로그인เพราะปีศาจแห่งกามาฝากเชื้อร้ายในกายเธอ เธอจึงจึงกลายเป็นนักล่าผู้ขึ้นสู่จุดสูงสุดแห่งห่วงโซ่สวาท
더 보기“อ๊ะ อ๊ายยย...”เธอร้องลั่น สั่นเกร็งไปทั้งตัว เจลหล่อลื่นทำให้สัมผัสในช่องทางที่ไม่ควรนั้นลื่นไหลมากกว่าที่เป็น และทางกีตาร์เองก็ยิ่งกระแทกเข้าออกถี่รัวอยู่เช่นนั้น มันทำให้เวลานี้มินตราราวกับรู้สึกว่าแท่งเนื้อของทั้งสองคนกำลังเสียดสีบดเบียดกันอยู่ในร่างกายของเธอโดยพร้อมเพียง“อ๊ะ อ๊า อ๊า จะ จุก..อื๊อออ...ซี้ดดด”มินตราพยายามดีดดิ้น แต่เมื่อกีตาร์ที่รู้แล้วว่าอีกฝ่ายกำลังทำอะไร เขาจึงกอดร่างกายของเธอให้แนบชิดเอาไว้เช่นเดิม แล้วปล่อยให้พี่ชายได้ทะลวงเข้าไปในรูเสียวข้างเคียงอย่างเต็มที่ สองกายตอกกระแทกร่างกายของมินตราอย่างต่อเนื่อง เสียงครางดังสอดประสานกันเป็นหนึ่งเดียว มินตราในอ้อมกอดกีตาร์ตัวสั่นระริก เธอเม้มปากแน่นระคนกับส่งเสียงครางออกมาเรื่อย ๆหญิงสาวทั้งเสียว แล้วก็ทั้งจุก วินาทีนี้รู้สึกเหมือนช่องทางทั้งสองราวกับจะฉีกขาดออกเพราะแรงกระแทกอันมหาศาล สองมือเธอกำแน่น ซุกหน้าลงกับแผงอกแกร่งของแฝดน้องยิ่งกว่าเดิม ดวงตาเคลิบเคลิ้มเหลือกลอย น้ำตาระคนน้ำลายไหลเยิ้มเพราะไม่สามารถจัดการกับความรู้สึกอันแปลกใหม่ในยามนี้ได้ยิ่งเธอขมิบเกร็ง ไม่ว่าช่องทางไหนก็ยิ่งตอดรัดลำกายที่สอดใส่เข้ามาทั้ง
“พี่จ๋า...มาเลยค่ะ อยากทำอะไรกับมินก็ทำได้เลยนะคะ”คีตะส่ายหน้า “ไม่เอาสิมิน...เรียกพี่สองคนว่าผัวได้แล้ว เพราะหลังจากนี้เราทั้งคู่จะเป็นผัวที่ดีที่สุดให้มินเอง”ไม่พูดเปล่า คีตะจัดการแทรกร่างกายเข้าไปที่ระหว่างเรียวขาของเธอพร้อมกับจับดุ้นอันแข็งขืนจนเจ็บหนึบไปทั้งลำสอดใส่เข้าไปในร่างกายของเธอทันทีสวบ!!!“อ๊างงงงงง”เสียงร้องครางดังลั่นขึ้นมา วินาทีที่สองคนสอดประสานเป็นหนึ่งเดียวกัน ร่างกายของมินตราตอบรับพี่ชายด้วยการตอดรัดอย่างแนบแน่น ส่วนสวาทดันลึกเข้ามาจนสุดโคน จนร่างกายอันบอบบางแอ่นขึ้นเหนือพื้น ตอบสนองกับความสุขสมโดยที่ไม่จำเป็นต้องมีคำพูดใด ๆ เอ่ยขึ้นมา“ซี้ดดด...แน่นกว่าทุกทีเลยนะเมียจ๋า อา...” มือสอดจับกระชับที่เอวบางเอาไว้แล้วกระชากร่างกายของเธอเข้าใส่พร้อมกับตอกสะโพกกระแทกย้ำเข้าจนสุดความยาว“อ๊ะ อ๊า...พะ พี่...อ๊ะ ผะ ผัว ผัวขา...ซี้ดดด” มินตราหลับตาแน่น ลูบไล้หน้าท้องของอีกฝ่ายไม่เป็นจังหวะ มือสั่นระริกกรีดกราย “ระ แรง ๆ เลยค่ะ แรง ๆ เลย อ๊ะ อ๊า อ๊า..ยะ อยากได้ แรง ๆ อื๊อออ...”สีหน้าของมินตราแดงเรื่อ อาจจะทั้งเมาด้วยทั้งเสียวระคนกันไป คีตะมองเธอด้วยความลุ่มหลง แล้วขยับสะโ
มินตราเพิ่งรู้เมื่อประโยคสุดท้ายของพี่ชายสิ้นสุดลงภายนอกที่เป็นกำแพงหนา หากภายในกลับบอบบางราวกับหยดน้ำหนึ่งหยดที่อ่อนไหวและไร้รูปลักษณ์ ที่ผ่านมาเธอคิดมาเสมอว่าเธอแข็งแกร่ง แต่ความจริงแล้วจุดอ่อนของเธอที่เกิดขึ้นในวินาทีนี้อย่างชัดเจนก็คือ ความเข้าใจเธอแค่...อยากได้รับความเข้าใจจากใครสักคนในเรื่องที่ไม่อาจจะบอกใครได้มินตราทิ้งตัวนั่งที่ปลายเตียง ยกมือปิดหน้าร้องไห้อยู่ครู่หนึ่ง สองแฝดไม่แม้แต่จะห้าม เขายืนมองเธอไม่ห่างกระทั่งเสียงสะอื้นไห้ของหญิงสาวหยุดลงไปแล้วเงยหน้าขึ้นสบตากัน“มิน...เคยโดนข่มขืน”ความรู้สึกมากมายของเธอพรั่งพรูออกมาพร้อมกับทำนบน้ำตาที่พังทลายอีกหน มินตราไม่รู้ว่าสองแฝดตรงหน้าอยากจะฟังเรื่องราวของเธอหรือเปล่า แต่เธออยากที่จะเล่า อยากที่จะปลดปล่อยมันออกไป แม้การกล่าวถึงจะเป็นการนำพาให้ย้อนกลับไปในช่วงเวลาดั่งขุมนรกนั้นอีกครั้งหนึ่งไม่มีการสอดแทรก สองพี่น้องนั่งฟังเธอจนถึงวินาทีสุดท้ายที่เรื่องราวแห่งความอัปยศซึ่งฝังรากลึกในร่างกายของเธอถูกเล่าออกจนหมดลง สัมผัสได้ถึงความเจ็บปวดของมินตราที่พยายามจะกระชากเอารากแห่งความทรงจำนั้นให้หลุดพ้นไปจากตัวเธอ“ยังอยากจะเรียนรู้
ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วจนไม่มีจังหวะได้ตั้งเนื้อตั้งตัว ในเสี้ยววินาทีที่เธอเห็นพี่ชายทั้งสองตรงหน้า วินมอเตอร์ไซค์คนนั้นก็กำลังคว้ากระชากร่างกายของเธอไปหมายที่จะจัดการทุกอย่างให้เสร็จสรรพอีกครั้ง แต่เพราะว่าเขาไม่รู้จักพี่ชายฝาแฝดของเธอ นั่นจึงทำให้ทั้งคีตะและกีตาร์จัดการกระหน่ำทั้งหมัดเท้าเข่าศอกใส่เสียจนต้องวิ่งหนีไป สุดท้ายแล้ว มินตราก็ถูกพาขึ้นมาบนห้อง พร้อมกับผู้สืบสวนทั้งสองคนที่อยู่ตรงหน้า“มีอะไรที่เราสองคนไม่รู้อีกไหม” คีตะจับจ้อง สีหน้าเรียบเฉย ต่างจากคนที่เคยรู้จัก“ทำไมมันถึงกลายเป็นแบบนั้น” แฝดน้องสำทับมินตราที่นั่งอยู่ตรงหน้าคู่แฝดสีหน้าไม่สู้ดีนัก เธอทั้งอยากจะขอบคุณ แต่ก็ไม่ได้รู้สึกชื่นชอบในการที่ต้องถูกเค้นเพื่อตอบคำถามอะไรแบบนี้ เธอไม่ใช่ผู้ที่ต้องอธิบายตัวเองกับใครทั้งนั้น“มันเป็นเรื่องปกติ แล้วก็ไม่ต้องถามอีก มินไม่ได้ขอให้พี่ช่วยแบบนั้น เกิดโดนตำรวจลากคอขึ้นมารับผิดชอบกันเองนะ” มินตรากอดอก สีหน้าหงุดหงิด “แล้วก็ มินว่ามินไม่ได้มีหน้าที่จะตอบอะไร นี่มันชีวิตของมิน...ก็แค่นั่นแหละ”“แล้วเรื่องที่เกิดขึ้นระหว่างเราล่ะ” คีตะย้อนถาม “มันก็แค่ส่วนหนึ่งของชีวิตมินหรือเป