ログインพอเช้าวันใหม่มาถึง พะวากับคิระที่ตื่นนอนราวสิบเอ็ดโมงเช้าได้ฝากท้องไว้กับร้านอาหารเจ้าดังแถวบ้าน โดยใช้บริการแอปพลิเคชันดังในการสั่งอาหาร
โชคดีที่อาการตัวร้อนและปวดหัวของพะวาดีขึ้นมาก คงเป็นเพราะยาดีทั้งในแบบเม็ดและในแบบความห่วงใยที่ได้รับ
เมื่อเสร็จหญิงสาวก็ก้าวเท้าขึ้นรถแท็กซี่มิเตอร์ที่เรียกมา มีชายหนุ่มนั่งอยู่ข้างๆ เพื่อจะไปยังห้างสรรพสินค้า ที่ไม่เอารถมอเตอร์ไซค์ไป คนตัวโตบอกว่าไม่อยากให้เธอตากแดด กลัวไข้จะกลับมาอีก
หัวใจดวงน้อยจึงมีอาการสั่นรุนแรงราวกับมีแผ่นดินไหวขนาดหลายริกเตอร์
“ผมอยากได้กล้องวงจรปิดสักสี่ตัวครับสำหรับบ้านหลังไม่ใหญ่มาก” หลังเดินเข้าไปในโซนเครื่องใช้ภายในและภายนอกบ้านที่จำเป็น คิระก็เอ่ยบอกกับพนักงานที่ยืนรอบริการลูกค้าอยู่
ส่วนพะวายกคิ้วสูง นาทีถัดมาหัวใจที่สั่นอยู่แล้วก็มีอาการสั่นมากขึ้นไปใหญ่ยามได้ฟังคำอธิบายของชายหนุ่ม
“เป็นบ้านไม้สองชั้นครับ ผมอยากได้ชั้นล่างสองตัว ชั้นบนหนึ่งตัว และมีกล้องตัวไหนเหมาะสำหรับติดในห้องนอนบ้างไหมครับ”
“ร้านเรามีหลายแบบเลยครับ เชิญเข้าไปดูด้านในก่อนนะครับ” พนักงานขายผายมือเชิญคิระเดินลึกเข้าไปด้านใน นำพาไปยังจุดที่มีกล้องวงจรปิดวางเรียงอยู่เกือบสิบห้าตัว
“คุณคีจะติดกล้องที่บ้านของพะวาหรือคะ”
คิดว่าคงไม่ผิดจากที่ถาม แต่ก็อยากแน่ใจ ก่อนหน้านี้เธอเองก็อยากหามาติดสักตัวสองตัว เพราะสามสี่เดือนก่อนบ้านในซอยเดียวกันโดนขโมยมางัดแงะไปหลายหลัง แต่เงินทั้งหมดที่มีต้องเก็บไว้สำหรับเป็นค่ารักษาบิดาจึงได้แต่ชะลอไว้ก่อน“เพิ่มความปลอดภัยน่ะ” คิระบอกเหตุผล คงไม่ดีแน่หากมีเหตุการณ์อย่างเมื่อคืนเกิดขึ้นอีก และคิดว่าคนอย่างหรรษดลคงจะไม่ยอมจบง่ายๆ และไม่ใช่หรรษดลคนเดียวหรอกที่เขาอยากป้องกัน
นัยน์ตาของพะวาเป็นประกายขึ้นในความห่วงใยและรอบคอบที่ได้รับ
“แต่ว่าติดในห้องนอนด้วยจะดีหรือคะ”
พะวามองชายหนุ่ม ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงกระเซ้าเย้าแหย่
“ถ้าพะวาเผลอถอดเสื้อผ้าแล้วคุณคีเปิดกล้องดู จะตบะแตกเสียงานเสียการเพราะรีบกลับมาหาพะวาเอานะคะ”
“มีดีขนาดนั้น” คิระสวนกลับหน้านิ่ง นั่นทำให้พะวาถึงกับทำหน้าตึง
“คุณคี”
หญิงสาวมุ่ยหน้าที่โดนต่อว่าว่าไม่มีดี พลันก้มมองหน้าอกหน้าใจของตัวเอง มีเท่านี้เธอก็ว่ามันพอดีแล้ว แล้วก้าวเท้าไวๆ ตามคิระไปหยุดอยู่หน้ากล้องวงจรปิดที่คุณสมบัติเป็นไปตามความต้องการ
“ค่ากล้องพะวาขอโอนให้นะคะ” หญิงสาวเอ่ยบอกกับชายหนุ่มที่ยื่นบัตรเครติดให้กับพนักงานขาย
“คนละครึ่ง” ชายหนุ่มบอกความต้องการ
“แต่นั่นบ้านของพะวานะคะ”
“ฉันก็อาศัยอยู่ด้วยไม่ใช่หรือไง” คิระบอกเสียงทุ้มเข้ม เรื่องเงินไม่ใช่ปัญหาสำหรับเขา จ่ายคนเดียวก็ไหว ขอแค่คนที่อยู่บ้านปลอดภัยก็พอ แต่ก็ไม่อยากให้พะวารู้สึกไม่ดี การหารสองจึงเป็นทางออกที่ดี พลางมองคนตัวเล็กนิ่งๆ ยืนยันความต้องการ
“ขอบคุณที่เอ็นดูพะวาค่ะ แต่เดี๋ยวค่าช่างพะวาขอเป็นคนออกคนเดียวนะคะ”
พะวาพนมมือขึ้นไหว้ หัวใจสั่นอีกแล้วจนต้องยกมือขึ้นกุมหน้าอกพร้อมรอยยิ้มแฝงความนัย ส่วนชายหนุ่มหันไปเซ็นชื่อลงใบเสร็จจึงไม่ทันเห็นยิ้มที่มีความหมายนั่น
“พะวาขอไปซื้อของใช้ข้างล่างก่อนได้ไหมคะ” ในเมื่อได้ออกมาห้างสรรพสินค้าแล้วพะวาจึงอยากแวะลงไปซื้อของใช้เสียหน่อย
“ไปสิ”
จากนั้นทั้งสองก็เดินลงไปยังชั้นล่างสุดที่มีซูเปอร์มาเก็ตขนาดใหญ่ ของใช้หลายอย่างที่บ้านเริ่มหมด ยาสีฟันละหนึ่งอย่างที่ต้องซื้อ คิระอาสาเข็นรถเข็นให้
“คุณคีชอบกินอะไรบ้างคะ” พอเดินไปใกล้จุดที่มีอาหารวางขายพะวาก็หันไปถาม เธออยากรู้ อยากจดจำให้ขึ้นใจ
“อย่างเช่น... ” คิระเอียงคอเล็กน้อย อยากรู้พะวาหมายถึงของชอบของเขาประเภทใด
“อาหาร ผลไม้ค่ะ”
“ฉันชอบกินอาหารเหนือ” แม้เขาจะไม่ใช่คนเหนือ แต่ชื่นชอบอาหารถิ่นนั้นเป็นอย่างมาก พะวาเองบอกถึงความชอบที่ต่างจากเขาไป
“พะวาชอบแกงใต้ค่ะ” เมื่อได้คำตอบมาหนึ่งอย่าง พะวาก็อยากรู้อีกอย่าง สายตามองอย่างเฝ้ารอ
“ชอบองุ่น”
พะวาพยักหน้า มือหยิบนมข้นหวานใส่รถเข็น จากนั้นเดินนำหน้าคิระไปเลือกซื้อขนมกับพวกบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป
ส่วนคนตัวโตหันไปสนใจกาแฟแบบกล่อง
“กินคนเดียวหมดหรือไง” คิระมองขนมและนมที่พะวาหยิบใส่รถเข็นแล้วร้องถาม เมื่อมันมีจำนวนมากเกินพอดี
“พะวาจะซื้อไปฝากพวกป้าๆ แถวบริษัทด้วยค่ะ บางคนแกก็ไม่มีลูกหลาน บางคนก็มีลูกมีหลานที่เจ็บป่วยเลยต้องทำขนม ทำงานฝีมือมาขาย แต่พะวาก็ไม่ได้ให้ประจำหรอกค่ะ แล้วแต่เดือนที่พอจะไหว”
เธอมักซื้อของไปแบ่งปันให้พวกคนแก่ที่นำของมาขายแถวใต้สะพานลอย เห็นแล้วอดสงสารไม่ได้
“ฝากด้วย” คิระหยิบธนบัตรจำนวนสองใบให้แก่พะวา
“ขอบคุณค่ะ ขอบคุณแทนพวกป้าๆ ด้วยนะคะ”
พะวารู้สึกว่าภายในอกมีแต่ความรู้สึกดี คิระเป็นผู้ชายที่ดูภายนอกออกจะนิ่ง เงียบ แต่ภายในบรรจุไว้ด้วยความอบอุ่นมากมายเหมือนตามที่รู้มา
หลังจากของครบตามความต้องการ ทั้งสองจึงเดินตรงไปยังเคาน์เตอร์จ่ายเงิน สี่มือช่วยกันหิ้วของเดินไปยังบริเวณด้านข้างของห้างสรรพสินค้าเพื่อไปรอเรียกรถแท็กซี่บริการ กว่าจะถึงจุดนั้นต้องผ่านร้านอาบน้ำสัตว์ก่อน เท้าเรียวเล็กหยุดมองด้วยรอยยิ้ม
“ชอบแมว” เท่าที่ดูคิระคิดว่าตนเองคาดไม่ผิด
“ค่ะ”
“แล้วทำไมไม่ลองเลี้ยง” เขาตั้งคำถาม
“พะวาไม่ค่อยมีเวลาดูแลค่ะ เลยกลัวว่าจะให้ความรักมันไม่พอ แต่พะวาก็มีแมวที่อุปการะอยู่นะคะ ชื่อเจ้ามิลค์”
ใช่ว่าไม่อยากเลี้ยง แต่กลัวเลี้ยงได้ไม่ดี เมื่อก่อนบิดากับมารดาก็เคยเลี้ยงหมาอยู่หนึ่งตัว พอคิดถึงนัยน์ตาก็มีความเศร้าปรากฏ พลันหยิบสมาร์ตโฟนขึ้นมาเปิดภาพแมวสีดำตัวสำคัญให้ชายหนุ่มได้พิจารณา ก่อนรอยยิ้มจะแฝงด้วยความนัยบางอย่าง
“อุปการะ” คิระทวนคำ
“นั่นเฮียลงมาแล้ว” ไม่ถึงอึดใจเสียงตื่นเต้นก็ดังขึ้นพร้อมการชี้นิ้ว พะวามองไปยังชายหนุ่มที่ทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ที่เธอเพิ่งจากมา ขณะที่คิระก็หันมองเธอเช่นกัน มองนิ่งๆ ไม่ได้แสดงท่าทีอะไร “น้องเอา DRY MARTINI แก้วหนึ่ง” ปีย์วรายกมือเรียกบริกรแล้วสั่งค็อกเทลยอดฮิตที่มีดีกรีร้อนแรง เป็นเหล้าเพียวๆ ที่เธอชอบดื่มเช่นกัน เมื่อสั่งเสร็จก็หันไปเอ่ยบอกกับเพื่อนๆ ในกลุ่ม “คืนนี้ฉันต้องไม่พลาด เฮียต้องได้หิ้วฉันกลับบ้าน” ประโยคนี้ยิ่งทำให้พะวามองปีย์วราเขม็งอย่างเก็บอาการไม่อยู่ หัวใจเริ่มเต้นถี่ยิบ “แกเพลาๆ ลงบ้าง พะวาจะตกใจเอา” จริยาปรามเพื่อนเล็กๆ “พี่ขอโทษนะน้องพะวา” ปีย์วราหันมาทำสีหน้ารู้สึกผิดที่ทำให้พะวาตื่นกลัว พะวายิ้มกลับไม่ได้รู้สึกโกรธ แต่เกิดคลื่นบางอย่างในอก ก็อาการหวงนั่นแหละ แต่จะมีสิทธิ์หรือเปล่าค่อยว่ากันอีกที “เหล้าแกมาแล้วปี แสดงฝีมือสิ...ชักช้าอยู่ทำไม” เปลว ที่เป็นหนึ่งในกลุ่มเพื่อนของจริยาเอ่ยขึ้น ยกมือขึ้นกอดอกรอเฝ้าดูความกล้าของเพื่อน “ฉันตื่นเต้น มือสั่น” ปีย์วรายกสองม
“ใจร้าย งั้นพะวาไปก็ได้ค่ะ” พะวาทำหน้าบูดที่ถูกหาว่ารบกวน ไม่ทันได้ขยับเท้าไปไหน ก็ดูเหมือนว่าคิระจะมีแขกคนสำคัญมาขอพบ ก๊อกๆ หลังเสียงเคาะประตู ผู้ชายรูปร่างสูงโปร่งก็มาปรากฏตัวอยู่เบื้องหน้า “กลับมาตั้งแต่เมื่อไร” คิระยกมือขึ้นมาเท้าคาง เอียงคอมองเพื่อนที่โผล่มาหา ในช่วงที่ผ่านมาเจ้าตัวยุ่งกับธุรกิจที่กำลังขยายสาขา “สามวันที่แล้ว กูกะว่าจะเข้ามาคุยเรื่องบริษัทน่ะ” ชายที่ถูกเรียกว่า วิธ หรือนนท์ปวิธก้าวเท้ามาหยุดอยู่กลางห้อง สายตาไม่ได้จ้องมองทางเพื่อน เป็นผู้หญิงรูปร่างเล็กตรงหน้าที่ดึงความสนใจ ริมฝีปากหนากล่าวคำแนะนำตัว “สวัสดีครับ ผมวิธนะครับ เป็นเพื่อนและหุ้นส่วนของไอ้คีครับ” “พะวาค่ะ” “ยินดีที่ได้รู้จักนะครับ” พะวากดยิ้มรับก่อนหันหลังไปส่งสายตาบอกคิระ ว่าเธอจะลงไปสนุกด้านล่างแล้ว เป็นการเปิดทางให้เขาและเพื่อนพูดคุยกันอย่างสะดวกขึ้น คิระกดหน้ารับ แต่ก็ไม่ลืมใช้วิทยุสื่อสารติดต่อไปหากรวัฒน์ให้ช่วยดูแลหญิงสาว หลังภายในห้องหลงเหลือแค่คู่เพื่อน ชายหนุ่มก็บอกถึงค
“ร้านใครร้านมัน” คิระตอบสั้นๆ ไม่แปลกที่จะมีร้านใหม่มาเปิด บริเวณที่ผับของตนตั้งอยู่เป็นย่านดังของแหล่งเที่ยว นักธุรกิจย่อมอยากมาลงทุนอยู่แล้ว ฝ่ายพะวาหลังไปหยุดเท้าอยู่ด้านหน้าของคนเป็นอา เสียงของฝ่ายนั้นก็ดังขึ้น “อาไม่คิดว่าพะวาจะทำตัวเหลวไหลขนาดนี้ แค่คนเดียวอาก็ไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนแล้ว” น้ำเสียงมีความตำหนิติเตียนชัดเจน ไม่นึกเลยว่าหลานสาวจะใจกล้าถึงเพียงนี้ พะวายืนนิ่งแล้วได้ฟังประโยคที่เปิดทางให้ตัวเอง “รู้ไหมว่าเรื่องที่พะวาทำมันเสื่อมเสียแค่ไหน” รู้ไปถึงไหนอายไปถึงนั่น ที่หลานสาวพาผู้ชายเข้าบ้านถึงสองคน “ถ้าคุณอาไม่สะดวกใจก็ย้ายออกไปจากที่นี่ได้นะคะ” “นี่พะวาจะไล่อาเหรอ” น้ำเสียงของสรชัชเพิ่มระดับผสมไปด้วยความขุ่นมัว ปากปล่อยประโยคสำคัญไปเตือนผู้เอ่ยปาก “จำสัญญาไม่ได้หรือไง...” สายตาของสรชัชหยุดนิ่งมองพะวา ตัวฝ่ายหญิงมีสีหน้าตึงเครียดขึ้น แล้วก็ได้ฟังประโยคร่ายยาวที่เคยฟังมาแล้วจากบิดา “อามีสิทธิ์อยู่ที่นี่ได้อีกหนึ่งปี ถ้าพะวาผิดสัญญา พะวาต้องจ่ายอามาสามเท่าจากที่พี่ศินยื
“ใช่ค่ะ เป็นร้านคาเฟ่แมวที่เขารับพวกแมวจรมาเลี้ยงแล้วเปิดให้เราสามารถอุปการะได้ เขาจะส่งภาพน่ารักๆ ของแมวมาให้เราดูทุกอาทิตย์ค่ะ ส่วนเจ้ามิลค์นี่เป็นลูกของแมวจร แต่ก่อนแม่ของเจ้ามิลค์ก็อยู่แถวๆ บริษัทของพะวา” หนนี้คิระพยักหน้าเบาๆ เพิ่งรู้ว่ามีเช่นนั้นด้วย “ไว้ว่างๆ พะวาจะพาไปเล่นด้วยค่ะ” อย่างไรเสียคิระก็ต้องได้เจอกับเจ้ามิลค์อย่างแน่นอน นัยน์ตาพราวระยับขึ้น แล้วก้าวเท้าเดินต่อไปจนขึ้นรถแท็กซี่มิเตอร์มุ่งหน้ากลับบ้าน เมื่อไปถึงพะวาก็พบผู้ชายคนหนึ่งยืนรออยู่ “พี่เก่งมาบ้านพะวาได้ยังไงคะ” “เฮียส่งที่อยู่มาให้ครับ พี่มาติดกล้องวงจรปิดให้น่ะ” “พี่เก่งทำได้หรือคะ” พะวามองอย่างใคร่รู้ “พี่เรียนจบด้านนี้มา เฮียก็ด้วย” “เก่งจังค่ะ” ข้อมูลนี้ของคิระเธอเพิ่งได้รู้ ถึงว่าทำไมชายหนุ่มถึงไม่ใช้บริการช่างที่ร้าน พลางมองทั้งสองอย่างชื่นชม แล้วเดินไวๆ ไปอาสาช่วยกรวัฒน์ถือกล่องเครื่องมือ ก่อนสองหนุ่มจะไปยืนดูจุดที่ต้องติดตั้งกล้องวงจรปิด ดวงตากลมโตเลื่อนมองคิระสลับกรวัฒน์ ทั้งสองดูคล่องแคล่ว ชำนาญ ใช้เ
พอเช้าวันใหม่มาถึง พะวากับคิระที่ตื่นนอนราวสิบเอ็ดโมงเช้าได้ฝากท้องไว้กับร้านอาหารเจ้าดังแถวบ้าน โดยใช้บริการแอปพลิเคชันดังในการสั่งอาหาร โชคดีที่อาการตัวร้อนและปวดหัวของพะวาดีขึ้นมาก คงเป็นเพราะยาดีทั้งในแบบเม็ดและในแบบความห่วงใยที่ได้รับ เมื่อเสร็จหญิงสาวก็ก้าวเท้าขึ้นรถแท็กซี่มิเตอร์ที่เรียกมา มีชายหนุ่มนั่งอยู่ข้างๆ เพื่อจะไปยังห้างสรรพสินค้า ที่ไม่เอารถมอเตอร์ไซค์ไป คนตัวโตบอกว่าไม่อยากให้เธอตากแดด กลัวไข้จะกลับมาอีก หัวใจดวงน้อยจึงมีอาการสั่นรุนแรงราวกับมีแผ่นดินไหวขนาดหลายริกเตอร์ “ผมอยากได้กล้องวงจรปิดสักสี่ตัวครับสำหรับบ้านหลังไม่ใหญ่มาก” หลังเดินเข้าไปในโซนเครื่องใช้ภายในและภายนอกบ้านที่จำเป็น คิระก็เอ่ยบอกกับพนักงานที่ยืนรอบริการลูกค้าอยู่ ส่วนพะวายกคิ้วสูง นาทีถัดมาหัวใจที่สั่นอยู่แล้วก็มีอาการสั่นมากขึ้นไปใหญ่ยามได้ฟังคำอธิบายของชายหนุ่ม “เป็นบ้านไม้สองชั้นครับ ผมอยากได้ชั้นล่างสองตัว ชั้นบนหนึ่งตัว และมีกล้องตัวไหนเหมาะสำหรับติดในห้องนอนบ้างไหมครับ” “ร้านเรามีหลายแบบเลยครับ เชิญเข้าไปดูด้านในก่อนนะคร
“ปกติของที่ฉันไม่เอา ไม่ต้องการแล้ว ฉันจะเผาทิ้ง” สิ้นวาจาจากคิระ พะวาเข้าใจได้ทันทีพร้อมรับไฟแช็กมาไว้ในมือ สายตากลมโตหันมองหรรษดล ทำให้เจ้าตัวต้องรีบก้าวไวๆ เข้าไปหา “เฮียจะไม่ยอมให้พะวาเผาทุกอย่างของเราทิ้ง” หรรษดลแย่งไฟเเช็กไปจากมือนุ่มพร้อมกำมือแน่น นัยน์ตาแสดงความกรุ่นโกรธที่ตัวสอดกำลังชักจูงให้พะวายิ่งห่างออกไป พะวามองอดีตคนรักด้วยสายตานิ่งๆ ไม่เห็นบ้างหรืออย่างไรว่าในแววตาของเธอไม่ได้หลงเหลือเยื่อใยใดๆ อีกแล้ว เธอน่ะมูฟออนไปไกลแล้ว ฝ่ายหรรษดลใช่ว่าจะไม่รับรู้ แต่ยังไม่อยากยอมรับ เพราะการมีพะวาอยู่ข้างๆ ย่อมดีกว่าการที่ไม่เหลือใคร เมื่อในตอนนี้หันซ้ายหันขวาก็หลงเหลือคนข้างกายน้อยนิดนัก แต่ดูท่าวันนี้คงต้องถอย แล้ววันหน้าค่อยมารุกใหม่ “เดี๋ยวก่อนค่ะเฮีย” หรรษดลที่ถอยทัพก้าวเท้าจะออกจากห้องหยุดกึก ใบหน้ามีรอยยิ้ม หรือพะวาจะเปลี่ยนใจ อึดใจเดียวเท่านั้นสีหน้ากลับหงุดหงิดกว่าเดิม “คืนกุญแจบ้านพะวามาด้วยค่ะ และพะวาฝากเฮียไปบอกคุณอาด้วยว่า เขาไม่มีสิทธิ์ปั๊มกุญแจบ้านของพะวาให้ใคร และถ้ามีแบบนี้อีกพะวาจะแจ้งความ”







