Mag-log in“ใจร้าย งั้นพะวาไปก็ได้ค่ะ”
พะวาทำหน้าบูดที่ถูกหาว่ารบกวน ไม่ทันได้ขยับเท้าไปไหน ก็ดูเหมือนว่าคิระจะมีแขกคนสำคัญมาขอพบ
ก๊อกๆ
หลังเสียงเคาะประตู ผู้ชายรูปร่างสูงโปร่งก็มาปรากฏตัวอยู่เบื้องหน้า
“กลับมาตั้งแต่เมื่อไร”
คิระยกมือขึ้นมาเท้าคาง เอียงคอมองเพื่อนที่โผล่มาหา ในช่วงที่ผ่านมาเจ้าตัวยุ่งกับธุรกิจที่กำลังขยายสาขา“สามวันที่แล้ว กูกะว่าจะเข้ามาคุยเรื่องบริษัทน่ะ” ชายที่ถูกเรียกว่า วิธ หรือนนท์ปวิธก้าวเท้ามาหยุดอยู่กลางห้อง สายตาไม่ได้จ้องมองทางเพื่อน เป็นผู้หญิงรูปร่างเล็กตรงหน้าที่ดึงความสนใจ ริมฝีปากหนากล่าวคำแนะนำตัว
“สวัสดีครับ ผมวิธนะครับ เป็นเพื่อนและหุ้นส่วนของไอ้คีครับ”
“พะวาค่ะ”
“ยินดีที่ได้รู้จักนะครับ”
พะวากดยิ้มรับก่อนหันหลังไปส่งสายตาบอกคิระ ว่าเธอจะลงไปสนุกด้านล่างแล้ว เป็นการเปิดทางให้เขาและเพื่อนพูดคุยกันอย่างสะดวกขึ้น
คิระกดหน้ารับ แต่ก็ไม่ลืมใช้วิทยุสื่อสารติดต่อไปหากรวัฒน์ให้ช่วยดูแลหญิงสาว หลังภายในห้องหลงเหลือแค่คู่เพื่อน ชายหนุ่มก็บอกถึงความคืบหน้าที่เพื่อนคงอยากรู้
“ฝ่ายไอทีบอกว่าแอปของเราไปได้สวย แต่ยังมีจุดที่ถูกเจาะได้ง่ายอยู่ คงต้องแก้ไขและปรับปรุงอีกสักระยะ กูกับคุณบอลเลยลงความเห็นว่า อาจจะต้องเลื่อนการเปิดตัวไปอีกสักหน่อย” บริษัทที่กำลังจะเปิดตัวของเขาและเพื่อนคงต้องเลื่อนจากกำหนดเดิมไปก่อน
“งั้นก็ว่าไปตามที่มึงกับไอ้บอลเห็นสมควร”
นนท์ปวิธกดหน้ารับหลังหย่อนตัวลงนั่ง เมื่อยังพบจุดอ่อน เขาก็ไม่สมควรละเลยและทะนงตน แม้ใจจะอยากให้แอปพลิเคชันที่เกี่ยวกับการซื้อสินค้าเปิดตัวในช่วงเทศกาลสำคัญ หากช้าสักนิดสักหน่อยแล้วได้พร้าเล่มงาม เขาก็พร้อมจะรอ
ขายาวยกขึ้นมาไขว่ห้าง แผ่นหลังพิงกับเบาะอย่างผ่อนคลาย นิ้วเคาะลงบนโต๊ะทำงานที่เป็นกระจกพร้อมปล่อยคำถามหนึ่งไปด้วยความอยากรู้
“ตั้งแต่เมื่อไรวะ”
นนท์ปวิธแสดงชัดว่าเขาต้องการคำตอบ อยากรู้ว่าตนเองพลาดเรื่องสำคัญไปได้อย่างไรคิระที่รู้ดีว่าเพื่อนอยากรู้เรื่องของพะวาทำแค่ไหวไหล่ อมพะนำให้คนอยากรู้ทำเสียงจิ๊ในลำคอ
นนท์ปวิธใช้ลิ้นดันกระพุ้งแก้มใส่คนที่เก็บงำไม่ยอมบอกกัน สายตามองจ้องเพื่อนราวกับสื่อความหมายบางอย่าง แล้วกลั้วยิ้มใส่ราวกับอยากจะบอกว่า ถึงไม่เฉลย เขาก็มีวิธีที่จะทำให้รู้ แค่ถามจากเพื่อนอีกคนที่เป็นหุ้นส่วนบริษัทใหม่ก็คงจะได้คำตอบ แล้วโยนตัวเองกลับมาให้ความสนใจในสิ่งที่คิระตอบได้แน่
“แล้วตอนนี้ไอ้ปิงเป็นยังไงบ้างวะ น้องสาวมันกลับมาหรือยัง” ช่วงนี้เพราะเขาค่อนข้างยุ่งจึงเหมือนหลุดออกจากโลกของกลุ่มเพื่อนไปบ้าง แต่เมื่อหายใจได้โล่งปอดก็รีบเหวี่ยงตัวเองกลับมาในโลกใบเดิมที่อยู่แล้วสบายใจ
“ยัง แต่อีกไม่นาน” คิระบอกเสียงราบเรียบ
“แล้วมึง?” นนท์ปวิธปล่อยคำพ้นปาก คิ้วเลิกขึ้นอย่างสื่อความ รู้ดีว่าเมื่อก่อนน้องสาวของปุริมมีความสำคัญต่อคนเป็นเพื่อนขนาดไหน
“มึงตาบอด”
คิระเอียงคอตั้งคำถาม นนท์ปวิธทำแค่กดปากรับในคำตอบที่บอกชัดเจน ที่เขากับคิระรู้ความหมายกันอย่างดี
ในส่วนพะวาเมื่อเดินลงไปยังชั้นล่างก็เห็นกรวัฒน์กวักมือเรียกให้ไปหยุดเท้ายังโต๊ะเล็กๆ ในมุมด้านข้างทางเดิน
“จะเอาเครื่องดื่มอะไรดี เดี๋ยวพี่สั่งให้” กรวัฒน์เอ่ยถาม
“พะวาเอา PINK LADY ค่ะพี่เก่ง” เธอไม่ใช่พวกคออ่อน แต่ก็ไม่ใช่คอเหล้า ทว่าก็ไม่ได้อ่อนหัดเหมือนกัน เคยดื่มกับพวกพี่ๆ และเพื่อนในสมัยมหาวิทยาลัยอยู่บ้าง
กรวัฒน์แยกตัวไปสั่งเครื่องดื่มให้แก่พะวา โต๊ะของฝ่ายหญิงเขาจัดไว้ในมุมที่การ์ดและตนจะมองเห็นได้ เพราะเป็นคำสั่งกำชับมาจากคนที่ดูท่าจะมีความหวงอยู่ไม่น้อย
พะวากวาดสายตาไปมองรอบๆ อย่างสนุก เสียงเพลงทำให้เธออยากจะออกไปเต้นออกท่าที โดยเฉพาะเสียงสไตล์เกาหลีที่โดนใจ นั่งซึมซับบรรยากาศไปได้ราวสิบนาทีกลับมีเสียงเรียกดังขึ้น
“พะวา”
“พี่อิ๋ม” เสียงที่คุ้นเคยทำให้พะวาหันมองแล้วพบว่าเป็นพี่ที่บริษัท
“มากับใครพะวา” จริยาที่เดินกลับมาจากเข้าห้องน้ำปรี่เข้าไปหายัยน้องเล็ก ไม่นึกว่าจะได้มาเจอกับพะวาที่นี่
“เอ่อ...” พะวาอึกอัก ไม่รู้จะเริ่มตอบอย่างไรดี
“มาคนเดียวใช่ไหม งั้นมานั่งกับพวกพี่ดีกว่า น้อง บิลของโต๊ะนี้ย้ายไปที่โต๊ะนั้นเลยนะ”
จริยามองเห็นแก้วค็อกเทลเพียงหนึ่งแก้วจึงตีความว่ารุ่นน้องมาคนเดียว หลายหนเธอก็เคยออกมาเที่ยวลำพังเช่นกัน
ข้อมือลากรั้งพะวาไปยังกลุ่มเพื่อนของตนเอง
“พี่อิ๋มมาเที่ยวกับพวกเพื่อนๆ หรือคะ”
“ใช่”
พะวาเอ่ยถามระหว่างที่กำลังเดินแหวกผู้คนไปยังโต๊ะของจริยา
“นี่พี่ปี พี่เปลว พี่ยุ เพื่อนพี่จ้ะ”
“สวัสดีค่ะ พะวานะคะ” เมื่อจริยาแนะนำพวกเพื่อนๆ ให้รู้จัก พะวาเองก็แนะนำตัวเองบ้างเช่นกัน
“น้องที่ออฟฟิศน่ะ เห็นน้องมาคนเดียว ฉันเลยชวนมานั่งด้วย ฝากน้องของฉันด้วยนะ พะวาเป็นเด็กน่ารัก” จริยาแจกแจง อยากให้เพื่อนๆ เอ็นดูพะวา
เพื่อนทั้งสามของจริยาหยุดตามองพะวา แล้วส่งยิ้มให้เป็นการเริ่มต้นการเป็นมิตรพร้อมทั้งขยับตัวให้น้องเล็กนั่งลงบนเบาะหนังขนาดสามที่นั่ง นาทีถัดมาก็มีคนหนึ่งเอ่ยขึ้นพร้อมส่ายตามองหา
“วันนี้ฉันไม่เห็นเฮียคีลงมาเลย”
เสียงนั้นทำให้อีกสามคนกวาดตามอง
“หรือวันนี้เฮียจะไม่เข้าร้าน โธ่ๆ ฉันอุตส่าห์แต่งตัวสวยมาเพื่อพิฆาตเลยนะ กะว่าคืนนี้ต้องได้” ปีย์วราทำหน้าสุดเซ็ง วันนี้กะว่าจะได้หนุ่มฮอตกลับบ้านด้วยแท้ๆ กลับแห้วเสียได้
“นังเพื่อนทรยศ คิดจะมาเขมือบของหวานที่ฉันหมายตา” จริยาทั้งต่อว่าทั้งส่งค้อนวงโตให้
“ก็ช่วยไม่ได้ ใจแกมันไม่กล้า”
ปีย์วราเบะปากใส่ จริยาบิดปากกลับไปสู้ ในใจไม่ได้กรุ่นโกรธแต่อย่างใดในเรื่องที่เพื่อนหมายตาหนุ่มฮอตที่ตนเองให้ความสนใจ เพราะเธอเป็นประเภทปากกล้าแต่ใจอ่อนหัด อีกอย่างมันก็แค่อาการปลาบปลื้มอยากได้ ไม่ใช่ถูกใจจนต้องพุ่งไปหา
ที่สำคัญเธอมีคนที่อยากฉุดกระชากเข้าหัวใจอยู่แล้ว
พะวาไม่แปลกใจที่จริยาไม่ได้มีอาการกรุ่นโกรธ คงเพราะรู้นิสัยของรุ่นพี่ แต่ถ้อยคำของเพื่อนอีกฝ่ายนี่สิกำลังทำให้เธอกัดเม้มปากอย่างแรง
“นั่นเฮียลงมาแล้ว” ไม่ถึงอึดใจเสียงตื่นเต้นก็ดังขึ้นพร้อมการชี้นิ้ว
“นั่นเฮียลงมาแล้ว” ไม่ถึงอึดใจเสียงตื่นเต้นก็ดังขึ้นพร้อมการชี้นิ้ว พะวามองไปยังชายหนุ่มที่ทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ที่เธอเพิ่งจากมา ขณะที่คิระก็หันมองเธอเช่นกัน มองนิ่งๆ ไม่ได้แสดงท่าทีอะไร “น้องเอา DRY MARTINI แก้วหนึ่ง” ปีย์วรายกมือเรียกบริกรแล้วสั่งค็อกเทลยอดฮิตที่มีดีกรีร้อนแรง เป็นเหล้าเพียวๆ ที่เธอชอบดื่มเช่นกัน เมื่อสั่งเสร็จก็หันไปเอ่ยบอกกับเพื่อนๆ ในกลุ่ม “คืนนี้ฉันต้องไม่พลาด เฮียต้องได้หิ้วฉันกลับบ้าน” ประโยคนี้ยิ่งทำให้พะวามองปีย์วราเขม็งอย่างเก็บอาการไม่อยู่ หัวใจเริ่มเต้นถี่ยิบ “แกเพลาๆ ลงบ้าง พะวาจะตกใจเอา” จริยาปรามเพื่อนเล็กๆ “พี่ขอโทษนะน้องพะวา” ปีย์วราหันมาทำสีหน้ารู้สึกผิดที่ทำให้พะวาตื่นกลัว พะวายิ้มกลับไม่ได้รู้สึกโกรธ แต่เกิดคลื่นบางอย่างในอก ก็อาการหวงนั่นแหละ แต่จะมีสิทธิ์หรือเปล่าค่อยว่ากันอีกที “เหล้าแกมาแล้วปี แสดงฝีมือสิ...ชักช้าอยู่ทำไม” เปลว ที่เป็นหนึ่งในกลุ่มเพื่อนของจริยาเอ่ยขึ้น ยกมือขึ้นกอดอกรอเฝ้าดูความกล้าของเพื่อน “ฉันตื่นเต้น มือสั่น” ปีย์วรายกสองม
“ใจร้าย งั้นพะวาไปก็ได้ค่ะ” พะวาทำหน้าบูดที่ถูกหาว่ารบกวน ไม่ทันได้ขยับเท้าไปไหน ก็ดูเหมือนว่าคิระจะมีแขกคนสำคัญมาขอพบ ก๊อกๆ หลังเสียงเคาะประตู ผู้ชายรูปร่างสูงโปร่งก็มาปรากฏตัวอยู่เบื้องหน้า “กลับมาตั้งแต่เมื่อไร” คิระยกมือขึ้นมาเท้าคาง เอียงคอมองเพื่อนที่โผล่มาหา ในช่วงที่ผ่านมาเจ้าตัวยุ่งกับธุรกิจที่กำลังขยายสาขา “สามวันที่แล้ว กูกะว่าจะเข้ามาคุยเรื่องบริษัทน่ะ” ชายที่ถูกเรียกว่า วิธ หรือนนท์ปวิธก้าวเท้ามาหยุดอยู่กลางห้อง สายตาไม่ได้จ้องมองทางเพื่อน เป็นผู้หญิงรูปร่างเล็กตรงหน้าที่ดึงความสนใจ ริมฝีปากหนากล่าวคำแนะนำตัว “สวัสดีครับ ผมวิธนะครับ เป็นเพื่อนและหุ้นส่วนของไอ้คีครับ” “พะวาค่ะ” “ยินดีที่ได้รู้จักนะครับ” พะวากดยิ้มรับก่อนหันหลังไปส่งสายตาบอกคิระ ว่าเธอจะลงไปสนุกด้านล่างแล้ว เป็นการเปิดทางให้เขาและเพื่อนพูดคุยกันอย่างสะดวกขึ้น คิระกดหน้ารับ แต่ก็ไม่ลืมใช้วิทยุสื่อสารติดต่อไปหากรวัฒน์ให้ช่วยดูแลหญิงสาว หลังภายในห้องหลงเหลือแค่คู่เพื่อน ชายหนุ่มก็บอกถึงค
“ร้านใครร้านมัน” คิระตอบสั้นๆ ไม่แปลกที่จะมีร้านใหม่มาเปิด บริเวณที่ผับของตนตั้งอยู่เป็นย่านดังของแหล่งเที่ยว นักธุรกิจย่อมอยากมาลงทุนอยู่แล้ว ฝ่ายพะวาหลังไปหยุดเท้าอยู่ด้านหน้าของคนเป็นอา เสียงของฝ่ายนั้นก็ดังขึ้น “อาไม่คิดว่าพะวาจะทำตัวเหลวไหลขนาดนี้ แค่คนเดียวอาก็ไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนแล้ว” น้ำเสียงมีความตำหนิติเตียนชัดเจน ไม่นึกเลยว่าหลานสาวจะใจกล้าถึงเพียงนี้ พะวายืนนิ่งแล้วได้ฟังประโยคที่เปิดทางให้ตัวเอง “รู้ไหมว่าเรื่องที่พะวาทำมันเสื่อมเสียแค่ไหน” รู้ไปถึงไหนอายไปถึงนั่น ที่หลานสาวพาผู้ชายเข้าบ้านถึงสองคน “ถ้าคุณอาไม่สะดวกใจก็ย้ายออกไปจากที่นี่ได้นะคะ” “นี่พะวาจะไล่อาเหรอ” น้ำเสียงของสรชัชเพิ่มระดับผสมไปด้วยความขุ่นมัว ปากปล่อยประโยคสำคัญไปเตือนผู้เอ่ยปาก “จำสัญญาไม่ได้หรือไง...” สายตาของสรชัชหยุดนิ่งมองพะวา ตัวฝ่ายหญิงมีสีหน้าตึงเครียดขึ้น แล้วก็ได้ฟังประโยคร่ายยาวที่เคยฟังมาแล้วจากบิดา “อามีสิทธิ์อยู่ที่นี่ได้อีกหนึ่งปี ถ้าพะวาผิดสัญญา พะวาต้องจ่ายอามาสามเท่าจากที่พี่ศินยื
“ใช่ค่ะ เป็นร้านคาเฟ่แมวที่เขารับพวกแมวจรมาเลี้ยงแล้วเปิดให้เราสามารถอุปการะได้ เขาจะส่งภาพน่ารักๆ ของแมวมาให้เราดูทุกอาทิตย์ค่ะ ส่วนเจ้ามิลค์นี่เป็นลูกของแมวจร แต่ก่อนแม่ของเจ้ามิลค์ก็อยู่แถวๆ บริษัทของพะวา” หนนี้คิระพยักหน้าเบาๆ เพิ่งรู้ว่ามีเช่นนั้นด้วย “ไว้ว่างๆ พะวาจะพาไปเล่นด้วยค่ะ” อย่างไรเสียคิระก็ต้องได้เจอกับเจ้ามิลค์อย่างแน่นอน นัยน์ตาพราวระยับขึ้น แล้วก้าวเท้าเดินต่อไปจนขึ้นรถแท็กซี่มิเตอร์มุ่งหน้ากลับบ้าน เมื่อไปถึงพะวาก็พบผู้ชายคนหนึ่งยืนรออยู่ “พี่เก่งมาบ้านพะวาได้ยังไงคะ” “เฮียส่งที่อยู่มาให้ครับ พี่มาติดกล้องวงจรปิดให้น่ะ” “พี่เก่งทำได้หรือคะ” พะวามองอย่างใคร่รู้ “พี่เรียนจบด้านนี้มา เฮียก็ด้วย” “เก่งจังค่ะ” ข้อมูลนี้ของคิระเธอเพิ่งได้รู้ ถึงว่าทำไมชายหนุ่มถึงไม่ใช้บริการช่างที่ร้าน พลางมองทั้งสองอย่างชื่นชม แล้วเดินไวๆ ไปอาสาช่วยกรวัฒน์ถือกล่องเครื่องมือ ก่อนสองหนุ่มจะไปยืนดูจุดที่ต้องติดตั้งกล้องวงจรปิด ดวงตากลมโตเลื่อนมองคิระสลับกรวัฒน์ ทั้งสองดูคล่องแคล่ว ชำนาญ ใช้เ
พอเช้าวันใหม่มาถึง พะวากับคิระที่ตื่นนอนราวสิบเอ็ดโมงเช้าได้ฝากท้องไว้กับร้านอาหารเจ้าดังแถวบ้าน โดยใช้บริการแอปพลิเคชันดังในการสั่งอาหาร โชคดีที่อาการตัวร้อนและปวดหัวของพะวาดีขึ้นมาก คงเป็นเพราะยาดีทั้งในแบบเม็ดและในแบบความห่วงใยที่ได้รับ เมื่อเสร็จหญิงสาวก็ก้าวเท้าขึ้นรถแท็กซี่มิเตอร์ที่เรียกมา มีชายหนุ่มนั่งอยู่ข้างๆ เพื่อจะไปยังห้างสรรพสินค้า ที่ไม่เอารถมอเตอร์ไซค์ไป คนตัวโตบอกว่าไม่อยากให้เธอตากแดด กลัวไข้จะกลับมาอีก หัวใจดวงน้อยจึงมีอาการสั่นรุนแรงราวกับมีแผ่นดินไหวขนาดหลายริกเตอร์ “ผมอยากได้กล้องวงจรปิดสักสี่ตัวครับสำหรับบ้านหลังไม่ใหญ่มาก” หลังเดินเข้าไปในโซนเครื่องใช้ภายในและภายนอกบ้านที่จำเป็น คิระก็เอ่ยบอกกับพนักงานที่ยืนรอบริการลูกค้าอยู่ ส่วนพะวายกคิ้วสูง นาทีถัดมาหัวใจที่สั่นอยู่แล้วก็มีอาการสั่นมากขึ้นไปใหญ่ยามได้ฟังคำอธิบายของชายหนุ่ม “เป็นบ้านไม้สองชั้นครับ ผมอยากได้ชั้นล่างสองตัว ชั้นบนหนึ่งตัว และมีกล้องตัวไหนเหมาะสำหรับติดในห้องนอนบ้างไหมครับ” “ร้านเรามีหลายแบบเลยครับ เชิญเข้าไปดูด้านในก่อนนะคร
“ปกติของที่ฉันไม่เอา ไม่ต้องการแล้ว ฉันจะเผาทิ้ง” สิ้นวาจาจากคิระ พะวาเข้าใจได้ทันทีพร้อมรับไฟแช็กมาไว้ในมือ สายตากลมโตหันมองหรรษดล ทำให้เจ้าตัวต้องรีบก้าวไวๆ เข้าไปหา “เฮียจะไม่ยอมให้พะวาเผาทุกอย่างของเราทิ้ง” หรรษดลแย่งไฟเเช็กไปจากมือนุ่มพร้อมกำมือแน่น นัยน์ตาแสดงความกรุ่นโกรธที่ตัวสอดกำลังชักจูงให้พะวายิ่งห่างออกไป พะวามองอดีตคนรักด้วยสายตานิ่งๆ ไม่เห็นบ้างหรืออย่างไรว่าในแววตาของเธอไม่ได้หลงเหลือเยื่อใยใดๆ อีกแล้ว เธอน่ะมูฟออนไปไกลแล้ว ฝ่ายหรรษดลใช่ว่าจะไม่รับรู้ แต่ยังไม่อยากยอมรับ เพราะการมีพะวาอยู่ข้างๆ ย่อมดีกว่าการที่ไม่เหลือใคร เมื่อในตอนนี้หันซ้ายหันขวาก็หลงเหลือคนข้างกายน้อยนิดนัก แต่ดูท่าวันนี้คงต้องถอย แล้ววันหน้าค่อยมารุกใหม่ “เดี๋ยวก่อนค่ะเฮีย” หรรษดลที่ถอยทัพก้าวเท้าจะออกจากห้องหยุดกึก ใบหน้ามีรอยยิ้ม หรือพะวาจะเปลี่ยนใจ อึดใจเดียวเท่านั้นสีหน้ากลับหงุดหงิดกว่าเดิม “คืนกุญแจบ้านพะวามาด้วยค่ะ และพะวาฝากเฮียไปบอกคุณอาด้วยว่า เขาไม่มีสิทธิ์ปั๊มกุญแจบ้านของพะวาให้ใคร และถ้ามีแบบนี้อีกพะวาจะแจ้งความ”







