LOGINPAWA : กลับมาถึงบ้านแล้วปลุกพะวาด้วยนะคะ พะวามีเรื่องจะบอก
เธอมีหนึ่งเรื่องที่ต้องบอกกับคิระ ไม่นานก็ได้ข้อความจากชายหนุ่ม
K.KIRA : อื้ม
K.KIRA : เขาไปแล้ว?
PAWA : ค่ะ
K.KIRA : เข้านอนเถอะ ถึงแล้วจะปลุก
คิระยังไม่ได้วางคว่ำหน้าจอสมาร์ตโฟน เขากดเข้าแอปพลิเคชันของกล้องวงจรปิด ตรวจเช็กความเรียบร้อยอีกครั้ง
ไม่ถึงสิบนาทีต่อมาคิระต้องกระเด้งตัวอย่างแรงจากเก้าอี้ เมื่อคนสนิทแจ้งว่าเกิดปัญหาขึ้น กว่าทุกอย่างจะลงตัวก็เกือบจะตีสามเข้าไปแล้ว คิระจึงรีบบิดรถมอเตอร์ไซค์กลับไปยังบ้านไม้
เขาตรงดิ่งขึ้นไปยังห้องนอน เห็นพะวานอนหันข้างเข้าหาเตียง มือวางไว้ตรงฝั่งที่เขานอน รอยยิ้มมุมปากจึงปรากฏ
“พะวา”
นิ้วชี้ยื่นไปเขี่ยเบาๆ บนปลายจมูกสวย น้ำเสียงนุ่มๆ เอ่ยปลุกหญิงสาวให้ตื่นจากฝันหวาน อยากรู้ว่าเรื่องที่ต้องการพูดคุยด้วยคือเรื่องใด จะมีปัญหาอะไรหรือเปล่า“กลับมาแล้วหรือคะ” พะวาปรือตาขึ้น พอเห็นว่าคิระกลับมาแล้วก็ฝืนความง่วงลุกขึ้นมาเผชิญหน้า
“เหนื่อยหรือคะ” สังเกตเห็นริ้วรอยความเหนื่อยอ่อนจึงเอ่ยถาม มือยกขึ้นไปลูบบนกรอบหน้าคร้ามคม
“อื้อ”
เขายอมรับตรงๆ เพราะปัญหาที่เกิดขึ้นต้องจัดการอยู่นาน ยิ่งเกิดจากคนด้วยแล้วยิ่งพูดยาก
“งั้นพะวาลุกไปเตรียมชุดนอนให้นะคะ ว่าแต่ทำไมวันนี้กลับมาช้าจัง” ร่างเล็กเคลื่อนย้ายตัวไปยังตู้เสื้อผ้า แล้วเอี้ยวตัวไปมองคนที่ตอบคำถาม
“ที่ร้านมีปัญหานิดหน่อยน่ะ”
“มีอะไรให้พะวาช่วยไหมคะ” หลังหยิบชุดนอนติดมือมาแล้วพะวาก็กลับไปหย่อนกายลงนั่งบนเตียง สีหน้าแสดงความห่วงใย พร้อมช่วยคิระทุกประการ ต่อให้ยากเย็นแสนเข็ญก็ไม่คิดหวั่น“ยังไม่มี” คิระส่งแววตาขอบคุณในน้ำใจของฝ่ายหญิง
“งั้นพะวาช่วยเป็นกำลังใจให้ละกันค่ะ แต่ถ้ามีอะไรที่พะวาช่วยได้บอกได้เลยนะคะ คุณคีรีบไปอาบน้ำเถอะค่ะแล้วจะได้มานอน หน้าคุณคีดูเหนื่อยมากเลย”
“แล้วเรื่องที่จะบอก” คิระยังไม่ขยับตัวลุก เพราะรอคำตอบ
“อ้อ...เรื่องนั้น รอคุณคีอาบเสร็จกลับขึ้นห้องมาแล้วพะวาจะบอกค่ะ”
ตอนนี้อยากให้ชายหนุ่มได้คลายความเมื่อยล้าด้วยความเย็นฉ่ำจากสายน้ำเสียก่อนคิระเดินไวๆ ลงไปยังชั้นล่างหายเข้าไปในห้องน้ำ ส่วนพะวานึกอะไรขึ้นมาได้เลยเดินลงไปยังหน้าตู้เย็น หยิบน้ำดื่มออกมาหนึ่งขวดแล้วเดินกลับไปยังห้องนอน
ราวสิบห้านาทีคิระก็กลับมาปรากฏตัวอีกครั้ง พะวารีบขันอาสา
“พะวาเช็ดผมให้ค่ะ”
“ไม่ง่วงหรือไง” คิระทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้หน้าโต๊ะเครื่องแป้ง มือยังไม่ได้ส่งผ้าขนหนูผืนเล็กให้
“ก็ง่วงค่ะ แต่ยังพอไหว” พะวาที่ถือบางอย่างติดมือมาด้วยเอ่ยบอกพร้อมยื่นไปให้คนตรงหน้า
“ดื่มน้ำก่อนค่ะ จะได้หายเหนื่อย”“ขอบคุณครับ”
คิระรับน้ำไปดื่ม ขณะศีรษะถูกมือนุ่มใช้ผ้าเช็ดถูเบาๆ ให้หยดน้ำค่อยๆ แห้งเหือด
พะวาเช็ดผมของชายหนุ่มพร้อมช่วยนวดขมับให้ อยากให้คนตัวโตผ่อนคลาย แม้จะง่วง แต่หัวใจฟูฟ่องมีความสุข
“ไปค่ะ ไปนอนกัน” พอเสร็จ มือนุ่มก็ดึงรั้งข้อมือหนาพากันเดินขึ้นเตียง และก็ถึงเวลาที่จะบอกเรื่องหนึ่งแล้ว
“คุณคีคะ”
“ว่าไง” เขาเองก็รอฟังเรื่องราวจากพะวาอยู่ แต่ดูท่าคงไม่ใช่เรื่องร้าย เมื่อเห็นรอยยิ้ม อึดใจต่อมาถ้อยคำจากปากเรียวสวยก็ทำให้หัวเราะเบาๆ
“ฝันดีค่ะ พะวาจะบอกเรื่องนี้ละค่ะ” สิ้นคำพะวาก็ทิ้งตัวลงนอนในมุมเดิมของตัวเอง
คิระยังไม่เก็บรอยยิ้มให้หายจากกรอบหน้า พร้อมโน้มตัวไปกระซิบข้างหูสะอาดที่ทำให้พะวานอนหลับอย่างสุขใจ
“ฝันดีครับพะวา”
หนึ่งเดือนต่อมา...
‘คุณคี’
ชื่อของเขาถูกเขียนลงโพสต์อิตเกือบทุกวัน เป็นการแสดงความเป็นเจ้าของน้ำเต้าหู้กับข้าวเช้าที่พะวาปั่นจักรยานไปหาซื้อให้ที่หน้าปากซอย
บางวันก็จะมีโน้ตเป็นข้อความให้กำลังใจ
‘สู้ๆ นะคะ’
‘ถ้าเหนื่อยโทร.หาพะวาได้ตลอดนะคะ’
‘ขอให้วันนี้เป็นวันที่ดีค่ะคุณคี’
คิระยิ้มกว้าง กำลังใจของพะวาช่วยทำให้เขายิ้มออก หลังผ่านมาหนึ่งเดือนแล้วแต่ปัญหาที่เกิดขึ้นกับทางร้านยังคงดำเนินอยู่
มันเป็นการต่อสู้ที่น่าหงุดหงิดใจ เมื่อผับที่เพิ่งมาเปิดใหม่ใกล้ๆ กันวางหมากกลยุทธ์ด้วยกลโกง
การแย่งดึงลูกค้าไปตนนั้นย่อมเข้าใจได้ แต่การมาซื้อตัวพนักงานหลายคนไปพร้อมส่งลูกน้องมาคอยป่วนนั้นทำให้ได้รู้ว่าอีกฝ่ายไม่ได้ทำธุรกิจอย่างเป็นมิตร
ฝ่ายนั้นคงถือคติ ฆ่าได้ฆ่า และทำราวกับโกรธแค้นกันมานาน ซึ่งมันน่าสงสัยไม่น้อยเลย บางทีมันอาจจะมีตื้นลึกหนาบางมากกว่าที่เห็น
เขาคงถือคติร้านใครร้านมันอีกไม่ได้แล้ว พบจุดอ่อนของฝ่ายนั้นเมื่อใด เขาจะโต้กลับและเหยียบให้จมดินแน่นอน และธุรกิจเช่นนี้ก็มีขาวมีดำคละเคล้ากันไป
โดยในวันนี้เป็นเวลาเกือบตีห้ากว่าเขาจะกลับไปถึงบ้านของพะวา
“เกิดเรื่องที่ผับอีกแล้วหรือคะ” แค่ก้าวเท้าเข้าไปในห้องนอน พะวาที่คล้ายตื่นมารอก็ปล่อยคำถามพร้อมทั้งเดินเข้ามาหา
“มีพนักงานลาออกไปหลายคนน่ะ ช่วงนี้เลยวุ่นวายหน่อย”
เขาไม่ได้โทษพนักงานที่ลาออกไป เพราะยุคที่ข้าวยากหมากแพงเช่นนี้ หากมีเงินมากองอยู่ตรงหน้าก็ย่อมต้องคว้าไว้
“พะวาไปนอนเถอะ อีกไม่กี่ชั่วโมงก็ต้องไปทำงานแล้ว”
“พะวาอยากรอนอนพร้อมคุณคีค่ะ”
พะวารู้สึกง่วง แต่จะหลับสบายก็เมื่อเห็นเขาอยู่ข้างๆ ในสัปดาห์นี้เป็นสัปดาห์ที่คนเป็นอาเข้างานกะดึก คิระจึงบอกให้เธออยู่ที่บ้าน นึกว่าปัญหาของชายหนุ่มจะจบลงไปแล้วเสียอีก เห็นสงบนิ่งมาได้ราวหนึ่งสัปดาห์เธอไม่เข้าใจเจ้าของผับเปิดใหม่เลยสักนิด ทำไมถึงเปิดฉากมาด้วยการเป็นศัตรูที่จงใจขนาดนี้
คิระพยักหน้า แล้วรีบเดินลงไปอาบน้ำ จะได้กลับขึ้นมานอนพร้อมกับคนที่รอ
“ฝันดีค่ะคุณคี”
“เหมือนกันนะพะวา”
พอทิ้งศีรษะลงบนหมอน ถ้อยคำเดิมๆ ที่มักได้ยินจากปากนุ่มก็แว่วมาให้คิระตอบกลับ แล้วคนทั้งคู่ก็ปิดตาลงนอนชาร์จพลังไว้ใช้กับวันใหม่
“อื่อ...” เสียงพึมพำแผ่วเบาราวกับดังอยู่แค่ในลำคอบ่งบอกได้ดีว่าเจ้าของร่างที่นอนหลับใหลไปนานเริ่มรู้สึกตัวแล้ว ดวงตากะพริบขึ้นแม้จิตใจจะสั่งให้ดำดิ่งกลับไปสู่ห้วงนิทรา เพราะสัมผัสได้ว่าร่างกายถูกโอบด้วยอาการขบเมื่อยและปวดร้าว โดยเฉพาะส่วนบอบบาง แสงแดดที่สาดส่องเข้ามาทำให้ดวงตาคู่สวยปิดลงอีก นาทีถัดมาถึงเปิดขึ้นปรับแสง ดวงหน้าหันไปมองคนที่นอนอยู่ข้างกาย พะวาถึงกับต้องจ้องมองโครงหน้า ลำคอ และที่ต้นแขนของคิระ ในทันใดน้ำตาเม็ดกลมๆ ก็เอ่อขึ้นมาคลอหน่วยอย่างง่ายดาย เธอจำได้ดีว่าเมื่อคืนทำอะไรไปบ้าง แต่ไม่อาจยับยั้งได้เลย ก่อนค่อยๆ ฝืนขยับตัวขึ้น มือยื่นไปสัมผัสเบาๆ ที่รอยฟันแดงเถือกบนต้นคอแกร่ง ไม่ทันที่พะวาจะได้เอ่ยอะไร ชายหนุ่มก็ลืมตา “ร้องไห้ทำไมพะวา เจ็บใช่ไหม ไม่เป็นไรนะ” แค่เห็นปากนุ่มที่เบะออก คิระก็กระเด้งตัวขึ้นมากอบกุมร่างเล็กไว้ในวงแขน “อึก” แค่ได้รับความห่วงใย คนที่พยายามไม่ให้น้ำตารินไหลก็บอกอย่างรู้สึกผิด “พะวาขอโทษ พะวาทำร้ายคุณคี” พนมมือขึ้นไหว้ เธอห้ามตัวเองไม่อยู่จริงๆ “เด็กโง่”
“ตรงนี้กลางสี่แยกนะพะวา” คิระลดน้ำหนักของเสียง เขาทำพลาด เขาไม่ควรเสียงดังใส่คนที่สูญเสียการควบคุม ส่วนพะวานิ่งไป ไม่ว่าเขาจะใช้น้ำเสียงแบบไหน เธอก็รู้สึกถูกตำหนิ ความน้อยใจจึงก่อเกิด ลำตัวรั้งกลับมานั่งนิ่งๆ อย่างทบทวนตัวเอง “พะวา…” คิระรู้สึกเจียนจะบ้า ยิ่งถ้อยคำที่พะวากล่าวตามหลังออกมายิ่งทำให้รู้สึกผิด “พะวาขอโทษค่ะ” พะวาไม่ยื่นมือไปยุ่มย่ามกับเนื้อตัวของชายหนุ่มอีก เธอก้มหน้าลง จู่ๆ ก็อยากร้องไห้ ไม่ทันสั่งห้ามความคิด เสียงร้องไห้โฮก็ดังพ้นปาก “ฮื่อ...” คนที่อึดอัดแต่ทำอะไรไม่ได้ จึงได้แค่ร้องไห้ เธอไม่ได้โกรธคิระ โกรธตัวเองที่ไม่มีความอดทน ไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อน คิระขบกรามแน่นยามได้ยินเสียงสะอึกสะอื้น เขาต้องทำอะไรสักอย่างแล้วจึงเลี้ยวเข้าข้างทาง กรอบหน้าคมเข้มโน้มไปใกล้หน้าสวยหวานแล้วฉกจูบดูดดึงเรียวปากอิ่ม ปรนเปรอป้อนความปรารถนา มือลูบไล้ต้นแขนขาว ส่วนพะวาเงยหน้ารับทั้งน้ำตา แต่กลับรู้สึกดีไม่น้อย พลันจูบตอบกลับไปฉับไว ความต้องการยิ่งเพิ่มทวี จนเป็นฝ่ายยกมือไปล็อกต้นคอแกร่งไว้ ไม่อ
“ได้ครับ” “กูจะรีบกลับไป” เมื่อสิ้นบทสนทนาคิระรีบเหยียบคันเร่งรถ หัวใจลอยปลิวไปหาคนตัวเล็ก อยากจะรีบวิ่งเข้าไปกอดปลอบประโลมเด็กที่คงเสียขวัญหวาดกลัวไม่น้อย แต่ระยะทางยังอีกไกลพอควร มือแกร่งรีบต่อสายหาคนที่ห่วงใย ไม่รู้ว่าเกิดเรื่องเช่นนี้ได้อย่างไรกัน ด้านคนที่ร้อนไปทั้งใบหน้า ลำตัว และทุกสัดส่วนความรู้สึกครางงึมงำเบาๆ พยายามตั้งสติ ท่อนแขนเรียวยาวยกขึ้นกอดตัวเองประโลมความทรมาน ภายในหัวใจเวลานี้คิดถึงแต่คิระ นาทีนั้นดวงหน้าก็มีรอยยิ้มผุดขึ้น เพราะสมาร์ตโฟนแจ้งเตือนว่าคนที่ต้องการติดต่อกลับมาแล้ว “คุณคี” น้ำเสียงของพะวาบ่งบอ
“ไม่เลย” ทางรุ่นพี่เงียบหายไป เขาเองก็นึกห่วงอยู่เช่นกัน แล้วเห็นพะวาใช้มือทุบต้นขาเบาๆ “พักเถอะพะวา ลูกค้าก็เริ่มน้อยแล้ว” “พะวายังไหวค่ะ” เมื่ออาสาจะช่วยแล้ว เธอเองก็อยากจะทำสุดความสามารถ ไม่ใช่เหนื่อยนิดเหนื่อยหน่อยก็ล่าถอย “ขอบใจนะพะวา” กรวัฒน์ส่งยิ้มซึ้งใจไปให้ เอ็นดูเด็กขยันอย่างพะวา หญิงสาวยิ้มรับ นั่งพักต่ออีกราวห้านาทีก็ขยับตัวไปช่วยงาน เพียงว่าหัวคิ้วเหนือดวงตากลมโตเลิกขึ้นเพราะมีคลื่นความรู้สึกบางอย่างเกิดขึ้นในร่างกาย “ทำไมร้อนขึ้นมาได้ อย่าเพิ่งมาไม่สบายตอนนี้นะพะวา ช่วยงานคุณคีให้เสร็จก่อน” แปลกที่จู่ๆ ร่างกายก็เกิดความร้อนขึ้น พะวาคิดว่าคงอาจจะป่วยพร้อมบ่นตัวเองในใจ แต่ก็ก้าวเท้าไปทำงานต่อให้เสร็จ ปากนั้นยิ้มอย่างเป็นมิตรไปให้กับลูกค้าที่กำลังต้องการสั่งเครื่องดื่มเพิ่ม “ได้เลยค่ะ พะวาจะรีบสั่งให้ค่ะ” พะวาหยิบไอแพดขึ้นมากดสั่งค็อกเทลให้แก่กลุ่มลูกค้าผู้หญิง แล้วถอยล่าไปยืนอยู่ที่มุมหนึ่งพร้อมทั้งนิ่งงันไปเนิ่นนานหลายนาที ก่อนหันไปหาน้องพนักงานเสิร์ฟคนหนึ่ง “พี่ฝากดูโต๊ะนั้นแทนได้ไ
“งั้นเราสั่งเครื่องดื่มกันดีกว่าเนอะ” เพื่อนๆ ในกลุ่มรีบหาทางออก ก่อนเพื่อนจะหน้าซีดไปมากกว่านี้ ส่วนพะวาก็เต็มใจบริการต่อ และทำสุดความสามารถ จากโต๊ะนี้ไปโต๊ะนั้น แล้วเคลื่อนย้ายร่างกายไปเรื่อยๆ ในช่วงแรกก็มีกดผิดกดถูกอยู่บ้าง เล่นเอาหัวหมุน พอผ่านไปได้ราวครึ่งชั่วโมงทุกอย่างก็ค่อยๆ ดีขึ้น ยิ่งดึกผีเสื้อราตรียิ่งโบยบิน แสงสีเป็นจุดดึงดูดไม่น้อย ไหนจะโพรโมชันดีๆ ที่ทางร้านมอบให้อีก เสียงเพลงมันๆ ที่มีการอัปเดตเพลงฮิตอยู่เรื่อยๆ ก็เป็นหนึ่งในเหตุผลให้ผับแห่งนี้มีลูกค้าวนเวียนเข้าออกอยู่ตลอด พอมีจังหวะให้อู้สักราวห้านาทีหลังเพื่อนนักเสิร์ฟคนหนึ่งรับหน้าที่แทน พะวาก็เดินไปทิ้งตัวลงนั่งในมุมด้านในที่เป็นพื้นที่สำหรับพนักงาน พร้อมทั้งเอ่ยปากชวนคิระที่เดินตามหลังมาพูดคุย “วันนี้คนเยอะมากเลยนะคะ” “อื้อ แต่ระวังตัวด้วยล่ะ” เขาอยากให้พะวานึกถึงความปลอดภัยของตนเองเป็นอันดับแรก “ค่ะ” พะวาพยักหน้า เธอจะพยายามระวังตัวให้มากที่สุด ก่อนต้องส่ายหน้าในคำถามของชายหนุ่ม “น้ำไหม” “พะวายังไม่หิวค่ะ” เธอรู้สึกเมื่อยขาม
“วันนี้มีเด็กเสิร์ฟของเราขอลางานไปสองคนเลยนะครับ” แค่ถึงบ่ายของวันต่อมา คิระที่ไปถึงร้านก็ได้รับแจ้งปัญหาทันที “รวมของเมื่อวานก็เป็นสามแล้วครับ ผมว่าคงไม่พ้นแอบไปทำงานให้ฝั่งนั้น แต่ผมก็หาสำรองไว้แล้วครับ” กรวัฒน์ยังร่ายต่อ น่าหงุดหงิดไม่น้อยกับร้านเปิดใหม่นั่น เขาคิดเห็นไม่ต่างจากรุ่นพี่ว่าฝ่ายนั้นตั้งใจขัดขาและอาจจะมีตื้นลึกหนาบาง เพราะอีกฝ่ายเปิดฉากมาโดยไม่ไว้เชิงทางธุรกิจเลย ราวกับเปิดมาเพื่อทุบร้านของเขาให้ย่อยยับลง คิระพยักหน้า โชคดีที่มีกรวัฒน์คอยจัดการเรื่องต่างๆ ให้ แล้วก้าวเท้าไปยังห้องทำงาน เขาต้องคิดกลยุทธ์ในการดึงลูกค้ากลับมา ส่วนเรื่องบริษัทใหม่ในตอนนี้ได้ให้ทางหุ้นส่วนอีกคนเป็นฝ่ายจัดการ เพราะมีความชำนาญมากกว่า คิระสั่งให้พนักงานทุกคนเตรียมสแตนด์บายไว้ ถ้ามีปัญหาเกิดขึ้นจะได้จัดการได้ทันที พอตกเย็นกลับมีสิ่งที่ทำให้เขาเลิกคิ้วขึ้น ก๊อกๆ เสียงเคาะห้องไม่ได้ทำให้เขาแปลกใจ แต่เป็นผู้หญิงรูปร่างเล็กที่โผล่หน้ามาพร้อมรอยยิ้มต่างหาก “พะวามาแล้วค่ะคุณคี” “เขาไม่ได้ไปทำงานเหรอ” คิระม




![ม่านรักไฟเสน่หา NC30+ [โคแก่กินหญ้าอ่อน]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)


