ログイン“ปกติของที่ฉันไม่เอา ไม่ต้องการแล้ว ฉันจะเผาทิ้ง”
สิ้นวาจาจากคิระ พะวาเข้าใจได้ทันทีพร้อมรับไฟแช็กมาไว้ในมือ สายตากลมโตหันมองหรรษดล ทำให้เจ้าตัวต้องรีบก้าวไวๆ เข้าไปหา
“เฮียจะไม่ยอมให้พะวาเผาทุกอย่างของเราทิ้ง” หรรษดลแย่งไฟเเช็กไปจากมือนุ่มพร้อมกำมือแน่น นัยน์ตาแสดงความกรุ่นโกรธที่ตัวสอดกำลังชักจูงให้พะวายิ่งห่างออกไป
พะวามองอดีตคนรักด้วยสายตานิ่งๆ ไม่เห็นบ้างหรืออย่างไรว่าในแววตาของเธอไม่ได้หลงเหลือเยื่อใยใดๆ อีกแล้ว เธอน่ะมูฟออนไปไกลแล้ว
ฝ่ายหรรษดลใช่ว่าจะไม่รับรู้ แต่ยังไม่อยากยอมรับ เพราะการมีพะวาอยู่ข้างๆ ย่อมดีกว่าการที่ไม่เหลือใคร เมื่อในตอนนี้หันซ้ายหันขวาก็หลงเหลือคนข้างกายน้อยนิดนัก แต่ดูท่าวันนี้คงต้องถอย แล้ววันหน้าค่อยมารุกใหม่
“เดี๋ยวก่อนค่ะเฮีย”
หรรษดลที่ถอยทัพก้าวเท้าจะออกจากห้องหยุดกึก ใบหน้ามีรอยยิ้ม หรือพะวาจะเปลี่ยนใจ อึดใจเดียวเท่านั้นสีหน้ากลับหงุดหงิดกว่าเดิม
“คืนกุญแจบ้านพะวามาด้วยค่ะ และพะวาฝากเฮียไปบอกคุณอาด้วยว่า เขาไม่มีสิทธิ์ปั๊มกุญแจบ้านของพะวาให้ใคร และถ้ามีแบบนี้อีกพะวาจะแจ้งความ”
“พะวา”
หรรษดลร้องคราง ไม่คิดว่าพะวาจะถึงขั้นแจ้งความ เมื่อทำอะไรไม่ได้อีกก็ยอมคืนกุญแจให้พร้อมเดินไวๆ ลงไปยังชั้นล่างเพื่อกลับบ้านตัวเองที่อยู่ติดกัน บ้านที่เขาไปๆ มาๆ สลับกับคอนโดมิเนียมใกล้ที่ทำงาน
ส่วนคิระก้าวเท้าไปชิดกับขอบหน้าต่าง เฝ้ามองผู้บุกรุกที่โยนไฟแช็กของตนลงพื้นแล้วใช้เท้ากระทืบหลายหนก่อนจะลับตาไป ถึงหันกลับมาสนใจพะวาที่ทิ้งตัวลงนั่งบนเตียงนอน
“พะวาไม่อยากเจอเฮีย ไม่อยากอยู่ใกล้ เขาทำให้พะวาใจสั่น” พะวาทั้งบ่นและระบาย มือยกขึ้นทาบบนหน้าอกแสดงให้เห็น แล้วนึกไปถึงเรื่องราวในอดีต
ตอนที่เธอจับได้ว่าถูกนอกใจ ในครั้งแรกยินยอมให้อภัย คนเราก็ทำผิดกันได้ ขอแค่รู้จักแก้ไข แต่มันกลับมีครั้งที่สอง แต่ไม่ใช่แค่คนเดียว หรรษดลซุกผู้หญิงไว้อีกสองคน หนำซ้ำยังบอกหญิงสาวเหล่านั้นว่าคบกับเธอเพียงเพราะเวทนา หลังจากนั้นก็ได้มารู้อีกว่า เงินที่เธอให้เขาหยิบยืมไปในตอนที่บอกว่า ธุรกิจที่ลงทุนทำกับเพื่อนกำลังมีปัญหา ที่จริงเขาเอาเงินไปเปย์ให้สาวๆ กับเล่นการพนัน
“ใจสั่น เพราะมัน” ชายหนุ่มถามเสียงนิ่ง
“ค่ะ พะวาจะทำยังไงดีคะ” เธอไม่ชอบความรู้สึกเช่นนี้เลย มันน่าหงุดหงิดชะมัด
“เอาโทรศัพท์ขึ้นมาจับเวลาสิบนาที”
“จับทำไมกันคะ”
“ฉันจะสูบบุหรี่”
พะวาหันไปคว้าสมาร์ตโฟนขึ้นมาจับเวลาสิบนาที คิระพ่นควันบุหรี่สีขาวแล้วยืนทอดตามองออกไปนอกหน้าต่าง ไม่นานกลับต้องหันหลังมองพะวาที่ยกมือขึ้นขยี้จมูก
“พะวาปวดหัวเป็นไมเกรนด้วยค่ะ” กลิ่นของบุหรี่กำลังเล่นงานเธอจึงรีบเอ่ยบอกเมื่อชายหนุ่มหันมามอง
คิระดับบุหรี่ทิ้งพร้อมขยับตัวลงไปด้านล่าง เขาล้างหน้าล้างปากให้กลิ่นเหม็นๆ จางลง จากนั้นกลับขึ้นมาพิงสะโพกมองพะวา
พะวาทำแค่นั่งนิ่งๆ เฝ้ารอเวลา พอเสียงนาฬิกาแจ้งเตือน คำถามจากชายหนุ่มจึงดังขึ้น
“หัวใจสั่นน้อยลงหรือยัง” เขาว่าเวลาเท่านี้คงพอจะทำให้อาการรุนแรงของใจที่สั่นไหวจากความโมโหลดลงได้บ้าง
พะวายกมือขึ้นที่ทาบหน้าอกแล้วตอบกลับไป “น้อยลงแล้วค่ะ”
ดวงหน้าหวานประดับยิ้มขอบคุณคิระหลังเข้าใจความหมาย ทุกอย่างต้องใช้เวลา
“กินข้าวต้มไหวไหม” คิระถามอีก
“คุณคีซื้อมาฝากพะวาหรือคะ”
“ให้แม่ครัวที่ร้านทำมาให้”
“ขอบคุณนะคะที่กลับมาดูพะวา” แค่เขาถามเธอก็เริ่มหิว และดีใจที่เห็นเขากลับมา พอไปนั่งบนโต๊ะกินข้าว ชายหนุ่มก็จัดแจงเอาข้าวต้มใส่ชามให้
“ต้องกลับไปผับอีกไหมคะ” หลังส่งยิ้มขอบคุณ พะวาก็เอ่ยถาม
“ไม่แล้ว”
“งั้นคุณคีไปอาบน้ำเถอะค่ะ พะวาจะนั่งกินข้าวต้มรอ”
พออาบน้ำเสร็จชายหนุ่มจะได้ขึ้นไปพักผ่อนให้คลายเมื่อย คิระพยักหน้าเดินขึ้นไปบนห้อง หยิบชุดนอนลงมาแล้วเข้าไปชำระร่างกายพะวานั่งละเมียดละไมกินข้าวต้มรอคนตัวโต ได้กินอะไรอุ่นๆ ก็ช่วยทำให้รู้สึกดี เพราะยาที่กินเข้าไปกำลังประท้วงด้วยการแสบท้องแล้ว
ไม่นานคิระก็เป็นฝ่ายรอหญิงสาวเข้าไปแปรงฟันบ้าง แต่ดูเหมือนเมื่อกลับออกมาพะวาจะมีรอยยิ้มที่กว้างกว่าเดิม
“ขอบคุณที่บีบยาสีฟันให้นะคะ” พะวารู้สึกดีและชอบการใส่ใจเล็กๆ น้อยๆ
“ก็ไม่ได้ยุ่งยากอะไร”
คิระเอียงคอตอบ เห็นหลอดยาสีฟันของพะวาลีบแบน บ่งบอกว่ากำลังจะหมดแล้ว เลยเค้นในส่วนที่เหลือให้ คนตัวเล็กจะได้ไม่ต้องใช้แรงน้อยๆ บีบจนหน้าดำหน้าแดง
“เข้านอนกันเถอะ ถ้าพรุ่งนี้พะวาไม่มีไข้ เราต้องไปทำธุระข้างนอกกัน”
“ไปไหนหรือคะ” พะวาถามด้วยความอยากรู้ คนต้องตอบกลับเดินไวๆ ขึ้นบันไดไปเสียแล้ว จึงรีบเดินตามไปทิ้งตัวลงนอนข้างร่างกำยำที่ปิดเปลือกตานำหน้าไปก่อนแล้ว เอาเป็นว่าเก็บความใคร่รู้ไว้ ในวันพรุ่งนี้เธอก็คงรู้เอง
“นั่นเฮียลงมาแล้ว” ไม่ถึงอึดใจเสียงตื่นเต้นก็ดังขึ้นพร้อมการชี้นิ้ว พะวามองไปยังชายหนุ่มที่ทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ที่เธอเพิ่งจากมา ขณะที่คิระก็หันมองเธอเช่นกัน มองนิ่งๆ ไม่ได้แสดงท่าทีอะไร “น้องเอา DRY MARTINI แก้วหนึ่ง” ปีย์วรายกมือเรียกบริกรแล้วสั่งค็อกเทลยอดฮิตที่มีดีกรีร้อนแรง เป็นเหล้าเพียวๆ ที่เธอชอบดื่มเช่นกัน เมื่อสั่งเสร็จก็หันไปเอ่ยบอกกับเพื่อนๆ ในกลุ่ม “คืนนี้ฉันต้องไม่พลาด เฮียต้องได้หิ้วฉันกลับบ้าน” ประโยคนี้ยิ่งทำให้พะวามองปีย์วราเขม็งอย่างเก็บอาการไม่อยู่ หัวใจเริ่มเต้นถี่ยิบ “แกเพลาๆ ลงบ้าง พะวาจะตกใจเอา” จริยาปรามเพื่อนเล็กๆ “พี่ขอโทษนะน้องพะวา” ปีย์วราหันมาทำสีหน้ารู้สึกผิดที่ทำให้พะวาตื่นกลัว พะวายิ้มกลับไม่ได้รู้สึกโกรธ แต่เกิดคลื่นบางอย่างในอก ก็อาการหวงนั่นแหละ แต่จะมีสิทธิ์หรือเปล่าค่อยว่ากันอีกที “เหล้าแกมาแล้วปี แสดงฝีมือสิ...ชักช้าอยู่ทำไม” เปลว ที่เป็นหนึ่งในกลุ่มเพื่อนของจริยาเอ่ยขึ้น ยกมือขึ้นกอดอกรอเฝ้าดูความกล้าของเพื่อน “ฉันตื่นเต้น มือสั่น” ปีย์วรายกสองม
“ใจร้าย งั้นพะวาไปก็ได้ค่ะ” พะวาทำหน้าบูดที่ถูกหาว่ารบกวน ไม่ทันได้ขยับเท้าไปไหน ก็ดูเหมือนว่าคิระจะมีแขกคนสำคัญมาขอพบ ก๊อกๆ หลังเสียงเคาะประตู ผู้ชายรูปร่างสูงโปร่งก็มาปรากฏตัวอยู่เบื้องหน้า “กลับมาตั้งแต่เมื่อไร” คิระยกมือขึ้นมาเท้าคาง เอียงคอมองเพื่อนที่โผล่มาหา ในช่วงที่ผ่านมาเจ้าตัวยุ่งกับธุรกิจที่กำลังขยายสาขา “สามวันที่แล้ว กูกะว่าจะเข้ามาคุยเรื่องบริษัทน่ะ” ชายที่ถูกเรียกว่า วิธ หรือนนท์ปวิธก้าวเท้ามาหยุดอยู่กลางห้อง สายตาไม่ได้จ้องมองทางเพื่อน เป็นผู้หญิงรูปร่างเล็กตรงหน้าที่ดึงความสนใจ ริมฝีปากหนากล่าวคำแนะนำตัว “สวัสดีครับ ผมวิธนะครับ เป็นเพื่อนและหุ้นส่วนของไอ้คีครับ” “พะวาค่ะ” “ยินดีที่ได้รู้จักนะครับ” พะวากดยิ้มรับก่อนหันหลังไปส่งสายตาบอกคิระ ว่าเธอจะลงไปสนุกด้านล่างแล้ว เป็นการเปิดทางให้เขาและเพื่อนพูดคุยกันอย่างสะดวกขึ้น คิระกดหน้ารับ แต่ก็ไม่ลืมใช้วิทยุสื่อสารติดต่อไปหากรวัฒน์ให้ช่วยดูแลหญิงสาว หลังภายในห้องหลงเหลือแค่คู่เพื่อน ชายหนุ่มก็บอกถึงค
“ร้านใครร้านมัน” คิระตอบสั้นๆ ไม่แปลกที่จะมีร้านใหม่มาเปิด บริเวณที่ผับของตนตั้งอยู่เป็นย่านดังของแหล่งเที่ยว นักธุรกิจย่อมอยากมาลงทุนอยู่แล้ว ฝ่ายพะวาหลังไปหยุดเท้าอยู่ด้านหน้าของคนเป็นอา เสียงของฝ่ายนั้นก็ดังขึ้น “อาไม่คิดว่าพะวาจะทำตัวเหลวไหลขนาดนี้ แค่คนเดียวอาก็ไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนแล้ว” น้ำเสียงมีความตำหนิติเตียนชัดเจน ไม่นึกเลยว่าหลานสาวจะใจกล้าถึงเพียงนี้ พะวายืนนิ่งแล้วได้ฟังประโยคที่เปิดทางให้ตัวเอง “รู้ไหมว่าเรื่องที่พะวาทำมันเสื่อมเสียแค่ไหน” รู้ไปถึงไหนอายไปถึงนั่น ที่หลานสาวพาผู้ชายเข้าบ้านถึงสองคน “ถ้าคุณอาไม่สะดวกใจก็ย้ายออกไปจากที่นี่ได้นะคะ” “นี่พะวาจะไล่อาเหรอ” น้ำเสียงของสรชัชเพิ่มระดับผสมไปด้วยความขุ่นมัว ปากปล่อยประโยคสำคัญไปเตือนผู้เอ่ยปาก “จำสัญญาไม่ได้หรือไง...” สายตาของสรชัชหยุดนิ่งมองพะวา ตัวฝ่ายหญิงมีสีหน้าตึงเครียดขึ้น แล้วก็ได้ฟังประโยคร่ายยาวที่เคยฟังมาแล้วจากบิดา “อามีสิทธิ์อยู่ที่นี่ได้อีกหนึ่งปี ถ้าพะวาผิดสัญญา พะวาต้องจ่ายอามาสามเท่าจากที่พี่ศินยื
“ใช่ค่ะ เป็นร้านคาเฟ่แมวที่เขารับพวกแมวจรมาเลี้ยงแล้วเปิดให้เราสามารถอุปการะได้ เขาจะส่งภาพน่ารักๆ ของแมวมาให้เราดูทุกอาทิตย์ค่ะ ส่วนเจ้ามิลค์นี่เป็นลูกของแมวจร แต่ก่อนแม่ของเจ้ามิลค์ก็อยู่แถวๆ บริษัทของพะวา” หนนี้คิระพยักหน้าเบาๆ เพิ่งรู้ว่ามีเช่นนั้นด้วย “ไว้ว่างๆ พะวาจะพาไปเล่นด้วยค่ะ” อย่างไรเสียคิระก็ต้องได้เจอกับเจ้ามิลค์อย่างแน่นอน นัยน์ตาพราวระยับขึ้น แล้วก้าวเท้าเดินต่อไปจนขึ้นรถแท็กซี่มิเตอร์มุ่งหน้ากลับบ้าน เมื่อไปถึงพะวาก็พบผู้ชายคนหนึ่งยืนรออยู่ “พี่เก่งมาบ้านพะวาได้ยังไงคะ” “เฮียส่งที่อยู่มาให้ครับ พี่มาติดกล้องวงจรปิดให้น่ะ” “พี่เก่งทำได้หรือคะ” พะวามองอย่างใคร่รู้ “พี่เรียนจบด้านนี้มา เฮียก็ด้วย” “เก่งจังค่ะ” ข้อมูลนี้ของคิระเธอเพิ่งได้รู้ ถึงว่าทำไมชายหนุ่มถึงไม่ใช้บริการช่างที่ร้าน พลางมองทั้งสองอย่างชื่นชม แล้วเดินไวๆ ไปอาสาช่วยกรวัฒน์ถือกล่องเครื่องมือ ก่อนสองหนุ่มจะไปยืนดูจุดที่ต้องติดตั้งกล้องวงจรปิด ดวงตากลมโตเลื่อนมองคิระสลับกรวัฒน์ ทั้งสองดูคล่องแคล่ว ชำนาญ ใช้เ
พอเช้าวันใหม่มาถึง พะวากับคิระที่ตื่นนอนราวสิบเอ็ดโมงเช้าได้ฝากท้องไว้กับร้านอาหารเจ้าดังแถวบ้าน โดยใช้บริการแอปพลิเคชันดังในการสั่งอาหาร โชคดีที่อาการตัวร้อนและปวดหัวของพะวาดีขึ้นมาก คงเป็นเพราะยาดีทั้งในแบบเม็ดและในแบบความห่วงใยที่ได้รับ เมื่อเสร็จหญิงสาวก็ก้าวเท้าขึ้นรถแท็กซี่มิเตอร์ที่เรียกมา มีชายหนุ่มนั่งอยู่ข้างๆ เพื่อจะไปยังห้างสรรพสินค้า ที่ไม่เอารถมอเตอร์ไซค์ไป คนตัวโตบอกว่าไม่อยากให้เธอตากแดด กลัวไข้จะกลับมาอีก หัวใจดวงน้อยจึงมีอาการสั่นรุนแรงราวกับมีแผ่นดินไหวขนาดหลายริกเตอร์ “ผมอยากได้กล้องวงจรปิดสักสี่ตัวครับสำหรับบ้านหลังไม่ใหญ่มาก” หลังเดินเข้าไปในโซนเครื่องใช้ภายในและภายนอกบ้านที่จำเป็น คิระก็เอ่ยบอกกับพนักงานที่ยืนรอบริการลูกค้าอยู่ ส่วนพะวายกคิ้วสูง นาทีถัดมาหัวใจที่สั่นอยู่แล้วก็มีอาการสั่นมากขึ้นไปใหญ่ยามได้ฟังคำอธิบายของชายหนุ่ม “เป็นบ้านไม้สองชั้นครับ ผมอยากได้ชั้นล่างสองตัว ชั้นบนหนึ่งตัว และมีกล้องตัวไหนเหมาะสำหรับติดในห้องนอนบ้างไหมครับ” “ร้านเรามีหลายแบบเลยครับ เชิญเข้าไปดูด้านในก่อนนะคร
“ปกติของที่ฉันไม่เอา ไม่ต้องการแล้ว ฉันจะเผาทิ้ง” สิ้นวาจาจากคิระ พะวาเข้าใจได้ทันทีพร้อมรับไฟแช็กมาไว้ในมือ สายตากลมโตหันมองหรรษดล ทำให้เจ้าตัวต้องรีบก้าวไวๆ เข้าไปหา “เฮียจะไม่ยอมให้พะวาเผาทุกอย่างของเราทิ้ง” หรรษดลแย่งไฟเเช็กไปจากมือนุ่มพร้อมกำมือแน่น นัยน์ตาแสดงความกรุ่นโกรธที่ตัวสอดกำลังชักจูงให้พะวายิ่งห่างออกไป พะวามองอดีตคนรักด้วยสายตานิ่งๆ ไม่เห็นบ้างหรืออย่างไรว่าในแววตาของเธอไม่ได้หลงเหลือเยื่อใยใดๆ อีกแล้ว เธอน่ะมูฟออนไปไกลแล้ว ฝ่ายหรรษดลใช่ว่าจะไม่รับรู้ แต่ยังไม่อยากยอมรับ เพราะการมีพะวาอยู่ข้างๆ ย่อมดีกว่าการที่ไม่เหลือใคร เมื่อในตอนนี้หันซ้ายหันขวาก็หลงเหลือคนข้างกายน้อยนิดนัก แต่ดูท่าวันนี้คงต้องถอย แล้ววันหน้าค่อยมารุกใหม่ “เดี๋ยวก่อนค่ะเฮีย” หรรษดลที่ถอยทัพก้าวเท้าจะออกจากห้องหยุดกึก ใบหน้ามีรอยยิ้ม หรือพะวาจะเปลี่ยนใจ อึดใจเดียวเท่านั้นสีหน้ากลับหงุดหงิดกว่าเดิม “คืนกุญแจบ้านพะวามาด้วยค่ะ และพะวาฝากเฮียไปบอกคุณอาด้วยว่า เขาไม่มีสิทธิ์ปั๊มกุญแจบ้านของพะวาให้ใคร และถ้ามีแบบนี้อีกพะวาจะแจ้งความ”







