เข้าสู่ระบบคนห่ามมองกองเศษซากอารยธรรมอาหารเกลี้ยงจานท้วงขึ้นเมื่อทุกอย่างสงบลง
ต่อหน้าคนอื่นก็ไม่กล้ากินแบบนี้เพราะมันดูไม่ดีดูโลว์คลาสแม้แต่อาหารราคาแพงจานละหลายพันเราก็ต้องกินเหมือนสั่งมาชิม ต้องกินให้เหลือเพื่อรักษาหน้า... แล้วก็กลับมาต้มมาม่ากินต่อที่บ้าน พอนึกดูดีๆ เราพยายามทำอะไรแบบนั้นมาตลอดไปเพื่ออะไร? นานแค่ไหนแล้วที่ไม่รู้สึกกินอิ่มนอนหลับได้จริงๆ ยิ่งหลังการรักษาเหมือนร่างกายมีปฏิกริยาบางอย่างมันหิวโซตลอดเวลามันอยากนอนวันละหลายชั่วโมงไม่ต่างจากคล้ายซอมบี้คล้ายปอป..อะไรทำนองนั้น "อิ่มแล้ว" "จ้า~ไม่อิ่มก็ไม่มีตังจ่ายแล้วมั้ง หึหึ" คนห่ามหัวเราะร่าด้วยเสียงห้าวอาจจะฟังดูเย้ยหยันไปสักหน่อยแต่ยังดีที่มาต่อชีวิตให้คนบางคนในช่วงนี้ วันนี้ผ่านไปได้แล้วต่อไปล่ะจะกินจะนอนยังไงเงินเก็บก็ไม่มีจะเอาเงินไหนผ่อนรถผ่อนคอนโด..ถ้าขืนเป็นแบบนี้ต่อไปแล้วถูกยึข้าวของไปหมดแล้วจะอยู่อย่างไร? โอยปวดหัว! "นี่..ทำหน้าอะไรแบบนั้นปวดขี้เหรอ?" คำถามห่ามๆ ของคนห่ามทำคนตัวขาวเบะปากคว่ำหรี่ตาเป็นเส้นตรง "ฉันถามอะไรหน่อยสิ" "ว่าไง?" "ที่สวนเป็นยังไงบ้าง?" "นึกว่าจะไม่ถามถึงเสียอีก" "เออน่าตอบมา" "ก็...ร้อนมองไปทางไหนก็มีแต่ต้นไม้ผักผลไม้แต่หายใจสะดวกกว่าในเมืองเยอะ" "ห๊ะ?" "เหนื่อย ร้อน แต่ถ้าเหนื่อยก็พักกินน้ำ ปูเสื่อนอนใต้ต้นไม้ หิวก็เด็ดผลไม้กิน หิวข้าวก็เดินกลับบ้านเข้าเล้าไก่ไปทอดไข่กิน เดินไปไหนก็มีแต่ของกิน ผักผลไม้มีเยอะมากไม่ต้องล้างน้ำยังสะอาดกว่าผักในเมืองอีกมั้ง" แม่ง.. หมอนี่พูดเหมือนรู้ดีว่าคนเมืองหมดเงินกับการเสาะแสวงหาของกินอวดชาวบ้านและต้องจ่ายค่าอาหารชนิดที่เทียบเท่าการซื้อบ้านหรูหลายล้านเลยก็ว่าได้ แต่ถ้าเศรษฐกิจแบบนี้สามารถไม่ใช้เงินได้มันก็เป็นความคิดที่ไม่เลวนัก .. ถ้าแลกกับความลำบากชั่วครู่ นายห่ามนี่เป็นใครมาจากไหนไม่รู้รู้สึกไม่ชอบหน้าตั้งแต่รั้งแรกที่ลืมตาตื่นขึ้นมาเห็นหน้า จนกระทั่งตอนนี้ที่แม้จะเข้ามาเลี้ยงอาหารในวันที่หิวปางตายก็ไม่ได้ทำให้ความรู้สึกชอบชาวสวนชาวไร่ดีขึ้นแม้แต่น้อย แต่คนรุงรังตรงหน้ากลับเข้ามาสั่นคลอนความแน่วแน่ในการเป็นคนเมืองได้อย่างเหลือเชื่อ อยู่เมืองหลวงมาสิบปีกับภาวะเศรษกิจถดถอยบวกกับการตกงานฉับพลันและภาระท่วมหัว ข้างในคล้ายกำลังจะระเบิดออกทุกครั้งที่ได้ยินว่าต้องหาเงินให้มากกว่านี้เพื่ออาหารสิ่งจำเป็นที่สุดในการดำรงค์ชีพ "ลองกลับไปแค่ชั่วคราวก็ได้นี่เดี๋ยวนี้คนเมืองเขาก็ฮิตสวมผ้ากันเปื้อนเดินสวยๆถ่าย vlog นิดๆหน่อยๆ สร้างภาพในสวนแนว slowlife ทำเป็นอาชีพกันเยอะออก" "นี่นายรู้จักอะไรพวกนี้ด้วยเหรอ?" "ผมเป็นชาวสวนนะทำไมจะไม่รู้ ว่าแต่คุณขาเถอะทำไมต้องคิดหนักขนาดนี้นั่นบ้านย่าคุณนะ" ''คนเราชอบไม่เหมือนกัน ไม่ชอบก็คือไม่ชอบมันจะมีเหตุผลอะไรไปมากกว่านั้น ถ้าฉันชอบคงไม่ออกมาหรอก!" "มีปมกับสวนเหรอ?" "ไม่ต้องมายุ่ง!" "คิดให้ดีๆ นะว่าจะอยู่อดตายที่นี่หรือจะกลับไปตั้งหลักที่บ้านสวนก่อนดี พรุ่งนี้ผมจะโทรหา" สิ่งที่หมอนั่นพูดก็ไม่ผิด ดูเหมือนจะเป็นวิธีที่ดีที่สุดในตอนนี้ที่ผมคิดไม่ถึงด้วยซ้ำ หลังจากกลับมาจากกินข้าวกับไอ้ห่ามคำพูดเสนอแนะคำนั้นก็วนเวียนลอยอยู่ในหัวอยู่ตลอดเวลาไม่ว่าจะตอนอาบน้ำหรือแม้แต่ตอนนอน แค่กลับไปพักให้เศรษฐกิจมันดีกว่านี้สักนิด สักนิดนึง ระหว่างนั้นก็หางานในเน็ตไปด้วย ถ้ามีใครรับเข้าทำงานก็กลับมา ทำ vlog ในสวนอย่างนั้นเหรอ? ใครจะชอบดูอะไรลำบากๆ แบบนั้นกัน ปกติตัวเองก็ดูแต่ vlog เดินห้างซื้อของแบรนด์เนม ดารา เช็คอินอาหารร้านดัง แต่ถ้า... แป๊ปเดียว ไม่นานหรอกอาจไม่ถึงเดือนด้วยซ้ำ ..ไม่นาน ไม่... นาน... บรื้นนน กึ่กๆๆๆๆ รถหกล้อเล็กสีขาวเสริมคอกเหล็กขับเคลื่อนออกจากเมืองกรุงแสนแออัดมุ่งหน้าสู่ภาคตะวันออก คนขับในชุดเดิมๆ เสื้อยื้ดดำสวมทับเสื้อแขนยาวลายตารางกับกางเกงยีนขาดๆ สีซีด นั่งขับรถอย่างระมัดระวังไปตามเส้นทางทอดยาวภายในรถเงียบเชียบเพราะคนบางคนไม่ชอบฟังเพลงลูกทุ่ง "หน้าบูดยิ่งกว่าเดิมอีก จะเปิดเพลงให้ฟังก็ไม่ฟัง ถามอะไรก็ไม่อยากตอบชีวิตมันทุกข์อะไรขนาดนั้นค้าบคุณ~" "ยังมีหน้ามาถามอีก ดูรถนายนี่สิมันเอนเบาะลงได้แค่นี้เหรอนั่งไม่สบายเลยจะยืดขาก็ไม่สุดเอนก็ไม่สุดแอร์ก็ไม่เย็นได้กลิ่นฝุ่นอีกต่างหาก" "โอ้ โห~ ให้พูดนะไม่ได้ให้บ่นถ้าจะบ่นขนาดนี้ไม่เอารถเก๋งคันงามขับเข้าสวนมาเองละค้าบ" "ไม่เอาเดี๋ยวโดนต้นไม้กิ่งไม้หล่นใส่เป็นรอยไหนจะเปื้อนโคลนตอนฝนตกอีก" "อ้อนึกว่าจะตอบว่าไปแค่ไม่กี่วันก็กลับ" "ใช่! ฉันไม่คิดจะอยู่สวนนานอยู่แล้วเมื่อไหร่ที่เรซูเม่สมัครงานถูกตอบตกลงฉันจะกลับกรุงเทพฯทันที" "แปลกดีบ้านตัวเองอยู่ฟรีๆ ไม่อยู่อยากอยู่เบียดเสียดกับคนอื่นแถมต้องจ่ายเงินซื้อทุกอย่างแพงๆ ทั้งนั้นมันน่าอยู่ตรงไหน?" "นายเลิกพูดเหมือนฉันโง่ซักทีได้ไหมความชอบมันคือสิทธิส่วนบุคคลไม่ได้เรียนมาหรือไงเลิกยัดเยียดสิ่งที่คิดว่าดีให้คนอื่นเพราะมันไม่มีทางเหมือนกัน!" "เหวี่ยงอีกละหงุดหงิดง่ายจัง หิวเหรอ?" "หุบปากไปเลย!" .."ผมปวดเอว วันนี้ช่วยอยู่ดูแลผมด้วยนะครับ~ "ดูมันพูดเข้า..หลังทะลวงรูคนอื่นเอาเป็นเอาตายจนคนโดนแทงหน้ามืด มันยังมีหน้ามาอ้อนให้ดูแลราวกับตัวเองเป็นฝ่ายรับซะงั้น แต่จะทำไงได้มันบอกยังไม่หายงอน?แบบนี้ก็ได้เหรอ!"ด้าย ได้สิครับ ได้เล้ย"กูประชด! แต่แม่งใช้จริงใช้แบบจริงจังมากด้วย!"คุณขาผมหิวน้ำ""...""คุณขาผมเหนียวตัว""...""คุณขาผมปวดฉี่พยุงหน่อย""...""คุณขาอยากดูหนัง""...""คุณขา""คุณ""ขา..""โอ้ยยยย นี่มันกี่ทุ่มกี่ยามแล้วไอ้เด็กบ้า!""มานอนบนเตียงเร้ว~ ""อย่าแกล้งฉันอีกเลยนะฉันเหนื่อยจะตายอยู่แล้ว หายงอนสักทีเถอะ ฉันยอมนายทุกอย่างแล้วเนี่ยเจ็บตูดมากนะขาสั่นจะตายอยู่แล้ว~""ดีครับว่าง่ายๆ ก็ดีผมเป็นแฟนคุณขาต่อไปต้องดื้อให้น้อยลงนะ ""ห๊ะ? นายจะหายงอนฉันแล้วใช่ไหม?""ครับ ถ้าคุณรับปากว่าจะเชื่อฟังผม""เอ่อ.. เออ กะ.. ก็ได้""พูดซิครับว่าจะขอผมเป็นแฟน""หะ? เออๆ เรามาเป็นแฟนกันนะ""ประโยคขอร้องครับไม่ใช่ประโยคชักชวน""หึ่ยย! น้องแมงปอครับช่วยมาเป็นแฟนกับพี่เลขานะได้โปรดเถอะ""หึ หึ โอเคต่อไปนี้เราเป็นคนรักกันแล้วนะคุณเลขา ถ้าใครถามก็ต้องบอกว่ามีแฟนแล้วแฟนชื่อแมงปอเจ้าของสวนปาล
พรึ่บบร่างบางถูกอุ้มเข้าเอวหลังติดกับต้นไม้ ขายาวเกี่ยวไขว้เอวแกร่งของร่างสูงไว้แน่นราวกับกลัวตก แขนเรียวเกาะบ่ากว้างเป็นที่ยึดท่าทางล่อแหลมกับน้ำเสียงกระเส่าของหนุ่มหล่อมีพลังทำลายล้างเสียจนยากจะหลุดออกจากกับดักที่คนบางคนวางไว้ทุกทิศทางได้"ไม่รู้สิครับใครมีความผิดก็ต้องถูกลงโทษไม่ใช่หรือไง~"คนห่ามเหลือบมองรอบๆ ด้วยหางตาก่อนจะค่อยๆ ปลดซิบด้านหน้าลงปล่อยความเป็นชายออกมานอกกางเกงแนบกลางกายเบียดสีช่วงร่างร่องรักที่เคยลิ้มลอง ไม่ว่าจะพยายามอดทนไม่สนใจสักแค่ภายนอกริ่งสนิทแต่ภายในร่อนเราแทบบ้ายามใกล้ชิดกันคนพี่มึนเมากับการถูกเล้าโลมล่อลวงไม่ทันคนเจ้าเล่ห์ที่คิดว่าใสๆ กับบางเรื่องคนบางคนก็มีไหวพริบเสียเหลือเกินคนน้องเลื่อนกางเกงด้านหลังเลขาลงมาจนช่วงสะโพกเปลือยเปล่า ร่างหนาบดบังร่างเล็กกว่ากักขังไว้กับต้นไม้ถ้าเผลอมีใครมองผ่านก็ไม่มีใครรู้ถ้าไม่สังเกตดีๆ ปลายจมูกโด่งซุกไซร้ใบหูขาวสลับบดจูบริมฝีปากบางที่พยายามเบี่ยงหลบเพื่อจะอธิบายให้ชายหนุ่มตัวโตฟัง"กะ ก็ตอนนั้นมันชุลมุน..จะให้บอกยังไงทัน นายนอนหลับเป็นตาย ..ที่กรุงเทพฯ ก็โทรมาตามตัว ตะวันก็ชวนไปเที่ยว. .คนมันเคยอยากอยู่ที่นั่นก็ต้องมี
อยู่มาวันหนึ่ง"กูคงจะแบ่งขายที่ดินสวนนี้ให้มึงไม่ได้แล้วล่ะตะวัน กูว่าจะกลับมาอยู่ที่นี่ถาวรแล้ว""มึงว่าไงนะ จะกลับมาทำสวนเนี่ยนะนี่มึงคิดอะไรอยู่ แล้วที่วิ่งโล่กลับไปสัมภาษงานที่กรุงเทพ นั่นเขาไม่รับหรือไงทำไมถึงถอดใจง่ายอย่างนี้ พ่อกูมีเส้นสายในเมืองนะถ้ามึงจะไปจริงๆ ให้พ่อกูฝากให้ก็ได้ แค่มึงแบ่งขายสวนให้กูแค่นันเอง""กูไม่อยากขายจริงๆ ว่ะตะวัน และคงไม่กลับไปอยู่ในเมืองแล้วเพราะกูขายคอนโดกับรถที่กรุงเทพฯ ไปแล้ว ""กูไม่อยากจะเชื่อเลยว่าคนฉลาดๆ อย่างมึงจะทิ้งเงินก้อนโตมาทำงานอาบเหงื่อต่างน้ำที่สวนชนบท เรียนมาสูงซะเปล่านะมึงคราวหลังมีอะไรมึงไม่ต้องมาขอให้กูช่วยเลยนะกูไม่อยากคบตนโง่ๆ แบบมึง!""อือ "วันนี้ตะวันเข้ามาคุยกับผมทันทีที่เห็นว่าผมสวมชุดทำสวนเดินไปเดินมาแล้วเอ่ยถามเรื่องแบ่งขายที่ดินขึ้น วันนี้แมงปอก็ยืนอยู่ด้วยแค่ยืนอยู่ด้านหลังเงียบๆ ไม่พูดอะไร ก็ดีเหมือนกันเพราะอยากพิสูจน์ให้เด็กนี่รู้ว่าผมจริงจังจริงใจแค่ไหนในการกลับคืนสู่รากเหง้าของตนเอง ผมปฏิเสธเงินหลายสิบล้านไปเพื่อจะได้อยู่กับที่แห่งความทรงจำแห่งนี้กับคนที่ผมรัก"วันนี้ฉันเท่ใช่ไหม ฉันจริงใจขนาดนี้แล้วไม่ได้ทำเล่นๆ
ทำไมแมงปอไม่มากินข้าวเย็น.."ย่าครับนี่ก็เลยเวลาอาหารเย็นมามากแล้วผมขอไปดูหมอนั่นหน่อยนะครับ""จ้ะ"โทรศัพท์ก็ไม่รับเป็นอะไรหรือเปล่าเนี่ยขับรถมอไซค์ไฟฟ้าไปดีกว่าเร็วดีบรื้นนนนน~เอี้ยดดด~ปึ้งๆๆๆ "ปอ "ปึ้งๆๆๆ " แมงปอ"กึ่กก.."อ้าวไม่ได้ล็อคไปไหนของเขาน้า?"ร่างสูงนอนแผ่บนโซฟาริมหน้าต่างใบหน้าซีดเซียวที่หน้าท้องถูกุมไว้ด้วยมือคู่ใหญ่ใบหน้าคมคายมีเหงื่อซึมออกมาปากซีดจนดูน่าเป็นห่วง เลขาปรี่เข้าไปนั่งยองข้างโซฟายื่นมือเล็กๆ แตะตามใบหน้าตามตัวด้วยความเป็นห่วงคิ้วเรียวขมวดมุ่นเมื่อเห็นคนที่เคยแข็งแรงนอนนิ่งไม่ไหวติงคางมนเกยกับท่อนแขนแกร่งแผ่วเบาเอ่ยเสียงอ่อยกับเจ้าของร่าง"ปอ..แมงปอ เป็นอะไรทำไมมานอนตรงนี้ไม่สบายเหรอ?""คุณ..ขา?" เสียงทุ้มแผ่วเรียกชื่อคนตัวขาวหน้าหงอยข้างกายไม่ต่างจากแมวดื้อที่ชอบอ้อน"อื้อฉันเองนายป่วยเหรอให้พาไปหาหมอไหม?""ไม่ต้อง ผมไม่เป็นไร..คุณช่วยหยิบยาแก้ท้องเสียกับเกลือเเร่ให้ผมหน่อยกล่องยาบนโต๊ะ""นี่นาย..ปวดท้องจนเป็นแบบนี้เลยเหรอ" คนพี่มีสีหน้ากังวลมากกว่าเดิมเมื่อรู้สาเหตุการนอนซมของคนตัวโต ร่างบางเดินเตาะแตะไปไปหยิบของที่คนน้องขอนำยามาป้อนให้"..อืม""เพร
..."ย่าณีไปไหน?""มีนัดตรวจนิดหน่อยที่โรงพยาบาลบอกจะแวะหาเพื่อนในตัวเมืองด้วย""ทำไมคุณไม่ไปกับท่าน?''"ย่าบอกไม่ต้องนี่""แล้วนี่ซากอะไรอย่าบอกนะว่าทำเอง?""..เออ"พออยู่กันสองคนก็คุยกันจริงๆ แค่มันยังห้วนและอึมครึมเหมือนเดิม แถมเรายังไม่สบตากัน ขืนเป็นแบบนี้ต่อไปสักวันพวกเราคงมองหน้ากันไม่ติดจริงๆตั้งแต่ไปกรุงเทพฯ ก็นั่งคิดนอนคิดตลอดว่ารู้สึกอย่างไรกับการเป็นสวนและรู้สึกอยากเป็นคนเมืองเหมือนเดิมไหม คำตอบของมันมีแต่ภาพคุณย่า ภาพผมกับแมงปออยู่เต็มหัวภาพในสวนของเราภาพการเดินดูสวนถ่าย vlog ไลฟ์สดขายของความสุข..มันคือความสุขของจริงยิ่งพอกลับมาเจอเด็กงอนถึงรู้ใจตัวเองมากขึ้นว่ารักเขาไปแล้วทั้งใจ..แค่ไม่รู้จะง้ออย่างไรถ้าเป็นคนคบเก่าๆ ในสังคมเมืองแค่ซื้อของแบรนด์เนมให้ดอกไม้นอกช่อโตๆ ดินเนอร์หรูจบด้วยเรื่องบนเตียงแค่นั้นแต่กับคนสวนหน้านิ่งซื่อๆ ปากเก่ง ไม่รู้จะเริ่มจากไหนรู้แค่ว่าแมงปอให้ความสนใจเรื่องปากท้องก็เลยทำอาหารง้อ แต่สภาพมัน..เละไปหน่อย..ไอ้ห่ามต้องรู้แน่ว่าผมทำก็หน้าตามันเหมือนที่ย่าทำซะที่ไหน ไม่เอามาเสิร์ฟก็ไม่ได้กลัวมันไม่มีแรงทำงาน แมงปอใช้ช้อนซ้อมตักอาหารหน้าตาแปลกๆ
ดูเหมือนทุกอย่างจะคลี่คลายจบลงด้วยดีกับการตัดสินใจครั้งนี้ของผม เริ่มรู้สึกว่าการตื่นเช้าเดินรดน้ำต้นไม้เก็บผักอ้อยอิ่งรอบบ้านเหมือนเดินอยู่ในซุปเปอร์มาเก็ตธรรมชาติอากาศเต็มไปด้วยอ๊อกซิเจนเย็นสบาย~คือความสุข..ย่าณีตื่นเช้ากว่าเดินกวาดบ้านช้าๆ เตรียมหุงข้าวทำกับข้าวเผื่อหลานชายกับหลานนอกไส้ที่มากินข้าวด้วยกันทุกมื้อด้วยความปราณีตการปรุงอาหารง่ายๆ ชูรสชาติวัตถุดิบสดใหม่ทานกับผักสดกระจาดใหญ่ๆ ทุกมื้อมันดีต่อภายในจนรู้สึกได้ว่าลำไส้กระเพาะระบบเครื่องในแข็งแรงขึ้นผมสดใสแข็งแรงขึ้น ย่าณีสดใสขึ้น ก่อนนอนเรานั่งดูดาวหน้าระเบียงด้วยกัน ได้พูดคุยกันถึงความหลัง ความรักความอบอุ่นลอยฟุ้งอยู่ในใจไม่มีอะไรหนักหัวจนเบลอเหมือนก่อนหน้านี้อีกแล้วผมไม่รู้เลยว่าสองวันที่เข้าเมืองย่าเป็นลมไปอีกแล้ว ผมเองก็รู้สึกไม่ดีคล้ายจะเป็นไข้แต่ดูเหมือนร่างกายจะดีขึ้นมากเมื่อได้มาอยู่บ้านสวนนานนับเดือนทำให้ร่างกายคล้ายมีภูมิคุ้มกันนมากขึ้นจึงเป็นแค่ไข้ธรรมดาไม่หนักมาก..แต่ไอ้คนที่แปลกกลับเป็นไอ้หมอนี่!แมงปอไอ้คนหน้านิ่งมันมากินข้าวด้วยทุกมื้อเพราะย่าขอร้องแต่มันไม่พูดกับผม!มันพูดแค่กับย่าและบ่อยครั้งก็เมินผมไป







