LOGIN“งั้นเราสั่งเครื่องดื่มกันดีกว่าเนอะ” เพื่อนๆ ในกลุ่มรีบหาทางออก ก่อนเพื่อนจะหน้าซีดไปมากกว่านี้ ส่วนพะวาก็เต็มใจบริการต่อ และทำสุดความสามารถ
จากโต๊ะนี้ไปโต๊ะนั้น แล้วเคลื่อนย้ายร่างกายไปเรื่อยๆ ในช่วงแรกก็มีกดผิดกดถูกอยู่บ้าง เล่นเอาหัวหมุน พอผ่านไปได้ราวครึ่งชั่วโมงทุกอย่างก็ค่อยๆ ดีขึ้น
ยิ่งดึกผีเสื้อราตรียิ่งโบยบิน แสงสีเป็นจุดดึงดูดไม่น้อย ไหนจะโพรโมชันดีๆ ที่ทางร้านมอบให้อีก เสียงเพลงมันๆ ที่มีการอัปเดตเพลงฮิตอยู่เรื่อยๆ ก็เป็นหนึ่งในเหตุผลให้ผับแห่งนี้มีลูกค้าวนเวียนเข้าออกอยู่ตลอด
พอมีจังหวะให้อู้สักราวห้านาทีหลังเพื่อนนักเสิร์ฟคนหนึ่งรับหน้าที่แทน พะวาก็เดินไปทิ้งตัวลงนั่งในมุมด้านในที่เป็นพื้นที่สำหรับพนักงาน พร้อมทั้งเอ่ยปากชวนคิระที่เดินตามหลังมาพูดคุย
“วันนี้คนเยอะมากเลยนะคะ”
“อื้อ แต่ระวังตัวด้วยล่ะ” เขาอยากให้พะวานึกถึงความปลอดภัยของตนเองเป็นอันดับแรก
“ค่ะ” พะวาพยักหน้า เธอจะพยายามระวังตัวให้มากที่สุด ก่อนต้องส่ายหน้าในคำถามของชายหนุ่ม
“น้ำไหม”
“พะวายังไม่หิวค่ะ”
เธอรู้สึกเมื่อยขามากกว่าหิวน้ำ ไม่ทันจะได้เอ่ยอะไรต่อ เสียงเรียกเข้าจากสมาร์ตโฟนของชายหนุ่มก็ดังขึ้น
“เดี๋ยวฉันมานะ” คิระเดินแยกตัวไปด้านในสุด แค่ปลายสายกล่าวบทสนทนากรอบหน้าคมก็เข้มขึ้น
คิระเอ่ยโต้ตอบไปสี่ห้าประโยคก็กดวางสายแล้วเดินกลับไปหาพะวาพร้อมมองหากรวัฒน์
“มีอะไรหรือเปล่าคะ” พะวาสัมผัสได้ถึงไอความเคร่งเครียด
“อีกร้านที่ฉันเป็นหุ้นส่วนมีปัญหา” คิระตอบคำถามแล้วหยิบวอล์สื่อสารออกมาติดต่อเรียกตัวกรวัฒน์มาพบ
“เกิดอะไรหรือครับเฮีย” แค่รุ่นพี่บอกให้มาพบเป็นการด่วน เขาก็รู้ได้ทันทีว่าต้องมีเรื่องเกิดขึ้นแน่นอน
“มีกล้องติดอยู่ในห้องน้ำลูกค้าร้านโน้น”
“อะไรนะครับ”
ไม่ใช่แค่กรวัฒน์ที่ตกใจ พะวาเองก็เช่นกัน ผสมไปด้วยความเป็นกังวล เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นไม่ดีต่อภาพลักษณ์ของร้านแน่นอน ยิ่งได้ฟังประโยคถัดมายิ่งร้อนใจ
“ทุกห้อง ทั้งชายและหญิง” น้ำเสียงของคิระอยู่ในโทนกังวลและหงุดหงิดใจ ตั้งแต่เปิดร้านมาไม่เคยเจอปัญหาเช่นนี้
“แล้วคุณปิงหาตัวคนทำได้ไหมครับ”
กรวัฒน์รู้สึกไม่ต่างจากรุ่นพี่ คิดว่าเรื่องนี้ต้องไม่ใช่เหตุบังเอิญ หากเกิดขึ้นที่ร้านนี้เขาคงมองว่าเป็นฝีมือของร้านเปิดใหม่นั่น“ปิงไม่ได้เข้าร้าน ตอนนี้มันไปอเมริกา ฉันคงต้องเข้าไปจัดการเอง” ช่วงนี้ส่วนใหญ่ปุริมจะไม่ค่อยได้เข้าไปดูแลร้านนัก เพราะต้องรับผิดชอบงานบริษัทของบิดา ได้แต่ให้ลูกน้องที่ไว้ใจได้คอยดูแลแทน ไม่นึกเลยว่าจะเกิดเรื่องวุ่นๆ ขึ้น
“ผมจะดูแลทางนี้ให้เองครับ” กรวัฒน์กล่าวเสียงหนักแน่น แล้วเห็นรุ่นพี่หันมองทางเจ้าของร่างเล็ก
“พะวาอยู่ได้ค่ะ พี่เก่งก็อยู่ พี่จะดูแลพะวาอย่างดีใช่ไหมคะ” เธอกล่าวด้วยน้ำเสียงไม่ต่างจากกรวัฒน์ เธอเองไม่อยากให้คิระต้องเป็นห่วงหรือเป็นกังวล
“ครับ”
“เก่งตรวจสอบที่นี่ด้วย” คิระดึงตาไปมองคนสนิทด้วยแววตาสั่งกำชับ โดยเฉพาะในเรื่องของพะวา และอยากให้เร่งตรวจสอบทุกพื้นที่ในร้าน พลางหันตัวไปจ้องเด็กที่เขาเอ็นดู
“ระวังตัวด้วยนะ” เขาย้ำอีกครั้ง
“ไม่ต้องห่วงค่ะ วันนี้พะวามากับพ่อ ไม่มีใครกล้ายุ่งกับพะวาหรอกค่ะ พะวาไปดิวกับพวกพี่การ์ดเอาไว้แล้วค่ะ”พะวายิ้มให้กำลังใจชายหนุ่มพร้อมทั้งชี้นิ้วไปทางการ์ดคนหนึ่งที่เธออ้างว่าเป็นบิดา
“แล้วฉันจะรีบกลับมา”
“พะวาจะรอค่ะ”
คิระเดินไวๆ มุ่งหน้าไปยังรถยนต์ของตนเองที่ได้กลับจากอู่ซ่อมรถมาระยะหนึ่งแล้ว แล้วมุ่งหน้าไปยังร้านที่เป็นจุดเริ่มต้นในวงการนี้ของเขา
พะวาขยับตัวลุกขึ้นไปช่วยเสิร์ฟต่อ ส่วนกรวัฒน์สั่งการให้ลูกน้องไปตรวจดูความเรียบร้อยที่ห้องน้ำ ส่วนเขาจะเดินวนไปในจุดอับ ไม่ทันจะได้ขยับตัวไปไหนก็ได้รับรายงานปัญหาโลกแตกที่เกิดขึ้นบ่อยครั้ง
“เฮียครับ มีลูกค้าแย่งที่จอดรถกันครับ”
“เดี๋ยวฉันจะไปจัดการเอง”
พอเหล้าเข้าปากบางครั้งก็จะทำให้เทพบุตรกลายเป็นปีศาจได้ เมื่อดื่มเข้าไปเกินพอดีสติสัมปชัญญะที่จะยับยั้งการกระทำไม่เหมาะสมก็จะรางเลือน เท้าก้าวไวๆ ไปจัดการ ก่อนออกจากร้านไปไม่วายมองดูพะวา เห็นอีกฝ่ายกำลังยิ้มต้อนรับลูกค้าอยู่ในโซนด้านข้าง
ปัญหาเรื่องโทสะไม่ใช่ว่าจะจบลงง่ายๆ ต้องพูด ต้องช่วยเจรจาอยู่นานกว่าคนที่มีอาการมึนเมาจะใจเย็นลง หลังจากนั้นกรวัฒน์ไปเช็กความเรียบร้อยอีกครั้ง โชคดีที่ทางร้านไม่ได้ถูกเล่นงานไปด้วย ไม่เช่นนั้นต้องปั่นป่วนแน่ เพราะเรื่องความปลอดภัยของลูกค้าถือว่าเป็นเรื่องสำคัญ
ไม่เข้าใจเลยว่าเหตุใดหมู่นี้จึงเกิดเรื่องวุ่นๆ ขึ้นบ่อยครั้ง ก่อนจะหย่อนก้นลงนั่งบนเก้าอี้ ขอพักเหนื่อยสักครู่หนึ่ง
“หาน้ำให้ฉันสักแก้ว” กรวัฒน์หันไปบอกกับพนักงานเสิร์ฟคนหนึ่งที่เขาเคยเห็นหน้ามาหลายหนแล้ว เพราะเมื่อมีงานพาร์ตไทม์อีกฝ่ายมักจะตอบรับเสมอ และดูท่าน่าจะเป็นเด็กขยันไม่น้อย ทุกครั้งที่เขาเห็นก็มักจะทำงานอย่างแข็งขันอยู่ไม่ห่าง
“ได้ค่ะ”
เด็กเสิร์ฟคนดังกล่าวรีบเดินไวๆ ไปนำน้ำมาให้กรวัฒน์ด้วยรอยยิ้มที่กว้างพอตัว ราวกับมีอาการปลาบปลื้มดีใจ ส่วนคนที่รับหน้าที่ดูแลร้านมิวายถามหาใครอีกคนด้วย
“เห็นพะวาไหม”
“เมื่อกี้ยังเห็นอยู่ตรงนั้นเลยนะคะ” พนักงานเสิร์ฟที่เดินเข้ามาตามออเดอร์ให้กับลูกค้าชี้นิ้วไปยังมุมที่เพิ่งเดินสวนกับพะวา
กรวัฒน์มองตรงไปหา แต่กลับไม่พบ ไม่ทันได้ร้อนใจก็เห็นพะวาเดินไวๆ เข้ามาหา
“ไปไหนมาพะวา”
“พาลูกค้าที่เมาไปเข้าห้องน้ำมาค่ะ เหนื่อยมากกกก” ประโยคท้ายพะวาลากเสียงยาว ลูกค้าเมาแล้วอ้วกจึงต้องพาไปล้างเนื้อล้างตัว เพื่อนที่มาด้วยกันก็แทบทรงตัวไม่อยู่ โชคดีที่ก่อนหน้านี้ฝ่ายนั้นได้โทร.ตามแฟนหนุ่มให้มารับ ไม่อย่างนั้นก็อดจะห่วงไม่ได้
กรวัฒน์พยักหน้ารับทราบ แล้วยื่นน้ำที่ได้จากพนักงานพาร์ตไทม์ไปเบื้องหน้าของพะวา
“ดื่มน้ำไหม”
“ดื่มค่ะ”
หนนี้พะวาไม่ปฏิเสธเมื่อรู้สึกกระหายเป็นอย่างมาก
“ชื่นใจมากค่ะ ว่าแต่คุณคีส่งข่าวมาบ้างไหมคะ” พอเหนื่อยๆ ได้ดื่มน้ำเย็นๆ สักแก้วก็ช่วยได้ไม่น้อย ไม่วายถามถึงคนที่เธอนึกห่วง ไม่รู้ว่าจะจัดการปัญหาได้หรือยัง
“ไม่เลย”
“อื่อ...” เสียงพึมพำแผ่วเบาราวกับดังอยู่แค่ในลำคอบ่งบอกได้ดีว่าเจ้าของร่างที่นอนหลับใหลไปนานเริ่มรู้สึกตัวแล้ว ดวงตากะพริบขึ้นแม้จิตใจจะสั่งให้ดำดิ่งกลับไปสู่ห้วงนิทรา เพราะสัมผัสได้ว่าร่างกายถูกโอบด้วยอาการขบเมื่อยและปวดร้าว โดยเฉพาะส่วนบอบบาง แสงแดดที่สาดส่องเข้ามาทำให้ดวงตาคู่สวยปิดลงอีก นาทีถัดมาถึงเปิดขึ้นปรับแสง ดวงหน้าหันไปมองคนที่นอนอยู่ข้างกาย พะวาถึงกับต้องจ้องมองโครงหน้า ลำคอ และที่ต้นแขนของคิระ ในทันใดน้ำตาเม็ดกลมๆ ก็เอ่อขึ้นมาคลอหน่วยอย่างง่ายดาย เธอจำได้ดีว่าเมื่อคืนทำอะไรไปบ้าง แต่ไม่อาจยับยั้งได้เลย ก่อนค่อยๆ ฝืนขยับตัวขึ้น มือยื่นไปสัมผัสเบาๆ ที่รอยฟันแดงเถือกบนต้นคอแกร่ง ไม่ทันที่พะวาจะได้เอ่ยอะไร ชายหนุ่มก็ลืมตา “ร้องไห้ทำไมพะวา เจ็บใช่ไหม ไม่เป็นไรนะ” แค่เห็นปากนุ่มที่เบะออก คิระก็กระเด้งตัวขึ้นมากอบกุมร่างเล็กไว้ในวงแขน “อึก” แค่ได้รับความห่วงใย คนที่พยายามไม่ให้น้ำตารินไหลก็บอกอย่างรู้สึกผิด “พะวาขอโทษ พะวาทำร้ายคุณคี” พนมมือขึ้นไหว้ เธอห้ามตัวเองไม่อยู่จริงๆ “เด็กโง่”
“ตรงนี้กลางสี่แยกนะพะวา” คิระลดน้ำหนักของเสียง เขาทำพลาด เขาไม่ควรเสียงดังใส่คนที่สูญเสียการควบคุม ส่วนพะวานิ่งไป ไม่ว่าเขาจะใช้น้ำเสียงแบบไหน เธอก็รู้สึกถูกตำหนิ ความน้อยใจจึงก่อเกิด ลำตัวรั้งกลับมานั่งนิ่งๆ อย่างทบทวนตัวเอง “พะวา…” คิระรู้สึกเจียนจะบ้า ยิ่งถ้อยคำที่พะวากล่าวตามหลังออกมายิ่งทำให้รู้สึกผิด “พะวาขอโทษค่ะ” พะวาไม่ยื่นมือไปยุ่มย่ามกับเนื้อตัวของชายหนุ่มอีก เธอก้มหน้าลง จู่ๆ ก็อยากร้องไห้ ไม่ทันสั่งห้ามความคิด เสียงร้องไห้โฮก็ดังพ้นปาก “ฮื่อ...” คนที่อึดอัดแต่ทำอะไรไม่ได้ จึงได้แค่ร้องไห้ เธอไม่ได้โกรธคิระ โกรธตัวเองที่ไม่มีความอดทน ไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อน คิระขบกรามแน่นยามได้ยินเสียงสะอึกสะอื้น เขาต้องทำอะไรสักอย่างแล้วจึงเลี้ยวเข้าข้างทาง กรอบหน้าคมเข้มโน้มไปใกล้หน้าสวยหวานแล้วฉกจูบดูดดึงเรียวปากอิ่ม ปรนเปรอป้อนความปรารถนา มือลูบไล้ต้นแขนขาว ส่วนพะวาเงยหน้ารับทั้งน้ำตา แต่กลับรู้สึกดีไม่น้อย พลันจูบตอบกลับไปฉับไว ความต้องการยิ่งเพิ่มทวี จนเป็นฝ่ายยกมือไปล็อกต้นคอแกร่งไว้ ไม่อ
“ได้ครับ” “กูจะรีบกลับไป” เมื่อสิ้นบทสนทนาคิระรีบเหยียบคันเร่งรถ หัวใจลอยปลิวไปหาคนตัวเล็ก อยากจะรีบวิ่งเข้าไปกอดปลอบประโลมเด็กที่คงเสียขวัญหวาดกลัวไม่น้อย แต่ระยะทางยังอีกไกลพอควร มือแกร่งรีบต่อสายหาคนที่ห่วงใย ไม่รู้ว่าเกิดเรื่องเช่นนี้ได้อย่างไรกัน ด้านคนที่ร้อนไปทั้งใบหน้า ลำตัว และทุกสัดส่วนความรู้สึกครางงึมงำเบาๆ พยายามตั้งสติ ท่อนแขนเรียวยาวยกขึ้นกอดตัวเองประโลมความทรมาน ภายในหัวใจเวลานี้คิดถึงแต่คิระ นาทีนั้นดวงหน้าก็มีรอยยิ้มผุดขึ้น เพราะสมาร์ตโฟนแจ้งเตือนว่าคนที่ต้องการติดต่อกลับมาแล้ว “คุณคี” น้ำเสียงของพะวาบ่งบอ
“ไม่เลย” ทางรุ่นพี่เงียบหายไป เขาเองก็นึกห่วงอยู่เช่นกัน แล้วเห็นพะวาใช้มือทุบต้นขาเบาๆ “พักเถอะพะวา ลูกค้าก็เริ่มน้อยแล้ว” “พะวายังไหวค่ะ” เมื่ออาสาจะช่วยแล้ว เธอเองก็อยากจะทำสุดความสามารถ ไม่ใช่เหนื่อยนิดเหนื่อยหน่อยก็ล่าถอย “ขอบใจนะพะวา” กรวัฒน์ส่งยิ้มซึ้งใจไปให้ เอ็นดูเด็กขยันอย่างพะวา หญิงสาวยิ้มรับ นั่งพักต่ออีกราวห้านาทีก็ขยับตัวไปช่วยงาน เพียงว่าหัวคิ้วเหนือดวงตากลมโตเลิกขึ้นเพราะมีคลื่นความรู้สึกบางอย่างเกิดขึ้นในร่างกาย “ทำไมร้อนขึ้นมาได้ อย่าเพิ่งมาไม่สบายตอนนี้นะพะวา ช่วยงานคุณคีให้เสร็จก่อน” แปลกที่จู่ๆ ร่างกายก็เกิดความร้อนขึ้น พะวาคิดว่าคงอาจจะป่วยพร้อมบ่นตัวเองในใจ แต่ก็ก้าวเท้าไปทำงานต่อให้เสร็จ ปากนั้นยิ้มอย่างเป็นมิตรไปให้กับลูกค้าที่กำลังต้องการสั่งเครื่องดื่มเพิ่ม “ได้เลยค่ะ พะวาจะรีบสั่งให้ค่ะ” พะวาหยิบไอแพดขึ้นมากดสั่งค็อกเทลให้แก่กลุ่มลูกค้าผู้หญิง แล้วถอยล่าไปยืนอยู่ที่มุมหนึ่งพร้อมทั้งนิ่งงันไปเนิ่นนานหลายนาที ก่อนหันไปหาน้องพนักงานเสิร์ฟคนหนึ่ง “พี่ฝากดูโต๊ะนั้นแทนได้ไ
“งั้นเราสั่งเครื่องดื่มกันดีกว่าเนอะ” เพื่อนๆ ในกลุ่มรีบหาทางออก ก่อนเพื่อนจะหน้าซีดไปมากกว่านี้ ส่วนพะวาก็เต็มใจบริการต่อ และทำสุดความสามารถ จากโต๊ะนี้ไปโต๊ะนั้น แล้วเคลื่อนย้ายร่างกายไปเรื่อยๆ ในช่วงแรกก็มีกดผิดกดถูกอยู่บ้าง เล่นเอาหัวหมุน พอผ่านไปได้ราวครึ่งชั่วโมงทุกอย่างก็ค่อยๆ ดีขึ้น ยิ่งดึกผีเสื้อราตรียิ่งโบยบิน แสงสีเป็นจุดดึงดูดไม่น้อย ไหนจะโพรโมชันดีๆ ที่ทางร้านมอบให้อีก เสียงเพลงมันๆ ที่มีการอัปเดตเพลงฮิตอยู่เรื่อยๆ ก็เป็นหนึ่งในเหตุผลให้ผับแห่งนี้มีลูกค้าวนเวียนเข้าออกอยู่ตลอด พอมีจังหวะให้อู้สักราวห้านาทีหลังเพื่อนนักเสิร์ฟคนหนึ่งรับหน้าที่แทน พะวาก็เดินไปทิ้งตัวลงนั่งในมุมด้านในที่เป็นพื้นที่สำหรับพนักงาน พร้อมทั้งเอ่ยปากชวนคิระที่เดินตามหลังมาพูดคุย “วันนี้คนเยอะมากเลยนะคะ” “อื้อ แต่ระวังตัวด้วยล่ะ” เขาอยากให้พะวานึกถึงความปลอดภัยของตนเองเป็นอันดับแรก “ค่ะ” พะวาพยักหน้า เธอจะพยายามระวังตัวให้มากที่สุด ก่อนต้องส่ายหน้าในคำถามของชายหนุ่ม “น้ำไหม” “พะวายังไม่หิวค่ะ” เธอรู้สึกเมื่อยขาม
“วันนี้มีเด็กเสิร์ฟของเราขอลางานไปสองคนเลยนะครับ” แค่ถึงบ่ายของวันต่อมา คิระที่ไปถึงร้านก็ได้รับแจ้งปัญหาทันที “รวมของเมื่อวานก็เป็นสามแล้วครับ ผมว่าคงไม่พ้นแอบไปทำงานให้ฝั่งนั้น แต่ผมก็หาสำรองไว้แล้วครับ” กรวัฒน์ยังร่ายต่อ น่าหงุดหงิดไม่น้อยกับร้านเปิดใหม่นั่น เขาคิดเห็นไม่ต่างจากรุ่นพี่ว่าฝ่ายนั้นตั้งใจขัดขาและอาจจะมีตื้นลึกหนาบาง เพราะอีกฝ่ายเปิดฉากมาโดยไม่ไว้เชิงทางธุรกิจเลย ราวกับเปิดมาเพื่อทุบร้านของเขาให้ย่อยยับลง คิระพยักหน้า โชคดีที่มีกรวัฒน์คอยจัดการเรื่องต่างๆ ให้ แล้วก้าวเท้าไปยังห้องทำงาน เขาต้องคิดกลยุทธ์ในการดึงลูกค้ากลับมา ส่วนเรื่องบริษัทใหม่ในตอนนี้ได้ให้ทางหุ้นส่วนอีกคนเป็นฝ่ายจัดการ เพราะมีความชำนาญมากกว่า คิระสั่งให้พนักงานทุกคนเตรียมสแตนด์บายไว้ ถ้ามีปัญหาเกิดขึ้นจะได้จัดการได้ทันที พอตกเย็นกลับมีสิ่งที่ทำให้เขาเลิกคิ้วขึ้น ก๊อกๆ เสียงเคาะห้องไม่ได้ทำให้เขาแปลกใจ แต่เป็นผู้หญิงรูปร่างเล็กที่โผล่หน้ามาพร้อมรอยยิ้มต่างหาก “พะวามาแล้วค่ะคุณคี” “เขาไม่ได้ไปทำงานเหรอ” คิระม






![หนี้สวาทพ่อเลี้ยงทมิฬ [ Drama,Comedy 18+]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)
