Beranda / โรแมนติก / คุณคี / บทที่ 6 สิทธิ์ที่มี (02)

Share

บทที่ 6 สิทธิ์ที่มี (02)

last update Tanggal publikasi: 2026-08-30 21:04:03

          “ใจร้าย งั้นพะวาไปก็ได้ค่ะ”

          พะวาทำหน้าบูดที่ถูกหาว่ารบกวน ไม่ทันได้ขยับเท้าไปไหน ก็ดูเหมือนว่าคิระจะมีแขกคนสำคัญมาขอพบ

          ก๊อกๆ

          หลังเสียงเคาะประตู ผู้ชายรูปร่างสูงโปร่งก็มาปรากฏตัวอยู่เบื้องหน้า

          “กลับมาตั้งแต่เมื่อไร”    

          คิระยกมือขึ้นมาเท้าคาง เอียงคอมองเพื่อนที่โผล่มาหา ในช่วงที่ผ่านมาเจ้าตัวยุ่งกับธุรกิจที่กำลังขยายสาขา

          “สามวันที่แล้ว กูกะว่าจะเข้ามาคุยเรื่องบริษัทน่ะ” ชายที่ถูกเรียกว่า วิธ หรือนนท์ปวิธก้าวเท้ามาหยุดอยู่กลางห้อง สายตาไม่ได้จ้องมองทางเพื่อน เป็นผู้หญิงรูปร่างเล็กตรงหน้าที่ดึงความสนใจ ริมฝีปากหนากล่าวคำแนะนำตัว

          “สวัสดีครับ ผมวิธนะครับ เป็นเพื่อนและหุ้นส่วนของไอ้คีครับ”

          “พะวาค่ะ”

          “ยินดีที่ได้รู้จักนะครับ”

          พะวากดยิ้มรับก่อนหันหลังไปส่งสายตาบอกคิระ ว่าเธอจะลงไปสนุกด้านล่างแล้ว เป็นการเปิดทางให้เขาและเพื่อนพูดคุยกันอย่างสะดวกขึ้น

          คิระกดหน้ารับ แต่ก็ไม่ลืมใช้วิทยุสื่อสารติดต่อไปหากรวัฒน์ให้ช่วยดูแลหญิงสาว หลังภายในห้องหลงเหลือแค่คู่เพื่อน ชายหนุ่มก็บอกถึงความคืบหน้าที่เพื่อนคงอยากรู้

          “ฝ่ายไอทีบอกว่าแอปของเราไปได้สวย แต่ยังมีจุดที่ถูกเจาะได้ง่ายอยู่ คงต้องแก้ไขและปรับปรุงอีกสักระยะ กูกับคุณบอลเลยลงความเห็นว่า อาจจะต้องเลื่อนการเปิดตัวไปอีกสักหน่อย” บริษัทที่กำลังจะเปิดตัวของเขาและเพื่อนคงต้องเลื่อนจากกำหนดเดิมไปก่อน

          “งั้นก็ว่าไปตามที่มึงกับไอ้บอลเห็นสมควร”

          นนท์ปวิธกดหน้ารับหลังหย่อนตัวลงนั่ง เมื่อยังพบจุดอ่อน เขาก็ไม่สมควรละเลยและทะนงตน แม้ใจจะอยากให้แอปพลิเคชันที่เกี่ยวกับการซื้อสินค้าเปิดตัวในช่วงเทศกาลสำคัญ หากช้าสักนิดสักหน่อยแล้วได้พร้าเล่มงาม เขาก็พร้อมจะรอ

          ขายาวยกขึ้นมาไขว่ห้าง แผ่นหลังพิงกับเบาะอย่างผ่อนคลาย นิ้วเคาะลงบนโต๊ะทำงานที่เป็นกระจกพร้อมปล่อยคำถามหนึ่งไปด้วยความอยากรู้

          “ตั้งแต่เมื่อไรวะ”          

           นนท์ปวิธแสดงชัดว่าเขาต้องการคำตอบ อยากรู้ว่าตนเองพลาดเรื่องสำคัญไปได้อย่างไร

          คิระที่รู้ดีว่าเพื่อนอยากรู้เรื่องของพะวาทำแค่ไหวไหล่ อมพะนำให้คนอยากรู้ทำเสียงจิ๊ในลำคอ

          นนท์ปวิธใช้ลิ้นดันกระพุ้งแก้มใส่คนที่เก็บงำไม่ยอมบอกกัน สายตามองจ้องเพื่อนราวกับสื่อความหมายบางอย่าง แล้วกลั้วยิ้มใส่ราวกับอยากจะบอกว่า ถึงไม่เฉลย เขาก็มีวิธีที่จะทำให้รู้ แค่ถามจากเพื่อนอีกคนที่เป็นหุ้นส่วนบริษัทใหม่ก็คงจะได้คำตอบ แล้วโยนตัวเองกลับมาให้ความสนใจในสิ่งที่คิระตอบได้แน่

          “แล้วตอนนี้ไอ้ปิงเป็นยังไงบ้างวะ น้องสาวมันกลับมาหรือยัง” ช่วงนี้เพราะเขาค่อนข้างยุ่งจึงเหมือนหลุดออกจากโลกของกลุ่มเพื่อนไปบ้าง แต่เมื่อหายใจได้โล่งปอดก็รีบเหวี่ยงตัวเองกลับมาในโลกใบเดิมที่อยู่แล้วสบายใจ

          “ยัง แต่อีกไม่นาน” คิระบอกเสียงราบเรียบ

          “แล้วมึง?” นนท์ปวิธปล่อยคำพ้นปาก คิ้วเลิกขึ้นอย่างสื่อความ รู้ดีว่าเมื่อก่อนน้องสาวของปุริมมีความสำคัญต่อคนเป็นเพื่อนขนาดไหน

          “มึงตาบอด”

          คิระเอียงคอตั้งคำถาม นนท์ปวิธทำแค่กดปากรับในคำตอบที่บอกชัดเจน ที่เขากับคิระรู้ความหมายกันอย่างดี

          ในส่วนพะวาเมื่อเดินลงไปยังชั้นล่างก็เห็นกรวัฒน์กวักมือเรียกให้ไปหยุดเท้ายังโต๊ะเล็กๆ ในมุมด้านข้างทางเดิน

          “จะเอาเครื่องดื่มอะไรดี เดี๋ยวพี่สั่งให้” กรวัฒน์เอ่ยถาม

          “พะวาเอา PINK LADY ค่ะพี่เก่ง” เธอไม่ใช่พวกคออ่อน แต่ก็ไม่ใช่คอเหล้า ทว่าก็ไม่ได้อ่อนหัดเหมือนกัน เคยดื่มกับพวกพี่ๆ และเพื่อนในสมัยมหาวิทยาลัยอยู่บ้าง

          กรวัฒน์แยกตัวไปสั่งเครื่องดื่มให้แก่พะวา โต๊ะของฝ่ายหญิงเขาจัดไว้ในมุมที่การ์ดและตนจะมองเห็นได้ เพราะเป็นคำสั่งกำชับมาจากคนที่ดูท่าจะมีความหวงอยู่ไม่น้อย

          พะวากวาดสายตาไปมองรอบๆ อย่างสนุก เสียงเพลงทำให้เธออยากจะออกไปเต้นออกท่าที โดยเฉพาะเสียงสไตล์เกาหลีที่โดนใจ นั่งซึมซับบรรยากาศไปได้ราวสิบนาทีกลับมีเสียงเรียกดังขึ้น

          “พะวา”

          “พี่อิ๋ม” เสียงที่คุ้นเคยทำให้พะวาหันมองแล้วพบว่าเป็นพี่ที่บริษัท

          “มากับใครพะวา” จริยาที่เดินกลับมาจากเข้าห้องน้ำปรี่เข้าไปหายัยน้องเล็ก ไม่นึกว่าจะได้มาเจอกับพะวาที่นี่

          “เอ่อ...” พะวาอึกอัก ไม่รู้จะเริ่มตอบอย่างไรดี

           “มาคนเดียวใช่ไหม งั้นมานั่งกับพวกพี่ดีกว่า น้อง บิลของโต๊ะนี้ย้ายไปที่โต๊ะนั้นเลยนะ”

          จริยามองเห็นแก้วค็อกเทลเพียงหนึ่งแก้วจึงตีความว่ารุ่นน้องมาคนเดียว หลายหนเธอก็เคยออกมาเที่ยวลำพังเช่นกัน

          ข้อมือลากรั้งพะวาไปยังกลุ่มเพื่อนของตนเอง 

          “พี่อิ๋มมาเที่ยวกับพวกเพื่อนๆ หรือคะ”

          “ใช่”

          พะวาเอ่ยถามระหว่างที่กำลังเดินแหวกผู้คนไปยังโต๊ะของจริยา

          “นี่พี่ปี พี่เปลว พี่ยุ เพื่อนพี่จ้ะ”

          “สวัสดีค่ะ พะวานะคะ”  เมื่อจริยาแนะนำพวกเพื่อนๆ ให้รู้จัก พะวาเองก็แนะนำตัวเองบ้างเช่นกัน

          “น้องที่ออฟฟิศน่ะ เห็นน้องมาคนเดียว ฉันเลยชวนมานั่งด้วย ฝากน้องของฉันด้วยนะ พะวาเป็นเด็กน่ารัก” จริยาแจกแจง อยากให้เพื่อนๆ เอ็นดูพะวา

          เพื่อนทั้งสามของจริยาหยุดตามองพะวา แล้วส่งยิ้มให้เป็นการเริ่มต้นการเป็นมิตรพร้อมทั้งขยับตัวให้น้องเล็กนั่งลงบนเบาะหนังขนาดสามที่นั่ง นาทีถัดมาก็มีคนหนึ่งเอ่ยขึ้นพร้อมส่ายตามองหา

          “วันนี้ฉันไม่เห็นเฮียคีลงมาเลย”

          เสียงนั้นทำให้อีกสามคนกวาดตามอง

          “หรือวันนี้เฮียจะไม่เข้าร้าน โธ่ๆ ฉันอุตส่าห์แต่งตัวสวยมาเพื่อพิฆาตเลยนะ กะว่าคืนนี้ต้องได้” ปีย์วราทำหน้าสุดเซ็ง วันนี้กะว่าจะได้หนุ่มฮอตกลับบ้านด้วยแท้ๆ กลับแห้วเสียได้

          “นังเพื่อนทรยศ คิดจะมาเขมือบของหวานที่ฉันหมายตา” จริยาทั้งต่อว่าทั้งส่งค้อนวงโตให้

          “ก็ช่วยไม่ได้ ใจแกมันไม่กล้า”

          ปีย์วราเบะปากใส่ จริยาบิดปากกลับไปสู้ ในใจไม่ได้กรุ่นโกรธแต่อย่างใดในเรื่องที่เพื่อนหมายตาหนุ่มฮอตที่ตนเองให้ความสนใจ เพราะเธอเป็นประเภทปากกล้าแต่ใจอ่อนหัด อีกอย่างมันก็แค่อาการปลาบปลื้มอยากได้ ไม่ใช่ถูกใจจนต้องพุ่งไปหา

          ที่สำคัญเธอมีคนที่อยากฉุดกระชากเข้าหัวใจอยู่แล้ว

          พะวาไม่แปลกใจที่จริยาไม่ได้มีอาการกรุ่นโกรธ คงเพราะรู้นิสัยของรุ่นพี่ แต่ถ้อยคำของเพื่อนอีกฝ่ายนี่สิกำลังทำให้เธอกัดเม้มปากอย่างแรง

          “นั่นเฮียลงมาแล้ว” ไม่ถึงอึดใจเสียงตื่นเต้นก็ดังขึ้นพร้อมการชี้นิ้ว

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • คุณคี   บทที่ 10 ชัดเจน (04)

    ส่วนคิระตรงดิ่งไปยังร้าน หลังโยนงานให้คนสนิทดูแลมาสองวัน ไม่ทันไปถึงก็ได้รับสายจากเจ้าตัว “เฮียครับ นักสืบติดต่อกลับมาว่าอยากพบเฮียครับ เห็นว่าโทร.ไปหาเฮียแล้วแต่เฮียไม่รับ” กรวัฒน์แจ้งถึงธุระสำคัญ เสียงนั้นยังติดง่วงอยู่นิดๆ ก็เวลานี้ไม่ใช่เวลาตื่นของเขา ต่างจากเสียงของรุ่นพี่ที่ดูเหมือนไม่มีอาการง่วงเลยสักนิด “ฉันลืมหยิบโทรศัพท์เครื่องนั้นมาด้วย บอกให้เขาเข้ามาเจอที่ร้านได้เลย” คิระมองหารอบรถก่อนถึงตอบ แล้วมุ่งหน้าไปให้ถึงร้าน เดินตรงขึ้นไปยังห้องทำงานเพื่อรอนักสืบที่ว่าจ้าง คิดว่าฝ่ายนั้นคงมีความคืบหน้ามารายงาน ประมาณสองชั่วโมงต่อมาผู้ชายรูปร่างสันทัด ผิวขาว แต่งตัวดูสุภาพก็ก้าวเท้าเข้ามาหาพร้อมซองเอกสารสีน้ำตาล “สวัสดีครับคุณคี” “เชิญนั่งครับคุณประสิทธิ์” คิระขยับตัวลุกขึ้น มือผายเชิญนักสืบที่เขาว่าจ้างให้นั่งลงบนเก้าอี้ตรงหน้า ประสิทธิ์กดศีรษะลงเป็นมารยาท พอแผ่นหลังตั้งตรงก็ยื่นซองเอกสารไปให้แก่ลูกค้า “นี่เป็นประวัติที่คุณคีอยากได้ครับ และเดี๋ยวผมจะส่งสำเนาทั้งหมดเข้าเมลให้ด้ว

  • คุณคี   บทที่ 10 ชัดเจน (03)

    “เช้าแล้วค่ะ” พะวาทำตามที่รับปากไว้ว่าพอเธอตื่นจะปลุกคนตัวโต สายตากลมโตจ้องมองคนที่ค่อยๆ ลุกขึ้นมาพิงแผ่นหลังกับหัวเตียง คิระบิดศีรษะไปทางซ้ายและขวาขับไล่ความง่วง แล้วได้ยินคำถามที่ทำให้ส่ายหน้า “ธุระที่ไปทำเป็นทางการไหมคะ พะวาจะได้รีดชุดให้” “ไม่ต้องหรอก ฉันแค่จะไปส่งพะวา” คนตัวโตเฉลยพร้อมรอยยิ้ม “พะวาคือธุระของคุณคีหรือคะ” นิ้วเรียวสวยชี้เข้าหาตัวเอง คิระจึงพยักหน้าบอกซ้ำ เสียงใสๆ จึงร้องค้านโต้ตอบไป “คุณคีนอนต่อไปเถอะค่ะ พะวานั่งรถแท็กซี่ไปเองได้” คิดว่าชายหนุ่มคงกลัวเธอจะลำบาก และไม่วายยังห่วงอยู่เล็กๆ จึงตั้งใจจะพาเธอไปส่งยังที่ทำงาน “ฉันอยากไปเห็นว่าพะวาทำงานที่ไหน พะวาไปอาบน้ำเถอะ เดี๋ยวสาย” คิระมองเด็กดื้อที่ไม่ยอมให้เขาไปส่ง แม้ให้เหตุผลนั้นไปก็ยังไม่ได้ผล จึงมัดมือชกด้วยการดันร่างเล็กให้รีบไปชำระร่างกาย พะวาทำสีหน้าอ่อนใจ สุดท้ายก็ต้องยอมโอนอ่อนให้ ส่วนชายหนุ่มขยับตัวลุกหลังพะวาเดินหายไปอาบน้ำ ไปยืนทอดตามองยามเช้าที่ไม่ค่อยได้สัมผัส มันไม่ได้ทำให้รู้สึกดีเด่อะไรสักนิดกับบรร

  • คุณคี   บทที่ 10 ชัดเจน (02)

    เธอก็คือเธอ ไม่มีทางแทนใครได้ และเอาเข้าจริงๆ แม้จะมีส่วนที่คล้าย แต่ส่วนต่างก็มีมาก “บางอย่างที่ไม่สำคัญพี่ก็ทิ้ง แต่บางอย่างที่มีประโยชน์ พี่ก็เลือกจะเก็บไว้ ไม่ใช่เพราะปอหรอก” คิระจัดแจงแถลงไขให้ปาฏลีได้กระจ่างใจ ปาฏลีรู้สึกเหมือนโดนปิดประตูใส่หน้า น้ำตาเม็ดกลมและเสียงสะอื้นไห้ก็ดังขึ้นอีก หนนี้หนักกว่าเดิม... “ฮือ” “เรากลับมาเริ่มต้นกันใหม่ไม่ได้หรือคะ ปอผิดไปแล้วค่ะพี่คี” แม้จะร้องไห้แทบขาดใจ ปาฏลียังพยายามปล่อยถ้อยคำออกมาด้วยเสียงกระท่อนกระแท่นขาดหาย “พี่ว่าปอสมควรกลับไปพักผ่อน พี่จะโทร.ให้ไอ้ปิงมารับ” คิระตัดบท หากจะมองว่าตนใจร้ายก็ยอมรับ ดีกว่าไปให้ความหวัง ทั้งที่ไม่มีให้ “ปออยากอยู่กับพี่คี อยากอยู่ห้องของเรา” ปาฏลีส่ายหน้าระรัว เธอไม่อยากกลับไป คนที่ต้องการอยู่ตรงหน้าแล้ว นั่นทำให้ได้ยินคำร้องถามที่รู้สึกว่าหัวใจถูกเหวี่ยงไปไกลลิบ “แล้วพี่กับพะวาจะต้องระเห็จไปอยู่ที่อื่นหรือปอ ทำไมพี่กับพะวาต้องลำบากด้วย” น้ำเสียงของคิระมีความติเตียน เขาสงสารปาฏลี แต่ก็ใช่ว่าต้องเสียสละไปทุกอย่าง ปาฏลี

  • คุณคี   บทที่ 10 ชัดเจน

    “คุณคีมีธุระหรือคะ” พะวาเงยหน้าขึ้นไปมองด้วยความสงสัย “อื้ม” คิระกดหน้ารับ มือข้างหนึ่งลูบหลังนวลสวยเล่นไปมา ไม่ทันไรกลับต้องขยับตัวออกห่างเพราะมีสายเรียกเข้าจากกรวัฒน์ “เดี๋ยวฉันไปคุยงานกับเก่งแป๊บนะ” หลังจากนั้นชายหนุ่มก็เดินแยกตัวไปคุยงานที่ระเบียงห้อง ส่วนพะวาขยับตัวลุกเพราะรู้สึกหิวน้ำ เดินไปยังไม่ถึงตู้เย็นขนาดเจ็ดจุดสี่คิวสีเทาเข้ม ฝีเท้าก็ต้องเปลี่ยนทิศทางเมื่อมีเสียงเคาะประตูห้องดังขึ้น ก๊อกๆ พะวาหยุดเท้าหันมองคิระ ชายหนุ่มยังคุยโทรศัพท์จึงถือวิสาสะเป็นผู้เปิดประตูต้อนรับ อดสงสัยไม่ได้ว่าใครกันมาเวลาดึกดื่นแบบนี้ พอเปิดประตูออกพะวาก็ได้พบกับผู้หญิงรูปร่างเล็กคนหนึ่งที่ทำให้เธอชะงักตัวอย่างแรง ปากนั้นค่อยๆ เอ่ยถามออกไป “มาหาใครหรือคะ” ผู้ที่ยืนอยู่หน้าประตูชะงักกึกไปไม่ต่างกันราวกับผิดหวัง เพราะคนที่เปิดประตูไม่ใช่คนที่ต้องการ แล้วสองสาวก็จดจ้องมองกัน นาทีต่อมาพะวาก็เริ่มกัดปาก ใช่...ใช่ไหม พะวาเอ่ยคำฮิตติดปากอยู่ในใจเมื่อมองดวงหน้าของผู้หญิงตรงหน้าให้ดี ก่อนหันหลังไปมองเสียงฝีเ

  • คุณคี   บทที่ 9 คนของฉัน (02)

    “หรือต้องให้ฉันป้อน” คิระเลิกคิ้วเป็นเชิงถาม สีหน้าของเขาเวลานี้น้อยนักที่หลายคนจะได้เห็น สีหน้าของปีศาจ แถมยังเป็นเวลาที่กรุ่นโกรธอีกด้วย “หนูไม่กิน...” คนทำผิดส่ายหน้า ไม่มีทางดื่มมันแน่ๆ หากมียาพิษขึ้นมาจะทำอย่างไร แล้วมองไปยังคนที่เธอหมายตา อยากได้ความช่วยเหลือ กรวัฒน์นิ่งมอง เขาไม่อาจช่วยคนที่ทำผิดไว้ได้ ก่อนเจ้าตัวจะได้รับคำสั่งที่ให้ปฏิบัติตาม “จับหน้าไว้เก่ง ฉันจะป้อนน้ำเด็กคนนี้” น้ำเสียงของคิระดูเลือดเย็น ไม่มีแววอบอุ่นเหมือนอย่างเคย เสียงกรีดร้องขอความช่วยเหลือดังขึ้นโดยพลัน “ช่วยด้วย ใครก็ได้ช่วยด้วย...ปล่อยฉันไปนะ” คนที่อยากได้จนยินยอมทำผิดโวยวาย ดีดตัวจะลุกหนีจากเก้าอี้ ไม่ทันได้ไปไหน กรวัฒน์ก็ปรี่เข้ามาประชิดกดหัวไหล่ให้ไม่สามารถขยับไปไหนได้ คิระขยับตัวอย่างเชื่องช้า มือใหญ่ยกแก้วขึ้นมองความใสของน้ำ แล้วเขย่าไปมาเล็กน้อยราวกับอยากให้ส่วนผสมเข้ากันเป็นสีเดียวกับน้ำ คนทำผิดที่กลัวจับใจ ปากสั่นจนฟันกระทบกัน สติหลุดกระเจิงเพราะความกลัวมากระชากให้ลอยหวือออกจากสมอง น้ำตาร่วงเผาะลงไม่ขาดสาย มือนั้นพยายา

  • คุณคี   บทที่ 9 คนของฉัน

    บทที่ 9 คนของฉัน “ขอบคุณคุณคีนะคะที่พาพะวามาหาหมอ” คำขอบคุณพ้นปากนุ่มที่มีอาการบวม นัยน์ตากลมโตมองคิระอย่างขอบคุณ โชคดีที่ไม่ถึงขั้นต้องนอนโรงพยาบาล ก็แค่งดใช้ส่วนบอบบางไปสักระยะหนึ่ง และต้องพักผ่อนให้เพียงพอให้ร่างกายฟื้นตัวกลับมา ห้ามทำอะไรเกินพิกัดและหักโหมไปสักสองสามวัน “ฉันดูแลพะวาได้ไม่ดี ฉันไม่ควรได้รับคำนั้น และฉันต้องขอโทษพะวาด้วยนะที่ปล่อยให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้น” คิระยื่นมือไปลูบมือนุ่ม นัยน์ตาฉายชัดถึงคำขอโทษ “คุณคีจะขอโทษทำไมคะ คุณคีไม่ได้เป็นคนวางยาพะวาเสียหน่อย” เธอไม่ได้รู้สึกโกรธชายหนุ่มเลยแม้แต่น้อย ต้องโกรธคนที่คิดทำเรื่องบ้าๆ นี่ต่างหาก “ฉั

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status