Home / โรแมนติก / คุณคี / บทที่ 5 ใจสั่น (03)

Share

บทที่ 5 ใจสั่น (03)

last update publish date: 2026-08-30 21:01:03

พอเช้าวันใหม่มาถึง พะวากับคิระที่ตื่นนอนราวสิบเอ็ดโมงเช้าได้ฝากท้องไว้กับร้านอาหารเจ้าดังแถวบ้าน โดยใช้บริการแอปพลิเคชันดังในการสั่งอาหาร

          โชคดีที่อาการตัวร้อนและปวดหัวของพะวาดีขึ้นมาก คงเป็นเพราะยาดีทั้งในแบบเม็ดและในแบบความห่วงใยที่ได้รับ

          เมื่อเสร็จหญิงสาวก็ก้าวเท้าขึ้นรถแท็กซี่มิเตอร์ที่เรียกมา มีชายหนุ่มนั่งอยู่ข้างๆ เพื่อจะไปยังห้างสรรพสินค้า ที่ไม่เอารถมอเตอร์ไซค์ไป คนตัวโตบอกว่าไม่อยากให้เธอตากแดด กลัวไข้จะกลับมาอีก

           หัวใจดวงน้อยจึงมีอาการสั่นรุนแรงราวกับมีแผ่นดินไหวขนาดหลายริกเตอร์

          “ผมอยากได้กล้องวงจรปิดสักสี่ตัวครับสำหรับบ้านหลังไม่ใหญ่มาก” หลังเดินเข้าไปในโซนเครื่องใช้ภายในและภายนอกบ้านที่จำเป็น คิระก็เอ่ยบอกกับพนักงานที่ยืนรอบริการลูกค้าอยู่

          ส่วนพะวายกคิ้วสูง นาทีถัดมาหัวใจที่สั่นอยู่แล้วก็มีอาการสั่นมากขึ้นไปใหญ่ยามได้ฟังคำอธิบายของชายหนุ่ม

          “เป็นบ้านไม้สองชั้นครับ ผมอยากได้ชั้นล่างสองตัว ชั้นบนหนึ่งตัว และมีกล้องตัวไหนเหมาะสำหรับติดในห้องนอนบ้างไหมครับ” 

          “ร้านเรามีหลายแบบเลยครับ เชิญเข้าไปดูด้านในก่อนนะครับ” พนักงานขายผายมือเชิญคิระเดินลึกเข้าไปด้านใน นำพาไปยังจุดที่มีกล้องวงจรปิดวางเรียงอยู่เกือบสิบห้าตัว

          “คุณคีจะติดกล้องที่บ้านของพะวาหรือคะ”         

          คิดว่าคงไม่ผิดจากที่ถาม แต่ก็อยากแน่ใจ ก่อนหน้านี้เธอเองก็อยากหามาติดสักตัวสองตัว เพราะสามสี่เดือนก่อนบ้านในซอยเดียวกันโดนขโมยมางัดแงะไปหลายหลัง แต่เงินทั้งหมดที่มีต้องเก็บไว้สำหรับเป็นค่ารักษาบิดาจึงได้แต่ชะลอไว้ก่อน

          “เพิ่มความปลอดภัยน่ะ” คิระบอกเหตุผล คงไม่ดีแน่หากมีเหตุการณ์อย่างเมื่อคืนเกิดขึ้นอีก และคิดว่าคนอย่างหรรษดลคงจะไม่ยอมจบง่ายๆ และไม่ใช่หรรษดลคนเดียวหรอกที่เขาอยากป้องกัน

          นัยน์ตาของพะวาเป็นประกายขึ้นในความห่วงใยและรอบคอบที่ได้รับ

          “แต่ว่าติดในห้องนอนด้วยจะดีหรือคะ”

          พะวามองชายหนุ่ม ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงกระเซ้าเย้าแหย่

          “ถ้าพะวาเผลอถอดเสื้อผ้าแล้วคุณคีเปิดกล้องดู จะตบะแตกเสียงานเสียการเพราะรีบกลับมาหาพะวาเอานะคะ”

          “มีดีขนาดนั้น” คิระสวนกลับหน้านิ่ง นั่นทำให้พะวาถึงกับทำหน้าตึง

          “คุณคี”

          หญิงสาวมุ่ยหน้าที่โดนต่อว่าว่าไม่มีดี พลันก้มมองหน้าอกหน้าใจของตัวเอง มีเท่านี้เธอก็ว่ามันพอดีแล้ว แล้วก้าวเท้าไวๆ ตามคิระไปหยุดอยู่หน้ากล้องวงจรปิดที่คุณสมบัติเป็นไปตามความต้องการ

          “ค่ากล้องพะวาขอโอนให้นะคะ” หญิงสาวเอ่ยบอกกับชายหนุ่มที่ยื่นบัตรเครติดให้กับพนักงานขาย

          “คนละครึ่ง” ชายหนุ่มบอกความต้องการ

          “แต่นั่นบ้านของพะวานะคะ”

          “ฉันก็อาศัยอยู่ด้วยไม่ใช่หรือไง” คิระบอกเสียงทุ้มเข้ม เรื่องเงินไม่ใช่ปัญหาสำหรับเขา จ่ายคนเดียวก็ไหว ขอแค่คนที่อยู่บ้านปลอดภัยก็พอ แต่ก็ไม่อยากให้พะวารู้สึกไม่ดี การหารสองจึงเป็นทางออกที่ดี พลางมองคนตัวเล็กนิ่งๆ ยืนยันความต้องการ

          “ขอบคุณที่เอ็นดูพะวาค่ะ แต่เดี๋ยวค่าช่างพะวาขอเป็นคนออกคนเดียวนะคะ”

          พะวาพนมมือขึ้นไหว้ หัวใจสั่นอีกแล้วจนต้องยกมือขึ้นกุมหน้าอกพร้อมรอยยิ้มแฝงความนัย ส่วนชายหนุ่มหันไปเซ็นชื่อลงใบเสร็จจึงไม่ทันเห็นยิ้มที่มีความหมายนั่น

          “พะวาขอไปซื้อของใช้ข้างล่างก่อนได้ไหมคะ” ในเมื่อได้ออกมาห้างสรรพสินค้าแล้วพะวาจึงอยากแวะลงไปซื้อของใช้เสียหน่อย

          “ไปสิ”

          จากนั้นทั้งสองก็เดินลงไปยังชั้นล่างสุดที่มีซูเปอร์มาเก็ตขนาดใหญ่ ของใช้หลายอย่างที่บ้านเริ่มหมด ยาสีฟันละหนึ่งอย่างที่ต้องซื้อ คิระอาสาเข็นรถเข็นให้

          “คุณคีชอบกินอะไรบ้างคะ” พอเดินไปใกล้จุดที่มีอาหารวางขายพะวาก็หันไปถาม เธออยากรู้ อยากจดจำให้ขึ้นใจ

          “อย่างเช่น... ” คิระเอียงคอเล็กน้อย อยากรู้พะวาหมายถึงของชอบของเขาประเภทใด

          “อาหาร ผลไม้ค่ะ”

          “ฉันชอบกินอาหารเหนือ” แม้เขาจะไม่ใช่คนเหนือ แต่ชื่นชอบอาหารถิ่นนั้นเป็นอย่างมาก พะวาเองบอกถึงความชอบที่ต่างจากเขาไป

          “พะวาชอบแกงใต้ค่ะ” เมื่อได้คำตอบมาหนึ่งอย่าง พะวาก็อยากรู้อีกอย่าง สายตามองอย่างเฝ้ารอ

          “ชอบองุ่น”

          พะวาพยักหน้า มือหยิบนมข้นหวานใส่รถเข็น จากนั้นเดินนำหน้าคิระไปเลือกซื้อขนมกับพวกบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป

ส่วนคนตัวโตหันไปสนใจกาแฟแบบกล่อง         

          “กินคนเดียวหมดหรือไง” คิระมองขนมและนมที่พะวาหยิบใส่รถเข็นแล้วร้องถาม เมื่อมันมีจำนวนมากเกินพอดี

          “พะวาจะซื้อไปฝากพวกป้าๆ แถวบริษัทด้วยค่ะ บางคนแกก็ไม่มีลูกหลาน บางคนก็มีลูกมีหลานที่เจ็บป่วยเลยต้องทำขนม ทำงานฝีมือมาขาย แต่พะวาก็ไม่ได้ให้ประจำหรอกค่ะ แล้วแต่เดือนที่พอจะไหว”

          เธอมักซื้อของไปแบ่งปันให้พวกคนแก่ที่นำของมาขายแถวใต้สะพานลอย เห็นแล้วอดสงสารไม่ได้

          “ฝากด้วย” คิระหยิบธนบัตรจำนวนสองใบให้แก่พะวา

          “ขอบคุณค่ะ ขอบคุณแทนพวกป้าๆ ด้วยนะคะ”

          พะวารู้สึกว่าภายในอกมีแต่ความรู้สึกดี คิระเป็นผู้ชายที่ดูภายนอกออกจะนิ่ง เงียบ แต่ภายในบรรจุไว้ด้วยความอบอุ่นมากมายเหมือนตามที่รู้มา

          หลังจากของครบตามความต้องการ ทั้งสองจึงเดินตรงไปยังเคาน์เตอร์จ่ายเงิน สี่มือช่วยกันหิ้วของเดินไปยังบริเวณด้านข้างของห้างสรรพสินค้าเพื่อไปรอเรียกรถแท็กซี่บริการ กว่าจะถึงจุดนั้นต้องผ่านร้านอาบน้ำสัตว์ก่อน เท้าเรียวเล็กหยุดมองด้วยรอยยิ้ม

          “ชอบแมว” เท่าที่ดูคิระคิดว่าตนเองคาดไม่ผิด

          “ค่ะ”

          “แล้วทำไมไม่ลองเลี้ยง” เขาตั้งคำถาม

          “พะวาไม่ค่อยมีเวลาดูแลค่ะ เลยกลัวว่าจะให้ความรักมันไม่พอ แต่พะวาก็มีแมวที่อุปการะอยู่นะคะ ชื่อเจ้ามิลค์”

          ใช่ว่าไม่อยากเลี้ยง แต่กลัวเลี้ยงได้ไม่ดี เมื่อก่อนบิดากับมารดาก็เคยเลี้ยงหมาอยู่หนึ่งตัว พอคิดถึงนัยน์ตาก็มีความเศร้าปรากฏ พลันหยิบสมาร์ตโฟนขึ้นมาเปิดภาพแมวสีดำตัวสำคัญให้ชายหนุ่มได้พิจารณา ก่อนรอยยิ้มจะแฝงด้วยความนัยบางอย่าง

          “อุปการะ” คิระทวนคำ

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • คุณคี   บทที่ 10 ชัดเจน (04)

    ส่วนคิระตรงดิ่งไปยังร้าน หลังโยนงานให้คนสนิทดูแลมาสองวัน ไม่ทันไปถึงก็ได้รับสายจากเจ้าตัว “เฮียครับ นักสืบติดต่อกลับมาว่าอยากพบเฮียครับ เห็นว่าโทร.ไปหาเฮียแล้วแต่เฮียไม่รับ” กรวัฒน์แจ้งถึงธุระสำคัญ เสียงนั้นยังติดง่วงอยู่นิดๆ ก็เวลานี้ไม่ใช่เวลาตื่นของเขา ต่างจากเสียงของรุ่นพี่ที่ดูเหมือนไม่มีอาการง่วงเลยสักนิด “ฉันลืมหยิบโทรศัพท์เครื่องนั้นมาด้วย บอกให้เขาเข้ามาเจอที่ร้านได้เลย” คิระมองหารอบรถก่อนถึงตอบ แล้วมุ่งหน้าไปให้ถึงร้าน เดินตรงขึ้นไปยังห้องทำงานเพื่อรอนักสืบที่ว่าจ้าง คิดว่าฝ่ายนั้นคงมีความคืบหน้ามารายงาน ประมาณสองชั่วโมงต่อมาผู้ชายรูปร่างสันทัด ผิวขาว แต่งตัวดูสุภาพก็ก้าวเท้าเข้ามาหาพร้อมซองเอกสารสีน้ำตาล “สวัสดีครับคุณคี” “เชิญนั่งครับคุณประสิทธิ์” คิระขยับตัวลุกขึ้น มือผายเชิญนักสืบที่เขาว่าจ้างให้นั่งลงบนเก้าอี้ตรงหน้า ประสิทธิ์กดศีรษะลงเป็นมารยาท พอแผ่นหลังตั้งตรงก็ยื่นซองเอกสารไปให้แก่ลูกค้า “นี่เป็นประวัติที่คุณคีอยากได้ครับ และเดี๋ยวผมจะส่งสำเนาทั้งหมดเข้าเมลให้ด้ว

  • คุณคี   บทที่ 10 ชัดเจน (03)

    “เช้าแล้วค่ะ” พะวาทำตามที่รับปากไว้ว่าพอเธอตื่นจะปลุกคนตัวโต สายตากลมโตจ้องมองคนที่ค่อยๆ ลุกขึ้นมาพิงแผ่นหลังกับหัวเตียง คิระบิดศีรษะไปทางซ้ายและขวาขับไล่ความง่วง แล้วได้ยินคำถามที่ทำให้ส่ายหน้า “ธุระที่ไปทำเป็นทางการไหมคะ พะวาจะได้รีดชุดให้” “ไม่ต้องหรอก ฉันแค่จะไปส่งพะวา” คนตัวโตเฉลยพร้อมรอยยิ้ม “พะวาคือธุระของคุณคีหรือคะ” นิ้วเรียวสวยชี้เข้าหาตัวเอง คิระจึงพยักหน้าบอกซ้ำ เสียงใสๆ จึงร้องค้านโต้ตอบไป “คุณคีนอนต่อไปเถอะค่ะ พะวานั่งรถแท็กซี่ไปเองได้” คิดว่าชายหนุ่มคงกลัวเธอจะลำบาก และไม่วายยังห่วงอยู่เล็กๆ จึงตั้งใจจะพาเธอไปส่งยังที่ทำงาน “ฉันอยากไปเห็นว่าพะวาทำงานที่ไหน พะวาไปอาบน้ำเถอะ เดี๋ยวสาย” คิระมองเด็กดื้อที่ไม่ยอมให้เขาไปส่ง แม้ให้เหตุผลนั้นไปก็ยังไม่ได้ผล จึงมัดมือชกด้วยการดันร่างเล็กให้รีบไปชำระร่างกาย พะวาทำสีหน้าอ่อนใจ สุดท้ายก็ต้องยอมโอนอ่อนให้ ส่วนชายหนุ่มขยับตัวลุกหลังพะวาเดินหายไปอาบน้ำ ไปยืนทอดตามองยามเช้าที่ไม่ค่อยได้สัมผัส มันไม่ได้ทำให้รู้สึกดีเด่อะไรสักนิดกับบรร

  • คุณคี   บทที่ 10 ชัดเจน (02)

    เธอก็คือเธอ ไม่มีทางแทนใครได้ และเอาเข้าจริงๆ แม้จะมีส่วนที่คล้าย แต่ส่วนต่างก็มีมาก “บางอย่างที่ไม่สำคัญพี่ก็ทิ้ง แต่บางอย่างที่มีประโยชน์ พี่ก็เลือกจะเก็บไว้ ไม่ใช่เพราะปอหรอก” คิระจัดแจงแถลงไขให้ปาฏลีได้กระจ่างใจ ปาฏลีรู้สึกเหมือนโดนปิดประตูใส่หน้า น้ำตาเม็ดกลมและเสียงสะอื้นไห้ก็ดังขึ้นอีก หนนี้หนักกว่าเดิม... “ฮือ” “เรากลับมาเริ่มต้นกันใหม่ไม่ได้หรือคะ ปอผิดไปแล้วค่ะพี่คี” แม้จะร้องไห้แทบขาดใจ ปาฏลียังพยายามปล่อยถ้อยคำออกมาด้วยเสียงกระท่อนกระแท่นขาดหาย “พี่ว่าปอสมควรกลับไปพักผ่อน พี่จะโทร.ให้ไอ้ปิงมารับ” คิระตัดบท หากจะมองว่าตนใจร้ายก็ยอมรับ ดีกว่าไปให้ความหวัง ทั้งที่ไม่มีให้ “ปออยากอยู่กับพี่คี อยากอยู่ห้องของเรา” ปาฏลีส่ายหน้าระรัว เธอไม่อยากกลับไป คนที่ต้องการอยู่ตรงหน้าแล้ว นั่นทำให้ได้ยินคำร้องถามที่รู้สึกว่าหัวใจถูกเหวี่ยงไปไกลลิบ “แล้วพี่กับพะวาจะต้องระเห็จไปอยู่ที่อื่นหรือปอ ทำไมพี่กับพะวาต้องลำบากด้วย” น้ำเสียงของคิระมีความติเตียน เขาสงสารปาฏลี แต่ก็ใช่ว่าต้องเสียสละไปทุกอย่าง ปาฏลี

  • คุณคี   บทที่ 10 ชัดเจน

    “คุณคีมีธุระหรือคะ” พะวาเงยหน้าขึ้นไปมองด้วยความสงสัย “อื้ม” คิระกดหน้ารับ มือข้างหนึ่งลูบหลังนวลสวยเล่นไปมา ไม่ทันไรกลับต้องขยับตัวออกห่างเพราะมีสายเรียกเข้าจากกรวัฒน์ “เดี๋ยวฉันไปคุยงานกับเก่งแป๊บนะ” หลังจากนั้นชายหนุ่มก็เดินแยกตัวไปคุยงานที่ระเบียงห้อง ส่วนพะวาขยับตัวลุกเพราะรู้สึกหิวน้ำ เดินไปยังไม่ถึงตู้เย็นขนาดเจ็ดจุดสี่คิวสีเทาเข้ม ฝีเท้าก็ต้องเปลี่ยนทิศทางเมื่อมีเสียงเคาะประตูห้องดังขึ้น ก๊อกๆ พะวาหยุดเท้าหันมองคิระ ชายหนุ่มยังคุยโทรศัพท์จึงถือวิสาสะเป็นผู้เปิดประตูต้อนรับ อดสงสัยไม่ได้ว่าใครกันมาเวลาดึกดื่นแบบนี้ พอเปิดประตูออกพะวาก็ได้พบกับผู้หญิงรูปร่างเล็กคนหนึ่งที่ทำให้เธอชะงักตัวอย่างแรง ปากนั้นค่อยๆ เอ่ยถามออกไป “มาหาใครหรือคะ” ผู้ที่ยืนอยู่หน้าประตูชะงักกึกไปไม่ต่างกันราวกับผิดหวัง เพราะคนที่เปิดประตูไม่ใช่คนที่ต้องการ แล้วสองสาวก็จดจ้องมองกัน นาทีต่อมาพะวาก็เริ่มกัดปาก ใช่...ใช่ไหม พะวาเอ่ยคำฮิตติดปากอยู่ในใจเมื่อมองดวงหน้าของผู้หญิงตรงหน้าให้ดี ก่อนหันหลังไปมองเสียงฝีเ

  • คุณคี   บทที่ 9 คนของฉัน (02)

    “หรือต้องให้ฉันป้อน” คิระเลิกคิ้วเป็นเชิงถาม สีหน้าของเขาเวลานี้น้อยนักที่หลายคนจะได้เห็น สีหน้าของปีศาจ แถมยังเป็นเวลาที่กรุ่นโกรธอีกด้วย “หนูไม่กิน...” คนทำผิดส่ายหน้า ไม่มีทางดื่มมันแน่ๆ หากมียาพิษขึ้นมาจะทำอย่างไร แล้วมองไปยังคนที่เธอหมายตา อยากได้ความช่วยเหลือ กรวัฒน์นิ่งมอง เขาไม่อาจช่วยคนที่ทำผิดไว้ได้ ก่อนเจ้าตัวจะได้รับคำสั่งที่ให้ปฏิบัติตาม “จับหน้าไว้เก่ง ฉันจะป้อนน้ำเด็กคนนี้” น้ำเสียงของคิระดูเลือดเย็น ไม่มีแววอบอุ่นเหมือนอย่างเคย เสียงกรีดร้องขอความช่วยเหลือดังขึ้นโดยพลัน “ช่วยด้วย ใครก็ได้ช่วยด้วย...ปล่อยฉันไปนะ” คนที่อยากได้จนยินยอมทำผิดโวยวาย ดีดตัวจะลุกหนีจากเก้าอี้ ไม่ทันได้ไปไหน กรวัฒน์ก็ปรี่เข้ามาประชิดกดหัวไหล่ให้ไม่สามารถขยับไปไหนได้ คิระขยับตัวอย่างเชื่องช้า มือใหญ่ยกแก้วขึ้นมองความใสของน้ำ แล้วเขย่าไปมาเล็กน้อยราวกับอยากให้ส่วนผสมเข้ากันเป็นสีเดียวกับน้ำ คนทำผิดที่กลัวจับใจ ปากสั่นจนฟันกระทบกัน สติหลุดกระเจิงเพราะความกลัวมากระชากให้ลอยหวือออกจากสมอง น้ำตาร่วงเผาะลงไม่ขาดสาย มือนั้นพยายา

  • คุณคี   บทที่ 9 คนของฉัน

    บทที่ 9 คนของฉัน “ขอบคุณคุณคีนะคะที่พาพะวามาหาหมอ” คำขอบคุณพ้นปากนุ่มที่มีอาการบวม นัยน์ตากลมโตมองคิระอย่างขอบคุณ โชคดีที่ไม่ถึงขั้นต้องนอนโรงพยาบาล ก็แค่งดใช้ส่วนบอบบางไปสักระยะหนึ่ง และต้องพักผ่อนให้เพียงพอให้ร่างกายฟื้นตัวกลับมา ห้ามทำอะไรเกินพิกัดและหักโหมไปสักสองสามวัน “ฉันดูแลพะวาได้ไม่ดี ฉันไม่ควรได้รับคำนั้น และฉันต้องขอโทษพะวาด้วยนะที่ปล่อยให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้น” คิระยื่นมือไปลูบมือนุ่ม นัยน์ตาฉายชัดถึงคำขอโทษ “คุณคีจะขอโทษทำไมคะ คุณคีไม่ได้เป็นคนวางยาพะวาเสียหน่อย” เธอไม่ได้รู้สึกโกรธชายหนุ่มเลยแม้แต่น้อย ต้องโกรธคนที่คิดทำเรื่องบ้าๆ นี่ต่างหาก “ฉั

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status