LOGIN“ตรงนี้กลางสี่แยกนะพะวา” คิระลดน้ำหนักของเสียง เขาทำพลาด เขาไม่ควรเสียงดังใส่คนที่สูญเสียการควบคุม ส่วนพะวานิ่งไป ไม่ว่าเขาจะใช้น้ำเสียงแบบไหน เธอก็รู้สึกถูกตำหนิ ความน้อยใจจึงก่อเกิด ลำตัวรั้งกลับมานั่งนิ่งๆ อย่างทบทวนตัวเอง
“พะวา…”
คิระรู้สึกเจียนจะบ้า ยิ่งถ้อยคำที่พะวากล่าวตามหลังออกมายิ่งทำให้รู้สึกผิด
“พะวาขอโทษค่ะ”
พะวาไม่ยื่นมือไปยุ่มย่ามกับเนื้อตัวของชายหนุ่มอีก เธอก้มหน้าลง จู่ๆ ก็อยากร้องไห้ ไม่ทันสั่งห้ามความคิด เสียงร้องไห้โฮก็ดังพ้นปาก
“ฮื่อ...”
คนที่อึดอัดแต่ทำอะไรไม่ได้ จึงได้แค่ร้องไห้ เธอไม่ได้โกรธคิระ โกรธตัวเองที่ไม่มีความอดทน ไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อน
คิระขบกรามแน่นยามได้ยินเสียงสะอึกสะอื้น เขาต้องทำอะไรสักอย่างแล้วจึงเลี้ยวเข้าข้างทาง
กรอบหน้าคมเข้มโน้มไปใกล้หน้าสวยหวานแล้วฉกจูบดูดดึงเรียวปากอิ่ม ปรนเปรอป้อนความปรารถนา มือลูบไล้ต้นแขนขาว
ส่วนพะวาเงยหน้ารับทั้งน้ำตา แต่กลับรู้สึกดีไม่น้อย พลันจูบตอบกลับไปฉับไว ความต้องการยิ่งเพิ่มทวี จนเป็นฝ่ายยกมือไปล็อกต้นคอแกร่งไว้ ไม่อยากให้เขาห่างไปไกลแม้สักเซนติเมตรคิระยินยอมให้พะวาจนกว่าหญิงสาวจะรู้สึกดีขึ้น ริมฝีปากจูบไซ้แล้วลากต่ำไปยังต้นคอสวย เขากัดไปเบาๆ นั่นทำให้พะวาครางระงม ก่อนจะยื่นมือไปประสานนิ้วกับนิ้วเรียวเล็กพร้อมถอยกรอบหน้าออกห่าง
“อีกนิดเดียว ทนได้ไหม” เขาก็อยากจะปรนเปรอจนพะวาพึงพอใจและระบายความปรารถนาจนหมด แต่เป็นที่แห่งนี้ไม่ได้ พลันเอ่ยขอไปอีก
“ทนอีกนิดนะพะวา”
พะวาพยักหน้า แล้วพยายามอดทน
คิระรีบกระชากรถออกมุ่งหน้าสู่คอนโดมิเนียม อีกไม่ถึงสองกิโลเมตรก็จะถึงอยู่แล้ว สายตาชำเลืองมองพะวาที่ซุกหน้าเข้าเบาะ หันข้างมามองเขา
ท่าทางของหญิงสาวน่าสงสาร เขาเจียนจะคลั่งอยู่รอมร่อ เมื่อรถเลี้ยวเข้าไปจอดสนิทยังลานจอดรถ คิระก็รีบอุ้มพะวาตรงดิ่งไปยังลิฟต์นำพาไปยังชั้นที่ต้องการ
น้ำตาแห่งความทรมานเปรอะเปื้อนที่เสื้อตัวหนาเป็นวงๆ พะวาไม่เคยรู้สึกทรมานเช่นนี้มาก่อน อยากได้แต่กลับต้องอดทน ดวงตาหลับลงเพื่อสงบจิตใจและต่อต้านสิ่งเร้าต่างๆ ทั้งแสงไฟ ทั้งกรอบหน้าคมเข้ม แต่กลิ่นที่คุ้นเคยก็ทำให้เธอหลุดปากพึมพำ
“พะวาอยากได้คุณคี”
คนที่ตั้งใจจะพาพะวาไปให้ถึงเตียงนอน กลับต้องวางหญิงสาวลงบนโซฟาเพราะคำร้องขอนั่น ปากหนายื่นไปกระซิบบอกโดยพลัน
“ได้สิ ฉันจะให้พะวาทั้งหมดเลย” ทุกส่วนของร่างกาย หากพะวาต้องการเขายินดีมอบให้ มือใหญ่ยื่นไปลูบผมนุ่มสวย
พะวาค่อยๆ ลืมตาขึ้นราวต้องการคำยืนยัน แล้วก็ได้เห็นดวงตาทรงเสน่ห์ที่อบอุ่น รอยยิ้มที่ถูกส่งมาทำให้เธอรู้สึกดีได้อย่างไม่น่าเชื่อ
คิระไม่รั้งรอยื่นปากไปจูบปากอิ่ม ไอร้อนของพะวาทำให้เขารีบส่งปลายลิ้นเข้าไปพลิกกระหวัด ส่วนพะวาที่ถูกเสิร์ฟความกระหายตอบโต้ด้วยจูบและการกัด
เธอรู้สึกดีและอึดอัดไปพร้อมๆ กัน ท่อนแขนยกขึ้นโอบกอด ใบหน้าแดงซ่านแล้วเป็นฝ่ายรุก จูบ ดึง จนทั้งปากของเขาและเธอบวมเจ่อ
คิระยินยอมไปเสียทุกอย่างไม่ว่าพะวาจะทำเช่นใด แม้บางครั้งจะรู้สึกเจ็บที่ฟันคมๆ กัดหมับ
มือหนาเลื่อนขึ้นไปค่อยๆ ลูบวนแขนขาวคล้ายจะปลอบให้ร่างสวยสงบลง แต่ฤทธิ์ของยามีแต่ยิ่งทำให้พะวาโหยหา ในส่วนบอบบางก็รู้สึกคล้ายถูกบีบรัด ท้องน้อยเกร็งแขม่วจนรู้สึกปวดร้าวร่างเล็กสั่นด้วยความสยิว แค่ฝ่ามือใหญ่ลูบไล้เบาๆ อาการอยากได้ก็ยิ่งเพิ่ม ยิ่งได้กลิ่นกายได้ความใกล้ชิดก็ยิ่งทำให้พะวาไม่อาจยับยั้งการกระทำ
ปากอวบอิ่มลากเลี้ยวลงไปยังต้นคอแกร่งแล้วกัดไปอีกครั้ง
“พะวา...”
คิระปล่อยเสียงคราง รู้ดีว่าทุกสัมผัสจะช่วยปลดปล่อยพะวา มือล้วงเข้าไปในชุดเมด อุ้งมือขยำทรวงอวบอูมที่ตึงคัดพร้อมสะกิดยอดปทุมถันที่ดีดเด้งสู้มือ
ใบหน้าของพะวาดูเหยเก แต่มุมปากกลับมีรอยยิ้ม คิระยังนวดช่วยให้ร่างกายนุ่มนิ่มคลายจากการแข็งเกร็ง อีกมือถอยห่างออกมาจัดการกับชุดเมด
ไม่นานร่างขาวผ่องที่แดงระเรื่อของพะวาก็ไร้ซึ่งอาภรณ์ สายตาคมกริบทอดมองเชยชม แต่สำหรับพะวาเธอต้องการมากกว่าสายตาจึงครางประท้วงงึมงำ มือดึงชายหนุ่มเข้ามาจูบอีกครั้ง
จูบที่เป็นราวกับคำสั่ง
‘รักพะวาซะทีเถอะค่ะ’
คิระที่รับรู้ได้ไม่รอช้าจัดการปลดกระดุมกางเกง สะบัดมันให้พ้นปลายเท้า ส่วนพะวายังพัวพันอยู่กับปากได้รูป ก่อนจะสะดุ้งเมื่อปลายนิ้วแกร่งลากแทรกแซะไปโจนลึกในความบอบบาง
“อื้อ...คุณคี”
การรุกล้ำนั่นทำให้พะวารู้สึกดี แต่ยังไม่ได้ถูกเติมเต็ม แม้เขาจะปรนเปรอเท่าไรก็ยังไม่รู้สึกว่าพอ ส่วนคิระส่งปลายลิ้นไปเสียดสีซุกไซ้เพิ่มอารมณ์
พะวาเริ่มดีดดิ้นเหมือนทรมาน แต่กลับยิ่งขยับเข้าหา
“คุณคี”
คิระยกยิ้มที่เห็นว่าความต้องการของคนตัวเล็กระลอกแรกเริ่มแตกกระจาย แล้วส่งลิ้นไปสลับกับปลายนิ้ว กระทั่งได้ยินเสียงกรีดร้องและแขม่วท้อง
จากนั้นคิระก็ทิ้งตัวลงบดเบียดกดร่างเล็กให้จมไปกับโซฟา ใช้ท่อนขาแยกขาเรียวให้เปิดกว้าง
พะวากัดเม้มปากจดจ้องคิระไม่วางตา ก่อนความดำกฤษณาจะค่อยๆ ถูกเติมเต็มเมื่อความอุ่นร้อนสอดแทรกเข้ามาลึกสุด
แม้เส้นทางจะชื้นฉ่ำ แต่คิระก็ยังยั้งตัว แล้วถึงเคลื่อนขยับสะโพกจ้วงล้วงมอบความสุขให้แก่พะวา ฝ่ามืออุ่นก็คลึงเคล้าทรวงละมุน
ด้านพะวายื่นมือไปลูบไล้เอวสอบ บางครั้งก็จิกเล็บลงไป แล้วดึงมือกลับไปสะกิดยอดอกของชายหนุ่ม ทำเอาลำคอแกร่งหลุดเสียงคำราม
“อ่า...”
เมื่อถูกกระตุ้นคิระยิ่งกดสะโพก พะวาเองก็ขยับตัวส่ายเอวสู้กลับ ลมหายใจอุ่นร้อนกว่าเดิมเป็นร้อยเท่า ชั่วครู่หนึ่งเสียงกรีดร้องก็ดังขึ้นเมื่อร่างเล็กพบกับความสุข
นาทีต่อมาฝ่ามือใหญ่ก็พลิกท่วงท่าให้พะวาแนบใบหน้าฟุบเข้าหาโซฟา ดึงก้นกลมกลึงให้ลอยขึ้นแล้วแนบชิดกดลึกเคลื่อนไหวเร็วไวอีกครั้ง
พะวากัดเม้มปากและเกร็งท้องยามฝ่ามือใหญ่ฟาดลงบนก้นแรงๆ รุกเร้าให้ยิ่งเสียวซ่าน
คิระเบียดบดสะโพกแน่นหนัก กระทบกระแทกจนเขาเองก็คำรามลั่น จากนั้นดึงรั้งร่างนุ่มให้ขยับขึ้นมาในท่านั่งตรงแนบชิดกับลำตัว
คิระกดแช่ร่างกายยังไม่ยอมเคลื่อนไหว มือใหญ่จับพลิกดวงหน้าที่สยิวซ่านมามอบจูบ แต่ดูเหมือนจะมีคนใจร้อน ไม่ทันใจเป็นฝ่ายขยับก้นงอนเข้าหาสะโพกของเขา
ความปรารถนาที่ถูกจุดขึ้นนั้นเป็นราวกับพลุไฟ พะวาไม่ชอบเลยที่จังหวะรักขาดหายไปจึงขอเป็นฝ่ายลงมือเอง
ไม่นานเธอก็ได้พบกับความสุขในครั้งที่สอง ที่สาม ที่ทำให้เหนื่อยหอบ ร่างกระตุกหลายครั้ง จนต้องพิงตัวซบกับอกแกร่งที่ชุ่มไปด้วยเหงื่อ
คิระยกมือขึ้นโอบร่างเล็กเอาไว้หลวมๆ ปากจูบเบาๆ บนเรือนผมนุ่ม พะวายิ่งซุกใบหน้าเข้าหาอกอบอุ่น แต่ไม่นานเท่าไรดวงหน้าเกลี้ยงเกลาก็เงยขึ้นไปสบตากับคนตัวโต
“อื้ม”
ส่วนคิระแค่ครางรับ เขาเข้าใจความหมายเป็นอย่างดี แล้วรวบรัดพะวาขึ้นอุ้ม พาตรงดิ่งไปยังเตียงนอนพร้อมกดฝังร่างทั้งของเขาและเธอให้จมดิ่งกับความปรารถนาที่ยังไม่สิ้นสุด...
“อื่อ...” เสียงพึมพำแผ่วเบาราวกับดังอยู่แค่ในลำคอบ่งบอกได้ดีว่าเจ้าของร่างที่นอนหลับใหลไปนานเริ่มรู้สึกตัวแล้ว ดวงตากะพริบขึ้นแม้จิตใจจะสั่งให้ดำดิ่งกลับไปสู่ห้วงนิทรา เพราะสัมผัสได้ว่าร่างกายถูกโอบด้วยอาการขบเมื่อยและปวดร้าว โดยเฉพาะส่วนบอบบาง แสงแดดที่สาดส่องเข้ามาทำให้ดวงตาคู่สวยปิดลงอีก นาทีถัดมาถึงเปิดขึ้นปรับแสง ดวงหน้าหันไปมองคนที่นอนอยู่ข้างกาย พะวาถึงกับต้องจ้องมองโครงหน้า ลำคอ และที่ต้นแขนของคิระ ในทันใดน้ำตาเม็ดกลมๆ ก็เอ่อขึ้นมาคลอหน่วยอย่างง่ายดาย เธอจำได้ดีว่าเมื่อคืนทำอะไรไปบ้าง แต่ไม่อาจยับยั้งได้เลย ก่อนค่อยๆ ฝืนขยับตัวขึ้น มือยื่นไปสัมผัสเบาๆ ที่รอยฟันแดงเถือกบนต้นคอแกร่ง ไม่ทันที่พะวาจะได้เอ่ยอะไร ชายหนุ่มก็ลืมตา “ร้องไห้ทำไมพะวา เจ็บใช่ไหม ไม่เป็นไรนะ” แค่เห็นปากนุ่มที่เบะออก คิระก็กระเด้งตัวขึ้นมากอบกุมร่างเล็กไว้ในวงแขน “อึก” แค่ได้รับความห่วงใย คนที่พยายามไม่ให้น้ำตารินไหลก็บอกอย่างรู้สึกผิด “พะวาขอโทษ พะวาทำร้ายคุณคี” พนมมือขึ้นไหว้ เธอห้ามตัวเองไม่อยู่จริงๆ “เด็กโง่”
“ตรงนี้กลางสี่แยกนะพะวา” คิระลดน้ำหนักของเสียง เขาทำพลาด เขาไม่ควรเสียงดังใส่คนที่สูญเสียการควบคุม ส่วนพะวานิ่งไป ไม่ว่าเขาจะใช้น้ำเสียงแบบไหน เธอก็รู้สึกถูกตำหนิ ความน้อยใจจึงก่อเกิด ลำตัวรั้งกลับมานั่งนิ่งๆ อย่างทบทวนตัวเอง “พะวา…” คิระรู้สึกเจียนจะบ้า ยิ่งถ้อยคำที่พะวากล่าวตามหลังออกมายิ่งทำให้รู้สึกผิด “พะวาขอโทษค่ะ” พะวาไม่ยื่นมือไปยุ่มย่ามกับเนื้อตัวของชายหนุ่มอีก เธอก้มหน้าลง จู่ๆ ก็อยากร้องไห้ ไม่ทันสั่งห้ามความคิด เสียงร้องไห้โฮก็ดังพ้นปาก “ฮื่อ...” คนที่อึดอัดแต่ทำอะไรไม่ได้ จึงได้แค่ร้องไห้ เธอไม่ได้โกรธคิระ โกรธตัวเองที่ไม่มีความอดทน ไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อน คิระขบกรามแน่นยามได้ยินเสียงสะอึกสะอื้น เขาต้องทำอะไรสักอย่างแล้วจึงเลี้ยวเข้าข้างทาง กรอบหน้าคมเข้มโน้มไปใกล้หน้าสวยหวานแล้วฉกจูบดูดดึงเรียวปากอิ่ม ปรนเปรอป้อนความปรารถนา มือลูบไล้ต้นแขนขาว ส่วนพะวาเงยหน้ารับทั้งน้ำตา แต่กลับรู้สึกดีไม่น้อย พลันจูบตอบกลับไปฉับไว ความต้องการยิ่งเพิ่มทวี จนเป็นฝ่ายยกมือไปล็อกต้นคอแกร่งไว้ ไม่อ
“ได้ครับ” “กูจะรีบกลับไป” เมื่อสิ้นบทสนทนาคิระรีบเหยียบคันเร่งรถ หัวใจลอยปลิวไปหาคนตัวเล็ก อยากจะรีบวิ่งเข้าไปกอดปลอบประโลมเด็กที่คงเสียขวัญหวาดกลัวไม่น้อย แต่ระยะทางยังอีกไกลพอควร มือแกร่งรีบต่อสายหาคนที่ห่วงใย ไม่รู้ว่าเกิดเรื่องเช่นนี้ได้อย่างไรกัน ด้านคนที่ร้อนไปทั้งใบหน้า ลำตัว และทุกสัดส่วนความรู้สึกครางงึมงำเบาๆ พยายามตั้งสติ ท่อนแขนเรียวยาวยกขึ้นกอดตัวเองประโลมความทรมาน ภายในหัวใจเวลานี้คิดถึงแต่คิระ นาทีนั้นดวงหน้าก็มีรอยยิ้มผุดขึ้น เพราะสมาร์ตโฟนแจ้งเตือนว่าคนที่ต้องการติดต่อกลับมาแล้ว “คุณคี” น้ำเสียงของพะวาบ่งบอ
“ไม่เลย” ทางรุ่นพี่เงียบหายไป เขาเองก็นึกห่วงอยู่เช่นกัน แล้วเห็นพะวาใช้มือทุบต้นขาเบาๆ “พักเถอะพะวา ลูกค้าก็เริ่มน้อยแล้ว” “พะวายังไหวค่ะ” เมื่ออาสาจะช่วยแล้ว เธอเองก็อยากจะทำสุดความสามารถ ไม่ใช่เหนื่อยนิดเหนื่อยหน่อยก็ล่าถอย “ขอบใจนะพะวา” กรวัฒน์ส่งยิ้มซึ้งใจไปให้ เอ็นดูเด็กขยันอย่างพะวา หญิงสาวยิ้มรับ นั่งพักต่ออีกราวห้านาทีก็ขยับตัวไปช่วยงาน เพียงว่าหัวคิ้วเหนือดวงตากลมโตเลิกขึ้นเพราะมีคลื่นความรู้สึกบางอย่างเกิดขึ้นในร่างกาย “ทำไมร้อนขึ้นมาได้ อย่าเพิ่งมาไม่สบายตอนนี้นะพะวา ช่วยงานคุณคีให้เสร็จก่อน” แปลกที่จู่ๆ ร่างกายก็เกิดความร้อนขึ้น พะวาคิดว่าคงอาจจะป่วยพร้อมบ่นตัวเองในใจ แต่ก็ก้าวเท้าไปทำงานต่อให้เสร็จ ปากนั้นยิ้มอย่างเป็นมิตรไปให้กับลูกค้าที่กำลังต้องการสั่งเครื่องดื่มเพิ่ม “ได้เลยค่ะ พะวาจะรีบสั่งให้ค่ะ” พะวาหยิบไอแพดขึ้นมากดสั่งค็อกเทลให้แก่กลุ่มลูกค้าผู้หญิง แล้วถอยล่าไปยืนอยู่ที่มุมหนึ่งพร้อมทั้งนิ่งงันไปเนิ่นนานหลายนาที ก่อนหันไปหาน้องพนักงานเสิร์ฟคนหนึ่ง “พี่ฝากดูโต๊ะนั้นแทนได้ไ
“งั้นเราสั่งเครื่องดื่มกันดีกว่าเนอะ” เพื่อนๆ ในกลุ่มรีบหาทางออก ก่อนเพื่อนจะหน้าซีดไปมากกว่านี้ ส่วนพะวาก็เต็มใจบริการต่อ และทำสุดความสามารถ จากโต๊ะนี้ไปโต๊ะนั้น แล้วเคลื่อนย้ายร่างกายไปเรื่อยๆ ในช่วงแรกก็มีกดผิดกดถูกอยู่บ้าง เล่นเอาหัวหมุน พอผ่านไปได้ราวครึ่งชั่วโมงทุกอย่างก็ค่อยๆ ดีขึ้น ยิ่งดึกผีเสื้อราตรียิ่งโบยบิน แสงสีเป็นจุดดึงดูดไม่น้อย ไหนจะโพรโมชันดีๆ ที่ทางร้านมอบให้อีก เสียงเพลงมันๆ ที่มีการอัปเดตเพลงฮิตอยู่เรื่อยๆ ก็เป็นหนึ่งในเหตุผลให้ผับแห่งนี้มีลูกค้าวนเวียนเข้าออกอยู่ตลอด พอมีจังหวะให้อู้สักราวห้านาทีหลังเพื่อนนักเสิร์ฟคนหนึ่งรับหน้าที่แทน พะวาก็เดินไปทิ้งตัวลงนั่งในมุมด้านในที่เป็นพื้นที่สำหรับพนักงาน พร้อมทั้งเอ่ยปากชวนคิระที่เดินตามหลังมาพูดคุย “วันนี้คนเยอะมากเลยนะคะ” “อื้อ แต่ระวังตัวด้วยล่ะ” เขาอยากให้พะวานึกถึงความปลอดภัยของตนเองเป็นอันดับแรก “ค่ะ” พะวาพยักหน้า เธอจะพยายามระวังตัวให้มากที่สุด ก่อนต้องส่ายหน้าในคำถามของชายหนุ่ม “น้ำไหม” “พะวายังไม่หิวค่ะ” เธอรู้สึกเมื่อยขาม
“วันนี้มีเด็กเสิร์ฟของเราขอลางานไปสองคนเลยนะครับ” แค่ถึงบ่ายของวันต่อมา คิระที่ไปถึงร้านก็ได้รับแจ้งปัญหาทันที “รวมของเมื่อวานก็เป็นสามแล้วครับ ผมว่าคงไม่พ้นแอบไปทำงานให้ฝั่งนั้น แต่ผมก็หาสำรองไว้แล้วครับ” กรวัฒน์ยังร่ายต่อ น่าหงุดหงิดไม่น้อยกับร้านเปิดใหม่นั่น เขาคิดเห็นไม่ต่างจากรุ่นพี่ว่าฝ่ายนั้นตั้งใจขัดขาและอาจจะมีตื้นลึกหนาบาง เพราะอีกฝ่ายเปิดฉากมาโดยไม่ไว้เชิงทางธุรกิจเลย ราวกับเปิดมาเพื่อทุบร้านของเขาให้ย่อยยับลง คิระพยักหน้า โชคดีที่มีกรวัฒน์คอยจัดการเรื่องต่างๆ ให้ แล้วก้าวเท้าไปยังห้องทำงาน เขาต้องคิดกลยุทธ์ในการดึงลูกค้ากลับมา ส่วนเรื่องบริษัทใหม่ในตอนนี้ได้ให้ทางหุ้นส่วนอีกคนเป็นฝ่ายจัดการ เพราะมีความชำนาญมากกว่า คิระสั่งให้พนักงานทุกคนเตรียมสแตนด์บายไว้ ถ้ามีปัญหาเกิดขึ้นจะได้จัดการได้ทันที พอตกเย็นกลับมีสิ่งที่ทำให้เขาเลิกคิ้วขึ้น ก๊อกๆ เสียงเคาะห้องไม่ได้ทำให้เขาแปลกใจ แต่เป็นผู้หญิงรูปร่างเล็กที่โผล่หน้ามาพร้อมรอยยิ้มต่างหาก “พะวามาแล้วค่ะคุณคี” “เขาไม่ได้ไปทำงานเหรอ” คิระม







