้นนี้มีค่ามากเกินไป หนูรับไม่ได้หรอกค่ะ”

“ไม่หรอก ก็แค่กำไลอันหนึ่งเอง”

สืออวี๋ส่ายหัว ไม่ยอมเอา เซี่ยงชินเฟินจึงได้แต่เอาเก็บไว้

หลังจากส่งเซี่ยงชินเฟินขึ้นแท็กซี่แล้ว สืออวี๋จึงกลับบ้าน

ไม่รู้ว่าเซี่ยงชินเฟินใช้วิธีไหน หลายวันมานี้ เหลียงหยวนโจวล้วนกลับมาทุกวัน

ทว่าเมื่อเผชิญหน้ากับสืออวี๋ ก็มักจะทำหน้าเย็นชา และไม่คิดจะเป็นฝ่ายเริ่มคุยกับเธอ

เสินหลีเหมือนจะโทรหาเขาตลอด แต่แปลกที่เหลียงหยวนโจวไม่รับสักสายเลย

สืออวี๋ไม่รู้ว่าทำไมเขาถึงเปลี่ยนไป แต่เธอก็ไม่สนใจ ทำเหมือนเขาเป็นคนล่องหน

แค่ทนให้ครบหนึ่งเดือน เธอชดใช้บุญคุณที่เซี่ยงชินเฟินช่วยชีวิตแล้ว ก็ได้ปลดปล่อยแล้ว

เธอไม่เคยคิดเลยว่า มีวันหนึ่งที่เธอตัดสินใจเตรียมจะไปจากเหลียงหยวนโจว มันจะรู้สึกเหมือนได้รับการปลดปล่อย

ไม่คิดไกลไปกว่านี้ เธอก็จดจ่อกลับไปอ่านเอกสารต่อ

สุดสัปดาห์ เซี่ยงชินเฟินมาคุยปรึกษาหารือเรื่องแต่งงานกับพวกเขา

พอรู้ว่าเหลียงหยวนโจวกับสืออวี๋ต่างไม่ใส่ใจนัก เธอเลยจัดการแทนเอง

สืออวี๋กับเหลียงหยวนโจวนั่งแยกกันที่สองฝั่งของโซฟา ซ้ายคนขวาคน แบ่งเขตกันอย่างชัดเจน

เทียบกับคู่รักที่กำลังจะแต่งงานแล้ว กลับเหมือนสามีภรรยาที่ความสัมพันธ์แตกสลายและกำลังจะหย่ากัน

เซี่ยงชินเฟินนั่งอยู่ตรงข้ามพวกเขา เอาตัวอย่างการ์ดเชิญที่ตัวเองเลือกเสร็จให้พวกเขาเลือก เหลียงหยวนโจวเลือกอันที่เชยที่สุด ใบหน้าไร้ความใส่ใจ

“เอาอันซ้ายบนก็แล้วกัน”

สืออวี๋เหลือบมอง พบว่าการ์ดนั้นมันดูแก่หน่อย มีแค่ตัวอักษรฮี่[1]ใหญ่ๆตัวหนึ่ง ไม่มีลวดลายตกแต่งใดๆ เหมาะกับรสนิยมผู้ใหญ่ยุคก่อน การ์ดอื่นล้วนสวยกว่านี้หมด

เซี่ยงชินเฟินจิกตาใส่เขา ก่อนหันไปมองสืออวี๋ “สืออวี๋ หนูชอบอันไหน เอาที่หนูชอบ”

มองดูท่าทีที่กระตือรือร้นของสืออวี๋ สืออวี๋อยากบอกกับเธอจริงว่าไม่จำเป็น สภาพนี้ของเธอกับเหลียงหยวนโจว จะแต่งงานแบบไม่มีอะไรเกิดขึ้นได้ยังไง?

ลังเลไปครู่หนึ่ง ก็ไม่พูดคำพวกนี้ออกมา เพราะเธอตอบตกลงเซี่ยงชินเฟินว่าจะให้โอกาสเขาอีกครั้ง

ตอนนี้เธอก็เพิ่งเข้าใจความรู้สึกที่ถูกคนบังคับนั้นมันเป็นอย่างไร

“เอาตามที่เขาเลือกก็ได้ค่ะป้า”

เซี่ยงชินเฟินพยักหน้าแล้วยิ้ม “โอเค งั้นก็ตามนี้นะ”

หลังจากคุยเรื่องของชำร่วยเสร็จ เซี่ยงชินเฟินจึงยิ้มแล้วจากไป

ทันทีที่เธอออกไป ห้องนั่งเล่นก็ตกอยู่ในความเงียบ

สืออวี๋ดูเวลา สี่ทุ่มกว่าแล้ว

พรุ่งนี้เช้ามีคดีต้องขึ้นศาล ถึงแม้เอกสารจะเตรียมครบแล้ว แต่เธอก็ชอบตรวจอีกรอบถึงจะสบายใจ

ลุกขึ้นกำลังจะเดินเข้าห้อง เสียงที่เย็นชาของเหลียงหยวนโจวก็ดังขึ้นในห้องนั่งเล่น

“สืออวี๋ แต่งกับผู้ชายที่ไม่รักเธอ มันก็เหมือนอยู่เป็นหม้ายไปตลอดชีวิต คุณแน่ใจเหรอว่านี่คือชีวิตที่คุณอยากได้?”

สืออวี๋ชะงัก หันกลับไปมองเขา “เหลียงหยวนโจว ถ้าคุณไม่อยากแต่ง ก็ไปบอกกับป้าเซี่ยงเองสิ”

สีหน้าของเหลียงหยวนโจวเคร่งขรึม จ้องเธอไม่วางตา ก่อนหัวเราะหยัน “โอเค คุณอย่าได้เสียใจทีหลังก็แล้วกัน”

สืออวี๋ไม่พูดอะไรอีก เดินเข้าห้องแล้วล็อกประตูโดยตรง

แม้ว่าช่วยงนี้เหลียงหยวนโจวจะกลับมา แต่พวกเขาก็แยกกันนอนตลอด เธอนอนในห้อง เหลียงหยวนโจวนอนบนโซฟา

หลังตรวจสอบเอกสารเสร็จ มั่นใจว่าไม่มีปัญหาแล้วสืออวี๋ก็เก็บใส่กระเป๋า เอาชุดนอนแล้วเตรียมไปอาบน้ำเข้านอน

รุ่งเช้า สืออวี๋ล้างหน้าแปรงฟันเสร็จหยิบกระเป๋าเอกสารแล้วออกจากห้อง ในห้องนั่งเล่นก็ไม่มีวี่แววของเหลียงหยวนโจวแล้ว

การขึ้นศาลช่วงเช้าเป็นไปอย่างราบรื่น เอกสารและหลักฐานที่สืออวี๋ยื่นครบถ้วน ทำให้การพิจารณาจบลงอย่างรวดเร็ว

เหลือเพียงรอคำพิพากษา ซึ่งถ้าไม่มีอะไรผิดพลาดก็น่าจะชนะ

ขณะเดินออกจากศาล จู่ๆก็มีคนพุ่งออกมา

ทำให้สืออวี๋ตกใจแล้วถอยหลังไปสองก้าว ก่อนจะเห็นว่าเป็นเสินหลี

เสินหลีตาทั้งแดงและบวม สีหน้าดูโทรมเล็กน้อย สายตาที่มองดูสืออวี๋มีความโกรธเคือง

“สืออวี๋ คุณทำอะไรไป? ทำไมช่วงนี้ประธานเหลียงไม่รับสายฉัน ในบริษัทก็ปฏิบัติเย็นชากับฉัน?!”

น้ำเสียงกล่าวหาของเธอทำให้สืออวี๋ไม่พอใจ พูดด้วยน้ำเสียงที่เฉยชาว่า “คุณควรไปถามเหลียงหยวนโจว ไม่ใช่มาถามฉัน”

“ต้องเป็นเพราะคุณแอบทำเรื่องไม่ดีลับหลังแน่ ตอนนี้คนที่ประธานรักคือฉัน ต่อให้คุณใช้กลอุบายอะไรทำให้ไม่สนใจชั่วคราว เขาก็ไม่มีวันรักคุณอีกครั้งหรอก!”

มือของสืออวี๋ที่ถือกระเป๋าเอกสารกำแน่นขึ้นเล็กน้อย พยยักหน้าด้วยสีหน้าที่เรียบนิ่ง “งั้นคุณก็สู้ๆ ล่ะ พยายามให้เขากลับไปอยู่ข้างเธอให้ได้เร็วๆ นะ”

สีหน้าของเสินหลีดูแย่ รู้สึกว่าสืออวี๋กำลังประชดเธอ

“คุณดีใจได้ไม่นานหรอก!”

พูดจบ เสินหลีก็จากไปอย่างโกรธ

มองดูแผ่นหลังเธอ บนใบหน้าของสืออวี๋ไม่แสดงอารมณ์ใดๆ

ดูออกว่า เหลียงหยวนโจวเอาใจเธอมากจริง ไม่อย่างงั้นเธอก็คงไม่กล้าวิ่งมายั่วยุที่ตรงหน้าสืออวี๋

สืออวี๋ละสายตา แล้วเดินไปที่ลานจอดรถ

คืนนั้น เหลียงหยวนโจวก็กลับมาพร้อมกลิ่นเหล้าหนักอึ้ง

สืออวี๋กำลังเขียนเอกสารที่ห้องนั่งเล่น ได้กลิ่นเหล้านตัวเขาก็ขมวดคิ้วแล้วรีบปิดคอมเตรียมกลับห้อง

เหลียงหยวนโจวขวางเธอไว้ “วันนี้เสินหลีไปหาคุณเหรอ?”

ทันทีที่เขาพูด กลิ่นเหล้าก็ล้อมรอบสืออวี๋ทันที

สืออวี๋ถอยหลังเล็กน้อยเพื่อดึงระยะห่างระหว่างทั้งสองคนออก “ใช่ ทำไม?”

เหลียงหยวนโจวมองดูหน้าที่ไร้อารมณ์ของเธอ แล้วหัวเราะหยัน ดวงตาเต็มไปด้วยการดูถูก

“ช่วงนี้คุณช่างยิ่งอยู่ยิ่งใจกว้างสักแล้ว ถ้าเป็นแบบนี้ตั้งแต่แรก เราก็คงไม่ทะเลาะกันเยอะขนาดนั้น”

ถ้าสืออวี๋สามารถใจกว้างแบบนี้ตลอดไป ไม่สนเรื่องระหว่างเขากับเสินหลี แต่งงานกับเขาก็ไม่ใช่ว่าจะไม่ได้

แม้ว่าเขาจะไม่รักสืออวี๋แล้ว แต่ใบหน้าของสืออวี๋ พาออกไปข้างนอกก็มีหน้ามีตาดี

สบตากับเหลียงหยวนโจวอยู่ครู่หนึ่ง สืออวี๋เบือนหน้าไปด้วยสีหน้าเรียบเฉย

ไม่ได้ใจกว้างขึ้น แต่เป็นเพราะเธอไม่สนใจเขาอีกแล้ว

“คุณไว้ใจ ต่อไปจะไม่มีอีกแล้ว”

━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━

[1]ฮี่ หมายถึง คำมงคลในภาษาจีน ที่แสดงถึงความสุข ความยินดี
Continue to read this book for free
Scan code to download App
Comments (1)
goodnovel comment avatar
ชื่อ ตะวัน อะน่ะ
เอาจริงนางเอกผูกคอตายเหิออ่านแล้วอายแทนผู้หญิงบนโลกนี้ เงินมึงก้อไม่ได้การงานมึงก้อดี แค่ควยเดียว จะอยุ่เพื่อ?
VIEW ALL COMMENTS

Latest chapter

  • คุณกับเลขาเกิดมาคู่กัน แล้วจะมาคุกเข่าในงานแต่งฉันทำไม?   บทที่ 550

    สืออวี๋เข็นรถเข็นพาซือเยี่ยนออกจากลิฟต์ พลากล่าวว่า "มิน่าโรงแรมนี้ถึงราคาแพง ที่แท้ก็เอาเงินไปทุ่มกับค่าดอกไม้พวกนี้นี่เอง อีกอย่างทำไมดีไซน์ของร้านอาหารนี้ถึงดูแปลก ๆ ชอบกลนะ"เธอรู้สึกตะหงิดใจในการตกแต่งของร้านอาหารที่ดูโอ่อ่าเกินความจำเป็น แค่ร้านสำหรับรับประทานอาหาร ต้องทำให้วิจิตรตระการตาขนาดนี้เลยหรือ?"พวกเราเข้าไปข้างในกันเถอะครับ"สืออวี๋เข็นรถเข็นพาซือเยี่ยนเข้าไปในร้าน ทันทีที่ก้าวข้ามธรณีประตู ก็เหลือบไปเห็นซือห่าวอวี่นั่งอยู่ไม่ไกล นอกจากนี้ภายในร้านยังมีคุณย่าสือ สือหมิงฮุยกับโจวฉิน รวมถึงซ่งจื่ออินและคนอื่น ๆ อยู่ด้วยเธอชะงักเท้า หันมองทางคุณย่าสือพลางถามว่า "คุณย่าคะ ทำไมคุณย่าถึงมาอยู่ที่นี่ได้ล่ะ?""แล้วไหนจะจื่ออินอีก... มาทำอะไรกันที่นี่คะ? แถมยังไม่บอกกล่าวกันสักคำ"เมื่อเธอพูดจบ ซือเยี่ยนซึ่งเดิมนั่งอยู่บนรถเข็นก็พลันลุกขึ้นยืน ล้วงกล่องกำมะหยี่ใส่แหวนออกมาจากกระเป๋า แล้วคุกเข่าข้างหนึ่งลงตรงหน้าสืออวี๋"อาอวี๋ ช่วงนี้ผมคิดทบทวนเรื่องราวมากมาย เอาแต่คิดว่าจะขอคุณแต่งงานที่ไหน จะขอยังไง และคุณจะตอบตกลงหรือไม่ จนสุดท้ายผมก็คิดได้ว่า ควรขอคุณแต่งงานต่อหน้าคร

  • คุณกับเลขาเกิดมาคู่กัน แล้วจะมาคุกเข่าในงานแต่งฉันทำไม?   บทที่ 549

    ซือเยี่ยนปรายตามองหลานชายแวบหนึ่ง ไม่ได้พูดอะไรหลังเสร็จสิ้นการฝึกเดินช่วงเช้า ขณะที่ซือห่าวอวี่กำลังจะกลับ ก็ถูกซือเยี่ยนเรียกตัวไว้"ฉันมีเรื่องอยากให้นายช่วยหน่อย"ดวงตาของซือห่าวอวี่ฉายแววประหลาดใจ "อาเล็ก อายังมีเรื่องต้องให้ผมช่วยอีกเหรอครับ?""เรื่องเกี่ยวกับสืออวี๋น่ะ""เรื่องอะไรครับ?""ฉันจะขอเธอแต่งงาน อยากให้นายช่วยเป็นลูกมือหน่อย"ซือห่าวอวี่: "..."ห้านาทีต่อมา ซือเยี่ยนก็เล่าไอเดียคร่าว ๆ ของตนออกมา ก่อนปิดท้ายกับซือห่าวอวี่ว่า "คนอื่นฉันไม่ไว้ใจ นายช่วยไปจัดการเรื่องพวกนี้ให้ที ขั้นตอนฉันวางไว้หมดแล้ว เดี๋ยวจะส่งให้ นายแค่เตรียมของตามขั้นตอนพวกนั้นให้เรียบร้อยก็พอ"เมื่อเห็นซือห่าวอวี่เงียบไป ซือเยี่ยนก็หรี่ตาลง "เป็นอะไรไป? หรือว่านายยังตัดใจจากอาอวี๋ไม่ได้?""ไม่ใช่ครับไม่ใช่ พี่สืออวี๋เขาชอบอานี่ครับ ผมจะไปกล้าคิดอะไรได้ยังไง อาเล็กวางใจได้เลย เรื่องนี้ผมดูแลเอง รับรองว่าเดี๋ยวจัดการให้เรียบร้อยแน่นอน!""ก็ดี ฉันไม่มีอะไรแล้ว นายกลับไปเถอะ""รับทราบครับ..."หลังออกจากโรงพยาบาล ซือห่าวอวี่ก็ต่อสายหาเลขาทันที "คุณวางงานในมือลงก่อน ช่วงหลายวันนี้ไปจัดการเร

  • คุณกับเลขาเกิดมาคู่กัน แล้วจะมาคุกเข่าในงานแต่งฉันทำไม?   บทที่ 548

    มือที่กำลังพับเสื้อผ้าของสืออวี๋หยุดชะงัก สีหน้าออกอาการขัดเขินเล็กน้อย เธอก็คาดไม่ถึงเหมือนกันว่าคำพูดตัวเองจะย้อนศรกลับมาเล่นงานเร็วขนาดนี้ความจริงช่วงที่ป่วยไม่กี่วันนี้ ความโกรธเคืองที่มีต่อซือเยี่ยนก็มลายหายไปเกือบหมดแล้ว ยิ่งเมื่อครู่ได้เห็นคลิปวิดีโอที่ซือเยี่ยนล้มลง เธอก็นั่งไม่ติดเตรียมตัวจะไปเมืองหลวงทันที“ป้าอู๋ คิดไม่ถึงเลยว่าป้าจะจำได้ด้วย...”ป้าอู๋ยิ้มละไม “คุณหนูใหญ่ ป้าแค่ล้อเล่นค่ะ คุณหนูเก็บของเถอะ ป้าจะไปเรียนให้คุณท่านทราบเอง”“ค่ะ”เช้าวันรุ่งขึ้น สืออวี๋ก็ขึ้นเครื่องบินเที่ยวแรกสุดมุ่งหน้าไปที่เมืองหลวงเมื่อเธอไปถึงโรงพยาบาล ซือเยี่ยนก็ไม่ได้อยู่ในห้องพักผู้ป่วยแล้วหลังทราบจากพยาบาลว่าซือเยี่ยนกำลังทำกายภาพบำบัด สืออวี๋ก็สอบถามสถานที่ให้แน่ชัดแล้วตรงไปที่นั่นทันทีภายในห้องกายภาพบำบัดเหงื่อกาฬไหลอาบร่างของซือเยี่ยน มือทั้งสองยันราวฝึกเดิน ถ่ายเทน้ำหนักตัวโน้มไปข้างหน้าอย่างช้า ๆเขาพยายามจะก้าวเดิน แต่ขาทั้งสองข้างกลับหนักอึ้งคล้ายถูกถ่วงด้วยตะกั่ว แม้จะทุ่มเทแรงกายจนสุดความสามารถ แต่ก็ยังไม่อาจขยับไปข้างหน้าได้แม้แต่ก้าวเดียวเมื่อเห็นเขาหน้าแดงก

  • คุณกับเลขาเกิดมาคู่กัน แล้วจะมาคุกเข่าในงานแต่งฉันทำไม?   บทที่ 547

    “ถ้าแกไม่ได้เป็นห่วง ก็คงไม่เฝ้ามองมือถือรอข่าวอยู่ทุกวี่วัน กินข้าวกินปลาไม่ลง จิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัวแบบนี้หรอก”สืออวี๋: “...”เห็นสีหน้าของเธอเปลี่ยนไป คุณย่าสือก็ถอนหายใจเฮือกหนึ่ง “อาอวี๋ ถ้าแกเป็นห่วงจริง ๆ ก็ซื้อตั๋วเครื่องบินไปเมืองหลวงเถอะ ย่าไม่ห้ามหรอก”เงียบไปครู่หนึ่ง สืออวี๋จึงหันไปมองคุณย่าสือ “คุณย่าคะ หนูยังไม่อยากยกโทษให้เขาเร็วขนาดนี้ ก่อนหน้านี้เขาหลอกหนูตั้งนาน หนูอุตส่าห์ไปรอที่หน้าคฤหาสน์ตระกูลซือตั้งหนึ่งอาทิตย์เต็ม ๆ เลยนะคะ”“ที่แกยอมไปเฝ้าหน้าคฤหาสน์ตระกูลซือตั้งหนึ่งอาทิตย์ ก็เพราะตอนรถชน เขาปกป้องแกโดยไม่ห่วงชีวิตตัวเองไม่ใช่เหรอ? ความรู้สึกที่เขามีต่อแกเป็นของจริง อีกอย่างก่อนหน้านี้แกก็บอกเองว่า เขาตั้งใจจะรอให้ตัวเองหายดีก่อนค่อยมาหาที่เมืองเซิน ไม่ได้อยากทำร้ายจิตใจแกสักหน่อย มองในมุมของเขา เขาก็ไม่ได้ทำอะไรผิดนะ”สืออวี๋ชักจะฉุนขึ้นมาเล็กน้อย “ย่าคะ ทำไมเข้าข้างคนอื่นแบบนี้ล่ะ? ย่าลืมไปแล้วหรือเปล่าว่าหนูต่างหากที่เป็นหลานแท้ ๆ ของย่านะ”“ก็เพราะรู้ว่าเป็นหลานแท้ ๆ น่ะสิ ย่าถึงได้พูดแบบนี้ คนสองคนคบกัน มันก็ต้องมีกระทบกระทั่งกันบ้าง แกตัดใจปล

  • คุณกับเลขาเกิดมาคู่กัน แล้วจะมาคุกเข่าในงานแต่งฉันทำไม?   บทที่ 546

    สืออวี๋หลุบตาลง พลางพูดเชื่องช้า “ฉันเข้าใจแล้ว”พูดจบ เธอก็หันกายเตรียมจะเปิดประตูลงจากรถ“อาอวี๋... อย่าไปนะ!”ซือเยี่ยนยื่นมือออกมารวบตัวเธอเข้าไปกอด รัดร่างเธอไว้ในอ้อมอกแน่น น้ำเสียงเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก “ผมขอโทษ ผมรู้ว่าผมมันคิดอะไรโง่เกินไป แถมยังทำร้ายจิตใจคุณอีก คุณจะให้ผมทำยังไงถึงจะยอมยกโทษ? ขอแค่คุณยอมยกโทษ จะลงโทษผมยังไงก็ได้ทั้งนั้น”“คุณปล่อยฉันก่อน”“ไม่ปล่อย ถ้าปล่อยคุณต้องหนีไปแน่ แล้วก็จะโกรธผม ดีไม่ดีอาจจะไม่ยอมเจอหน้าผมอีกเลยก็ได้”สืออวี๋รู้สึกทั้งโกรธทั้งขำ ตอนที่เขาหลอกเธอก่อนหน้านี้ ทำไมถึงไม่คิดบ้างว่าเธอจะโกรธ?ตอนที่เห็นเธอเฝ้ารออยู่หน้าประตูคฤหาสน์ตระกูลซือวันแล้ววันเล่าแต่กลับทำเป็นทองไม่รู้ร้อน ทำไมถึงไม่คิดบ้างว่าเธอจะโกรธ?“ซือเยี่ยน คุณปั่นหัวฉันเล่นนี่มันสนุกนักเหรอ?”เมื่อถามออกไปแล้ว สืออวี๋ก็สัมผัสได้ชัดเจนว่าวงแขนที่โอบกอดเธออยู่พลันแข็งเกร็งไปชั่วขณะ“อาอวี๋... ผมขอโทษ ผมสำนึกผิดแล้วจริง ๆ ”“ในเมื่อสำนึกผิดแล้ว ก็ปล่อยฉันสิคะ”“ไม่ปล่อย”ภายในรถตกอยู่ในความเงียบงัน แทบจะได้ยินเสียงลมหายใจของกันและกันเงียบไปครู่ใหญ่ สืออวี๋ถึงพู

  • คุณกับเลขาเกิดมาคู่กัน แล้วจะมาคุกเข่าในงานแต่งฉันทำไม?   บทที่ 545

    เขาพยักหน้า “ตกลงครับ แต่ถ้าไม่ไหวจริง ๆ คุณต้องรีบกลับเลยนะครับ ร่างกายตัวเองสำคัญที่สุด”“ได้ค่ะ ฉันเข้าใจ ขอบคุณที่เป็นห่วงนะคะ”พอกลับเข้ามาในคฤหาสน์ พ่อบ้านก็เดินเข้าไปหยุดยืนตรงหน้าคุณย่าซือ “นายหญิงครับ คุณหนูสือไม่ยอมกลับครับ”คุณย่าซือยิ้มมุมปากเล็กน้อย ก่อนพูดว่า “ฉันก็อยากรู้เหมือนกันว่าความตั้งใจของสืออวี๋ที่อยากจะเจอเขา กับความตั้งใจของเขาที่ไม่อยากเจอสืออวี๋ ฝ่ายไหนจะแน่วแน่กว่ากัน”ฝนตกหนักขึ้นเรื่อย ๆ ริมถนนหน้าประตูคฤหาสน์เริ่มมีน้ำขังจนกลายเป็นลำธารสายน้อยแล้วสืออวี๋ยืนตากฝนอยู่อย่างนั้นอีกหนึ่งชั่วโมงเศษ เสื้อผ้าที่เปียกชุ่มแนบไปกับลำตัว ทั้งหนาวทั้งหิว แทบจะยืนไม่อยู่แล้วใบหน้าของเธอซีดขาว ร่างกายเริ่มโงนเงน ราวกับจะล้มพับลงไปกองกับพื้นได้ทุกวินาทีซือเยี่ยนนั่งอยู่ในรถ มองเธอผ่านม่านฝน ร่างกายแข็งเกร็ง ปลายนิ้วบีบด้ามจับประตูรถแน่นคนขับรถอดพูดไม่ได้ว่า “ประธานซือครับ คุณหนูสือตากฝนมาชั่วโมงกว่าแล้ว ขืนเป็นแบบนี้ต่อไป ต้องไม่สบายแน่ ๆ ครับ”สิ้นเสียงของเขา ภายในรถก็ตกอยู่ในความเงียบ ผ่านไปหลายวินาที เสียงทุ้มต่ำของซือเยี่ยนถึงดังขึ้น“ขับรถเข้าไป”“ครั

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status