ログインบทที่ 9
คนของฉัน“ขอบคุณคุณคีนะคะที่พาพะวามาหาหมอ”
คำขอบคุณพ้นปากนุ่มที่มีอาการบวม นัยน์ตากลมโตมองคิระอย่างขอบคุณ โชคดีที่ไม่ถึงขั้นต้องนอนโรงพยาบาล ก็แค่งดใช้ส่วนบอบบางไปสักระยะหนึ่ง และต้องพักผ่อนให้เพียงพอให้ร่างกายฟื้นตัวกลับมา ห้ามทำอะไรเกินพิกัดและหักโหมไปสักสองสามวัน
“ฉันดูแลพะวาได้ไม่ดี ฉันไม่ควรได้รับคำนั้น และฉันต้องขอโทษพะวาด้วยนะที่ปล่อยให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้น” คิระยื่นมือไปลูบมือนุ่ม นัยน์ตาฉายชัดถึงคำขอโทษ
“คุณคีจะขอโทษทำไมคะ คุณคีไม่ได้เป็นคนวางยาพะวาเสียหน่อย” เธอไม่ได้รู้สึกโกรธชายหนุ่มเลยแม้แต่น้อย ต้องโกรธคนที่คิดทำเรื่องบ้าๆ นี่ต่างหาก
“ฉันจะจัดการคนที่ทำแบบนี้กับพะวาให้ ไม่ต้องห่วงนะ” เวลานี้เจอตัวคนที่น่าจะเป็นผู้กระทำแล้ว แต่รุ่นน้องรายงานว่าอีกฝ่ายยังเอาแต่ปฏิเสธ
พะวาพยักหน้าฝากคิระเป็นผู้จัดการ แล้วไม่วายถามต่อ
“จะเกี่ยวกับร้านเปิดใหม่นั่นไหมคะ”
“ฉันเองก็ยังไม่แน่ใจ และเดี๋ยวจ่ายเงินเสร็จเรากลับบ้านกัน วันนี้ฉันจะอยู่ดูแลพะวา”
“พะวาอยู่คนเดียวได้ คุณคีไปทำงานเถอะค่ะ ถ้าพะวาไม่เดินเหินก็ไม่ปวดมากหรอก”
ไม่อยากเป็นภาระให้กับเขา ยิ่งช่วงนี้ทั้งสองร้านของเขามีปัญหาอยู่ด้วย หัวเรือใหญ่ย่อมมีหน้าที่จัดการและดูแล แล้วต้องเสนอทางออกหลังเห็นสีหน้าไม่ยินยอมของคนตัวโต
“งั้นพะวาขอไปอยู่ที่คอนโดฯ คุณคีสักวันสองวันได้ไหมคะ คอนโดฯ กับผับห่างกันนิดเดียวเอง ถ้าพะวาไม่ไหวจะรีบโทร.ตามคุณคี และคุณคีก็จะได้ไม่ต้องเป็นห่วงพะวามาก พะวาไม่อยากเป็นภาระให้คุณคีค่ะ”
พะวาดูออกว่าชายหนุ่มคงเป็นห่วงเธอเลยไม่อยากทิ้งให้อยู่ลำพัง“ฉันไม่เคยคิดว่าพะวาเป็นภาระ” คิระบอกเสียงหนัก
“งั้นก็ตกลงตามที่พะวาเสนอนะคะ”
“อื้ม”
สุดท้ายก็ต้องยินยอม แล้วสอดประสานมือประคองพาพะวาตรงกลับบ้าน ไปจัดเก็บเสื้อผ้าสามสี่ชุดสำหรับค้างคืนที่คอนโดมิเนียม
ชายหนุ่มอยู่ดูแลพะวาอีกราวสามชั่วโมงถึงแยกตัวไปยังร้าน
“เฮีย พะวาเป็นยังไงบ้างครับ” แค่เท้าของคิระย่างก้าวเข้าไปด้านใน กรวัฒน์ที่กำลังรออยู่ก็รีบปรี่เข้ามาหาพร้อมเอ่ยถามอย่างห่วงใย
“หมอบอกว่าให้พักผ่อนให้มาก หวังว่านายจะหาคำตอบให้ฉันได้แล้ว” สายตาคมกริบมองตรงไปยังรุ่นน้องเพื่อบอกว่าเขาไม่อยากได้คำตอบที่ทำให้ผิดหวัง
“ครับ”
เวลานี้คนกระทำผิดยอมรับสารภาพเรียบร้อยแล้ว แต่สีหน้าของกรวัฒน์ยังฉายแววเคร่งเครียดเหมือนกำลังแบกภูเขาไว้ทั้งลูก
“แต่สีหน้านายดูไม่ดีสักเท่าไร” คิระเลิกคิ้วขึ้นอย่างสงสัย
“คำตอบที่ได้มาทำให้ผมหนักใจครับเฮีย” กรวัฒน์เงยหน้าไปมองรุ่นพี่ ตอนแรกคิดว่าอาจจะเกี่ยวข้องกับร้านเปิดใหม่ ที่อาจจะทำให้เกิดปัญหาใหญ่โตลุกลามแน่ แต่พอได้รู้เหตุผล บอกไม่ถูกเลยว่าตนสมควรจะรู้สึกอย่างไร มันเหมือนโชคดีในความโชคร้าย ไม่สิ มันเป็นโชคร้ายในความโชคร้ายต่างหาก
“ทำไม” คำตอบที่ได้มาทำให้คิระเลิกคิ้วขึ้น
“เด็กเสิร์ฟคนนั้นบอกว่า ที่ทำไปเพราะอยากได้ผมครับ”
“อยากได้นาย”
“ครับ เด็กคนนั้นบอกว่าแอบชอบผมตั้งแต่ตอนที่เคยมาทำพาร์ตไทม์ พอร้านเราต้องการเด็กเสิร์ฟเพิ่ม ก็เลยคิดจะรวบหัวรวบหางผม”
คิระนึกคิดถึงเปอร์เซ็นต์ความเป็นไปได้ ก็มีสิทธิ์ที่จะเป็นเช่นนั้น พลางยื่นมือไปรับสมาร์ตโฟนเครื่องหนึ่งมาไว้ในมือ
“นี่เป็นข้อความที่เด็กคนนั้นบอกกับเพื่อนว่าจะเผด็จศึกผมครับ เธอตั้งใจเอาน้ำมาให้ผม แต่ผมกลับไปยื่นให้พะวา เด็กนั่นเห็นว่าคงท่าไม่ดีแล้วเลยรีบหนีกลับไปที่ห้องพักครับ และกำลังเตรียมตัวจะหนีความผิดไปที่บ้านเพื่อนที่ต่างจังหวัด โชคดีที่คนของเราตามเจอเสียก่อน”
คิระไล่สายตาอ่านข้อความสนทนาที่อธิบายถึงแผนการที่จะลงมือทำ รวมถึงข้อความก่อนหน้านี้ที่บ่งบอกถึงความชื่นชอบ ความคลั่งไคล้ในตัวของกรวัฒน์
“นายอัดคำสารภาพผิดไว้หรือเปล่า”
“อัดไว้แล้วครับ”
“ยาล่ะ”
“เด็กนั่นทิ้งถังขยะไปครับ แต่ผมไปคุ้ยมาจนเจอ” เพราะความลนลานเด็กนั่นเลยรีบเอายาทิ้งใส่ถังขยะห่างจากผับไปเพียงเล็กน้อย เขาที่สั่งให้ตรวจเช็กกล้องทุกตัวจึงเห็นเข้าแล้วรีบไปเก็บไว้เป็นหลักฐาน
“ดี พาฉันไปเจอเด็กนั่นหน่อย”
“ได้ครับเฮีย”
กรวัฒน์กดหน้าลงรับคำสั่ง เท้าเดินนำหน้าพาคิระไปยังห้องเก็บของ โดยมีชายรูปร่างสูงผอมยืนเฝ้าอยู่ เมื่อกรวัฒน์พยักหน้าประตูห้องที่ล็อกไว้อย่างดีก็ถูกเปิด แต่คิระยังไม่ได้เข้าไปด้านใน เขารอบางสิ่งอยู่หลังสั่งให้พนักงานนำมาให้
พอรับมาไว้ในฝ่ามือแล้วจึงเอียงคอให้รุ่นน้องเปิดประตู
“เฮีย...คี”
เด็กคนก่อเรื่องครางเสียงพร่าสั่น ภายในหัวใจตอนนี้แน่นขนัดไปด้วยความหวาดกลัว สองมือรีบพนมขึ้นไหว้คนที่มาหยุดเท้าอยู่เบื้องหน้า
“หนูผิดไปแล้วค่ะ ปล่อยหนูไปเถอะนะคะเฮีย หนูสัญญาว่าจะไม่ทำอีก” คนทำผิดละล่ำละลักขอ
“ถ้าคนทำผิดทุกคนแค่ขอโทษก็จบ แล้วบ้านเมืองจะมีกฎหมาย มีศาล มีผู้พิพากษาไปทำไม” คิระหันไปลากเก้าอี้ที่ตั้งไว้ชิดมุมห้องมานั่งลงตรงหน้าคนทำผิด
“แต่หนูไม่ได้ตั้งใจค่ะเฮีย…” เด็กคนนั้นยังพยายามหาข้อแก้ตัว
“ไม่ได้ตั้งใจ”
คิระบิดปาก เอียงคอทบทวนคำพล่อยๆ ที่หลุดพ้นปากมา พลันยื่นของในมือไปให้คนทำผิด
“ท่าทางเธอจะหิวน้ำนะ งั้นดื่มสิ ฉันเอามาให้” ของในมือของคิระคือแก้วที่บรรจุน้ำไว้ค่อนแก้ว
“นะ...น้ำอะไรคะ” มือสั่นๆ ที่เคยพนมมือไหว้วางกุมไว้บนหน้าตัก สายตามองน้ำในแก้วอย่างหวาดระแวง
“หรือต้องให้ฉันป้อน” คิระเลิกคิ้วเป็นเชิงถาม สีหน้าของเขาเวลานี้น้อยนักที่หลายคนจะได้เห็น สีหน้าของปีศาจ แถมยังเป็นเวลาที่กรุ่นโกรธอีกด้วย
“หนูไม่กิน...”
ส่วนคิระตรงดิ่งไปยังร้าน หลังโยนงานให้คนสนิทดูแลมาสองวัน ไม่ทันไปถึงก็ได้รับสายจากเจ้าตัว “เฮียครับ นักสืบติดต่อกลับมาว่าอยากพบเฮียครับ เห็นว่าโทร.ไปหาเฮียแล้วแต่เฮียไม่รับ” กรวัฒน์แจ้งถึงธุระสำคัญ เสียงนั้นยังติดง่วงอยู่นิดๆ ก็เวลานี้ไม่ใช่เวลาตื่นของเขา ต่างจากเสียงของรุ่นพี่ที่ดูเหมือนไม่มีอาการง่วงเลยสักนิด “ฉันลืมหยิบโทรศัพท์เครื่องนั้นมาด้วย บอกให้เขาเข้ามาเจอที่ร้านได้เลย” คิระมองหารอบรถก่อนถึงตอบ แล้วมุ่งหน้าไปให้ถึงร้าน เดินตรงขึ้นไปยังห้องทำงานเพื่อรอนักสืบที่ว่าจ้าง คิดว่าฝ่ายนั้นคงมีความคืบหน้ามารายงาน ประมาณสองชั่วโมงต่อมาผู้ชายรูปร่างสันทัด ผิวขาว แต่งตัวดูสุภาพก็ก้าวเท้าเข้ามาหาพร้อมซองเอกสารสีน้ำตาล “สวัสดีครับคุณคี” “เชิญนั่งครับคุณประสิทธิ์” คิระขยับตัวลุกขึ้น มือผายเชิญนักสืบที่เขาว่าจ้างให้นั่งลงบนเก้าอี้ตรงหน้า ประสิทธิ์กดศีรษะลงเป็นมารยาท พอแผ่นหลังตั้งตรงก็ยื่นซองเอกสารไปให้แก่ลูกค้า “นี่เป็นประวัติที่คุณคีอยากได้ครับ และเดี๋ยวผมจะส่งสำเนาทั้งหมดเข้าเมลให้ด้ว
“เช้าแล้วค่ะ” พะวาทำตามที่รับปากไว้ว่าพอเธอตื่นจะปลุกคนตัวโต สายตากลมโตจ้องมองคนที่ค่อยๆ ลุกขึ้นมาพิงแผ่นหลังกับหัวเตียง คิระบิดศีรษะไปทางซ้ายและขวาขับไล่ความง่วง แล้วได้ยินคำถามที่ทำให้ส่ายหน้า “ธุระที่ไปทำเป็นทางการไหมคะ พะวาจะได้รีดชุดให้” “ไม่ต้องหรอก ฉันแค่จะไปส่งพะวา” คนตัวโตเฉลยพร้อมรอยยิ้ม “พะวาคือธุระของคุณคีหรือคะ” นิ้วเรียวสวยชี้เข้าหาตัวเอง คิระจึงพยักหน้าบอกซ้ำ เสียงใสๆ จึงร้องค้านโต้ตอบไป “คุณคีนอนต่อไปเถอะค่ะ พะวานั่งรถแท็กซี่ไปเองได้” คิดว่าชายหนุ่มคงกลัวเธอจะลำบาก และไม่วายยังห่วงอยู่เล็กๆ จึงตั้งใจจะพาเธอไปส่งยังที่ทำงาน “ฉันอยากไปเห็นว่าพะวาทำงานที่ไหน พะวาไปอาบน้ำเถอะ เดี๋ยวสาย” คิระมองเด็กดื้อที่ไม่ยอมให้เขาไปส่ง แม้ให้เหตุผลนั้นไปก็ยังไม่ได้ผล จึงมัดมือชกด้วยการดันร่างเล็กให้รีบไปชำระร่างกาย พะวาทำสีหน้าอ่อนใจ สุดท้ายก็ต้องยอมโอนอ่อนให้ ส่วนชายหนุ่มขยับตัวลุกหลังพะวาเดินหายไปอาบน้ำ ไปยืนทอดตามองยามเช้าที่ไม่ค่อยได้สัมผัส มันไม่ได้ทำให้รู้สึกดีเด่อะไรสักนิดกับบรร
เธอก็คือเธอ ไม่มีทางแทนใครได้ และเอาเข้าจริงๆ แม้จะมีส่วนที่คล้าย แต่ส่วนต่างก็มีมาก “บางอย่างที่ไม่สำคัญพี่ก็ทิ้ง แต่บางอย่างที่มีประโยชน์ พี่ก็เลือกจะเก็บไว้ ไม่ใช่เพราะปอหรอก” คิระจัดแจงแถลงไขให้ปาฏลีได้กระจ่างใจ ปาฏลีรู้สึกเหมือนโดนปิดประตูใส่หน้า น้ำตาเม็ดกลมและเสียงสะอื้นไห้ก็ดังขึ้นอีก หนนี้หนักกว่าเดิม... “ฮือ” “เรากลับมาเริ่มต้นกันใหม่ไม่ได้หรือคะ ปอผิดไปแล้วค่ะพี่คี” แม้จะร้องไห้แทบขาดใจ ปาฏลียังพยายามปล่อยถ้อยคำออกมาด้วยเสียงกระท่อนกระแท่นขาดหาย “พี่ว่าปอสมควรกลับไปพักผ่อน พี่จะโทร.ให้ไอ้ปิงมารับ” คิระตัดบท หากจะมองว่าตนใจร้ายก็ยอมรับ ดีกว่าไปให้ความหวัง ทั้งที่ไม่มีให้ “ปออยากอยู่กับพี่คี อยากอยู่ห้องของเรา” ปาฏลีส่ายหน้าระรัว เธอไม่อยากกลับไป คนที่ต้องการอยู่ตรงหน้าแล้ว นั่นทำให้ได้ยินคำร้องถามที่รู้สึกว่าหัวใจถูกเหวี่ยงไปไกลลิบ “แล้วพี่กับพะวาจะต้องระเห็จไปอยู่ที่อื่นหรือปอ ทำไมพี่กับพะวาต้องลำบากด้วย” น้ำเสียงของคิระมีความติเตียน เขาสงสารปาฏลี แต่ก็ใช่ว่าต้องเสียสละไปทุกอย่าง ปาฏลี
“คุณคีมีธุระหรือคะ” พะวาเงยหน้าขึ้นไปมองด้วยความสงสัย “อื้ม” คิระกดหน้ารับ มือข้างหนึ่งลูบหลังนวลสวยเล่นไปมา ไม่ทันไรกลับต้องขยับตัวออกห่างเพราะมีสายเรียกเข้าจากกรวัฒน์ “เดี๋ยวฉันไปคุยงานกับเก่งแป๊บนะ” หลังจากนั้นชายหนุ่มก็เดินแยกตัวไปคุยงานที่ระเบียงห้อง ส่วนพะวาขยับตัวลุกเพราะรู้สึกหิวน้ำ เดินไปยังไม่ถึงตู้เย็นขนาดเจ็ดจุดสี่คิวสีเทาเข้ม ฝีเท้าก็ต้องเปลี่ยนทิศทางเมื่อมีเสียงเคาะประตูห้องดังขึ้น ก๊อกๆ พะวาหยุดเท้าหันมองคิระ ชายหนุ่มยังคุยโทรศัพท์จึงถือวิสาสะเป็นผู้เปิดประตูต้อนรับ อดสงสัยไม่ได้ว่าใครกันมาเวลาดึกดื่นแบบนี้ พอเปิดประตูออกพะวาก็ได้พบกับผู้หญิงรูปร่างเล็กคนหนึ่งที่ทำให้เธอชะงักตัวอย่างแรง ปากนั้นค่อยๆ เอ่ยถามออกไป “มาหาใครหรือคะ” ผู้ที่ยืนอยู่หน้าประตูชะงักกึกไปไม่ต่างกันราวกับผิดหวัง เพราะคนที่เปิดประตูไม่ใช่คนที่ต้องการ แล้วสองสาวก็จดจ้องมองกัน นาทีต่อมาพะวาก็เริ่มกัดปาก ใช่...ใช่ไหม พะวาเอ่ยคำฮิตติดปากอยู่ในใจเมื่อมองดวงหน้าของผู้หญิงตรงหน้าให้ดี ก่อนหันหลังไปมองเสียงฝีเ
“หรือต้องให้ฉันป้อน” คิระเลิกคิ้วเป็นเชิงถาม สีหน้าของเขาเวลานี้น้อยนักที่หลายคนจะได้เห็น สีหน้าของปีศาจ แถมยังเป็นเวลาที่กรุ่นโกรธอีกด้วย “หนูไม่กิน...” คนทำผิดส่ายหน้า ไม่มีทางดื่มมันแน่ๆ หากมียาพิษขึ้นมาจะทำอย่างไร แล้วมองไปยังคนที่เธอหมายตา อยากได้ความช่วยเหลือ กรวัฒน์นิ่งมอง เขาไม่อาจช่วยคนที่ทำผิดไว้ได้ ก่อนเจ้าตัวจะได้รับคำสั่งที่ให้ปฏิบัติตาม “จับหน้าไว้เก่ง ฉันจะป้อนน้ำเด็กคนนี้” น้ำเสียงของคิระดูเลือดเย็น ไม่มีแววอบอุ่นเหมือนอย่างเคย เสียงกรีดร้องขอความช่วยเหลือดังขึ้นโดยพลัน “ช่วยด้วย ใครก็ได้ช่วยด้วย...ปล่อยฉันไปนะ” คนที่อยากได้จนยินยอมทำผิดโวยวาย ดีดตัวจะลุกหนีจากเก้าอี้ ไม่ทันได้ไปไหน กรวัฒน์ก็ปรี่เข้ามาประชิดกดหัวไหล่ให้ไม่สามารถขยับไปไหนได้ คิระขยับตัวอย่างเชื่องช้า มือใหญ่ยกแก้วขึ้นมองความใสของน้ำ แล้วเขย่าไปมาเล็กน้อยราวกับอยากให้ส่วนผสมเข้ากันเป็นสีเดียวกับน้ำ คนทำผิดที่กลัวจับใจ ปากสั่นจนฟันกระทบกัน สติหลุดกระเจิงเพราะความกลัวมากระชากให้ลอยหวือออกจากสมอง น้ำตาร่วงเผาะลงไม่ขาดสาย มือนั้นพยายา
บทที่ 9 คนของฉัน “ขอบคุณคุณคีนะคะที่พาพะวามาหาหมอ” คำขอบคุณพ้นปากนุ่มที่มีอาการบวม นัยน์ตากลมโตมองคิระอย่างขอบคุณ โชคดีที่ไม่ถึงขั้นต้องนอนโรงพยาบาล ก็แค่งดใช้ส่วนบอบบางไปสักระยะหนึ่ง และต้องพักผ่อนให้เพียงพอให้ร่างกายฟื้นตัวกลับมา ห้ามทำอะไรเกินพิกัดและหักโหมไปสักสองสามวัน “ฉันดูแลพะวาได้ไม่ดี ฉันไม่ควรได้รับคำนั้น และฉันต้องขอโทษพะวาด้วยนะที่ปล่อยให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้น” คิระยื่นมือไปลูบมือนุ่ม นัยน์ตาฉายชัดถึงคำขอโทษ “คุณคีจะขอโทษทำไมคะ คุณคีไม่ได้เป็นคนวางยาพะวาเสียหน่อย” เธอไม่ได้รู้สึกโกรธชายหนุ่มเลยแม้แต่น้อย ต้องโกรธคนที่คิดทำเรื่องบ้าๆ นี่ต่างหาก “ฉั







