LOGIN“ไม่เลย”
ทางรุ่นพี่เงียบหายไป เขาเองก็นึกห่วงอยู่เช่นกัน แล้วเห็นพะวาใช้มือทุบต้นขาเบาๆ
“พักเถอะพะวา ลูกค้าก็เริ่มน้อยแล้ว”
“พะวายังไหวค่ะ” เมื่ออาสาจะช่วยแล้ว เธอเองก็อยากจะทำสุดความสามารถ ไม่ใช่เหนื่อยนิดเหนื่อยหน่อยก็ล่าถอย
“ขอบใจนะพะวา” กรวัฒน์ส่งยิ้มซึ้งใจไปให้ เอ็นดูเด็กขยันอย่างพะวา
หญิงสาวยิ้มรับ นั่งพักต่ออีกราวห้านาทีก็ขยับตัวไปช่วยงาน เพียงว่าหัวคิ้วเหนือดวงตากลมโตเลิกขึ้นเพราะมีคลื่นความรู้สึกบางอย่างเกิดขึ้นในร่างกาย
“ทำไมร้อนขึ้นมาได้ อย่าเพิ่งมาไม่สบายตอนนี้นะพะวา ช่วยงานคุณคีให้เสร็จก่อน” แปลกที่จู่ๆ ร่างกายก็เกิดความร้อนขึ้น พะวาคิดว่าคงอาจจะป่วยพร้อมบ่นตัวเองในใจ แต่ก็ก้าวเท้าไปทำงานต่อให้เสร็จ ปากนั้นยิ้มอย่างเป็นมิตรไปให้กับลูกค้าที่กำลังต้องการสั่งเครื่องดื่มเพิ่ม
“ได้เลยค่ะ พะวาจะรีบสั่งให้ค่ะ”
พะวาหยิบไอแพดขึ้นมากดสั่งค็อกเทลให้แก่กลุ่มลูกค้าผู้หญิง แล้วถอยล่าไปยืนอยู่ที่มุมหนึ่งพร้อมทั้งนิ่งงันไปเนิ่นนานหลายนาที ก่อนหันไปหาน้องพนักงานเสิร์ฟคนหนึ่ง
“พี่ฝากดูโต๊ะนั้นแทนได้ไหม”
“ได้ค่ะ”
หลังได้คำตอบตกลง พะวาก็กวาดมองไปรอบๆ ราวกับระแวดระวังภัย น้ำลายก้อนเหนียวถูกกลืนผ่านลำคอราวกับมีความกลัวโถมเข้ามาในจิตใจ อีกทั้งยังกัดปากอย่างครุ่นคิด แล้วตัดสินใจจะเดินขึ้นไปยังห้องทำงานของคิระ เพียงถูกหยุดด้วยคำถามของกรวัฒน์
“เป็นอะไรหรือเปล่าพะวา” กรวัฒน์เห็นท่าทางแปลกๆ ของพะวาจึงเดินตามมาด้วยความห่วงใย ในทันใดก็เห็นว่าหญิงสาวรีบถอยเท้าเว้นระยะห่างจากตน
“พี่เก่งเอาน้ำแก้วนั้นมาจากไหนคะ” น้ำเสียงของพะวาเปลี่ยนไปเล็กน้อย มีความพร่าสั่นผสมกับความไม่ไว้ใจ
“น้ำอะไรพะวา” กรวัฒน์ขมวดคิ้วสงสัย
“น้ำที่พะวาดื่ม”
“ให้เด็กเสิร์ฟเอามาให้”
กรวัฒน์ตอบคำถาม ขณะในใจสัมผัสได้ถึงสีหน้าและแววตาที่เปลี่ยนไปของพะวา
“พะวาถามตรงๆ พี่เก่งชอบพะวาไหม” หญิงสาวยังไม่เลิกโยนคำถาม เรียวปากกัดแน่นอีกรอบเพราะเริ่มแน่ใจว่าเกิดบางอย่างขึ้นกับตัวเอง สายตาจดจ้องรอคำตอบ
“พะวาเป็นเด็กเฮีย” คนตอบไม่แน่ใจว่าพะวาต้องการอะไร นาทีนั้นก็ได้ยินพะวาเค้นเสียงถามย้ำมาอีก
“แล้วชอบไหมคะ” เธออยากรู้คำตอบ แม้มันอาจจะเป็นคำโกหกก็ตามที ฝ่ามือกำแน่นพร้อมส่งสายตาไปเร่งเร้า
“ชอบ”
คำตอบสั้นๆ ของกรวัฒน์ทำให้พะวากระโจนตัวห่างออกไปอีก แววตาเริ่มฉายแววกรุ่นโกรธ นั่นทำให้เจ้าตัวต้องรีบอธิบาย
“พี่ชอบพะวาแบบเอ็นดู ไม่ได้ชอบในทางชู้สาว”
แม้จะได้ฟังคำตอบในทางที่ดีแล้วพะวากลับไม่ได้รู้สึกเบาใจเลยสักนิด ยังพยายามตั้งสติและปล่อยคำถามอีกหนึ่งประโยคที่อยากรู้
“คุณคีติดต่อมาบ้างไหมคะ”
“เฮียยังไม่ติดต่อมาเลย น่าจะยังเคลียร์ปัญหาไม่เสร็จ แต่ว่าเกิดอะไรขึ้นกันพะวา” กรวัฒน์เริ่มร้อนใจมากขึ้น รวมทั้งเห็นอาการกระสับกระส่าย
พะวานิ่งไปนานนับนาทีถึงจะเอ่ยบอกเสียงเบา สายตามีความระแวงไม่ลดละ
“พะวาร้อนค่ะ ร้อนรุ่ม” พะวาจับอากัปกิริยาของชายตรงหน้า ถ้าอีกฝ่ายเป็นผู้ร้ายจริงย่อมต้องรู้ถึงอาการผิดปกติของเธอได้อยู่แล้ว จึงไม่มีเหตุต้องปิดบัง ได้แต่หวังว่าจะไม่ใช่
“พี่ไม่ได้ทำพะวา” กรวัฒน์เอียงคอหลังได้ฟังคำตอบ ชั่วครู่รูม่านตาก็ขยายกว้างเพราะเริ่มเดาได้ พะวาไม่พ้นถูกวางยา ปากหนาจึงรีบร้องปฏิเสธ
“พี่ไม่ได้ทำจริงๆ นะพะวา เดี๋ยวพี่จะโทร.หาเฮียให้ พะวาขึ้นไปรอด้านบนก่อนนะ พี่จะพาไป” กรวัฒน์ขยับตัว หน้าเคร่งเครียดมากกว่าเก่าผสมไปด้วยความห่วงใยที่มีให้พะวา
“พะวาไปเองดีกว่าค่ะ”
พะวายกมือขึ้นหยุดกรวัฒน์ เธอไม่ไว้ใจใครทั้งนั้น พลันเดินไวๆ ขึ้นไปด้านในห้องทำงานหลังอีกฝ่ายส่งกุญแจให้ เมื่อไปถึงก็ลงมือล็อกห้อง แล้วทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟา
ร่างบอบบางเริ่มร้อนผะผ่าว คลื่นอารมณ์ก่อตัวและตีวน ดวงหน้าแดงก่ำขึ้นเรื่อยๆ ขณะหัวใจเฝ้าคิดถึงแต่คิระ อยากให้เขาอยู่ตรงหน้าเหลือเกิน มือหยิบสมาร์ตโฟนขึ้นมาติดต่อหา ทว่ากลับติดต่อเขาไม่ได้เลย
“คุณคีขา...มาช่วยพะวาที” พะวาคร่ำครวญและเว้าวอน แม้รู้ว่าคงจะส่งไปไม่ถึงคนตัวโต
บทที่ 8 ทุกส่วนของร่างกาย
ทางกรวัฒน์ไม่ต่างจากพะวา เขากระสับกระส่าย หาได้มาจากฤทธิ์ยา แต่เพราะติดต่อหารุ่นพี่ไม่ได้ หัวใจนึกห่วงคนที่ขังตัวเองอยู่ภายในห้องทำงาน
เมื่อโทร.ไปหาคิระเท่าไรก็ไม่มีสัญญาณตอบรับ ดังนั้นจึงเปลี่ยนเป็นโทร.เข้าร้าน
“ขอสายเฮียหน่อย”
“เฮียออกไปแล้วนะคะ”
คำตอบที่ได้ยิ่งทำให้กรวัฒน์เดินวนไปเวียนมา รุ่นพี่กลับออกมาแล้ว แต่ทำไมยังไม่ถึงเสียที ไม่รู้พะวาจะทนได้อีกนานเท่าใด ก่อนหน้านี้ได้สั่งให้การ์ดเร่งตามหาตัวเด็กเสิร์ฟคนนั้นแล้ว หลังเกิดเรื่องก็ไม่เห็นหน้าเลย อาจจะหนีไปแล้วก็เป็นได้
กรวัฒน์ยังไม่เลิกพยายาม เขาระรัวโทร.หา กระทั่งห้านาทีต่อมาก็ได้ยินเสียงสัญญาณตอบกลับ
“เฮีย เกิดเรื่องกับพะวาครับ” ทันทีที่คิระกดรับสาย กรวัฒน์ไม่รีรอปล่อยถ้อยคำบอกเรื่องราวไป
“เกิดอะไรขึ้น”
สมาร์ตโฟนของเขาแบตหมดจึงต้องชาร์จไว้ระหว่างที่กำลังขับรถกลับ พอหน้าจอสว่างวาบอีกหนก็พบว่ามีข้อความแจ้งเตือนว่าทั้งพะวาและคนสนิทพยายามติดต่อหาตน ไม่ทันจะได้กดโทร.หา รุ่นน้องก็โทร.สวนเข้ามา หัวใจร้อนขึ้นเมื่อได้ฟังว่าเกิดเรื่องกับพะวา“พะวาน่าจะโดนยาปลุกครับ” จากที่คาดการณ์คงไม่ผิดแน่
“ระยำ แล้วตอนนี้พะวาอยู่ที่ไหน” คิระสบถลั่น ดวงหน้าฉายชัดถึงความห่วงใย แล้วได้ยินคำรายงานของรุ่นน้อง
“ผมให้ขึ้นไปอยู่ด้านบนแล้วครับ”
“สั่งห้ามไม่ให้ใครขึ้นไป”
“ได้ครับ”
“กูจะรีบกลับไป”
“อื่อ...” เสียงพึมพำแผ่วเบาราวกับดังอยู่แค่ในลำคอบ่งบอกได้ดีว่าเจ้าของร่างที่นอนหลับใหลไปนานเริ่มรู้สึกตัวแล้ว ดวงตากะพริบขึ้นแม้จิตใจจะสั่งให้ดำดิ่งกลับไปสู่ห้วงนิทรา เพราะสัมผัสได้ว่าร่างกายถูกโอบด้วยอาการขบเมื่อยและปวดร้าว โดยเฉพาะส่วนบอบบาง แสงแดดที่สาดส่องเข้ามาทำให้ดวงตาคู่สวยปิดลงอีก นาทีถัดมาถึงเปิดขึ้นปรับแสง ดวงหน้าหันไปมองคนที่นอนอยู่ข้างกาย พะวาถึงกับต้องจ้องมองโครงหน้า ลำคอ และที่ต้นแขนของคิระ ในทันใดน้ำตาเม็ดกลมๆ ก็เอ่อขึ้นมาคลอหน่วยอย่างง่ายดาย เธอจำได้ดีว่าเมื่อคืนทำอะไรไปบ้าง แต่ไม่อาจยับยั้งได้เลย ก่อนค่อยๆ ฝืนขยับตัวขึ้น มือยื่นไปสัมผัสเบาๆ ที่รอยฟันแดงเถือกบนต้นคอแกร่ง ไม่ทันที่พะวาจะได้เอ่ยอะไร ชายหนุ่มก็ลืมตา “ร้องไห้ทำไมพะวา เจ็บใช่ไหม ไม่เป็นไรนะ” แค่เห็นปากนุ่มที่เบะออก คิระก็กระเด้งตัวขึ้นมากอบกุมร่างเล็กไว้ในวงแขน “อึก” แค่ได้รับความห่วงใย คนที่พยายามไม่ให้น้ำตารินไหลก็บอกอย่างรู้สึกผิด “พะวาขอโทษ พะวาทำร้ายคุณคี” พนมมือขึ้นไหว้ เธอห้ามตัวเองไม่อยู่จริงๆ “เด็กโง่”
“ตรงนี้กลางสี่แยกนะพะวา” คิระลดน้ำหนักของเสียง เขาทำพลาด เขาไม่ควรเสียงดังใส่คนที่สูญเสียการควบคุม ส่วนพะวานิ่งไป ไม่ว่าเขาจะใช้น้ำเสียงแบบไหน เธอก็รู้สึกถูกตำหนิ ความน้อยใจจึงก่อเกิด ลำตัวรั้งกลับมานั่งนิ่งๆ อย่างทบทวนตัวเอง “พะวา…” คิระรู้สึกเจียนจะบ้า ยิ่งถ้อยคำที่พะวากล่าวตามหลังออกมายิ่งทำให้รู้สึกผิด “พะวาขอโทษค่ะ” พะวาไม่ยื่นมือไปยุ่มย่ามกับเนื้อตัวของชายหนุ่มอีก เธอก้มหน้าลง จู่ๆ ก็อยากร้องไห้ ไม่ทันสั่งห้ามความคิด เสียงร้องไห้โฮก็ดังพ้นปาก “ฮื่อ...” คนที่อึดอัดแต่ทำอะไรไม่ได้ จึงได้แค่ร้องไห้ เธอไม่ได้โกรธคิระ โกรธตัวเองที่ไม่มีความอดทน ไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อน คิระขบกรามแน่นยามได้ยินเสียงสะอึกสะอื้น เขาต้องทำอะไรสักอย่างแล้วจึงเลี้ยวเข้าข้างทาง กรอบหน้าคมเข้มโน้มไปใกล้หน้าสวยหวานแล้วฉกจูบดูดดึงเรียวปากอิ่ม ปรนเปรอป้อนความปรารถนา มือลูบไล้ต้นแขนขาว ส่วนพะวาเงยหน้ารับทั้งน้ำตา แต่กลับรู้สึกดีไม่น้อย พลันจูบตอบกลับไปฉับไว ความต้องการยิ่งเพิ่มทวี จนเป็นฝ่ายยกมือไปล็อกต้นคอแกร่งไว้ ไม่อ
“ได้ครับ” “กูจะรีบกลับไป” เมื่อสิ้นบทสนทนาคิระรีบเหยียบคันเร่งรถ หัวใจลอยปลิวไปหาคนตัวเล็ก อยากจะรีบวิ่งเข้าไปกอดปลอบประโลมเด็กที่คงเสียขวัญหวาดกลัวไม่น้อย แต่ระยะทางยังอีกไกลพอควร มือแกร่งรีบต่อสายหาคนที่ห่วงใย ไม่รู้ว่าเกิดเรื่องเช่นนี้ได้อย่างไรกัน ด้านคนที่ร้อนไปทั้งใบหน้า ลำตัว และทุกสัดส่วนความรู้สึกครางงึมงำเบาๆ พยายามตั้งสติ ท่อนแขนเรียวยาวยกขึ้นกอดตัวเองประโลมความทรมาน ภายในหัวใจเวลานี้คิดถึงแต่คิระ นาทีนั้นดวงหน้าก็มีรอยยิ้มผุดขึ้น เพราะสมาร์ตโฟนแจ้งเตือนว่าคนที่ต้องการติดต่อกลับมาแล้ว “คุณคี” น้ำเสียงของพะวาบ่งบอ
“ไม่เลย” ทางรุ่นพี่เงียบหายไป เขาเองก็นึกห่วงอยู่เช่นกัน แล้วเห็นพะวาใช้มือทุบต้นขาเบาๆ “พักเถอะพะวา ลูกค้าก็เริ่มน้อยแล้ว” “พะวายังไหวค่ะ” เมื่ออาสาจะช่วยแล้ว เธอเองก็อยากจะทำสุดความสามารถ ไม่ใช่เหนื่อยนิดเหนื่อยหน่อยก็ล่าถอย “ขอบใจนะพะวา” กรวัฒน์ส่งยิ้มซึ้งใจไปให้ เอ็นดูเด็กขยันอย่างพะวา หญิงสาวยิ้มรับ นั่งพักต่ออีกราวห้านาทีก็ขยับตัวไปช่วยงาน เพียงว่าหัวคิ้วเหนือดวงตากลมโตเลิกขึ้นเพราะมีคลื่นความรู้สึกบางอย่างเกิดขึ้นในร่างกาย “ทำไมร้อนขึ้นมาได้ อย่าเพิ่งมาไม่สบายตอนนี้นะพะวา ช่วยงานคุณคีให้เสร็จก่อน” แปลกที่จู่ๆ ร่างกายก็เกิดความร้อนขึ้น พะวาคิดว่าคงอาจจะป่วยพร้อมบ่นตัวเองในใจ แต่ก็ก้าวเท้าไปทำงานต่อให้เสร็จ ปากนั้นยิ้มอย่างเป็นมิตรไปให้กับลูกค้าที่กำลังต้องการสั่งเครื่องดื่มเพิ่ม “ได้เลยค่ะ พะวาจะรีบสั่งให้ค่ะ” พะวาหยิบไอแพดขึ้นมากดสั่งค็อกเทลให้แก่กลุ่มลูกค้าผู้หญิง แล้วถอยล่าไปยืนอยู่ที่มุมหนึ่งพร้อมทั้งนิ่งงันไปเนิ่นนานหลายนาที ก่อนหันไปหาน้องพนักงานเสิร์ฟคนหนึ่ง “พี่ฝากดูโต๊ะนั้นแทนได้ไ
“งั้นเราสั่งเครื่องดื่มกันดีกว่าเนอะ” เพื่อนๆ ในกลุ่มรีบหาทางออก ก่อนเพื่อนจะหน้าซีดไปมากกว่านี้ ส่วนพะวาก็เต็มใจบริการต่อ และทำสุดความสามารถ จากโต๊ะนี้ไปโต๊ะนั้น แล้วเคลื่อนย้ายร่างกายไปเรื่อยๆ ในช่วงแรกก็มีกดผิดกดถูกอยู่บ้าง เล่นเอาหัวหมุน พอผ่านไปได้ราวครึ่งชั่วโมงทุกอย่างก็ค่อยๆ ดีขึ้น ยิ่งดึกผีเสื้อราตรียิ่งโบยบิน แสงสีเป็นจุดดึงดูดไม่น้อย ไหนจะโพรโมชันดีๆ ที่ทางร้านมอบให้อีก เสียงเพลงมันๆ ที่มีการอัปเดตเพลงฮิตอยู่เรื่อยๆ ก็เป็นหนึ่งในเหตุผลให้ผับแห่งนี้มีลูกค้าวนเวียนเข้าออกอยู่ตลอด พอมีจังหวะให้อู้สักราวห้านาทีหลังเพื่อนนักเสิร์ฟคนหนึ่งรับหน้าที่แทน พะวาก็เดินไปทิ้งตัวลงนั่งในมุมด้านในที่เป็นพื้นที่สำหรับพนักงาน พร้อมทั้งเอ่ยปากชวนคิระที่เดินตามหลังมาพูดคุย “วันนี้คนเยอะมากเลยนะคะ” “อื้อ แต่ระวังตัวด้วยล่ะ” เขาอยากให้พะวานึกถึงความปลอดภัยของตนเองเป็นอันดับแรก “ค่ะ” พะวาพยักหน้า เธอจะพยายามระวังตัวให้มากที่สุด ก่อนต้องส่ายหน้าในคำถามของชายหนุ่ม “น้ำไหม” “พะวายังไม่หิวค่ะ” เธอรู้สึกเมื่อยขาม
“วันนี้มีเด็กเสิร์ฟของเราขอลางานไปสองคนเลยนะครับ” แค่ถึงบ่ายของวันต่อมา คิระที่ไปถึงร้านก็ได้รับแจ้งปัญหาทันที “รวมของเมื่อวานก็เป็นสามแล้วครับ ผมว่าคงไม่พ้นแอบไปทำงานให้ฝั่งนั้น แต่ผมก็หาสำรองไว้แล้วครับ” กรวัฒน์ยังร่ายต่อ น่าหงุดหงิดไม่น้อยกับร้านเปิดใหม่นั่น เขาคิดเห็นไม่ต่างจากรุ่นพี่ว่าฝ่ายนั้นตั้งใจขัดขาและอาจจะมีตื้นลึกหนาบาง เพราะอีกฝ่ายเปิดฉากมาโดยไม่ไว้เชิงทางธุรกิจเลย ราวกับเปิดมาเพื่อทุบร้านของเขาให้ย่อยยับลง คิระพยักหน้า โชคดีที่มีกรวัฒน์คอยจัดการเรื่องต่างๆ ให้ แล้วก้าวเท้าไปยังห้องทำงาน เขาต้องคิดกลยุทธ์ในการดึงลูกค้ากลับมา ส่วนเรื่องบริษัทใหม่ในตอนนี้ได้ให้ทางหุ้นส่วนอีกคนเป็นฝ่ายจัดการ เพราะมีความชำนาญมากกว่า คิระสั่งให้พนักงานทุกคนเตรียมสแตนด์บายไว้ ถ้ามีปัญหาเกิดขึ้นจะได้จัดการได้ทันที พอตกเย็นกลับมีสิ่งที่ทำให้เขาเลิกคิ้วขึ้น ก๊อกๆ เสียงเคาะห้องไม่ได้ทำให้เขาแปลกใจ แต่เป็นผู้หญิงรูปร่างเล็กที่โผล่หน้ามาพร้อมรอยยิ้มต่างหาก “พะวามาแล้วค่ะคุณคี” “เขาไม่ได้ไปทำงานเหรอ” คิระม






![บ่วงรักรอยบาป [NC-20+]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)
