Masukตื๊ดด~
มาม่าดีไหม ทำไมหมอนั่นไม่ซื้ออะไรเข้ามาใส่ตู้เย็นให้บ้างนะ ไม่มีความอ่อนโยนสักนิด ตื๊ดดด~ ตื๊ดดด~ ใครมันส่งข้อความอะไรมาอยู่ได้น่ารำคาญ! ? : หิวไหม? เบอร์ใครวะเนี่ยไม่มีชื่อขึ้น ติ๊ดด ติ๊ดด เลขา: ใคร? ? : ผมเอง เลขา: เองไหน? ? : คนสวน เลขา:...แมง? ? : แมงปอครับคุณหนูขา เลขา: เลขาเว่ย! ? : ผมพักอยู่ใกล้คอนโดคุณเนี่ยกำลังจะหาอะไรกินคุณรู้ไหมว่าแถวนี้ร้านไหนอร่อย เลขา:ตาไม่มีเหรอร้านในกรุงเทพตั้งติดๆ กันขนาดนี้ ? : ก็ไม่รู้ไงว่าร้านไหนอร่อย แล้วไม่หิวหรือไง เลขา: มะ.. โครกกกก ~ครากกกก~ ? : ลงมาสิรอหน้าคอนโดวันนี้ยามไม่ให้เข้าไป เลขา: ก็รู้ว่าหน้าตาเหมือนโจรก็อย่าแต่งตัวให้เหมือนโจรจะได้ไหม แล้วใครมันจะอยากเดินด้วยไม่ทราบ ? : ถ้าอายก็ใส่หมวกใส่แมสปิดหน้าลงมาสิ พิมพ์ข้อความคุยกันยังสัมผัสได้ถึงความห่าม ไอ้บ้าเอ๊ย หิวก็หิวยังจะมายั่วโมโหอยู่ได้! ? : เดี๋ยวเลี้ยงข้าวเอามะ? ไอ้ห่ามเหมือนเอาจุดอ่อนมาต่อรองกับผม โครกกก~ ครากกก~ ...ไอ้ท้องบ้านี่ก็ร้องอยู่ได้ หิวววว! เลขา: เออ! เปลี่ยนเสื้อแป๊ป ร่างบางยืนคิดครู่หนึ่งใจไม่อยากไปแต่ร่างกายประท้วงหนักขืนปล่อยให้เป็นแบบนี้ ต้องแย่แน่ สงสัยโรคกระเพาะทำพิษ อาการหิวตลอดเวลาในตอนไม่มีเงิน ไม่มีงาน คงเป็นความโชคร้ายที่สุดแล้วในตอนนี้ จะอยู่ในเมืองที่ค่าครองชีพสูงขนาดนี้ได้ยังไง เอาวะ!! ไปก็ไป! .. ในขณะที่ร่างบางเดินลงมาหน้าท้องบางๆ กลับส่งเสียงร้องตลอดเวลา ความรู้สึกหิวคล้ายมือจะสั่นราวกับหิวโหยเสียเต็มประดาเป็นเพราะโรคกระเพาะแน่ๆ "คุณขา" " เฮ้ย!! บ้าจริงตกใจหมด" "ผมยืนอยู่ตรงนี้ตั้งนานแล้วนะ" "ก็ดูแต่งตัวเข้าสิ อยู่ในเมืองก็หัดแต่งให้มัน เหมือนคนเมืองบ้าง แต่งตัวเหมือนคนเลี้ยงควาย ทำตัวลับๆ ล่อๆ แบบนี้ เดี๋ยวก็ถูกตำรวจรวบไปหรอก!" "ขี้บ่นจัง หน้าก็บึ้ง โมโหหิวหรือไง? ไปหาอะไรกินกันดีกว่าจะมายืนพิจารณาการแต่งตัวคนอื่นไปทำไมให้เสียเวลา" "ก็มันน่าบ่นจริงๆ นี่!" เห็นสภาพคนต่างจังหวัดที่คีพลุคชนบทคนเมืองยิ่งอารมณ์เสียไม่มั่นใจว่าอีกฝ่ายมีเงินพอจ่ายค่าอาหารประเภทไหน ผัดกระเพราหรือก๋วยเตี๋ยวถ้าเงินไม่พอจ่ายได้ถูกถ่ายคลิปประจารแน่ บะหมี่เกี๊ยวแล้วกันน่าจะพอมีเงินจ่าย ครืดดดด~ ทั้งสองห่ามเลื่อนเก้าอี้ออกมานั่งชาวสวนตัวโตมองซ้ายมองขวารอบร้านเอ่ยถามขึ้น "ร้านนี้เหรออร่อยที่สุด?" "อือ" "สั่งให้หน่อยสิเมนูไหนเด็ด" "คุณป้าครับขอบะหมี่เกี๊ยวหมูแดงสองที่ครับ" "ร้านแบบนี้แถวบ้านก็มีนะ" ''มีก็ดีแล้วไงนายจะได้รู้ว่ามันราคาเท่าไหร่ต้องจ่ายเท่าไหร่มีเงินพอไหม" "อ้อ~กลัวไม่มีเงินจ่ายว่างั้น" ชาวสวนยกยิ้มมุมปากล้อเลียนคนหน้าบึ้ง หน้าเล็กๆ งอง้ำตลอดเวลากลมกลืนกับคนส่วนใหญ่ในเมืองที่มีแต่ความกดดันจนไม่รู้วิธียิ้มแบบจริงใจไม่ใช่ยิ้มการค้า "นี่..คือมัน.. เป็นมารยาทที่ไม่ดีสำหรับคนเมืองหรอกนะแต่เพื่อความปลอดภัย ฉัน..ขอดูกระเป๋าเงินนายหน่อยได้ไหม" คำถามอึกอักคล้ายคนมีมารยาทแต่ก็ไม่มี เอื้อนเอ่ยออกมาพลางมองหากระเป๋าเงินอีกฝ่าย "เอ่อ..เออนั่นแหละฉันอยากรู้ว่านายมีเงินพอจ่ายค่าอาหารไหมฉันไม่อยากขายหน้าชาวบ้านเค้า" "ขอดูกระเป๋าตังเป็นเมียเลย" เสียงใหญ่ห้าวพูดขึ้นดังพอให้คนรอบข้างมองมาทำเอาเลขาหดคอหนีสายตาสงสัยแทบไม่ทัน "เพ้อเจ้อ จะให้ดูไหม!" ใบหน้าขาวแทบจะแนบหน้าลงกับโต๊ะกระซิบถามหากระเป๋าเงินคนห่ามอีกครั้ง "ดุจัง จะขอร้องคนอื่นพูดให้มันดีๆ หน่อยคุณขา" "เลขา!" "อะอะอะ อยากรู้ก็เอาไปดูจะได้สบายใจ" ปุ่ป.. ถุงพลาสติกใสที่ใช้ใส่ของวางลงตรงหน้าคนขี้สงสัย หน้าบึ้งหน้าบูดเหมือนคนขี้ไม่ออกตาเบิกโตที่ได้เห็นถุงพลาสติกพันเป็นก้อน ที่คนตัวโตนิยามว่ามันคือที่ใส่เงิน เลขาอ้าปากค้างสีหนาแหยเกกระอักกระอ่วนไม่ดีใจสักนิดที่เห็นปึกเงินตรงหน้า คนห่ามชาวสวนขำกับท่าทางคุณชายตัวขาวที่คุณย่าอวยนักหนาว่ายิ้มสวยยิ้มเก่ง อะไรแบบนั้นไม่ปรากฎให้เห็นสักครั้งตั้งแต่เจอกันถนัดทำแต่หน้าแปลกๆ หมั่บ! ฟึ่บบ~ นิ้วเรียวขาวกรีดกรายคีบคลี่ถุงพลาสติกเปิดออก ภายในมีแบงค์ยี่สิบเขียวอี๋ล้วนอัดรวมกันเป็นก้อน ด้วยความเป็นคนเมืองแสกนจ่ายค่าสินค้าเสมอการเห็นเงินสดชนิดที่มูลค่าต่ำสุดในหมวดหมู่ธนบัตรประเทศตนเองจึงรู้สึกแปลกปนดูแคลนเพราะมูลค่าของมันหนึ่งใบไม่สามารถซื้ออะไรได้ในชีวิตของหนุ่มชาวเมืองหัวสูงได้ ถ้าเป็นแบงค์พันเต็มกระเป๋าแบบนี้คงได้หลายหมื่นแต่ยังดีที่ทำให้อุ่นใจว่าจะมีเงินจ่ายค่าอาหารตอนนี้ "ทำไมมีแต่แบงค์ยี่สิบเนี่ยหยิบจ่ายคนอื่นไม่อายบ้างหรือไง?" "อายทำไม? นี่เงินนะ คุณขาไม่รู้จักเหรอ?" "รู้จักเว่ยแต่มันโคตรเชยเดี๋ยวนี้เขาสแกนจ่ายกันหมดแล้ว" "ชาวไร่ชาวสวนเวลาเขาขายของก็ใช้เงินแบงค์ย่อยกันทั้งนั้นมันสะดวกตอนซื้อขายไง " "เออ! ช่างเหอะหิวแล้ว!" "หิวแล้วทำไมไม่กินข้าว" "..เลี้ยงมะ?" "เลี้ยงสิดูเงินในถุงซะก่อนกินได้ทั้งร้านเลยนะ" "ไม่ต้องมาอวดรวยที่นี่กรุงเทพฯก๋วยเตี๋ยวจานละเกือบร้อยไม่ใช่ยี่สิบเท่าต่างจังหวัด" "เอาน่าหิวก็กิน" บางครั้งคนต่างจังหวัดก็มีความมั่นหน้าอวดรวยไม่ต่างจากคนกรุงแค่มันอาจจะต่างกันที่มูลค่าสิ่งของ เงินที่หมอนี่คิดว่าเยอะคนเมืองอย่างเราสามารถใช้มันให้หมดได้ภายในไม่กี่นาทีด้วยซ้ำ "1234567..ก๋วยเตี๋ยวสามข้าวสองขนมสองในท้องมีหลุมดำเหรอ? ตัวบางเฉียบขนาดนี้ยัดเข้าไปได้ยังไง?""ผมปวดเอว วันนี้ช่วยอยู่ดูแลผมด้วยนะครับ~ "ดูมันพูดเข้า..หลังทะลวงรูคนอื่นเอาเป็นเอาตายจนคนโดนแทงหน้ามืด มันยังมีหน้ามาอ้อนให้ดูแลราวกับตัวเองเป็นฝ่ายรับซะงั้น แต่จะทำไงได้มันบอกยังไม่หายงอน?แบบนี้ก็ได้เหรอ!"ด้าย ได้สิครับ ได้เล้ย"กูประชด! แต่แม่งใช้จริงใช้แบบจริงจังมากด้วย!"คุณขาผมหิวน้ำ""...""คุณขาผมเหนียวตัว""...""คุณขาผมปวดฉี่พยุงหน่อย""...""คุณขาอยากดูหนัง""...""คุณขา""คุณ""ขา..""โอ้ยยยย นี่มันกี่ทุ่มกี่ยามแล้วไอ้เด็กบ้า!""มานอนบนเตียงเร้ว~ ""อย่าแกล้งฉันอีกเลยนะฉันเหนื่อยจะตายอยู่แล้ว หายงอนสักทีเถอะ ฉันยอมนายทุกอย่างแล้วเนี่ยเจ็บตูดมากนะขาสั่นจะตายอยู่แล้ว~""ดีครับว่าง่ายๆ ก็ดีผมเป็นแฟนคุณขาต่อไปต้องดื้อให้น้อยลงนะ ""ห๊ะ? นายจะหายงอนฉันแล้วใช่ไหม?""ครับ ถ้าคุณรับปากว่าจะเชื่อฟังผม""เอ่อ.. เออ กะ.. ก็ได้""พูดซิครับว่าจะขอผมเป็นแฟน""หะ? เออๆ เรามาเป็นแฟนกันนะ""ประโยคขอร้องครับไม่ใช่ประโยคชักชวน""หึ่ยย! น้องแมงปอครับช่วยมาเป็นแฟนกับพี่เลขานะได้โปรดเถอะ""หึ หึ โอเคต่อไปนี้เราเป็นคนรักกันแล้วนะคุณเลขา ถ้าใครถามก็ต้องบอกว่ามีแฟนแล้วแฟนชื่อแมงปอเจ้าของสวนปาล
พรึ่บบร่างบางถูกอุ้มเข้าเอวหลังติดกับต้นไม้ ขายาวเกี่ยวไขว้เอวแกร่งของร่างสูงไว้แน่นราวกับกลัวตก แขนเรียวเกาะบ่ากว้างเป็นที่ยึดท่าทางล่อแหลมกับน้ำเสียงกระเส่าของหนุ่มหล่อมีพลังทำลายล้างเสียจนยากจะหลุดออกจากกับดักที่คนบางคนวางไว้ทุกทิศทางได้"ไม่รู้สิครับใครมีความผิดก็ต้องถูกลงโทษไม่ใช่หรือไง~"คนห่ามเหลือบมองรอบๆ ด้วยหางตาก่อนจะค่อยๆ ปลดซิบด้านหน้าลงปล่อยความเป็นชายออกมานอกกางเกงแนบกลางกายเบียดสีช่วงร่างร่องรักที่เคยลิ้มลอง ไม่ว่าจะพยายามอดทนไม่สนใจสักแค่ภายนอกริ่งสนิทแต่ภายในร่อนเราแทบบ้ายามใกล้ชิดกันคนพี่มึนเมากับการถูกเล้าโลมล่อลวงไม่ทันคนเจ้าเล่ห์ที่คิดว่าใสๆ กับบางเรื่องคนบางคนก็มีไหวพริบเสียเหลือเกินคนน้องเลื่อนกางเกงด้านหลังเลขาลงมาจนช่วงสะโพกเปลือยเปล่า ร่างหนาบดบังร่างเล็กกว่ากักขังไว้กับต้นไม้ถ้าเผลอมีใครมองผ่านก็ไม่มีใครรู้ถ้าไม่สังเกตดีๆ ปลายจมูกโด่งซุกไซร้ใบหูขาวสลับบดจูบริมฝีปากบางที่พยายามเบี่ยงหลบเพื่อจะอธิบายให้ชายหนุ่มตัวโตฟัง"กะ ก็ตอนนั้นมันชุลมุน..จะให้บอกยังไงทัน นายนอนหลับเป็นตาย ..ที่กรุงเทพฯ ก็โทรมาตามตัว ตะวันก็ชวนไปเที่ยว. .คนมันเคยอยากอยู่ที่นั่นก็ต้องมี
อยู่มาวันหนึ่ง"กูคงจะแบ่งขายที่ดินสวนนี้ให้มึงไม่ได้แล้วล่ะตะวัน กูว่าจะกลับมาอยู่ที่นี่ถาวรแล้ว""มึงว่าไงนะ จะกลับมาทำสวนเนี่ยนะนี่มึงคิดอะไรอยู่ แล้วที่วิ่งโล่กลับไปสัมภาษงานที่กรุงเทพ นั่นเขาไม่รับหรือไงทำไมถึงถอดใจง่ายอย่างนี้ พ่อกูมีเส้นสายในเมืองนะถ้ามึงจะไปจริงๆ ให้พ่อกูฝากให้ก็ได้ แค่มึงแบ่งขายสวนให้กูแค่นันเอง""กูไม่อยากขายจริงๆ ว่ะตะวัน และคงไม่กลับไปอยู่ในเมืองแล้วเพราะกูขายคอนโดกับรถที่กรุงเทพฯ ไปแล้ว ""กูไม่อยากจะเชื่อเลยว่าคนฉลาดๆ อย่างมึงจะทิ้งเงินก้อนโตมาทำงานอาบเหงื่อต่างน้ำที่สวนชนบท เรียนมาสูงซะเปล่านะมึงคราวหลังมีอะไรมึงไม่ต้องมาขอให้กูช่วยเลยนะกูไม่อยากคบตนโง่ๆ แบบมึง!""อือ "วันนี้ตะวันเข้ามาคุยกับผมทันทีที่เห็นว่าผมสวมชุดทำสวนเดินไปเดินมาแล้วเอ่ยถามเรื่องแบ่งขายที่ดินขึ้น วันนี้แมงปอก็ยืนอยู่ด้วยแค่ยืนอยู่ด้านหลังเงียบๆ ไม่พูดอะไร ก็ดีเหมือนกันเพราะอยากพิสูจน์ให้เด็กนี่รู้ว่าผมจริงจังจริงใจแค่ไหนในการกลับคืนสู่รากเหง้าของตนเอง ผมปฏิเสธเงินหลายสิบล้านไปเพื่อจะได้อยู่กับที่แห่งความทรงจำแห่งนี้กับคนที่ผมรัก"วันนี้ฉันเท่ใช่ไหม ฉันจริงใจขนาดนี้แล้วไม่ได้ทำเล่นๆ
ทำไมแมงปอไม่มากินข้าวเย็น.."ย่าครับนี่ก็เลยเวลาอาหารเย็นมามากแล้วผมขอไปดูหมอนั่นหน่อยนะครับ""จ้ะ"โทรศัพท์ก็ไม่รับเป็นอะไรหรือเปล่าเนี่ยขับรถมอไซค์ไฟฟ้าไปดีกว่าเร็วดีบรื้นนนนน~เอี้ยดดด~ปึ้งๆๆๆ "ปอ "ปึ้งๆๆๆ " แมงปอ"กึ่กก.."อ้าวไม่ได้ล็อคไปไหนของเขาน้า?"ร่างสูงนอนแผ่บนโซฟาริมหน้าต่างใบหน้าซีดเซียวที่หน้าท้องถูกุมไว้ด้วยมือคู่ใหญ่ใบหน้าคมคายมีเหงื่อซึมออกมาปากซีดจนดูน่าเป็นห่วง เลขาปรี่เข้าไปนั่งยองข้างโซฟายื่นมือเล็กๆ แตะตามใบหน้าตามตัวด้วยความเป็นห่วงคิ้วเรียวขมวดมุ่นเมื่อเห็นคนที่เคยแข็งแรงนอนนิ่งไม่ไหวติงคางมนเกยกับท่อนแขนแกร่งแผ่วเบาเอ่ยเสียงอ่อยกับเจ้าของร่าง"ปอ..แมงปอ เป็นอะไรทำไมมานอนตรงนี้ไม่สบายเหรอ?""คุณ..ขา?" เสียงทุ้มแผ่วเรียกชื่อคนตัวขาวหน้าหงอยข้างกายไม่ต่างจากแมวดื้อที่ชอบอ้อน"อื้อฉันเองนายป่วยเหรอให้พาไปหาหมอไหม?""ไม่ต้อง ผมไม่เป็นไร..คุณช่วยหยิบยาแก้ท้องเสียกับเกลือเเร่ให้ผมหน่อยกล่องยาบนโต๊ะ""นี่นาย..ปวดท้องจนเป็นแบบนี้เลยเหรอ" คนพี่มีสีหน้ากังวลมากกว่าเดิมเมื่อรู้สาเหตุการนอนซมของคนตัวโต ร่างบางเดินเตาะแตะไปไปหยิบของที่คนน้องขอนำยามาป้อนให้"..อืม""เพร
..."ย่าณีไปไหน?""มีนัดตรวจนิดหน่อยที่โรงพยาบาลบอกจะแวะหาเพื่อนในตัวเมืองด้วย""ทำไมคุณไม่ไปกับท่าน?''"ย่าบอกไม่ต้องนี่""แล้วนี่ซากอะไรอย่าบอกนะว่าทำเอง?""..เออ"พออยู่กันสองคนก็คุยกันจริงๆ แค่มันยังห้วนและอึมครึมเหมือนเดิม แถมเรายังไม่สบตากัน ขืนเป็นแบบนี้ต่อไปสักวันพวกเราคงมองหน้ากันไม่ติดจริงๆตั้งแต่ไปกรุงเทพฯ ก็นั่งคิดนอนคิดตลอดว่ารู้สึกอย่างไรกับการเป็นสวนและรู้สึกอยากเป็นคนเมืองเหมือนเดิมไหม คำตอบของมันมีแต่ภาพคุณย่า ภาพผมกับแมงปออยู่เต็มหัวภาพในสวนของเราภาพการเดินดูสวนถ่าย vlog ไลฟ์สดขายของความสุข..มันคือความสุขของจริงยิ่งพอกลับมาเจอเด็กงอนถึงรู้ใจตัวเองมากขึ้นว่ารักเขาไปแล้วทั้งใจ..แค่ไม่รู้จะง้ออย่างไรถ้าเป็นคนคบเก่าๆ ในสังคมเมืองแค่ซื้อของแบรนด์เนมให้ดอกไม้นอกช่อโตๆ ดินเนอร์หรูจบด้วยเรื่องบนเตียงแค่นั้นแต่กับคนสวนหน้านิ่งซื่อๆ ปากเก่ง ไม่รู้จะเริ่มจากไหนรู้แค่ว่าแมงปอให้ความสนใจเรื่องปากท้องก็เลยทำอาหารง้อ แต่สภาพมัน..เละไปหน่อย..ไอ้ห่ามต้องรู้แน่ว่าผมทำก็หน้าตามันเหมือนที่ย่าทำซะที่ไหน ไม่เอามาเสิร์ฟก็ไม่ได้กลัวมันไม่มีแรงทำงาน แมงปอใช้ช้อนซ้อมตักอาหารหน้าตาแปลกๆ
ดูเหมือนทุกอย่างจะคลี่คลายจบลงด้วยดีกับการตัดสินใจครั้งนี้ของผม เริ่มรู้สึกว่าการตื่นเช้าเดินรดน้ำต้นไม้เก็บผักอ้อยอิ่งรอบบ้านเหมือนเดินอยู่ในซุปเปอร์มาเก็ตธรรมชาติอากาศเต็มไปด้วยอ๊อกซิเจนเย็นสบาย~คือความสุข..ย่าณีตื่นเช้ากว่าเดินกวาดบ้านช้าๆ เตรียมหุงข้าวทำกับข้าวเผื่อหลานชายกับหลานนอกไส้ที่มากินข้าวด้วยกันทุกมื้อด้วยความปราณีตการปรุงอาหารง่ายๆ ชูรสชาติวัตถุดิบสดใหม่ทานกับผักสดกระจาดใหญ่ๆ ทุกมื้อมันดีต่อภายในจนรู้สึกได้ว่าลำไส้กระเพาะระบบเครื่องในแข็งแรงขึ้นผมสดใสแข็งแรงขึ้น ย่าณีสดใสขึ้น ก่อนนอนเรานั่งดูดาวหน้าระเบียงด้วยกัน ได้พูดคุยกันถึงความหลัง ความรักความอบอุ่นลอยฟุ้งอยู่ในใจไม่มีอะไรหนักหัวจนเบลอเหมือนก่อนหน้านี้อีกแล้วผมไม่รู้เลยว่าสองวันที่เข้าเมืองย่าเป็นลมไปอีกแล้ว ผมเองก็รู้สึกไม่ดีคล้ายจะเป็นไข้แต่ดูเหมือนร่างกายจะดีขึ้นมากเมื่อได้มาอยู่บ้านสวนนานนับเดือนทำให้ร่างกายคล้ายมีภูมิคุ้มกันนมากขึ้นจึงเป็นแค่ไข้ธรรมดาไม่หนักมาก..แต่ไอ้คนที่แปลกกลับเป็นไอ้หมอนี่!แมงปอไอ้คนหน้านิ่งมันมากินข้าวด้วยทุกมื้อเพราะย่าขอร้องแต่มันไม่พูดกับผม!มันพูดแค่กับย่าและบ่อยครั้งก็เมินผมไป







