Share

บทที่ 10

last update Petsa ng paglalathala: 2026-05-05 09:37:20

ยามอู่ ณ หอโอสถกง

​ป้ายไม้สีนิลสลักตัวอักษรสีเงินเด่นชัดนาม ‘หอโอสถเทวราช’ แขวนตระหง่านอยู่เบื้องหน้า กลิ่นสมุนไพรรสขมลอยมาปะทะจมูกตั้งแต่ต้นตรอก เหล่าคนไข้ต่างยืนรอกันเนืองแน่นจนล้นออกมานอกประตู ทว่าเมื่อรถม้าตระกูลเจียงเคลื่อนเข้ามา ทุกคนต่างพากันแหวกทางให้พลางกระซิบกระซาบด้วยความชิงชัง

​“นั่นอย่างไรเล่า... สตรีไร้ยางอายที่ลอบขโมยคัมภีร์ของตระกูลกง”

“ยังมีหน้ามาเหยียบที่นี่อีกหรือ? ท่านหมอกงสาบานไว้แล้วว่ามิตรวจรักษาคนชั่วช้า”

​ข้าก้าวลงจากรถม้าในอาภรณ์สีเขียวอ่อนเรียบง่าย มิได้สวมใส่สีแดงหรือทองเพื่อหลีกเลี่ยงการยั่วโทสะเจ้าของสถานที่ ข้าไอออกมาเบาๆ พลางใช้ผ้าซับริมฝีปาก... โชคดีที่วันนี้พิษในกายยังมิสำแดงเดชรุนแรงนัก

​“คุณหนู... แน่ใจหรือเจ้าคะ?” เสี่ยวเถากระซิบพลางกอดแขนข้าไว้แน่น “เข้าไปข้างใน... ท่านหมออาจจะใช้เข็มเงินทิ่มแทงท่านจริงๆ นะเจ้าคะ”

​“เข็มร้อยแปดเล่มนั้นยังมิตกถึงมือข้าในวันนี้หรอก” ข้าตบมือปลอบโยนนาง “วันนี้เป็นเพียงการเริ่มต้นเท่านั้น”

​ทันใดนั้น ประตูหอโอสถพลันเปิดออกด้วยแรงลมมหาศาล

​กงอวี้หลันยืนเด่นสง่าอยู่กลางโถงรับแขก อาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ปักลายเมฆาเงินส่งเสริมให้เขาดูดุจเซียนผู้เร้นกาย เส้นผมดำขลับรวบไว้ด้วยปิ่นหยกอย่างหลวมๆ ใบหน้าขาวนวลราวหยกสลักนั้นงดงามจนคนไข้รอบกายต่างลืมเลือนความเจ็บไข้ ทว่าดวงตาของเขากลับเย็นเยียบจนพิษในกายข้าสั่นสะท้าน

​“ตรงเวลาดีนัก” น้ำเสียงเขากังวานประดุจเสียงหยกกระทบกัน “นึกว่าเจ้าจะขลาดเขลาจนหนีหายไปเสียแล้ว”

​“ข้าให้สัจจะไว้แล้ว” ข้าประสานมือคารวะอย่างสำรวม “ในเมื่อท่านหมอเรียกพบ ข้าย่อมมิอาจบิดพริ้ว”

​เขาหาได้รับไหว้หรือเชิญให้นั่งไม่ เพียงแต่ชี้ไปยังตั่งไม้ตัวยาวกลางโถง บนโต๊ะด้านข้างมีกล่องไม้หนึ่งใบพร้อมผ้าขาวที่ปูรองเข็มเงินเรียงรายอยู่สิบเล่ม... เพียงสิบเล่ม ทว่ากลับทำให้ข้าขนลุกชันไปทั้งกาย

​“เปลื้องอาภรณ์คลุมออก” เขาสั่งพลางหันไปล้างมือในอ่างทองเหลือง “เหลือเพียงเสื้อตัวในก็พอ”

​“เหตุใดต้องทำเช่นนั้นเจ้าคะ!” เสี่ยวเถาร้องถามด้วยความตกใจ “เพียงตรวจชีพจร เหตุใดต้องเปลื้องอาภรณ์ด้วย!”

​“เพราะข้าหาได้เพียงตรวจชีพจรไม่” กงอวี้หลันเช็ดมือด้วยผ้าขาวสะอาดจนไร้ที่ติ “ข้าจะ ‘สะกดพิษ’ ที่เจ้ากินเข้าไปเมื่อสามวันก่อนต่างหาก”

​ข้าชะงักไป... เขารู้ว่าข้ากินพิษซ่างหานส่านที่เขาส่งมากับมือ

​“ท่าน... รักษาได้หรือ?” น้ำเสียงข้าสั่นพร่า

​“รักษาได้” เขาเดินมาหยุดเบื้องหน้า กลิ่นอายโอสถเย็นๆ โชยมา “หากเจ้าตอบคำถามข้าให้กระจ่างสามข้อ”

​เขาหยิบเข็มเงินเล่มแรกขึ้นมา ปลายเข็มสะท้อนแสงตะเกียงวาววับ “ข้อแรก... คัมภีร์แพทย์สวรรค์ยามนี้อยู่ที่ใด?”

​บรรยากาศทั่วทั้งหอพลันเงียบสงัด ทุกคนต่างกลั้นหายใจรอฟังคำตอบ

​ข้าเม้มริมฝีปากแน่น แม้ในนิยายเดิมคัมภีร์จะถูกเพลิงเผาผลาญไปแล้ว ทว่าข้าต้องมุสาเพื่อซื้อเวลา “ข้า... ยามนี้ยังมิอาจบอกท่านได้”

​เข็มเงินในมือเขาขยับเข้าใกล้ข้าอีกนิด

​“ทว่าข้าล่วงรู้ว่าผู้ที่ชิงไปมิใช่คนของแคว้นเป่ยเหยียน” ข้ารีบกล่าวต่อ “เป่ยเหยียนต้องการเพียงสูตรโอสถ หาได้ต้องการตำราทั้งเล่มให้เสี่ยงต่อการถูกจับได้ไม่ พวกเขาคงคัดลอกตำราแล้วทำลายต้นฉบับทิ้งไปเสียมากกว่า”

​กงอวี้หลันนิ่งงันไปครู่หนึ่ง ดวงตาสั่นไหวเพียงชั่วพริบตา “กล่าวต่อสิ”

​“หมายความว่าต้องมี ‘ฉบับคัดลอก’ ตกอยู่ในแคว้นเรา และอยู่ในมือของผู้ที่รับซื้อไปในราคาสูงลิ่ว”

​“ผู้นั้นคือใคร?”

​“ข้ายังมิอาจทราบแน่ชัด” ข้ายอมรับตามความจริง “แต่หากท่านอนุญาตให้ข้าเข้าหอสมุดของที่นี่ ข้าจะหาคำตอบมาให้ท่านภายในสามเดือน”

​เขามองข้านิ่งนานก่อนจะลงเข็ม!

​ฉึก!

​เข็มเงินปักลงบนหลังมือข้าอย่างแม่นยำ มิได้เจ็บปวดอย่างที่คิด ทว่ากลับรู้สึกเย็นวาบก่อนจะร้อนรุ่มไปตามเส้นเลือดจนถึงขั้วหัวใจ

​“คำมุสาเล็กน้อย... เจ็บปวดเพียงมินาน” เขาเอ่ยเรียบๆ “ทว่าหากลวงหลอกเรื่องใหญ่ เจ้าย่อมต้องเจ็บปวดจนม้วยมลาย”

​เขาดึงเข็มออก ปลายเข็มเปลี่ยนเป็นสีม่วงคล้ำ “พิษซ่างหานส่านฝังรากในกายเจ้ามาสามวันแล้ว อีกสี่วันเจ้าจะไอเป็นเลือด และสิ้นใจในอีกเจ็ดวัน”

​เสี่ยวเถาทำท่าจะถลันเข้ามา แต่วงศิษย์ของเขากันไว้ได้ทัน

​“ข้อที่สอง” เขาหยิบเข็มเล่มที่สองขึ้นมา “เหตุใดเจ้าจึงยื่นมือช่วยแม่ทัพมู่เมื่อคืนนี้?”

​“เพราะข้าติดค้างเขา” ข้าตอบทันควัน “เขาต้องเผชิญเคราะห์เพราะข้า ข้าย่อมต้องชดใช้”

​ฉึก!

​เข็มที่สองปักลงที่ต้นแขน คราวนี้ข้าสะดุ้งสุดตัวด้วยความเจ็บปวดราวกับถูกไฟลวก

​“เป็นความจริงเพียงครึ่งเดียว” เขาหมุนเข็มในมือ “เจ้าช่วยเขา เพราะต้องการให้เขาเป็นพวกพ้องของเจ้าใช่หรือไม่?”

​“ถูกแล้ว” ข้ามิปฏิเสธ “ข้าต้องการให้บุรุษทั้งสี่มาอยู่ข้างกายข้า เพื่อที่ข้าจะได้มีชีวิตรอด”

​เขาชะงักไป นัยน์ตาเบิกกว้างด้วยความคาดมิถึงที่ข้ากล้ายอมรับออกมาตรงๆ เช่นนี้

​“ช่างไร้ยางอายนัก” เขาพึมพำ ทว่ามุมปากกลับยกขึ้นเพียงเสี้ยวธุลี

​“ข้อสุดท้าย” เขาหยิบเข็มเล่มยาวที่สุดออกมา “หากข้าบอกว่ายาถอนพิษอยู่ที่ข้า... เจ้าจะสิ่งใดมาแลกเปลี่ยน?”

​“ท่านต้องการสิ่งใดเล่า?”

​“คัมภีร์” เขาตอบโดยมิเสียเวลาคิด “จงนำคัมภีร์มาแลกกับชีวิตของเจ้า”

​“หากข้าหาไม่พบภายในสามเดือนเล่า?”

​“เจ้าก็เพียงตายไป” เขาจ่อเข็มที่ลำคอข้า “แล้วข้าจะใช้ร่างไร้วิญญาณของเจ้าทดลองโอสถใหม่ให้ครบหนึ่งร้อยแปดขนาน ให้สาสมกับที่เจ้าบังอาจขโมยของรักของข้าไป”

​คนผู้นี้... จิตใจผิดมนุษย์นัก ทว่านี่คือตัวตนของกงอวี้หลันโดยแท้

​“ตกลง” ข้าหลับตาลง “สามเดือนหลังจากนี้ ข้าจะนำคัมภีร์มาแลกยาถอน หากทำมิสำเร็จ... ร่างของข้าย่อมเป็นของท่าน”

​ฉึก!

​เข็มที่สามปักลงกลางอก เหนือหทัยเพียงหนึ่งนิ้ว ข้าเจ็บจนตาพร่าพราย ทว่าหลังจากนั้น ความเย็นฉ่ำพลันแผ่ซ่านไปทั่วร่าง รสขมขื่นในลำคอที่ค้างคามานานกลับจางหายไป

​“ข้าเพียงใช้เข็มสะกดพิษไว้ได้เจ็ดวัน หากครบเจ็ดวันแล้วเจ้ามิมาตามนัด เจ้าจะไอเป็นเลือดรุนแรงกว่าเดิมเป็นเท่าทวี”

​นี่มันพันธะทาสชัดๆ!

​“ขอบพระคุณ... ท่านหมอกง” ข้าหอบหายใจพลางกระชับคอเสื้อ

​“เก็บคำขอบใจของเจ้าไว้เถิด” เขาลุกขึ้นโยนขวดกระเบื้องหยกขาวให้ข้า “จงดื่มเสียในคืนนี้ อีกหนึ่งชั่วยาม”

​“นี่ยาอันใดอีก?”

​“ยาบำรุง” เขาตอบโดยมิหันกลับมามอง “เจ้าซีดเผือดราวกับซากศพ ขืนเจ้าสิ้นใจไปเสียก่อน ข้าจะไปทวงคัมภีร์จากดวงวิญญาณของเจ้าได้อย่างไร”

​เขาสั่งความทิ้งท้ายไว้ก่อนจะเดินเข้าห้องปรุงยา “หอสมุดอยู่ปีกตะวันตก เข้าได้ยามเฉินถึงยามเซิน ห้ามก้าวก่ายห้องหวง ห้ามลักเล็กขโมยน้อย และห้ามมาตายในที่ของข้า... หากเจ้ามาสายในครั้งหน้า ข้าจะไปปักเข็มถึงจวนเจ้าเอง”

​ข้านั่งนิ่งอยู่บนตั่งไม้ แม้จะมีรอยเข็มทั้งสามจุด ทว่าร่างกายกลับเบาสบายขึ้นอย่างประหลาด 7 วัน... ข้าต่อเวลาชีวิตได้อีกเพียง 7 วันเท่านั้น

​ข้าพาตัวเองเข้าไปยังหอสมุดปีกตะวันตก กลิ่นกระดาษเก่าและเครื่องยาอบอวลไปทั่ว ข้าเร่งค้นหาบันทึกการค้าจนพบสิ่งที่ต้องการ

​‘วันที่ 15 เดือน 7... รายการ: ตำราหมอมิระบุชื่อ... ผู้ซื้อ: กั๋วกง’

​กั๋วกง! ตัวบงการใหญ่ผู้อยู่เบื้องหลังแผนการร้ายในวันเฉลิมฉลอง!

​ข้ากำสมุดบันทึกในแขนเสื้อแน่น หัวใจเต้นแรงด้วยความหวัง หากข้าชิงคัมภีร์กลับมาได้ ข้าย่อมได้ใจหมอเทวราช หากข้าเปิดโปงกั๋วกงได้ ข้าย่อมได้รับความไว้วางใจจากรัชทายาท

​“คุณหนู! เหตุใดจึงยิ้มเช่นนั้นเจ้าคะ น่ากลัวยิ่งนัก!” เสี่ยวเถาร้องทักด้วยความหวาดหวั่น

​“ข้ายิ้มเพราะเห็นทางรอดแล้วอย่างไรเล่า” ข้าเก็บสมุดลับลงในแขนเสื้อ “กลับจวนเถิด! คืนนี้ข้ายังมีภารกิจสำคัญในวังหลวงรออยู่!”

​แผนการไถ่โทษของข้า... เริ่มต้นขึ้นอย่างสมบูรณ์แล้ว

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • คุณชายทั้งหลายโปรดไว้ชีวิต    บทส่งท้าย

    ยามเฉิน วันที่ ๑๕ เดือน ๖ ณ ลานกว้างหน้าวังบูรพา​ผืนธงรบสีแดงฉานนาม ‘พยัคฆ์ขาว’ โบกสะบัดท้าทายสายลมอย่างองอาจ​โครม! โครม! โครม!​ประตูใหญ่ของวังหลวงทั้งสี่ทิศปิดตายลงอย่างแน่นหนา กำลังพลทหารสามพันนายในสังกัดของจ้าวหลิงเซียวเข้าตรึงกำลังควบคุมพื้นที่ไว้ทุกตารางนิ้ว คันธนูทุกคันถูกขึ้นสายเตรียมพร้อม ดาบคมปลาบทุกเล่มถูกชักออกจากฝักประดับบารมี​“จับกุมตัวผู้คิดคบคิดกบฏล้มล้างราชบัลลังก์! หลิวเหวินคัง!” เสียงตวาดกร้าวของจ้าวหลิงเซียวดังกึกก้องกัมปนาทมาจากบนหอคอยสูง ชุดเกราะทองคำสุกปลั่งสะท้อนแดดประกายเจิดจ้า​ก้าบ!!!​เจ้าพยัคฆ์ขาว... ยืนหยัดอยู่ใจกลางลานกว้าง ร่างกายสวมชุดเกราะทองคำเต็มยศ มีผืนธงรบปักแน่นอยู่บนแผ่นหลัง มันยืดอกตั้งมั่น มิได้แสดงความหวาดกลัวต่อเสียงกลองรบที่รัวสนั่นเลยแม้แต่น้อย​ตัวข้า... เจียงลั่วอวี่ ยืนตระหง่านอยู่บนขั้นบันไดหินอ่อนของตำหนักเย็น สวมใส่อาภรณ์สีแดงฉานดุจโลหิตของแม่ทัพใหญ่ ในหัตถ์กุมพัดหยกดำไว้มั่น​ศึกสุดท้ายเพื่อชำระหนี้แค้น... เริ่มต้นขึ้นแล้ว​ยามซื่อ ณ ประตูวังทิศตะวันตก​“เปิดประตูวังหลวงเดี๋ยวนี้! พวกมึงล่วงรู้หรือไม่ว่ากูคือใคร... กูคือกั๋วกง!”

  • คุณชายทั้งหลายโปรดไว้ชีวิต    บทที่ 39

    ยามจื่อ คืนวันที่ ๑๔ เดือน ๖ ณ นอกกำแพงเมืองหลวง ค่ายทหารกั๋วกง​บรรยากาศโดยรอบมืดมิด สงบสงัด... ทว่ากลับอบอวลไปด้วยกระแสแห่งความเดือดพล่าน​“เร็วเข้า!” เสี่ยวเถาลอบกระซิบเสียงแผ่ว นางอยู่ในชุดพรางกายสีดำสนิท ใบหน้าคลุมปิดมิดชิด ในมือประคองขวดยาสลบ ‘นิทราไร้ลักษณ์’ ของท่านหมอกงไว้อย่างระมัดระวัง “คุณหนูสั่งการมา... ให้เทลงไปในบ่อน้ำใหญ่ประจำค่ายเพียงบ่อเดียวก็เพียงพอแล้ว”​เบื้องหลังของนางมีพลทหารฝีมือดีของมู่เจ๋อจำนวนสิบนาย แสร้งปลอมแปลงกายเป็นชาวบ้าน แบกถังน้ำเข้ามาอย่างเงียบเชียบ​“แม่นางแน่ใจนะ... ว่าตัวยานี้จะไม่คร่าชีวิตพวกมัน?” ทหารผู้หนึ่งเอ่ยถามด้วยความกังวล​“มิสิ้นชีพดอก... เพียงแต่จำต้องหลับสนิทนิทราไปสามวันสามคืนเต็ม” เสี่ยวเถาเอ่ยตอบ “ท่านหมอกงคำนวณปริมาณยาไว้ถี่ถ้วนแล้ว ยาจักออกฤทธิ์ครอบคลุมตั้งแต่วันที่สิบห้าถึงวันที่สิบเจ็ดมิขาดสาย”​สามวันสามคืน... กองทัพห้าหมื่นนายของกั๋วกงจักต้องหลับใหลไร้ทางสู้ยกค่าย​“ลงมือ!”​ซ่า...​ของเหลวสีม่วงครามถูกเทลงสู่ก้นบ่อน้ำใหญ่ใจกลางค่ายทหาร กลิ่นอายของมันจางหายไปในอากาศ ละลายกลมกลืนไปกับสายน้ำอย่างรวดเร็ว ไร้สี ไร้รส และไร้กลิ่น​ท

  • คุณชายทั้งหลายโปรดไว้ชีวิต    บทที่ 38

    ยามรุ่ง วันเสาร์ ณ เมืองหลวง​“เหมืองน้ำแข็งพังทลาย! พังทลายสิ้นแล้ว!”“คนงานดับสูญร่วมสามสิบชีวิต! น้ำแข็งขาดตลาดทั่วทั้งเมืองหลวง!”“หอการค้าเจียงเสิ่น... ประกาศปรับขึ้นราคาน้ำแข็งสิบเท่าตัว!”​เสียงป่าวร้องตะโกนก้องดังระงมไปทั่วทุกตรอกซอกซอย ทั่วทั้งตลาด และเหลาชาทุกแห่งหน คนของเสิ่นชิงโจวจำนวนหนึ่งร้อยนายกระจายกำลังทำงานได้มีประสิทธิภาพเกินกว่าที่คาดคิดไว้เสียอีก​ข้ายืนตระหง่านอยู่บนหอคอยสูงของตำหนักเย็น ทอดสายตามองลงไปยังเบื้องล่าง... ยามนี้เมืองหลวงกำลังเดือดพล่านประดุจน้ำร้อน ร้านรวงต่างพากันปิดป้ายประกาศ ‘น้ำแข็งหมดสิ้น’ บรรดาคหบดีผู้มั่งคั่งต่างแย่งชิงกว้านซื้อจนถึงขั้นลงไม้ลงมือตบตีกันที่หน้าหอการค้า แม้กระทั่งทหารในสังกัดของกั๋วกงก็ยังวิ่งวุ่นออกกว้านซื้ออย่างลนลาน​“คุณหนูเจ้าคะ! ราคาพุ่งทะยานขึ้นแล้วเจ้าค่ะ!” เสี่ยวเถาวิ่งกระหืดกระหอบขึ้นมารายงาน พลางยื่นใบราคาสินค้าให้ข้าดูด้วยมืออันสั่นเทา “เมื่อวานนี้... ราคายังคงอยู่ที่หนึ่งตำลึงต่อก้อน ทว่ายามนี้... กลับพุ่งสูงถึงสิบตำลึงแล้วเจ้าค่ะ!”​สิบเท่าตัว... ภายในค่ำคืนเดียว​“ทางฝั่งกั๋วกง... เคลื่อนไหวอย่างไรบ้าง?”​“ยังมิ

  • คุณชายทั้งหลายโปรดไว้ชีวิต    บทที่ 37

    ยามสาย วันศุกร์ ณ ตำหนักเย็น​“คุณหนูเจ้าคะ! มาแล้วเจ้าค่ะ! ส่งตรงมาครบทั้งสี่ทิศเลยเจ้าค่ะ!” เสี่ยวเถาวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาในห้อง ในมือประคองถาดไม้อย่างระมัดระวัง บนถาดนั้นมีห่อผ้ารูปทรงประหลาดสี่ห่อ... มันคือ ‘ขนมเป็ด’ สี่ห่อ​ทว่าลักษณะและสีสันการห่อกลับแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง​ห่อที่หนึ่ง: ผ้าไหมสีดำสนิท ปักลวดลายพยัคฆ์เหิมเกริมห่อที่สอง: ผ้าไหมสีน้ำเงินคราม ปักลวดลายพัดโบกสะบัดห่อที่สาม: ผ้าไหมสีขาวบริสุทธิ์ ปักลวดลายเข็มเงินเรียวยาวห่อที่สี่: ผ้าไหมสีทองสุกปลั่ง ปักลวดลายมังกรทะยานฟ้า​“ของฝากจากผู้ใดบ้างงั้นหรือ?” ข้าละสายตาพลางวางพู่กันในมือลง หลังจากเพิ่งจรดหมึกเขียนแผนที่กลยุทธ์ฉบับปรับปรุงใหม่เสร็จสิ้น​“ของท่านแม่ทัพเสือ พ่อค้าเสิ่น ท่านหมอเทวดากง และองค์รัชทายาทเจ้าค่ะ!” เสี่ยวเถารายงานตามตรง “ทุกคนฝากถ้อยคำมาเหมือนกันว่าเป็น ‘ขนมบำรุงรักษากาย’ ทว่า... น้ำหนักของมันกลับหนักอึ้งแปลกๆ เจ้าค่ะ”​ข้าเอื้อมมือไปแกะห่อผ้าไหมสีดำสนิทออกเป็นลำดับแรก ด้านในบรรจุขนมเป็ดห้าชิ้น... และมีกระดาษแผ่นเล็กพับซ่อนอยู่หนึ่งแผ่น​‘ซ้อมรบเสร็จสิ้น กองทัพพร้อมพรัก รอคอยเพียงอาณัติสัญญาณจากมึ

  • คุณชายทั้งหลายโปรดไว้ชีวิต    บทที่ 36

    ​ยามเฉิน วันพฤหัสบดี ณ ตำหนักเย็น​“ก้าบ!!! ก้าบ ก้าบ ก้าบ!!!”​ข้าสะดุ้งตื่นจากนิทรา ทว่านั่นมิใช่เสียงปลุกประหลาดใจจากเสี่ยวเถาในยามเช้ากาลก่อน​ปริ๊น! โฮก! เคร้ง! เคร้ง! เสียงสัญญาณแตรศึก เสียงฝีเท้าม้าศึกนับร้อย และเสียงศัตราวุธกระทบกันดังสนั่นหวั่นไหวมาจากภายนอกตำหนักเย็น​“คุณหนูเจ้าคะ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วเจ้าค่ะ!” เสี่ยวเถาวิ่งพรวดพราดเข้ามาในห้อง มือข้างหนึ่งกุมชุดเกราะทองของเจ้าพยัคฆ์ขาวไว้แน่น ใบหน้าซีดเผือด “วังหลวง... วังหลวงถูกปิดตายหมดแล้วเจ้าค่ะ!”​ปิดตายงั้นหรือ?​ข้ากระโจนลงจากเตียงโดยมิเสียเวลาคิด วิ่งตรงไปยังขอบหน้าต่างทันที​ภาพที่ปรากฏแก่สายตาทำเอาข้าต้องอ้าปากค้างด้วยความตระหนก... ประตูพระราชวังบูรพาอันเป็นประตูใหญ่ทั้งสี่ทิศบัดนี้ถูกปิดสนิท ทหารรักษาพระองค์สวมชุดเกราะเต็มยศยืนเรียงรายอารักขาแน่นหนา คันธนูถูกขึ้นสายเตรียมพร้อม ดาบคมกริบถูกชักออกจากฝักส่องประกายวาววับ ธงมังกรทองโบกสะบัดอยู่บนยอดหอคอยสูงชัน​และที่กลางลานกว้างอันเปรียบเสมือนสมรภูมิย่อยๆ... ร่างสูงใหญ่ขององค์รัชทายาทจ้าวหลิงเซียวยืนตระหง่านอยู่ในชุดเกราะทองคำเต็มยศ ในหัตถ์กุมดาบมังกรครามเล่มยักษ์​เบ

  • คุณชายทั้งหลายโปรดไว้ชีวิต    บทที่ 35

    ยามเฉิน วันพุธ ณ ตำหนักเย็น​“ถอดเสื้อออก”​น้ำเสียงเด็ดขาดคำเดิม ทว่าครั้งนี้กลับเย็นเยียบชวนขนลุกจนเสี่ยวเถาที่ยืนอยู่ข้างกายถึงกับสะดุ้งสุดตัว​ท่านหมอกงอวี้หลันก้าวเข้ามาภายในห้องโดยมิเคาะประตู อาภรณ์สีขาวสะอาดของเขาอบอวลไปด้วยกลิ่นคาวของสมุนไพรและซากยาเข้มข้นกว่าทุกครา ในมือถือกล่องเข็มเงินสลักลายซึ่งมีขนาดใหญ่กว่าครั้งก่อนๆ เบื้องหลังของเขามีศิษย์เอกสองนายช่วยกันแบกหม้อยาที่กำลังเดือดพล่านจนควันพวยพุ่งส่งกลิ่นฉุนกึกไปทั่วลาน​“อาจารย์ขอรับ...” ศิษย์เอกเอ่ยเรียกเสียงเบาด้วยความเกรงใจ​“พวกเจ้าออกไปให้หมด” เขาออกคำสั่งสั้นๆ ทว่าทรงอำนาจ​ยามนี้ในตำหนักเย็นจึงเหลือเพียงข้า ท่านหมอกง เสี่ยวเถา ฝูงเป็ดทั้งสิบเอ็ดตัว และเจ้าพยัคฆ์ขาวที่กำลังนั่งจ้องมองผู้มาใหม่เขม็ง​“วันนี้วันพุธ...” ข้านั่งลงบนตั่งพลางถลกแขนเสื้อขึ้นเตรียมพร้อม “ถึงวันตรวจชีพจรแล้ว มีสิ่งใดผิดปกติหรือเพคะ?”​“มี” เขาตอบเรียบๆ ทว่ามิได้ยื่นมือมาจับชีพจร กลับหยิบเข็มเงินเล่มยาวขึ้นมาเล่มหนึ่ง แล้วจุ่มลงในถ้วยชาเก๊กฮวยที่เสี่ยวเถาเพิ่งรินวางไว้​เข็มเงินเล่มนั้นพลันเปลี่ยนสีในทันตา... มันแปรเปลี่ยนเป็นสีดำสนิทประดุจน้ำ

  • คุณชายทั้งหลายโปรดไว้ชีวิต    บทที่ 9

    แสงเงินแสงทองยังมิพ้นขอบฟ้า ข้าก็เร่งรุดขึ้นรถม้าด้วยความรีบร้อน​“คุณหนูเจ้าคะ! ท่านจะไปที่ใดอีก! ท่านไอเป็นเลือดมาทั้งคืนแล้วนะเจ้าคะ!” เสี่ยวเถาร่ำไห้พลางวิ่งตามมาเกาะขอบหน้าต่างรถม้าด้วยความกังวล​“ค่ายทหารทิศอุดร” ข้าใช้ผ้าเช็ดหน้าปิดปาก ไอโขลกออกมาจนได้ยินเสียงแว่วในอก กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งจน

  • คุณชายทั้งหลายโปรดไว้ชีวิต    บทที่ 8

    ยามไห่ วังหลวงข้ายืนอยู่เบื้องหน้าตำหนักบูรพาที่ประทับขององค์รัชทายาทลมหนาวปลายเดือนสามพัดชายอาภรณ์สีชาดปลิวไสว ปิ่นหงส์ทองบนศีรษะหนักอึ้งดุจมีศิลาทับไว้ทว่าหนักไม่เท่าความรู้สึกในอกยามนี้ภายใน…มีเขาอยู่จ้าวหลิงเซียวและถ้วยน้ำแกงที่ถูกวางยาปลุกกำหนัด“หยุด! ที่นี่เขตหวงห้าม!” ทหารยามไขว้ทวนขว

  • คุณชายทั้งหลายโปรดไว้ชีวิต    บทที่ 7

    “คุณหนูเจ้าคะ! แย่แล้วเจ้าค่ะ! เกิดเรื่องใหญ่แล้ว!”​เสียงร้องตะโกนของเสี่ยวเถาปลุกข้าให้ตื่นจากภวังค์ นางพุ่งพรวดเข้ามาเขย่ากายข้าจนหัวสั่นหัวคลอน ในมือกำม้วนกระดาษสี่ฉบับแน่น ใบหน้าซีดเผือดราวกับเห็นภูตผีมาปรากฏกายอยู่ตรงหน้า​“แค่ก... มีเรื่องอันใด?” ข้ายันกายลุกขึ้น ไอโขลกออกมาเบาๆ พยายามกลืนรส

  • คุณชายทั้งหลายโปรดไว้ชีวิต    บทที่ 6 นางร้ายไม่ยอมแพ้

    ยามกลับถึงจวน ข้าก็สำรอกออกมาจนสิ้นแรง​มิใช่เพราะเมามายจากการนั่งรถม้า ทว่าเป็เพราะ ‘ผงซ่างหาน’ เริ่มจู่โจมร่างกายจนปั่นป่วนไปหมด​“แค่ก! แค่กๆ!” ข้าใช้ผ้าเช็ดหน้าปิดปาก ทว่าเมื่อคลี่ออกดู กลับพบจุดโลหิตสีแดงฉานกระจายตัวประหนึ่งหยาดเหมันต์ร่วงโรยลงบนหิมะ​โลหิต... มันเริ่มแล้วจริงๆ​“คุณหนู!” เสี่

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status