เข้าสู่ระบบ“ที่ผ่านมา ไม่มีหมอคนใดรักษาพิษนี้ให้เจ้าได้มิใช่หรือ ในเมื่อมีแต่ข้าที่บอกได้ เช่นนั้นสิ่งที่ข้าบอกย่อมเป็นจริง เจ้าต้องหลับนอนกับข้าเก้าสิบวัน ห้ามขาดไปแม้แต่วันเดียวจึงจะถอนพิษได้ทั้งหมด”
หญิงสาวกำหมัดแน่น นึกอยากจะทุบบุรุษที่นอนเอาแขนพาดเอวตนเองเป็นกำลัง ทว่ากลับไม่อาจทำได้ เขาพูดถูกทุกอย่าง ที่ผ่านมานางตามหาหมอมารักษาพิษนี้อยู่แรมปี แม้จะมีผู้รู้จักพิษนี้แต่ไม่มีวิธีรักปกษา
ท่านหมอชราผู้หนึ่งบอกกับนางว่าพิษนี้นางต้องหลับนอนปรับหยินหยางกับบุรุษที่นางพึงใจเท่านั้นจึงจะแก้ไขได้ เรื่องในคืนนี้นางเป็นคนผิดที่คิดข่มเหงเขา และเป็นนางที่ต้องอาศัยร่างกายเขาเพื่อรักษาพิษในกายตน
“ถ้าอย่างนั้น เจ้าก็ต้องรักษาท่านพ่อให้ข้า” นางข่มความละอายเอ่ยออกไป
“ได้! ตกลงตามนี้” เขารับคำอย่างง่ายดาย
หรูหยู่เยียนรู้สึกคล้ายกำลังตกหลุมพรางบุรุษตรงหน้า “แต่...ถ้าเจ้ารักษาท่านพ่อข้าแล้ว ภายในสามเดือนไม่ดีขึ้น ข้าจะเอาชีวิตเจ้าเสีย”
ฮัวชวินยิ้มละไม “ตกลง! เอาตามที่เจ้าว่า แต่ตอนนี้ เจ้าต้องชดเชยให้ข้าก่อน”
“ชดเชยอันใดอีก”
“สองครั้งแรกเป็นเจ้าที่ต้องทำเพื่อระงับพิษกำเริบ ส่วนครั้งที่สาม เป็นชดเชยที่ข้าต้องใช้เรือนร่างช่วยเหลือเจ้า” ฮัวชวินไม่รอให้นางกล่าวจบ เขาก็ใช้มือประคองท้ายทอยนางแล้วจุมพิต
หรูหยู่เยียนไม่อาจปฏิเสธได้ว่าร่างกายของนางชอบร่างกายของอีกฝ่ายมาก หญิงสาวให้ความร่วมมือกับหมอหนุ่มเป็นอย่างดี กระทั่งผ่านไปอีกหนึ่งชั่วยาม นางจึงลุกขึ้นแต่งตัวและแอบย่องออกจากเรือนท้ายค่ายกลับเรือนพักของตน
เช้าวันต่อมา ฮัวชวินเดินนำเสี่ยวไป๋เข้าไปในเรือนนอนของนายท่านหรู เขาเริ่มทำการรักษาด้วยการฝังเข็มเพื่อปรับเลือดลมเบื้องต้น และเอ่ยปากบอกให้พ่อบ้านประจำค่ายจัดหาสมุนไพรที่ต้องใช้ในการปรุงยา
หรูหยู่เยียนมัวแต่ไปฝึกการต่อสู้ให้คนในค่าย ครั้นได้ยินว่าฮัวชวินออกมารักษาบิดาก็ดีใจจนลืมตัว รีบออกจากแท่นฝึกทหารไปดู
“ท่านพ่อข้าเป็นอย่างไรบ้าง”
“นายน้อยขอรับ นี่เป็นรายการสมุนไพรที่ท่านหมอต้องการเพื่อเอามาทำยารักษานายท่าน ข้าน้อยจะรีบไปจัดการหามาโดยเร็วที่สุดขอรับ” พ่อบ้านฝางยิ้มกว้าง
เสี่ยวไป๋ยืนอยู่ข้างๆ พ่อบ้านฝางสีหน้าเบิกบาน “ท่านหมอฮัวยอมรับปากรักษาแล้วเช่นนี้ นายท่านก็มีโอกาสหายแล้วสิขอรับ”
ฮัวชวินได้ยินเสียงของหรูหยู่เยียนก็หันมามอง นัยน์ตาทอประกายหวานฉ่ำ “นายน้อยมาแล้วหรือ”
หรูหยู่เยียนส่งสายตาดุ ทว่าฮัวชวินกลับทำหน้ากรุ้มกริ่มไม่หยุด
“ข้ามาดูแลนายท่านเป็นวันแรก อาจจะต้องใช้เวลาในการรักษาราวสามเดือน ระหว่างนี้สมุนไพรที่ข้าต้องการจะมีการปรับเปลี่ยนเดือนละครั้ง หวังว่านายน้อยจะรักษาคำพูด”
คำพูดประโยคสุดท้ายมีนัยระหว่างคนสองคน ทว่าพ่อบ้านฝางกับเสี่ยวไป๋มิได้ใส่ใจฟัง พวกเขามัวแต่ดีใจเรื่องที่นายท่านมีโอกาสหาย จึงไม่ได้สนใจสังเกตท่าทีของฮัวชวินกับนายน้อยของตน
“นายน้อย ข้าน้อยขอตัวไปหาสมุนไพรก่อนนะขอรับ” พ่อบ้านฝางรีบขอตัวออกไป
“ข้าน้อยก็จะไปต้มน้ำให้นายท่านเช็ดตัวขอรับ” เสี่ยวไป๋รีบขอตัวด้วย
หมอฮัวชวินเห็นว่าตนอยู่เพียงลำพังกับหรูหยู่เยียนก็ยิ้ม เดินเข้าไปใกล้ ทว่านางกลับถอยหลังไปสองก้าว
“เจ้าไม่ต้องเข้ามาใกล้ข้า”
ฮัวชวินไม่กลัวคำขู่ เขาขยับเข้าไปใกล้ “ข้าเสร็จงานแล้ว ขอกลับไปคิดสูตรยารักษาท่านพ่อก่อนนะน้องหญิง”
“อย่าเรียกข้าเช่นนี้นะ!” นางดุเขาพร้อมกับถลึงตาน้อยๆ หวังว่าคงไม่มีคนได้ยินเข้า
ชายหนุ่มหัวเราะหึๆ “คืนนี้ ปลายยามซวี[1] อย่าลืมสัญญาของเจ้าเล่า ข้าจะรอนะ”
น้ำเสียงนุ่มนวลของท่านหมอหนุ่มทำให้หรูหยู่เยียนสะดุ้งน้อยๆ หลุดออกจากภวังค์ ขุนพลหญิงข่มใจตอบออกไปด้วยใบหน้ามึนตึง
“เจ้าก็ตั้งใจรักษาท่านพ่อข้าให้ดีเล่า”
“เจ้าอย่าลืมอาบน้ำมาให้ดี ข้าชอบคนเนื้อตัวหอมสะอาด” คนร่างสูงโปร่งยิ้มยั่ว จ้องมองหรูหยู่เยียนด้วยสายตาส่อแววปรารถนาก่อนจะเดินจากไป
หรูหยู่เยียนนึกถึงเรื่องเมื่อคืนด้วยใจตุ้มๆ ต่อมๆ เนื้อตัวของนางคล้ายจะวูบวาบขึ้นมากะทันหัน แต่กลับไม่เจ็บปวดเช่นวันวาน อาจจะเป็นเพราะเมื่อคืนนางได้หลับนอกับบุรุษที่พึงใจ
ตกบ่าย หรูหยู่เยียนก็ไปตรวจตราการลาดตระเวนรอบค่าย ค่ายม้าแดงแห่งนี้มีการจัดเวรยามดูแลรอบๆ อย่างเข้มงวด แต่สำหรับเรือนท้ายค่ายหลังนี้ ขุนพลหญิงได้สั่งการให้ทหารของตนดูแลอยู่ห่างๆ
“อย่าเข้าไปใกล้เรือนท่านหมอ ห้ามรบกวนการปรุงยาเด็ดขาด” หรูหยู่เยียนสั่งพลลาดตระเวน
เซียงจวิ้นคนซื่อเป็นนายกองที่เก่งกาจในการต่อสู้ รับหน้าที่ดูแลความปลอดภัยรอบเรือนของฮัวชวิน เขาหันไปมองรายรอบที่มีต้นไม้ปิดบังเรือนนี้ไว้หนาแน่นแล้วทำสายตางงงวย
“ไม่มีผู้ใดเข้าใกล้หรอก นายน้อย มองเผินๆ ดูไม่ออกด้วยซ้ำไปว่ามีเรือนซ่อนอยู่ ต้นไม้หนาแน่นมาก”
หรูหยู่เยียนหันหลังกลับไปมองตามสายตาของเซียงจวิ้นก็เห็นว่าทหารของตนพูดถูก นางจึงพยักหน้า
“เช่นนี้ก็ดี เจ้าให้คนตรวจตรารอบนอกก็พอ”
“ขอรับ” เซียงจวิ้นรับคำ
นางมองดูหลังคาเรือนนั้นอย่างกระวนกระวายพยายามข่มความตื่นเต้นเอาไว้ แต่พอนึกถึงเรื่องบนเตียงเมื่อคืนใบหน้าของหญิงสาวก็แดงระเรื่อ
ขุนพลหญิงรอจนเสร็จงานก็รีบควบม้ามุ่งหน้ากลับไปเรือนแล้ว สั่งบ่าวรับใช้เตรียมน้ำอาบ นางเข้าไปแช่ตัว ชโลมร่างด้วยน้ำอบกลิ่นกุหลาบ
หญิงสาวแต่งกายอย่างพิถีพิถัน เมื่อวานนางไปในชุดลาดตระเวน แต่คืนนี้ นางเลือกสวมชุดอย่างคุณชายบัณฑิตทั้งดูสูงส่งและสง่างาม
จนกระทั่งถึงเวลานัดหมาย หรูหยู่เยียนกำลังจะเปิดประตูออกไป ทว่าเสียงฝีเท้าของบ่าวรับใช้สองคนดังขึ้น นางจึงงับประตูไว้เช่นเดม
‘ข้าจะไปโดยเปิดเผยได้อย่างไร เรื่องน่าอายเช่นนี้ กว่าจะเข้าพิธีวิวาห์กับเจ้าคนไร้ยางอายคงต้องหลบๆ ซ่อนๆ เช่นนี้ไปทุกวัน’
[1] ยามซวี คือเวลา 19.00-21.00 น.
เสี่ยวฝานดึงข้อมือของซ่งเหยาให้นางตามเขาไปด้านหลังเรือนใหญ่ “เสี่ยวเหยา เจ้าอย่ากลับเลย เรื่องแต่งงานนั่น ให้ข้าเป็นคนรับผิดชอบเถิด” “เจ้า! เจ้าพูดบ้าอันใด” ซ่งเหยาหน้าแดง นางเองก็แอบหวังให้เขาพูดคำนี้ออกมาเช่นกัน “ข้าจะแต่งกับเจ้าได้อย่างไร” “ทำไมกัน เจ้ายังมิได้หมั้นหมายนี่ แต่งกับข้าแทนจะเป็นไรไป” ซ่งเหยาหน้าง้ำหน้างอ นางอยากให้เขาพูดว่า เขาชอบนางมากกว่าจะมาบังคับแต่งงาน ช่วงที่นางได้รับบาดเจ็บเพราะตกลงไปในหลุมขวากดักสัตว์ เสี่ยวฝานคอยดูแลนางอย่างดี คนผู้นี้นับว่าเป็นบุรุษที่พึ่งพาได้ผู้หนึ่ง “ข้าพูดจริง ข้าชอบเจ้า หากว่าเจ้าจะแต่งงาน ให้เจ้าบ่าวเป็นข้าได้หรือไม่ ข้าอยู่กับคุณชายมานาน เงินเบี้ยหวัดเก็บเอาไว้ไม่น้อย สามารถให้สินสอดเจ้าได้ไม่น้อยหน้าผู้ใด ขอเพียงเจ้าพยักหน้าตกลง ข้าจะรีบไปเรียนคุณชาย” ซ่งเหยายิ้มน้อยๆ ก้มหน้ามองมือตนเองที่ถูกเสี่ยวฝานกุมเอาไว้ คำพูดว่าชอบเขาก็พูดออกมาอย่างชัดเจนแล้ว ดังนั้น นางจึงยินดี“ตกลง” นางตอบแผ่วเบา เสี่ยวฝานวิ่งไปที่รถม้า ฮัวชวินกับหรูหยู่เยียนนั่งรออยู่ได้สักพักแล้ว ครั้น
สองหนุ่มสาวที่หลับใหลอยู่บนเตียงงัวเงียตื่นขึ้นมาบนเตียงในหอสุราก็ต้องตกใจ ญาติผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายรุมล้อมเตียงอยู่จนแน่น “นี่มันอะไรกัน!” “ตื่นเสียทีนะ เจ้าลูกชั่ว! พวกเจ้าสองคนก็หมั้นหมายกันแล้ว ไม่จำเป็นต้องมานัดพบทำเรื่องไม่ดีในสถานที่เช่นนี้เลย เพียงพอพ่อดีๆ ให้พ่อเร่งรัดงานแต่งก็ได้แล้ว” รองแม่ทัพมู่เอ่ยด้วยความโกรธแค้น บิดาของซ่งชิงอีเดินเข้ามาใกล้เตียง “อีอี เหตุใดเจ้าจึงไม่คิดถึงหน้าพ่อบ้าง เจ้ากับมู่อันหมั้นหมายกันอยู่แล้ว อดใจรอสักหน่อยไม่ได้หรือไร ทำเช่นนี้ พ่อจะเอาหน้าไปไว้ที่ใด” ซ่งชิงอีถึงกับสะดุ้ง นางลุกขึ้นใช้ผ้าห่มปิดบังร่างกาย น่าอับอายนัก ต่อหน้าญาติพี่น้องทั้งสองฝ่าย ตัวนางเหลือเพียงเอี๊ยมแต่กางเกงขายาวใส่นอน “มู่อัน! เจ้าทำอันใดข้า” นางหันไปตวาดชายหนุ่มที่นั่งอยู่ข้างๆ “ข้าหรือ! ข้าต่างหากที่ต้องถามว่าเมื่อคืนเจ้าทำอันใดกับข้า พวกเราก็แค่ดื่มไม่กี่ขวดมิใช่หรือ” ซ่งฮูหยินแอบยกแขนเสื้อขึ้นปิดปากยิ้มขำ พอกลั้นได้ก็ลดมือลงแสร้งทำหน้าเคร่งขรึม“พอ! เลิกทะเลาะกันได้แล้ว! พวกเจ้าสองคนนัดหมายกันมาที่นี
ในงานวันนี้ พระราชโองการเชิดดูความดีงามของฮัวชวินก็มาถึง ลู่กงกงออกมาด้วยตนเอง“ท่านหมอฮัว ข้ายินดีกับท่านด้วย วันนี้เป็นงานมงคลจัดเพื่อให้ญาติๆ สกุลหรูได้รู้จักท่าน และอีกเจ็ดวัน ฝ่าบาทจะพระราชทานงานเลี้ยงขอบคุณท่านโดยเฉพาะด้วย”ญาติพี่น้องสกุลหรูได้ยินก็พากันตื่นเต้น นอกจากแม่ทัพใหญ่หรูแล้ว ไม่เคยมีผู้ใดได้รับพระราชทานงานเลี้ยง เกียรติยศของเขยอย่างฮัวชวินนับว่าไม่น้อยหน้าผู้เป็นหัวหน้าตระกูลอย่างหรูจื่อเหลียงลู่กงกงประกาศพระราชโองการเสร็จก็มอบป้ายเข้าวังหลวงให้กับเขา “ป้ายนี้มีเพียงขุนนางขั้นสามขึ้นไปที่ได้รับ ท่านคือคนพิเศษที่ฝ่าบาททรงพระราชทานให้ด้วยตนเองเป็นคนแรก”“ขอบพระทัย ฝ่าบาท” ฮัวชวินค้อมศีรษะรับอย่างนอบน้อมลู่กงกงสั่งให้ขบวนคนข้างนอกนำข้าวของพระราชทานออกมาวางเรียงรายอยู่ตรงหน้า ทรัพย์สินเงินทองพวกนั้นมากจนคนสกุลหรูพากันตื่นตะลึง“ท่านพ่อ นี่มันมากกว่าตอนที่ท่านพิชิตชนเผ่าเถื่อนได้เลยนะเจ้าคะ” หรูหยู่เยียนกระซิบ“อย่าลืมว่าฮัวชวินช่วยชีวิตฮ่องเต้ จะได้มากกว่าก็ย่อมไม่แปลก” แม่ทัพหรูยิ้มน้อยๆ ปลาบปลื้มในตัวเขยจับมา “ลูกพ่อ เจ้าจับเขยได้ดีนัก เป็นเกียรติแก่สกุลหรูเ
หรูหยู่เยียนที่ฝึกฝนฝีมืออยู่ในค่ายม้าแดงในแคว้นหมิงตลอดระยะเวลาที่บิดาของนางล้มเจ็บ บัดนี้ฝีมือของนางนับว่าเหนือชั้นกว่าเดิมมากขุนพลหนุ่มหันขวับไปหาหรูหยู่เยียน นางลอยตัวลงไปที่พื้นได้ก็รีบหยิบเอาดาบจากศพของทหารที่อยู่ใกล้ขึ้นมา แล้วพุ่งไปต่อเพื่อจะเอาชีวิตเซิ่งเทากาลก่อนนั้น เซิ่งเทาผู้นี้เป็นผู้ใช้กระบี่แทงนางถึงสองแผลในช่วงที่นางมิได้ระวังตัว จากนั้นทหารที่จงรักภกดีต่อนางก็ถูกคนของเซิ่งเทาฆ่าตายไปถึงยี่สิบคน แค้นนี้นางต้องชำระด้วยตนเองเซิ่งเทามัวแต่ตกใจที่บิดาสิ้นชีพกะทันหันมิได้ระวังด้านหลัง หรูหยู่เยียนแทงดาบเข้ามา เขาจึงหลบแทบไม่ทัน ปลายดาบถูกสีข้างเขาลึกลงไปราวหนึ่งชุ่น ขุนพลหนุ่มผละออกยกทวนของตนขึ้นต้านเอาไว้“บัดซบ! เจ้ากล้าฆ่าท่านพ่อของข้า” เซิ่งเทาร้องลั่น“ไม่ต้องห่วง ข้าจะเป็นคนส่งเจ้ากับแม่ทัพเซิ่งไปปรโลกเพื่อขอขมาทหารสกุลหรูที่ตายไปทั้งหมดเอง” หรูหยู่เยียนร้องลั่นขุนพลหญิงโจมตีอย่างรุนแรงจนเซิ่งเทาตั้งตัวไม่ติด กระบวนท่าที่สิบ หรูหยู่เยียนก็ใช้ดาบตวัดเอาดาบของศัตรูหล่นไปบนพื้นก่อนจะฟันร่างของเซิ่งเทาจนด้านหน้าเป็นแผลลึก ร่างหงายผลึงล้มตาตั้ง“แม่ทัพเซิ่งตายแล้ว! ขุ
ด้านนอกเมืองฝั่งประตูทิศใต้ กองทัพม้าเทพยังไม่รู้เหตุการณ์ในวังหลวง แม่ทัพเซิ่งกับบุตรชายยกทัพมาประจันอยู่หน้าประตูเมืองทิศใต้ ร้องเรียกให้คนข้างในเปิดประตู ยามนั้นพระราชโองการจากวังหลวงถูกส่งไปยังประตูเมืองทั้งสี่ทิศ ทหารรักษาเมืองทั้งหมดรู้แล้วว่าเสนาบดีเถาคิดก่อกบฏและบัดนี้ กองทัพม้าเทพที่ตั้งอยู่ภายนอกกำแพงเมืองนำโดยแม่ทัพเซิ่งก็คือทัพของกบฏ ต่อให้คนข้างนอกจะเรียกร้องให้เปิดประตูก็ไร้ผล ข่าวนี้แพร่กระจายไปอย่างรวดเร็ว แม่ทัพหรูที่ซ่อนตัวอยู่ในหมู่บ้านใกล้ที่ตั้งค่ายทหารทัพหลวงจึงพาทหารสกุลหรูที่มารวมตัวกันราวห้าพันคนไปแสดงตัวกับแม่ทัพโจวสองพี่น้อง “ดีจริง! มีท่านที่รู้กลศึกการจัดทัพของทัพม้าเทพมาช่วย ศึกนี้คงไม่กลัวฝ่ายนั้นจะได้เปรียบแล้ว”โจวม่อหานที่กำลังหนักใจเพราะทหารฝ่ายตนมีน้อยกว่ากองทัพจากแดนใต้ เห็นแม่ทัพหรูพาคนมาสมทบก็ดีใจมาก“แม่ทัพโจวอย่าเพิ่งเคร่งเครียด ทหารในกองทัพม้าเทพ ส่วนหนึ่งมิได้รู้เห็นเป็นใจกับเซิ่งเหยียนจง พวกเขาถูกปกปิดความจริง ข้าไม่ต้องการให้ทหารของแคว้นเราต้องมาล้มตายเพราะต่อสู้กันเอง เช่นนั้น เราก็เข้าไปในเมือง
เถาซื่อเหิงโกรธจนตัวสั่น หันไปหาผู้บัญชาการกองทหารพิทักษ์วังหลวง “เร็วสิ! รีบไปฆ่าอ๋องฉีเสีย ด้านนอกเรายังมีทัพม้าเทพคอยสนับสนุน ขอเพียงยึดวังหลวงได้ ต่อไปแผ่นดินนี้ก็ต้องเป็นของข้า” คนผู้นั้นเป็นญาติห่างๆ ของเสนาบดีเถา ไต่เต้าจนได้ดีเพราะได้เถาซื่อเหิงคอยผลักดัน เขาได้รับคำมั่นว่าหากเถาซื่อเหิงกลายเป็นฮ่องเต้ จะให้เขาเป็นแม่ทัพใหญ่ดูแลทัพหลวง “เจ้าคิดจะฆ่าข้าหรือพวกกบฏ! นี่คือพระราชโองการของฮ่องเต้ ทรงสั่งให้ข้ามาจัดการกับเสนาบดีเถา ผู้ใดขัดขวางฆ่าทิ้ง แต่ผู้ใดวางอาวุธจะละเว้นโทษตาย” ทหารในวังหลวงได้ยินคำว่าพระราชโองการก็พากันเลิ่กลั่ก ที่พวกเขาทำตามคำสั่งของหัวหน้าก็เพราะไม่รู้ ครั้นอ๋องฉีผู้เป็นพระญาติของฮ่องเต้ประกาศว่าเสนาบดีเถาคิดก่อกบฏ คนส่วนหนึ่งจึงพากันลังเล อึดใจหนึ่ง คนที่ยืนอยู่รายล้อมเสนาบดีเถาก็พากันยอมวางอาวุธและขยับไปอยู่ฝั่งอ๋องฉี “พวกเจ้า! คนทรยศ! แค่นี้ก็ปอดแหกเสียแล้ว” เถาซื่อเหิงโมโหยิ่งนักร้องตะโกนขึ้นด้วยเสียงอันดัง “ผู้ใดช่วยข้าฆ่าอ๋องฉีได้ ข้าจะมอบสองหมื่นตำลึงให้เป็นรางวัล” ฝ่ายที่เลือกจะ
ฮัวชวินเดินนำหน้าหรูหยู่เยียนเข้าไปสำรวจห้องในเรือนท้ายค่ายด้วยความพอใจ เขาหยุดยืนอยู่กลางห้องนอนที่อยู่ด้านในสุดของเรือน มองไปยังเตียงไม้ขนาดใหญ่ ก่อนจะหันมายิ้มน้อยๆ ให้กับหรูหยู่เยียนแล้วเดินไปเขย่าเสาเตียงจนมีเสียงเอี๊ยดอ๊าดพร้อมกับส่งสายตามีเลศนัยไปยังหญิงสาว “คนลามก!” ขุนพลห
“คน!” หญิงสาวขมวดคิ้ว ในใจนางไพล่คิดไปว่าเขา คิดจะกำลังคน เรื่องฆ่าฟันสำหรับนางนั้นถือเป็นเรื่องธรรมดา ทว่านางมิเคยฆ่าผู้บริสุทธิ์ที่ไม่ได้ทำร้ายตนเองก่อน หากว่าเขาคิดจะให้นางไปแก้แค้นแทนเล่า จะทำเช่นไร “ว่ามาเถิด เจ้าต้องการให้ข้าไปกำจัดผู้ใด” ชายหนุ่มส่ายหน้า “ข้าไม่ได้ให้ท่านไป
เมื่อสวมเสื้อผ้าให้กับผู้ป่วยเสร็จเรียบร้อย ฮัวชวินก็ให้บ่าวรับใช้ผู้นั้นออกไปเชิญหรูหยู่เยียนเข้ามาในห้องได้ ‘ลูกก็ถูกพิษ พ่อก็ถูกพิษ เห็นทีสองพ่อลูกคงมิใช่โจรป่าธรรมดาเสียแล้ว ทั้งสองอย่างล้วนมิใช่พิษที่คนทั่วไปจะมีใช้ ล้วนเป็นพิษราคาแพง เห็นทีคงจะเป็นทหารจากแคว้นเว่ยที่มาตั้งค่
“ข้ากินข้าวแล้ว จะอาบน้ำต่อ เจ้าให้คนเตรียมน้ำอาบให้ข้าที” ท่านหมอหนุ่มเอ่ยด้วยท่าทีสบายๆ ราวกับอยู่ในเรือนตน เสี่ยวไป๋ค้อมศีรษะรับคำ ในใจก็นึกชื่นชมท่านหมอผู้นี้ที่มิได้หวาดกลัวการตกมาอยู่ในค่ายแห่งนี้เลยสักนิด บ่าวรับใช้ออกจากเรือนรับรองสำหรับแขกพิเศษไปสั่งให้บ่าวทำงานหนักทำการต







