Mag-log inน้ำเสียงอันเคร่งเครียดของพ่อเลี้ยงรณชัย ทำให้ปลายสายต้องรีบตอบรับละล่ำละลัก พ่อเลี้ยงรณชัยเองก็ไม่สามารถทนอยู่ได้เช่นกัน
เขาพยายามโทร.ติดต่อเบอร์ของลูกชายที่มีอยู่ แทบจะขว้างมือถือทิ้งเมื่อไม่สามารถติดต่อได้
หัวใจของเขากำลังเดือดดาลอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ระหว่างลูกชายสายเลือดแท้ ๆ กับวาวไหมที่บัดนี้เป็นอันแน่ใจได้ว่า หล่อนสามารถกุมหัวใจของเขาเอาไว้ได้ มันไม่สามารถบอกได้ว่าจะเลือกเอาใคร
ต่างก็เป็นที่รัก เพียงแต่ในสถานะที่แตกต่างกันเท่านั้น
ทางด้านของวาวไหม...
ตั้งแต่ไม่มีทางเลี่ยง จำเป็นต้องมาพร้อมกับทรงฤทธิ์และพ่อเลี้ยงเชิด หล่อนก็รู้ดีว่า โอกาสในการหนีรอดแทบเป็นไปไม่ได้
พวกเขาค่อนข้างฉลาด
หล่อนคงเกมก็คราวนี้ นึกถึงคำพูดของพ่อเลี้ยงรณชัยที่เพิ่งพูดกับหล่อนเมื่อเช้า หัวใจก็ยิ่งหวั่นไหวขึ้นมาอีกครั้ง
ที่นี่น่าจะเป็นเซฟเฮาส์สักแห่งของพ่อเลี้ยงเชิด เพราะสังเกตเห็นคนในบริเวณนั้นแสดงท่าทางยำเกรงเมื่อเห็นพ่อเลี้ยงเชิด
ลักษณะเป็นบ้านเดี่ยวสองชั้น มีรั้วรอบขอบชิด อยู่ห่างจากตัวเมืองเกือบ 10 กิโลเมตร
“พ่อเลี้ยงคะ” หล่อนถาม หลังถูกพาเข้ามาในห้องโถงนั่งเล่นของบ้าน “พาหนูมาที่นี่ทำไมคะ ไหนบอกว่าคุณพ่ออยู่ที่นี่คะ”
“สักพักคงตามมา”
พ่อเลี้ยงเชิดตอบเสียงเรียบ
ส่วนทรงฤทธิ์ดูเหมือนหลบสายตาหล่อน ท่าทางมีพิรุธตั้งแต่แรก วาวไหมตั้งใจว่าจะไม่แตะเครื่องดื่มหรือของว่างใด ๆ
“คุณอา ผมขอตัวก่อนนะครับ” ทรงฤทธิ์เอ่ยแล้วรีบผละออกจากห้อง ปล่อยให้วาวไหมเผชิญหน้ากับพ่อเลี้ยงเชิดตามลำพัง
พ่อเลี้ยงเชิดเจ้าชู้ยักษ์ทันที
“หนูพลาดแล้วละที่มานี่”
“หมายความว่าไงคะพ่อเลี้ยง”
“ไม่รู้สิ พลาดก็คือพลาด เพราะนี่มันคือห้องเชือด”
พ่อเลี้ยงเชิดตอบ น้ำเสียงอาจจะปกติ แต่ก็ทำให้วาวไหมทำท่าจะขยับลุก พลันนั้น หล่อนก็ถูกพ่อเลี้ยงฉุดมือให้นั่งลงเหมือนเดิม
“พ่อเลี้ยงคะ คิดจะทำอะไรกันแน่คะเนี่ย”
วาวไหมพยายามตั้งสติ หล่อนรู้ดีว่าการใช้กำลังเพื่อต่อต้านพ่อเลี้ยงเชิดคงเป็นไปได้ยาก มีเพียงอย่างเดียว ใช้มารยาที่มีอยู่เพื่อหาทางเอาตัวรอดให้ได้ก่อนเท่านั้น
ลึก ๆ แล้วพ่อเลี้ยงเชิดคงมีความเป็นผู้ใหญ่เหมือนกับพ่อเลี้ยงรณชัยนั่นแหละ ถ้าหาก...เขาไม่ได้มีนิสัยเลวร้ายจนเกินไป
“อย่าค่ะพ่อเลี้ยง!”
หล่อนหลุดปากปรามเสียงรัว ขณะพี่พ่อเลี้ยงเชิดโอบกอดดื้อ ๆ
“ทรงฤทธิ์บอกว่าเธอมันร่าน เพราะงั้นฉันก็อยากจะลองดูเหมือนกัน”
“มันไม่ใช่แบบนี้นะคะ”
“แล้วแบบไหน”
“หนูต้องพร้อมกว่านี้”
“ไม่จริงหรอก ฉันว่าเธอต้องการความตื่นเต้น เธอชอบนักไม่ใช่เหรอผู้ชายรุ่นราวคราวพ่อน่ะ ฉันก็รุ่นเดียวกับรณชัย เพราะงั้น...”
“ว้าย!”
เสียงของวาวไหมที่ดังเล็ดลอดออกมานอกห้องโถงนั้น ทำให้ทรงฤทธิ์รู้สึกสับสนวุ่นวาย เริ่มไม่แน่ใจแล้วว่าการกระทำของตัวเองจะเป็นเรื่องดี มันไม่ใช่วิธีการแก้ปัญหาสักนิดเดียว เขาขอร้องให้พ่อเลี้ยงเชิดช่วยเหลือ ด้วยอารมณ์ที่ว่าต้องการจะแก้แค้นวาวไหม... แค้นอะไร? วินาทีนี้ทรงฤทธิ์ก็ให้คำตอบกับตัวเองไม่ได้เหมือนกัน
ความคับแค้นใจกับการถูกหล่อนปฏิเสธหรือ ก็มีส่วนเป็นไปได้ เพราะตลอดชีวิตของทรงฤทธิ์ยังไม่เคยมีผู้หญิงคนไหนปฏิเสธเขา
หรือคับแค้นใจที่ถูกบิดาตำหนิ และในตอนแรกถึงขั้นถูกตบต่อหน้าหล่อน เพื่อแสดงอาการปกป้องหล่อน ใช่! เหตุการณ์คราวนั้นทำให้เขาโกรธแค้นหล่อนอย่างที่สุด เมื่อนึกถึงคราวใด ก็อยากจะหาวิธีการจัดการหล่อนไปให้พ้น
แต่ตอนนี้เริ่มไม่แน่ใจ
เสียงร้องขอความช่วยเหลือของหล่อนทำให้เขาไม่แน่ใจจริง ๆ
ถ้าเกิดอะไรขึ้นกับหญิงสาวจริง ๆ เขาจะกลับไปสู้หน้าพ่อได้อย่างไร ปัญหาระหว่างเขากับพ่อคงไม่มีวันแก้ไขให้ดีขึ้นได้เลย
“อย่าค่ะพ่อเลี้ยงได้โปรด!”
เสียงร้องของวาวไหมทำให้ชายหนุ่มทุรนทุราย ในที่สุด เขาทำท่าจะกลับเข้าไปในห้อง ทว่า...ชายร่างใหญ่ที่มายืนขวางทางอยู่นั้น ทำให้เขารู้ทันทีว่า ปัญหาที่เขามีส่วนร่วมในการก่อให้เกิดขึ้น กำลังจะกลายเป็นปัญหาใหญ่กว่าเดิม และไม่มีทางแก้ไขได้
“หลีกไป!”
“ไม่ได้ครับคุณทรงฤทธิ์”
“ทำไม”
“พ่อเลี้ยงสั่งห้าม จนกว่า...ทุกอย่างจะเรียบร้อย”
น้ำเสียงของอีกฝ่ายฟังดูราบเรียบก็จริง ทว่าเด็ดขาด
ทรงฤทธิ์ฮึดฮัด “หลีกทาง ไม่งั้นแกเจอดีแน่!”
“ก็ลองดูสิครับ”
“ให้ตายสิ แกคิดจะทำอะไรเนี่ย”
นาทีนั้นเอง ทรงฤทธิ์ก็ถูกชายอีกคนเข้ามาช่วยประกบ และหิ้วปีกออกไป
ภายในห้องโถง...
ร่างของพ่อเลี้ยงเชิดโถมเข้าทาบทับร่างของวาวไหม ร่างเล็ก ๆ ของหล่อนถูกร่างสูงใหญ่ของพ่อเลี้ยงเชิดทาบอยู่เหนือ แผ่นหลังจมไปกับความนุ่มของโซฟาตัวยาว
หญิงสาวขึงริมฝีปาก คับแค้นใจสุด ๆ
“เธอนี่ตัวหอมเป็นบ้าเลยวาวไหม”
พ่อเลี้ยงเชิดรวบข้อมือของวาวไหมเอาไว้ พยายามจะไซ้เข้าหาซอกคอระหง
กลิ่นหอมกระตุ้นอารมณ์ ความพึงพอใจและหื่นกระหายที่มีต่อหล่อนตั้งแต่เจอกันที่บ้านของพ่อเลี้ยงรณชัยยังคงมีอยู่เหลือเฟือ
ตอนนี้ของจริง
เนื้อนุ่ม ๆ ของหล่อนถูกเขาทาบทับ
“ฉันอยากจะรู้ว่าลีลาของฉันจะเด็ดเท่าไอ้รณชัยหรือเปล่า เธอต้องพิสูจน์”
“เลว!”
“ฮ่ะ ๆ เธอไม่ชอบเหรอ”
พ่อเลี้ยงเชิดย่ามใจตัวเองเกินไป ยิ่งเมื่อเห็นว่าหญิงสาวหยุดการดิ้นรน เขาก็ยิ่งรู้สึกลำพองและเชื่อโดยปริยายว่าลีลาของตัวเองไม่เป็นรองเพื่อนอย่างพ่อเลี้ยงรณชัย อาจเหนือกว่าเสียด้วยซ้ำ ถ้าหากผู้หญิงอย่างวาวไหมจะชอบการมีอะไรกับหนุ่มใหญ่จริง ๆ
ความคิดของพ่อเลี้ยงเชิดก็เหมือนผู้ชายกักขฬะทั่วไป เขาอาจจะเคยข่มเหงผู้หญิง และรู้สึกว่าตัวเองเหนือกว่า ด้วยอำนาจความเป็นชายหรืออำนาจเงิน
“พ่อเลี้ยงคิดว่าการทำแบบนี้จะทำให้หนูประทับใจได้เหรอคะ”
ลองรักพ่อผัว ตอนที่ 2“คุณหนู อย่าทิ้งพวกเราไปนะครับ...นะคะ...”คนงานในโรงงานเล็ก ๆ ซึ่งเป็นที่พึ่งสุดท้ายของครอบครัวสิทธิรังสรรค์ ต่างพากันมารอพบพราวเดือน เพื่อขอร้องเธอแต่ละคนพร้อมจะต่อสู้เคียงข้างไปกับเธอ พวกเขาเรียกพราวเดือนว่าคุณหนู ตั้งแต่แรก ๆ ทั้ง ๆ ที่พราวเดือนมีฐานะเป็นแค่สะใภ้เล็กของบ้านเท่านั้นอาจเป็นเพราะ เธอไม่ค่อยถือเนื้อถือตัว เป็นกันเองกับพวกเขาตั้งแต่แรก เธอจึงได้รับความเมตตาจากคนเก่าคนแก่ทุกคน“หนูสัญญาค่ะ”พราวเดือนเอ่ยอย่างมั่นใจ เธอตัดสินใจแล้วไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม จะอยู่ต่อไปเพื่อช่วยให้เสี่ยเวทินสามารถพลิกฟื้นกิจการทั้งหมดให้กลับคืนมาอีกครั้งมันอาจไม่ใช่เรื่องง่ายนัก แต่ก็ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้ ในเมื่อ...เสี่ยเวทินมีพื้นฐานดีมาก เขาเป็นนักธุรกิจที่ตรงไปตรงมา คำไหนคำนั้นหนี้สินที่มีอยู่อาจจะมหาศาลก็จริง แต่ยังมีโอกาส และจะว่าไปแล้วช่วงเวลานี้คือการพิสูจน์ตัวเองอีกครั้งก็ว่าได้ยังมีโรงงานเล็ก ๆ ยังมีคนงานที่พร้อมจะร่วมหัวจมท้ายไม่เห็นจะต้องกลัวอะไรอีกแล้ว“ถ้าพ่อไม่ได้หนู ป่านนี้ไม่รู้จะเป็นไงบ้าง”เสี่ยเวทินเอ่ยกับพราวเดือน ขณะที่เธอมาช่วยทำกายภาพบำบัด ทุกอย่
ลองรักพ่อผัว ตอนที่ 1บ้าน สิทธิรังสรรค์ ในวันที่ประมุขของบ้านล้มป่วยลง ก็ดูเหมือนกับว่าเข้าสู่โหมดแห่งความระส่ำระสายไปหมดสะใภ้ใหญ่ สะใภ้รอง และสะใภ้เล็ก รับรู้ถึงปัญหาความยุ่งยากของตัวเองธุรกิจของตระกูลส่อเค้ามีปัญหามานาน บวกกับความสัมพันธ์ระหว่างพี่น้องที่ระหองระแหงมาตลอด เพราะความเห็นแก่ตัวเห็นแก่ได้อำนาจของคนเป็นพ่อ ผู้ก่อตั้ง และพยายามยื้ออย่างที่สุดเพื่อจะให้ธุรกิจอยู่ให้ได้ เริ่มจะหมดหวัง เมื่อแบ็งก์ไม่ยอมปล่อยเงินกู้เพิ่มสินทรัพย์ถูกถ่ายเทออกไปสู่กระเป๋าของลูก ๆ แต่ละคนโดยเฉพาะพี่ใหญ่กับพี่รองน้องเล็กดูเหมือนจะได้รับเพียง...มูลค่าหนี้บ้านหลังใหญ่ที่ยังติดจำนองธนาคารอยู่ ธุรกิจที่กำลังจะเจ๊งและหมายรวมถึง...เสี่ย เวทิน ประมุขแห่ง สิทธิรังสรรค์ ผู้เป็นพ่อด้วยในที่สุด ความเลวร้ายทั้งหลายทั้งปวงก็ประเดประดังเข้ามาวาทิต ลูกชายคนเล็กดื่มทุกวัน พราวเดือนผู้เป็นภรรยาในฐานะสะใภ้เล็กมองเห็นความชอกช้ำ อ่อนแอในดวงตาของเขาก็เข้าใจเขาต่างจากเธออยู่มากมายปัญหาที่เขาเจอ แม้จะเรียกว่าหนักหนาสาหัส แต่ไม่เทียบกับชีวิตของหล่อนหรอกหล่อนเจอมาหนักกว่าเขามากมันไม่ใช่แค่การเสียศักดิ์ศรี แ
ตอนพิเศษการทำกายภาพบำบัดยังต้องดำเนินต่อไป ใจร้อนไม่ได้ ยังดีที่ว่าวาวไหมให้ความร่วมมือดี หล่อนค่อนข้างกระตือรือร้น และยังมีความหวังว่าจะกลับมาเป็นปกติโดยเร็วที่สุดหนึ่งเดือน สองเดือน สามเดือน สี่เดือน...พ่อเลี้ยงรณชัยเข็นวาวไหมบนรถเข็นวีลแชร์ ท่าทางของเขาดูเหมือนจะพึงพอใจกับการได้ทำแบบนี้ ถึงแม้ว่าจะมีการทำกายภาพบำบัด แต่เขาค่อนข้างทะนุถนอมหล่อน ไม่ต้องการให้หล่อนเดินมากเกินไปการเข็นหล่อนออกมารับกับอากาศบริสุทธิ์ข้างนอก มักเป็นภาพที่เกิดขึ้นเป็นประจำเสมอ“คุณพ่อจะให้หนูกลับไปเรียนต่อหรือเปล่าคะ”“ใช่ แต่ไม่ใช่ที่เมืองไทย”“ที่ไหนคะ”“เมืองนอก ที่ไหนก็ได้” พ่อเลี้ยงรณชัยตอบน้ำเสียงจริงจัง “พ่อเป็นห่วงหนู”“พ่อไม่หึงหนูเหรอคะ เผื่อหนูไปเจอต่างชาติตาน้ำข้าว”“ไม่หึงหรอก แต่พ่อจะตามไปแล่เนื้อเถือหนังมันคนไหนที่คิดอะไรกับหนูเกินเลย”“โห”“พ่อพูดเล่น เรื่องแบบนี้พ่อไว้ใจหนูนะ มันไม่มีเหตุผลอะไรที่จะต้องไปตามหึงหวง พ่อแค่เป็นห่วงเท่านั้นเอง”“หนูไม่อยากไปไหนไกลหรอกค่ะ ขออยู่กับคุณพ่อ ไม่ได้อยากเรียนต่อด้วย ถ้าอยากให้หนูเรียน ออนไลน์ก็ยังได้นี่คะ ไม่เสียหายอะไร”“ก็ดีนะ”“แสดงว่าจริง ๆ แ
รัชสิทธิ์มองเห็นอยู่แล้วว่าพ่อเลี้ยงรณชัยถึงที่หมาย เขาสั่งผ่านมือถือให้พ่อเลี้ยงหย่อนถุงเงินลงในถังขยะ แล้วให้หมุนร่างกลับได้เสียงของพ่อเลี้ยงรณชัยถามรัวมาตามมือถือ“วาวไหมล่ะ”“ผมต้องได้เงินก่อน คุณจะได้เจอเธอทันที”“โอเค ผมจะกลับไปที่รถแล้วนะ”“ครับ คุณเดินกลับได้เลย”รัชสิทธิ์คอยสังเกตจนกระทั่งมองเห็นว่าพ่อเลี้ยงรณชัยเดินออกห่างจากถังขยะได้สักประมาณร้อยเมตร เขายังสังเกตอีกว่ามีใครผิดสังเกตอยู่ใกล้เคียงหรือเปล่า เมื่อไม่มีก็รีบกลับไปที่รถแต่แล้ว รัชสิทธิ์ก็เบิกตากว้าง เพราะภายในรถไม่มีร่างของวาวไหมอยู่ข้างในอีกแล้ว หล่อนหายไปหายไปไหน?!รัชสิทธิ์ไม่มีเวลาอีกแล้ว รีบขึ้นรถ สตาร์ทเครื่อง บังคับรถพุ่งไปข้างหน้าเพื่อไปให้ถึงถังขยะอันเป็นจุดหมายสำคัญที่สุดของเขาถ้าได้เงินแล้ว อะไรหลังจากนั้นก็ไม่จำเป็นต้องใส่ใจอีกรัชสิทธิ์ยังไม่ถึงจุดหมาย ภาพที่เขามองเห็นก็คือร่างของวาวไหมกำลังวิ่งข้ามถนนเข้าไปหาพ่อเลี้ยงรณชัย“นังนี่จะทำอะไรวะเนี่ย”รัชสิทธิ์คำรามออกมาอย่างหัวเสียหลังจากนั้น ภาพที่เขาเห็นก็คือ พ่อเลี้ยงรณชัยกำลังวิ่งย้อนกลับไปยังถังขยะ ในขณะที่เขาจะต้องยูเทิร์นรถ เสียเวลามากกว่าถึ
พ่อเลี้ยงรณชัยขับรถออกมาจากมหาวิทยาลัย อารมณ์เคร่งเครียด ความจริงในวัยหนุ่มของเขาก็ถือว่าเอาเรื่องเหมือนกัน อารมณ์แบบนั้นถ่ายทอดถึงทรงฤทธิ์ผู้เป็นลูกชายเอาไว้ไม่น้อย เพียงแต่พ่อเลี้ยงรณชัยมีความแตกต่างกว่าตรงที่สามารถควบคุมอารมณ์ของตัวเองให้อยู่ในขอบเขตได้ ถ้าไม่อย่างนั้น เขาก็คงกลายเป็นบุคคลที่ล้มเหลวในชีวิตไปเรียบร้อยแล้วครั้งนี้ กับผู้หญิงที่เขารัก เขาจะปล่อยผ่านไปได้ง่าย ๆ ได้ยังไง ถึงแม้ว่าอารมณ์ขณะนี้จะเต็มไปด้วยความโกรธแค้นรุนแรงแค่ไหนก็ตาม เขาก็ต้องระวังเงินที่ถูกเรียกมาอาจจะถือว่ามากทีเดียว แต่ต่อให้มากกว่านั้นเขาก็พร้อมจะสูญเสียเพื่อหล่อนถึงจะเป็นการเสียเหลี่ยมของการเป็นพ่อเลี้ยงอยู่ไม่น้อยก็ไม่เป็นไร ปัญหาของเขาตอนนี้ก็มีเพียงแค่จะรวบรวมเงินจำนวน 5 ล้านจากที่ไหนภายในเวลาอันจำกัดแต่ความกว้างขวางของเขาก็มีมากพอพ่อเลี้ยงรณชัยรวบรวมสติ โทรหยิบยืมเพื่อนฝูง 3 คน แล้วเงินจำนวนนั้นก็อยู่ในมือของเขาภายในกำหนดเวลา 3 ชั่วโมงตามที่คนร้ายให้เวลาเอาไว้รถของพ่อเลี้ยงรณชัยจอดกึกริมบาทวิถีของเมือง เฝ้ารอโทรศัพท์ที่จะติดต่อกลับมาการรอคอยเป็นอะไรที่ทรมานหัวใจของพ่อเลี้ยงรณชัยในเวลานี้อ
วาวไหมก้าวเข้ามาในห้องพักของรีสอร์ต ใจไม่ได้นึกสงสัยอะไรแม้แต่นิดเดียว เพราะถึงยังไง พี่ชายก็คือพี่ชายสำหรับหล่อนอยู่วันยังค่ำ ไม่มีเป็นอย่างอื่น ต่อให้เขาเป็นพี่ชายที่ไม่เคยดูดำดูดีอะไรหล่อนมาแต่ไหนแต่ไรก็ตามความคิดอันบริสุทธิ์ของวาวไหมกลับผิดมหันต์ เมื่อพบว่าภายในห้องพักของรีสอร์ต ไม่เจอใครเลย ไม่มีร่างของแม่ที่พี่ชายบอกว่าแม่มารอพบหล่อนหันหน้ามาเผชิญกับรัชสิทธิ์“นี่หมายความว่าไงคะพี่ชาย”น้ำเสียงของหล่อนสั่นเครือ ยอมรับว่าทั้งโกรธ ทั้งเริ่มรู้สึกหวาดหวั่นอันตราย หล่อนเคยเจอเหตุการณ์ในลักษณะแบบนี้มาแล้ว เพียงแต่ไม่คิดไม่ฝันว่าจะกลับมาเกิดอีกครั้งโดยคนในครอบครัวหล่อนพยายามทำใจดีสู้เสือ แต่ก็นั่นแหละ ความกลัวมีอำนาจคุกคามจิตใจของหล่อนมากกว่า“ก็ไม่มีอะไรมากนักหรอก ได้ข่าวว่ามีผัวรวยก็เลย...”“อะไรกันคะพี่ชาย”“ใจเย็นดิ”“จะให้หนูใจเย็นได้ไงคะ นี่มันไม่ใช่เรื่องเล็ก ๆ นะคะ ถ้าหนูหายไป สามีของหนูจะต้องเดือดร้อนแน่”“ก็อยากให้เดือดร้อนนั่นแหละน่า ถึงบอกให้ใจเย็น”“พี่กำลังคิดจะทำอะไรกันแน่”“แค่อยากขอเงินใช้นิดหน่อย”“เงินอะไรอีกคะ หนูส่งเสียให้แม่ ช่วยใช้หนี้สินที่พี่เป็นคนก่อ แล้วย







