LOGINลองรักพ่อผัว ตอนที่ 2
“คุณหนู อย่าทิ้งพวกเราไปนะครับ...นะคะ...”
คนงานในโรงงานเล็ก ๆ ซึ่งเป็นที่พึ่งสุดท้ายของครอบครัวสิทธิรังสรรค์ ต่างพากันมารอพบพราวเดือน เพื่อขอร้องเธอ
แต่ละคนพร้อมจะต่อสู้เคียงข้างไปกับเธอ พวกเขาเรียกพราวเดือนว่าคุณหนู ตั้งแต่แรก ๆ ทั้ง ๆ ที่พราวเดือนมีฐานะเป็นแค่สะใภ้เล็กของบ้านเท่านั้น
อาจเป็นเพราะ เธอไม่ค่อยถือเนื้อถือตัว เป็นกันเองกับพวกเขาตั้งแต่แรก เธอจึงได้รับความเมตตาจากคนเก่าคนแก่ทุกคน
“หนูสัญญาค่ะ”
พราวเดือนเอ่ยอย่างมั่นใจ เธอตัดสินใจแล้วไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม จะอยู่ต่อไปเพื่อช่วยให้เสี่ยเวทินสามารถพลิกฟื้นกิจการทั้งหมดให้กลับคืนมาอีกครั้ง
มันอาจไม่ใช่เรื่องง่ายนัก แต่ก็ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้ ในเมื่อ...เสี่ยเวทินมีพื้นฐานดีมาก เขาเป็นนักธุรกิจที่ตรงไปตรงมา คำไหนคำนั้น
หนี้สินที่มีอยู่อาจจะมหาศาลก็จริง แต่ยังมีโอกาส และจะว่าไปแล้วช่วงเวลานี้คือการพิสูจน์ตัวเองอีกครั้งก็ว่าได้
ยังมีโรงงานเล็ก ๆ ยังมีคนงานที่พร้อมจะร่วมหัวจมท้าย
ไม่เห็นจะต้องกลัวอะไรอีกแล้ว
“ถ้าพ่อไม่ได้หนู ป่านนี้ไม่รู้จะเป็นไงบ้าง”
เสี่ยเวทินเอ่ยกับพราวเดือน ขณะที่เธอมาช่วยทำกายภาพบำบัด ทุกอย่างยังคงดำเนินไปเหมือนเดิม
“ไม่เป็นไรค่ะ คุณพ่อก็ให้หนูเยอะเหมือนกัน ถ้าไม่ได้คุณพ่อ...”
“อย่าพูดแบบนั้นสิ พ่อต่างหากที่ควรต้องพูด”
พราวเดือนเพิ่งสังเกตว่า กางเกงของเสี่ยเวทินพองโตขึ้น ขณะที่มือของเธอเฉียดกรายไปโดนเข้า
หญิงสาวบอกตัวเองไม่ถูกเหมือนกันว่า รู้สึกอย่างไร ที่แน่ ๆ เธอไม่ได้รังเกียจอะไรเขาเลย นึกสนุกด้วยซ้ำ
“มีอารมณ์เหรอคะคุณพ่อ”
แกล้งถาม “แหม...เดี่ยวนี้แข็งแรงใหญ่แล้วนะคะ”
เสี่ยเวทินหน้าม้าน จนหญิงสาวนึกสงสาร
“คุณพ่อคะ หนูรู้นะคะว่า จริง ๆ แล้วคุณพ่อยังมีความต้องการเหลือเฟือ”
คราวนี้ อะไรสักอย่างดลใจให้เธอตัดสินใจทำ
มือที่นวดเฟ้น เลื่อนขึ้นมาที่หน้าขา แล้ว...วินาทีนั้นเอง พราวเดือนก็ทำในสิ่งที่ไม่น่าจะทำเลย มือเรียวของเธอวางประกบลงบนเอ็นเนื้อที่กำลังพองตัวของเสี่ยเวทิน
“หนู...”
เสี่ยเวทินถึงกับหลุดปากออกมา เสียงแหบพร่า ใบหน้าแดง
พราวเดือนตื่นในอารมณ์ เพราะเอ็นเนื้อนั้นพองเต็มจนล้นมือของเธอ มันแข็งอย่างรวดเร็วเหมือนอารมณ์เก็บกดมาช้านาน
“คุณพ่อคะ หนูช่วยนะคะ”
ช่วยในความหมายของพราวเดือนก็คือใช้มือ จากลูบภายนอกก็สอดเข้าไปสัมผัสกับแกนแท้ ๆ ข้างในกางเกง
ใบหน้าของพราวเดือนถึงกับแดงเรื่อขึ้น นึกเปรียบเทียบกับของวาทิต ยังไม่ได้ครึ่งของเสี่ยเวทินเลย ไม่เฉพาะขนาดเท่านั้น แม้ความแข็งแกร่งก็ยังไม่เท่า
เธองัดดุ้นเนื้อออกมาภายนอก
มือเรียวกำรวบความแข็งแกร่งเอาไว้
เสี่ยเวทินหน้าแดง แต่อารมณ์หวั่นไหวปั่นป่วน ก้นถึงกับขยับลอย ขณะที่ถูกลูกสะใภ้สาวชักสาวแท่ง เมือกเหนียวเล็ดลอดออกมาจากรูปล่อยกระสุน
มันคือลาวารักที่เก็บกักเอาไว้เนิ่นนาน ยังไม่เคยถูกปลดปล่อยออกมาแม้แต่ครั้งเดียว ระยะหลังร่างกายเริ่มเข้าที่เข้าทาง ได้แค่กลิ่นของสะใภ้สาว อาวุธก็มีอาการผงาดตื่นตัวชนิดที่ไม่สามารถหักห้ามเอาไว้ได้ทัน
เพราะเหตุนี้เอง พราวเดือนถึงได้ผิดสังเกต
ตอนนี้ ไม่มีอะไรจะเป็นความลับอีกแล้ว พราวเดือนทำให้อารมณ์ดำฤษณาซ่อนเร้นลุกโพลง และมันกำลังจะระเบิดออกมา
“หนู....อย่า...อย่าทำเลย”
พราวเดือนซ่อนรอยยิ้ม เมื่อเห็นอาหารทุรนทุรายของพ่อผัว เธอมองแท่งในมือที่กำลังแข็ง ร่างกายกำลังเข้าสู่โหมดเกร็งสุดชีวิต
“อูยยย...ซี้ดดด” เสี่ยเวทินเหลืออด ส่งเสียงครวญครางออกมา “ตะ...แตกแล้ว”
ลาวาสีขาวขุ่นข้นพุ่งทะลักออกมาจากรู เลอะเทอะมือเรียวของพราวเดือน
“หนู พ่อขอโทษ”
“ขอโทษทำไมคะ คุณพ่อคงต้องการ”
“ชะ...ใช่... แต่ไม่คิดว่าหนูจะ...”
“เรื่องธรรมดาค่ะ อย่าคิดมากเลยค่ะ”
พูดเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทั้ง ๆ ที่ข้างในแปลกประหลาด อย่างที่ไม่เคยรู้สึกแบบนี้มาก่อนเลยในชีวิต
เธอผละจากไป ใบหน้าขณะนั้นระเรื่อร้อนผ่าวราวกับว่านี่เป็นครั้งแรกของตัวเอง
แต่ว่าจะอย่างนั้นก็ได้ นี่คือครั้งแรกที่ตัดสินใจทำอะไรห่าม ๆ แบบนี้ จะว่าไป อารมณ์ของเธอบางขณะก็เกิดความรู้สึกเปล่าเปลี่ยวเดียวดายเหมือนกัน
วาทิตยังไม่กลับมา เพิ่งมารู้ตอนหลังว่าเขาอยู่กับผู้หญิงอีกคน!
พราวเดือนเก็บอารมณ์ผิดหวังเอาไว้ส่วนลึกสุดของหัวใจ ไม่อยากเก็บเอามาบั่นทอนตัวเอง เพราะ...ทุกอย่างกำลังไปได้สวย
เธอสามารถเจรจากับเจ้าหนี้ในธุรกิจของเสี่ยเวทิน ในขณะที่โรงงานเล็ก ๆ แห่งนั้นเริ่มทำกำไร ส่วนทางกับธุรกิจด้านอื่น ๆ อย่างสิ้นเชิง
ในท่ามกลางความมืดมน กลับมีประกายวาบขึ้นมา แม้เพียงเล็ก ๆ ก็ยังสามารถทำให้หลาย ๆ ชีวิตมีความหวัง
อย่างไรก็ตาม ความเป็นเมียยังคงหลงเหลืออยู่ เพราะการเข้ามาอยู่ในบ้านสิทธิรังสรรค์ ถ้าหากเธอไม่ได้แต่งงานกับวาทิต มีหรือจะสามารถเข้ามาอยู่ได้ในฐานะสะใภ้ เอาเข้าจริง ๆ แล้ว ความรักที่เธอยังมีต่อวาทิตก็ยังคงมีอยู่มากมาย
พราวเดือนจึงตัดสินใจไปหาวาทิตในวันหนึ่ง...
แล้วเธอก็ต้องพบกับภาพบาดตา วาทิตดูมีความสุขดีกับผู้หญิงใหม่ ซึ่งแท้จริงแล้วเขาแอบคบหากันมานาน ตั้งแต่ธุรกิจของตระกูลเริ่มง่อนแง่น และในความเป็นจริงแล้ว เขาก็ไม่ได้ต่างจากพี่ชายทั้งสองคนที่...พยายามจะดูดเอาทรัพย์สินของตระกูลมาเป็นของตัวเองให้ได้มากที่สุดด้วยวิธีการต่าง ๆ
พราวเดือนเข้าใจแจ่มแจ้งแล้วว่าทำไม ธุรกิจของเสี่ยเวทินถึงได้ล่มสลาย
“ผมจะไม่กลับไปอีกแล้ว”
วาทิตเอ่ยกับพราวเดือน ไม่เหลือเยื่อใยใด ๆ ทั้งสิ้น
พราวเดือนเหลือบมองไปทางผู้หญิงของเขา เห็นกำลังตั้งท้องอ่อน ๆ เธอคงไม่รู้เรื่องหรืออาจจะรู้เรื่อง แต่พราวเดือนไม่คิดจะระราน ถึงอย่างไรก็มีความเป็นลูกผู้หญิงเหมือนกัน
เธอเจ็บปวดหัวใจ บอบช้ำกับความรู้สึก ไม่เคยคาดคิดเลยว่าวาทิตจะเปลี่ยนแปลงไปเหมือนเป็นคนละคน
แท้จริง เธอเองนั่นแหละที่เพิ่งจะรับรู้ว่าวาทิตมีอีกคน ซึ่งเขามีมานานแล้ว ไม่ใช่เพิ่งจะมี เพราะเหตุนี้เอง หลาย ๆ เรื่องจึงห่างเหินกันไปโดยปริยาย ไม่มีการร่วมรัก ไม่มีคำปลอบโยน ในช่วงเวลาที่เขาทำตัวแย่ ๆ แท้จริงเขาต้องการออกจากบ้านสิทธิรังสรรค์ต่างหากล่ะ
พราวเดือนตบหน้าวาทิต แล้วหมุนร่างก้าวจากมา
ในเมื่อไม่เหลือเยื่อใยกับเธอ เธอก็ไม่จำเป็นต้องเหลือเยื่อใยใด ๆ กับเขาเหมือนกัน ชีวิตของเธอผ่านอะไรมามาก ยังจะต้องกลัวอะไรอีก
พราวเดือนกลับมาถึงบ้านสิทธิรังสรรค์ พยายามยิ้มกลบเกลื่อน แต่...
“เกิดอะไรขึ้น” เสี่ยเวทินถาม นี่ก็แสดงว่า เธอไม่สามารถปกปิดความผิดปกติบนสีหน้าได้เลย
แค่คำถามเดียว พราวเดือนต้องโผเข้าสู่อ้อมกอดของเสี่ยเวทิน ซึ่งเธอรู้ดีว่าฐานะของเธอเป็นแค่สะใภ้เท่านั้น
“บอกพ่อมา เกิดอะไรขึ้น”
“คุณวาทิต...” เสียงของหญิงสาวสะอื้นแทบจะฟังไม่รู้เรื่อง
แม้หญิงสาวจะไม่ได้อธิบายทั้งหมด แต่เสี่ยเวทินก็สามารถลำดับเรื่องราวได้ไม่ยาก
“ช่างมันเถอะ ปล่อยมันไป”
“คุณพ่อคะ”
“พ่อเข้าใจหนูนะ เข้าใจดีด้วย พ่อให้สัญญาว่าจะช่วยหนูทุกอย่าง เราจะฟื้นทุกสิ่งทุกอย่างให้กลับคืนมาอีกครั้งให้ได้ แม้ว่าสภาพร่างกายของพ่อจะไม่เต็มร้อยก็ตาม”
อาจเป็นเพราะเหตุการณ์ดังกล่าว เหมือนกับกลายเป็นแรงผลักดันอีกอย่างหนึ่งให้กับทั้งพราวเดือนและเสี่ยเวทิน
ร่างกายของเสี่ยเวทินดูจะกลับมาดีวันดีคืน จนเกือบจะเป็นปกติ ซึ่งอันที่จริง ร่างกายเพิ่งจะห้าสิบเปอร์เซ็นต์ เสี่ยเวทินก็เริ่มทำงานแล้ว
เวลานี้ เสี่ยเวทินกับลูกสะใภ้สาวเหมือนตัวติดกัน เพราะที่ไหนมีเสี่ยเวทิน ที่นั่นต้องมีพราวเดือน
ด้วยว่าฐานะทางการเงินยังไม่เข้าที่เข้าทางดีนัก หนี้มหาศาลจำเป็นต้องได้รับการชำระ ธนาคารหลายแห่งยังไม่สามารถผ่อนผันใด ๆ ได้ มีอย่างเดียวต้องพยายามชำระให้ตรงตามเวลา คนงานในโรงงานที่เหลือแห่งเดียวไม่มีใครปริปากบ่น พยายามรัดเข็ดขัดทุกวิถีทาง
ลองรักพ่อผัว ตอนที่ 2“คุณหนู อย่าทิ้งพวกเราไปนะครับ...นะคะ...”คนงานในโรงงานเล็ก ๆ ซึ่งเป็นที่พึ่งสุดท้ายของครอบครัวสิทธิรังสรรค์ ต่างพากันมารอพบพราวเดือน เพื่อขอร้องเธอแต่ละคนพร้อมจะต่อสู้เคียงข้างไปกับเธอ พวกเขาเรียกพราวเดือนว่าคุณหนู ตั้งแต่แรก ๆ ทั้ง ๆ ที่พราวเดือนมีฐานะเป็นแค่สะใภ้เล็กของบ้านเท่านั้นอาจเป็นเพราะ เธอไม่ค่อยถือเนื้อถือตัว เป็นกันเองกับพวกเขาตั้งแต่แรก เธอจึงได้รับความเมตตาจากคนเก่าคนแก่ทุกคน“หนูสัญญาค่ะ”พราวเดือนเอ่ยอย่างมั่นใจ เธอตัดสินใจแล้วไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม จะอยู่ต่อไปเพื่อช่วยให้เสี่ยเวทินสามารถพลิกฟื้นกิจการทั้งหมดให้กลับคืนมาอีกครั้งมันอาจไม่ใช่เรื่องง่ายนัก แต่ก็ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้ ในเมื่อ...เสี่ยเวทินมีพื้นฐานดีมาก เขาเป็นนักธุรกิจที่ตรงไปตรงมา คำไหนคำนั้นหนี้สินที่มีอยู่อาจจะมหาศาลก็จริง แต่ยังมีโอกาส และจะว่าไปแล้วช่วงเวลานี้คือการพิสูจน์ตัวเองอีกครั้งก็ว่าได้ยังมีโรงงานเล็ก ๆ ยังมีคนงานที่พร้อมจะร่วมหัวจมท้ายไม่เห็นจะต้องกลัวอะไรอีกแล้ว“ถ้าพ่อไม่ได้หนู ป่านนี้ไม่รู้จะเป็นไงบ้าง”เสี่ยเวทินเอ่ยกับพราวเดือน ขณะที่เธอมาช่วยทำกายภาพบำบัด ทุกอย่
ลองรักพ่อผัว ตอนที่ 1บ้าน สิทธิรังสรรค์ ในวันที่ประมุขของบ้านล้มป่วยลง ก็ดูเหมือนกับว่าเข้าสู่โหมดแห่งความระส่ำระสายไปหมดสะใภ้ใหญ่ สะใภ้รอง และสะใภ้เล็ก รับรู้ถึงปัญหาความยุ่งยากของตัวเองธุรกิจของตระกูลส่อเค้ามีปัญหามานาน บวกกับความสัมพันธ์ระหว่างพี่น้องที่ระหองระแหงมาตลอด เพราะความเห็นแก่ตัวเห็นแก่ได้อำนาจของคนเป็นพ่อ ผู้ก่อตั้ง และพยายามยื้ออย่างที่สุดเพื่อจะให้ธุรกิจอยู่ให้ได้ เริ่มจะหมดหวัง เมื่อแบ็งก์ไม่ยอมปล่อยเงินกู้เพิ่มสินทรัพย์ถูกถ่ายเทออกไปสู่กระเป๋าของลูก ๆ แต่ละคนโดยเฉพาะพี่ใหญ่กับพี่รองน้องเล็กดูเหมือนจะได้รับเพียง...มูลค่าหนี้บ้านหลังใหญ่ที่ยังติดจำนองธนาคารอยู่ ธุรกิจที่กำลังจะเจ๊งและหมายรวมถึง...เสี่ย เวทิน ประมุขแห่ง สิทธิรังสรรค์ ผู้เป็นพ่อด้วยในที่สุด ความเลวร้ายทั้งหลายทั้งปวงก็ประเดประดังเข้ามาวาทิต ลูกชายคนเล็กดื่มทุกวัน พราวเดือนผู้เป็นภรรยาในฐานะสะใภ้เล็กมองเห็นความชอกช้ำ อ่อนแอในดวงตาของเขาก็เข้าใจเขาต่างจากเธออยู่มากมายปัญหาที่เขาเจอ แม้จะเรียกว่าหนักหนาสาหัส แต่ไม่เทียบกับชีวิตของหล่อนหรอกหล่อนเจอมาหนักกว่าเขามากมันไม่ใช่แค่การเสียศักดิ์ศรี แ
ตอนพิเศษการทำกายภาพบำบัดยังต้องดำเนินต่อไป ใจร้อนไม่ได้ ยังดีที่ว่าวาวไหมให้ความร่วมมือดี หล่อนค่อนข้างกระตือรือร้น และยังมีความหวังว่าจะกลับมาเป็นปกติโดยเร็วที่สุดหนึ่งเดือน สองเดือน สามเดือน สี่เดือน...พ่อเลี้ยงรณชัยเข็นวาวไหมบนรถเข็นวีลแชร์ ท่าทางของเขาดูเหมือนจะพึงพอใจกับการได้ทำแบบนี้ ถึงแม้ว่าจะมีการทำกายภาพบำบัด แต่เขาค่อนข้างทะนุถนอมหล่อน ไม่ต้องการให้หล่อนเดินมากเกินไปการเข็นหล่อนออกมารับกับอากาศบริสุทธิ์ข้างนอก มักเป็นภาพที่เกิดขึ้นเป็นประจำเสมอ“คุณพ่อจะให้หนูกลับไปเรียนต่อหรือเปล่าคะ”“ใช่ แต่ไม่ใช่ที่เมืองไทย”“ที่ไหนคะ”“เมืองนอก ที่ไหนก็ได้” พ่อเลี้ยงรณชัยตอบน้ำเสียงจริงจัง “พ่อเป็นห่วงหนู”“พ่อไม่หึงหนูเหรอคะ เผื่อหนูไปเจอต่างชาติตาน้ำข้าว”“ไม่หึงหรอก แต่พ่อจะตามไปแล่เนื้อเถือหนังมันคนไหนที่คิดอะไรกับหนูเกินเลย”“โห”“พ่อพูดเล่น เรื่องแบบนี้พ่อไว้ใจหนูนะ มันไม่มีเหตุผลอะไรที่จะต้องไปตามหึงหวง พ่อแค่เป็นห่วงเท่านั้นเอง”“หนูไม่อยากไปไหนไกลหรอกค่ะ ขออยู่กับคุณพ่อ ไม่ได้อยากเรียนต่อด้วย ถ้าอยากให้หนูเรียน ออนไลน์ก็ยังได้นี่คะ ไม่เสียหายอะไร”“ก็ดีนะ”“แสดงว่าจริง ๆ แ
รัชสิทธิ์มองเห็นอยู่แล้วว่าพ่อเลี้ยงรณชัยถึงที่หมาย เขาสั่งผ่านมือถือให้พ่อเลี้ยงหย่อนถุงเงินลงในถังขยะ แล้วให้หมุนร่างกลับได้เสียงของพ่อเลี้ยงรณชัยถามรัวมาตามมือถือ“วาวไหมล่ะ”“ผมต้องได้เงินก่อน คุณจะได้เจอเธอทันที”“โอเค ผมจะกลับไปที่รถแล้วนะ”“ครับ คุณเดินกลับได้เลย”รัชสิทธิ์คอยสังเกตจนกระทั่งมองเห็นว่าพ่อเลี้ยงรณชัยเดินออกห่างจากถังขยะได้สักประมาณร้อยเมตร เขายังสังเกตอีกว่ามีใครผิดสังเกตอยู่ใกล้เคียงหรือเปล่า เมื่อไม่มีก็รีบกลับไปที่รถแต่แล้ว รัชสิทธิ์ก็เบิกตากว้าง เพราะภายในรถไม่มีร่างของวาวไหมอยู่ข้างในอีกแล้ว หล่อนหายไปหายไปไหน?!รัชสิทธิ์ไม่มีเวลาอีกแล้ว รีบขึ้นรถ สตาร์ทเครื่อง บังคับรถพุ่งไปข้างหน้าเพื่อไปให้ถึงถังขยะอันเป็นจุดหมายสำคัญที่สุดของเขาถ้าได้เงินแล้ว อะไรหลังจากนั้นก็ไม่จำเป็นต้องใส่ใจอีกรัชสิทธิ์ยังไม่ถึงจุดหมาย ภาพที่เขามองเห็นก็คือร่างของวาวไหมกำลังวิ่งข้ามถนนเข้าไปหาพ่อเลี้ยงรณชัย“นังนี่จะทำอะไรวะเนี่ย”รัชสิทธิ์คำรามออกมาอย่างหัวเสียหลังจากนั้น ภาพที่เขาเห็นก็คือ พ่อเลี้ยงรณชัยกำลังวิ่งย้อนกลับไปยังถังขยะ ในขณะที่เขาจะต้องยูเทิร์นรถ เสียเวลามากกว่าถึ
พ่อเลี้ยงรณชัยขับรถออกมาจากมหาวิทยาลัย อารมณ์เคร่งเครียด ความจริงในวัยหนุ่มของเขาก็ถือว่าเอาเรื่องเหมือนกัน อารมณ์แบบนั้นถ่ายทอดถึงทรงฤทธิ์ผู้เป็นลูกชายเอาไว้ไม่น้อย เพียงแต่พ่อเลี้ยงรณชัยมีความแตกต่างกว่าตรงที่สามารถควบคุมอารมณ์ของตัวเองให้อยู่ในขอบเขตได้ ถ้าไม่อย่างนั้น เขาก็คงกลายเป็นบุคคลที่ล้มเหลวในชีวิตไปเรียบร้อยแล้วครั้งนี้ กับผู้หญิงที่เขารัก เขาจะปล่อยผ่านไปได้ง่าย ๆ ได้ยังไง ถึงแม้ว่าอารมณ์ขณะนี้จะเต็มไปด้วยความโกรธแค้นรุนแรงแค่ไหนก็ตาม เขาก็ต้องระวังเงินที่ถูกเรียกมาอาจจะถือว่ามากทีเดียว แต่ต่อให้มากกว่านั้นเขาก็พร้อมจะสูญเสียเพื่อหล่อนถึงจะเป็นการเสียเหลี่ยมของการเป็นพ่อเลี้ยงอยู่ไม่น้อยก็ไม่เป็นไร ปัญหาของเขาตอนนี้ก็มีเพียงแค่จะรวบรวมเงินจำนวน 5 ล้านจากที่ไหนภายในเวลาอันจำกัดแต่ความกว้างขวางของเขาก็มีมากพอพ่อเลี้ยงรณชัยรวบรวมสติ โทรหยิบยืมเพื่อนฝูง 3 คน แล้วเงินจำนวนนั้นก็อยู่ในมือของเขาภายในกำหนดเวลา 3 ชั่วโมงตามที่คนร้ายให้เวลาเอาไว้รถของพ่อเลี้ยงรณชัยจอดกึกริมบาทวิถีของเมือง เฝ้ารอโทรศัพท์ที่จะติดต่อกลับมาการรอคอยเป็นอะไรที่ทรมานหัวใจของพ่อเลี้ยงรณชัยในเวลานี้อ
วาวไหมก้าวเข้ามาในห้องพักของรีสอร์ต ใจไม่ได้นึกสงสัยอะไรแม้แต่นิดเดียว เพราะถึงยังไง พี่ชายก็คือพี่ชายสำหรับหล่อนอยู่วันยังค่ำ ไม่มีเป็นอย่างอื่น ต่อให้เขาเป็นพี่ชายที่ไม่เคยดูดำดูดีอะไรหล่อนมาแต่ไหนแต่ไรก็ตามความคิดอันบริสุทธิ์ของวาวไหมกลับผิดมหันต์ เมื่อพบว่าภายในห้องพักของรีสอร์ต ไม่เจอใครเลย ไม่มีร่างของแม่ที่พี่ชายบอกว่าแม่มารอพบหล่อนหันหน้ามาเผชิญกับรัชสิทธิ์“นี่หมายความว่าไงคะพี่ชาย”น้ำเสียงของหล่อนสั่นเครือ ยอมรับว่าทั้งโกรธ ทั้งเริ่มรู้สึกหวาดหวั่นอันตราย หล่อนเคยเจอเหตุการณ์ในลักษณะแบบนี้มาแล้ว เพียงแต่ไม่คิดไม่ฝันว่าจะกลับมาเกิดอีกครั้งโดยคนในครอบครัวหล่อนพยายามทำใจดีสู้เสือ แต่ก็นั่นแหละ ความกลัวมีอำนาจคุกคามจิตใจของหล่อนมากกว่า“ก็ไม่มีอะไรมากนักหรอก ได้ข่าวว่ามีผัวรวยก็เลย...”“อะไรกันคะพี่ชาย”“ใจเย็นดิ”“จะให้หนูใจเย็นได้ไงคะ นี่มันไม่ใช่เรื่องเล็ก ๆ นะคะ ถ้าหนูหายไป สามีของหนูจะต้องเดือดร้อนแน่”“ก็อยากให้เดือดร้อนนั่นแหละน่า ถึงบอกให้ใจเย็น”“พี่กำลังคิดจะทำอะไรกันแน่”“แค่อยากขอเงินใช้นิดหน่อย”“เงินอะไรอีกคะ หนูส่งเสียให้แม่ ช่วยใช้หนี้สินที่พี่เป็นคนก่อ แล้วย







