INICIAR SESIÓN“คุณคีมีธุระหรือคะ” พะวาเงยหน้าขึ้นไปมองด้วยความสงสัย
“อื้ม”
คิระกดหน้ารับ มือข้างหนึ่งลูบหลังนวลสวยเล่นไปมา ไม่ทันไรกลับต้องขยับตัวออกห่างเพราะมีสายเรียกเข้าจากกรวัฒน์
“เดี๋ยวฉันไปคุยงานกับเก่งแป๊บนะ”
หลังจากนั้นชายหนุ่มก็เดินแยกตัวไปคุยงานที่ระเบียงห้อง ส่วนพะวาขยับตัวลุกเพราะรู้สึกหิวน้ำ เดินไปยังไม่ถึงตู้เย็นขนาดเจ็ดจุดสี่คิวสีเทาเข้ม ฝีเท้าก็ต้องเปลี่ยนทิศทางเมื่อมีเสียงเคาะประตูห้องดังขึ้น
ก๊อกๆ
พะวาหยุดเท้าหันมองคิระ ชายหนุ่มยังคุยโทรศัพท์จึงถือวิสาสะเป็นผู้เปิดประตูต้อนรับ อดสงสัยไม่ได้ว่าใครกันมาเวลาดึกดื่นแบบนี้
พอเปิดประตูออกพะวาก็ได้พบกับผู้หญิงรูปร่างเล็กคนหนึ่งที่ทำให้เธอชะงักตัวอย่างแรง ปากนั้นค่อยๆ เอ่ยถามออกไป
“มาหาใครหรือคะ”
ผู้ที่ยืนอยู่หน้าประตูชะงักกึกไปไม่ต่างกันราวกับผิดหวัง เพราะคนที่เปิดประตูไม่ใช่คนที่ต้องการ แล้วสองสาวก็จดจ้องมองกัน นาทีต่อมาพะวาก็เริ่มกัดปาก
ใช่...ใช่ไหม พะวาเอ่ยคำฮิตติดปากอยู่ในใจเมื่อมองดวงหน้าของผู้หญิงตรงหน้าให้ดี ก่อนหันหลังไปมองเสียงฝีเท้าที่ดังใกล้เข้ามา
จังหวะนั้นเสียงพึมพำด้วยความดีใจก็ดังขึ้นพร้อมๆ กับฝีเท้าที่วิ่งถลาเข้าไปหา
“พี่คี”
“ปอ...”
คิระมีถ้อยคำหลุดออกจากริมฝีปากแค่คำเดียว คำสั้นๆ ที่ทำให้ผู้มาใหม่ร้องไห้โฮและโผเข้ากอดด้วยความรู้สึกหลากหลายที่แน่นขนัดอยู่ในอก
พะวาทำได้แค่ยืนนิ่งมองอยู่ตรงนั้น คำว่าส่วนเกินวิ่งฉิวในอากาศเข้ามาปะทะอกอย่างจังหลังเห็นประกายวูบไหวของคนตัวโต
แฟนเก่า...จริงๆ สินะ
บทที่ 10 ชัดเจน
“ฮือ”
เสียงร้องไห้ที่ถูกกลั่นออกจากความรู้สึกปวดร้าวในโพรงอกยังคงดังอยู่แนบอกกว้าง เจ้าของนัยน์ตาที่ฉ่ำเยิ้มยกสองมือกอดรัดคนที่แสนจะคิดถึง
ฝ่ายพะวาทำตัวไม่ถูก ไม่รู้จะทำอะไรดี รู้สึกว่าตัวของเธอเกะกะขวางทางไปหมด พลางมองไปยังคิระที่มองตรงมายังตนเอง ปากอิ่มจึงค่อยๆ ตั้งคำถามไป
“พะวาควรหลบฉากไปไหมคะ”
เธอคิดไม่ออกจึงเลือกจะถามชายหนุ่มไปตรงๆ
คิระส่ายหน้า พะวาไม่จำเป็นต้องหลบไปไหน ฝ่ามือใหญ่ยกขึ้นแล้วดันร่างของอดีตคนรักให้ออกห่าง แต่คนที่มีน้ำตาเจิ่งนองหน้าไม่ยินยอม สองมือพยายามโอบรัดเอวสอบไว้
“ปลอบเธอเถอะค่ะ พะวาว่าเธอถูกทำร้ายมา”
พะวาขยับปากเอ่ยบอกกับชายหนุ่ม คราแรกที่เธอชะงักกึกไปไม่ใช่เพราะเจอคนที่มีส่วนคล้ายกัน แต่เป็นเพราะบนดวงหน้าของอีกฝ่ายมีรอยช้ำ บางรอยจางลง บางรอยคล้ายว่ายังสดใหม่ สายตาแน่วแน่มองชายหนุ่มเพื่อบอกว่าเธอแยกแยะได้คิระส่งสายตาขอบคุณพะวา มือยกขึ้นลูบแผ่นหลังที่สั่นสะท้าน ไม่นึกเหมือนกันว่าสิ่งที่ปาฏลีเจอมาจะหนักหนาถึงเพียงนี้
“พี่จะพาปอไปนั่ง” ผ่านไปราวห้านาทีคิระก็ค่อยๆ ดันร่างของอดีตคนรักออกห่าง กรอบหน้าพยักพเยิดไปทางโซฟา
“งั้นพะวาจะไปหาน้ำมาให้ค่ะ” พะวาเดินแยกตัวไปจัดเตรียมน้ำให้คนที่เสียน้ำตา แต่ก็ไม่วายหันหลังกลับไปมองด้วยความสงสาร
ปาฏลีกุมมือของคิระไว้แน่นราวกับกลัวชายหนุ่มจะหายไป ความอบอุ่นที่ได้รับทำให้หัวใจที่ถูกกรีดรู้สึกดีขึ้นได้อย่างไม่น่าเชื่อ แล้วไม่ยอมห่างไปไหน ดึงรั้งมือหนาเอาไว้หลังอดีตคนรักขยับตัวจะนั่งในโซฟาตัวถัดไป ไม่นานก็เห็นผู้หญิงคนเดิมเดินเข้ามาหา
“น้ำค่ะ”
พะวาเลื่อนแก้วน้ำไปเบื้องหน้าของผู้มาใหม่ เห็นดีถึงสายตามองมา ปากนั้นเอ่ยแนะนำตัว
“พะวาค่ะ”
ปาฏลีพยักหน้าเบาๆ แต่ไม่ได้ทักทายโต้กลับ เพราะความสนใจเดียวของเธอในตอนนี้คือคนตัวโต ทว่าสิ่งที่หลุดพ้นปากได้รูปมานั้นทำให้น้ำตาของเธอยิ่งแตกกระเซ็นพร้อมรู้สึกเป็นราวกับนกปีกหัก
“พะวาเป็นคนของพี่” น้ำคำหนักแน่น คิระอยากพูดให้เคลียร์และชัดเจน จังหวะที่กล่าวออกไปหันมองพะวาที่นั่งอยู่ไม่ห่าง
พะวายกยิ้มกว้างดีใจทั้งที่รู้ว่าไม่สมควร เพราะคงไม่ต่างจากซ้ำเติมคนที่หวนกลับมา แต่อดไม่ได้จริงๆ
ปาฏลีก้มหน้าลงกับฝ่ามือ ความเสียใจตีวน มากกว่านั้นคือความอ้างว้าง ถ้อยคำของคิระชัดเจน แต่เธอไม่อยากยอมรับ
คิระผ่อนลมหายใจช้าๆ รู้ว่าปาฏลีคงจะหวนกลับมาหา แต่ไม่นึกว่าจะบุกมาที่นี่ ในเวลานี้
“ปอขอโทษค่ะพี่คี ปอผิดไปแล้ว” ปาฏลีร้องไห้ไปอีกชั่วครู่หนึ่งก็เงยใบหน้าขึ้นมาจ้องมองคนที่เธอทำให้เสียใจ นัยน์ตาส่งไปเว้าวอนราวกับจะขอบางอย่าง
“ช้าไปสี่ปีปอ พี่ก้าวไปข้างหน้าแล้ว” เขาไม่อยากได้ยินคำคำนี้แล้ว หัวใจไร้ซึ่งความกรุ่นโกรธเหมือนก่อน พร้อมบอกย้ำไปอย่างชัดเจน
“แต่พี่ยังอยู่ห้องของเรา ยังเก็บห้องนี้เอาไว้”
ปาฏลีกวาดตามองไปรอบๆ เธอต้องมีหวังสิ เมื่อคิระยังฝังตัวอยู่ในความทรงจำเดิมๆ ที่เคยมีกัน แม้ว่าสายตาคมกริบจะสำแดงชัด แต่กลับยังเข้าข้างตัวเอง
ส่วนคนฟังอย่างพะวาขบเม้มปาก
‘ที่นี่เคยเป็นรังรักสินะ’ พะวาเข้าใจได้ไม่ยาก สายตาเบนมองชายหนุ่มอีกรอบ แล้วส่งยิ้มไปให้เพื่อบอกว่าเธอไม่ได้คิดมากอะไร เพราะเธอเป็นคนเอ่ยปากขอมาอยู่ที่นี่เอง ส่วนเรื่องตัวทงตัวแทนอะไรนั่นถูกขจัดทิ้งไปตั้งแต่ช่วงแรกแล้ว
ส่วนคิระตรงดิ่งไปยังร้าน หลังโยนงานให้คนสนิทดูแลมาสองวัน ไม่ทันไปถึงก็ได้รับสายจากเจ้าตัว “เฮียครับ นักสืบติดต่อกลับมาว่าอยากพบเฮียครับ เห็นว่าโทร.ไปหาเฮียแล้วแต่เฮียไม่รับ” กรวัฒน์แจ้งถึงธุระสำคัญ เสียงนั้นยังติดง่วงอยู่นิดๆ ก็เวลานี้ไม่ใช่เวลาตื่นของเขา ต่างจากเสียงของรุ่นพี่ที่ดูเหมือนไม่มีอาการง่วงเลยสักนิด “ฉันลืมหยิบโทรศัพท์เครื่องนั้นมาด้วย บอกให้เขาเข้ามาเจอที่ร้านได้เลย” คิระมองหารอบรถก่อนถึงตอบ แล้วมุ่งหน้าไปให้ถึงร้าน เดินตรงขึ้นไปยังห้องทำงานเพื่อรอนักสืบที่ว่าจ้าง คิดว่าฝ่ายนั้นคงมีความคืบหน้ามารายงาน ประมาณสองชั่วโมงต่อมาผู้ชายรูปร่างสันทัด ผิวขาว แต่งตัวดูสุภาพก็ก้าวเท้าเข้ามาหาพร้อมซองเอกสารสีน้ำตาล “สวัสดีครับคุณคี” “เชิญนั่งครับคุณประสิทธิ์” คิระขยับตัวลุกขึ้น มือผายเชิญนักสืบที่เขาว่าจ้างให้นั่งลงบนเก้าอี้ตรงหน้า ประสิทธิ์กดศีรษะลงเป็นมารยาท พอแผ่นหลังตั้งตรงก็ยื่นซองเอกสารไปให้แก่ลูกค้า “นี่เป็นประวัติที่คุณคีอยากได้ครับ และเดี๋ยวผมจะส่งสำเนาทั้งหมดเข้าเมลให้ด้ว
“เช้าแล้วค่ะ” พะวาทำตามที่รับปากไว้ว่าพอเธอตื่นจะปลุกคนตัวโต สายตากลมโตจ้องมองคนที่ค่อยๆ ลุกขึ้นมาพิงแผ่นหลังกับหัวเตียง คิระบิดศีรษะไปทางซ้ายและขวาขับไล่ความง่วง แล้วได้ยินคำถามที่ทำให้ส่ายหน้า “ธุระที่ไปทำเป็นทางการไหมคะ พะวาจะได้รีดชุดให้” “ไม่ต้องหรอก ฉันแค่จะไปส่งพะวา” คนตัวโตเฉลยพร้อมรอยยิ้ม “พะวาคือธุระของคุณคีหรือคะ” นิ้วเรียวสวยชี้เข้าหาตัวเอง คิระจึงพยักหน้าบอกซ้ำ เสียงใสๆ จึงร้องค้านโต้ตอบไป “คุณคีนอนต่อไปเถอะค่ะ พะวานั่งรถแท็กซี่ไปเองได้” คิดว่าชายหนุ่มคงกลัวเธอจะลำบาก และไม่วายยังห่วงอยู่เล็กๆ จึงตั้งใจจะพาเธอไปส่งยังที่ทำงาน “ฉันอยากไปเห็นว่าพะวาทำงานที่ไหน พะวาไปอาบน้ำเถอะ เดี๋ยวสาย” คิระมองเด็กดื้อที่ไม่ยอมให้เขาไปส่ง แม้ให้เหตุผลนั้นไปก็ยังไม่ได้ผล จึงมัดมือชกด้วยการดันร่างเล็กให้รีบไปชำระร่างกาย พะวาทำสีหน้าอ่อนใจ สุดท้ายก็ต้องยอมโอนอ่อนให้ ส่วนชายหนุ่มขยับตัวลุกหลังพะวาเดินหายไปอาบน้ำ ไปยืนทอดตามองยามเช้าที่ไม่ค่อยได้สัมผัส มันไม่ได้ทำให้รู้สึกดีเด่อะไรสักนิดกับบรร
เธอก็คือเธอ ไม่มีทางแทนใครได้ และเอาเข้าจริงๆ แม้จะมีส่วนที่คล้าย แต่ส่วนต่างก็มีมาก “บางอย่างที่ไม่สำคัญพี่ก็ทิ้ง แต่บางอย่างที่มีประโยชน์ พี่ก็เลือกจะเก็บไว้ ไม่ใช่เพราะปอหรอก” คิระจัดแจงแถลงไขให้ปาฏลีได้กระจ่างใจ ปาฏลีรู้สึกเหมือนโดนปิดประตูใส่หน้า น้ำตาเม็ดกลมและเสียงสะอื้นไห้ก็ดังขึ้นอีก หนนี้หนักกว่าเดิม... “ฮือ” “เรากลับมาเริ่มต้นกันใหม่ไม่ได้หรือคะ ปอผิดไปแล้วค่ะพี่คี” แม้จะร้องไห้แทบขาดใจ ปาฏลียังพยายามปล่อยถ้อยคำออกมาด้วยเสียงกระท่อนกระแท่นขาดหาย “พี่ว่าปอสมควรกลับไปพักผ่อน พี่จะโทร.ให้ไอ้ปิงมารับ” คิระตัดบท หากจะมองว่าตนใจร้ายก็ยอมรับ ดีกว่าไปให้ความหวัง ทั้งที่ไม่มีให้ “ปออยากอยู่กับพี่คี อยากอยู่ห้องของเรา” ปาฏลีส่ายหน้าระรัว เธอไม่อยากกลับไป คนที่ต้องการอยู่ตรงหน้าแล้ว นั่นทำให้ได้ยินคำร้องถามที่รู้สึกว่าหัวใจถูกเหวี่ยงไปไกลลิบ “แล้วพี่กับพะวาจะต้องระเห็จไปอยู่ที่อื่นหรือปอ ทำไมพี่กับพะวาต้องลำบากด้วย” น้ำเสียงของคิระมีความติเตียน เขาสงสารปาฏลี แต่ก็ใช่ว่าต้องเสียสละไปทุกอย่าง ปาฏลี
“คุณคีมีธุระหรือคะ” พะวาเงยหน้าขึ้นไปมองด้วยความสงสัย “อื้ม” คิระกดหน้ารับ มือข้างหนึ่งลูบหลังนวลสวยเล่นไปมา ไม่ทันไรกลับต้องขยับตัวออกห่างเพราะมีสายเรียกเข้าจากกรวัฒน์ “เดี๋ยวฉันไปคุยงานกับเก่งแป๊บนะ” หลังจากนั้นชายหนุ่มก็เดินแยกตัวไปคุยงานที่ระเบียงห้อง ส่วนพะวาขยับตัวลุกเพราะรู้สึกหิวน้ำ เดินไปยังไม่ถึงตู้เย็นขนาดเจ็ดจุดสี่คิวสีเทาเข้ม ฝีเท้าก็ต้องเปลี่ยนทิศทางเมื่อมีเสียงเคาะประตูห้องดังขึ้น ก๊อกๆ พะวาหยุดเท้าหันมองคิระ ชายหนุ่มยังคุยโทรศัพท์จึงถือวิสาสะเป็นผู้เปิดประตูต้อนรับ อดสงสัยไม่ได้ว่าใครกันมาเวลาดึกดื่นแบบนี้ พอเปิดประตูออกพะวาก็ได้พบกับผู้หญิงรูปร่างเล็กคนหนึ่งที่ทำให้เธอชะงักตัวอย่างแรง ปากนั้นค่อยๆ เอ่ยถามออกไป “มาหาใครหรือคะ” ผู้ที่ยืนอยู่หน้าประตูชะงักกึกไปไม่ต่างกันราวกับผิดหวัง เพราะคนที่เปิดประตูไม่ใช่คนที่ต้องการ แล้วสองสาวก็จดจ้องมองกัน นาทีต่อมาพะวาก็เริ่มกัดปาก ใช่...ใช่ไหม พะวาเอ่ยคำฮิตติดปากอยู่ในใจเมื่อมองดวงหน้าของผู้หญิงตรงหน้าให้ดี ก่อนหันหลังไปมองเสียงฝีเ
“หรือต้องให้ฉันป้อน” คิระเลิกคิ้วเป็นเชิงถาม สีหน้าของเขาเวลานี้น้อยนักที่หลายคนจะได้เห็น สีหน้าของปีศาจ แถมยังเป็นเวลาที่กรุ่นโกรธอีกด้วย “หนูไม่กิน...” คนทำผิดส่ายหน้า ไม่มีทางดื่มมันแน่ๆ หากมียาพิษขึ้นมาจะทำอย่างไร แล้วมองไปยังคนที่เธอหมายตา อยากได้ความช่วยเหลือ กรวัฒน์นิ่งมอง เขาไม่อาจช่วยคนที่ทำผิดไว้ได้ ก่อนเจ้าตัวจะได้รับคำสั่งที่ให้ปฏิบัติตาม “จับหน้าไว้เก่ง ฉันจะป้อนน้ำเด็กคนนี้” น้ำเสียงของคิระดูเลือดเย็น ไม่มีแววอบอุ่นเหมือนอย่างเคย เสียงกรีดร้องขอความช่วยเหลือดังขึ้นโดยพลัน “ช่วยด้วย ใครก็ได้ช่วยด้วย...ปล่อยฉันไปนะ” คนที่อยากได้จนยินยอมทำผิดโวยวาย ดีดตัวจะลุกหนีจากเก้าอี้ ไม่ทันได้ไปไหน กรวัฒน์ก็ปรี่เข้ามาประชิดกดหัวไหล่ให้ไม่สามารถขยับไปไหนได้ คิระขยับตัวอย่างเชื่องช้า มือใหญ่ยกแก้วขึ้นมองความใสของน้ำ แล้วเขย่าไปมาเล็กน้อยราวกับอยากให้ส่วนผสมเข้ากันเป็นสีเดียวกับน้ำ คนทำผิดที่กลัวจับใจ ปากสั่นจนฟันกระทบกัน สติหลุดกระเจิงเพราะความกลัวมากระชากให้ลอยหวือออกจากสมอง น้ำตาร่วงเผาะลงไม่ขาดสาย มือนั้นพยายา
บทที่ 9 คนของฉัน “ขอบคุณคุณคีนะคะที่พาพะวามาหาหมอ” คำขอบคุณพ้นปากนุ่มที่มีอาการบวม นัยน์ตากลมโตมองคิระอย่างขอบคุณ โชคดีที่ไม่ถึงขั้นต้องนอนโรงพยาบาล ก็แค่งดใช้ส่วนบอบบางไปสักระยะหนึ่ง และต้องพักผ่อนให้เพียงพอให้ร่างกายฟื้นตัวกลับมา ห้ามทำอะไรเกินพิกัดและหักโหมไปสักสองสามวัน “ฉันดูแลพะวาได้ไม่ดี ฉันไม่ควรได้รับคำนั้น และฉันต้องขอโทษพะวาด้วยนะที่ปล่อยให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้น” คิระยื่นมือไปลูบมือนุ่ม นัยน์ตาฉายชัดถึงคำขอโทษ “คุณคีจะขอโทษทำไมคะ คุณคีไม่ได้เป็นคนวางยาพะวาเสียหน่อย” เธอไม่ได้รู้สึกโกรธชายหนุ่มเลยแม้แต่น้อย ต้องโกรธคนที่คิดทำเรื่องบ้าๆ นี่ต่างหาก “ฉั


![พิศวาสรักลูกหนี้ [ซีรีส์ พิศวาสรัก 1/4]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)




